ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
ภาษีและศุลกากร

ศุลกากรตรวจสอบย้อนหลัง: สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องทำใน 30 วันแรก

ศุลกากรตั้งข้อสงสัยราคาสำแดง หรือเปิดตรวจสอบย้อนหลังใบขนที่ตรวจปล่อยไปแล้ว อะไรเป็นเหตุให้ถูกตรวจ ราคาศุลกากรและพิกัดถูกทดสอบอย่างไร เส้นทางอุทธรณ์ และแฟ้มหลักฐานที่ต้องเตรียมเป็นอย่างแรก

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมภาษีและศุลกากร11 นาที

หนังสือมาถึงแล้ว

การตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ทำให้ตู้สินค้าของท่านหยุด นั่นแหละคือเหตุผลที่ผู้นำเข้าประเมินมันต่ำเกินไป

หนังสือมักขอใบขนสินค้า ใบกำกับสินค้า สัญญา และหลักฐานการชำระเงินย้อนหลังในช่วงเวลาที่ปิดไปแล้ว ที่ท่าเรือไม่มีอะไรเปลี่ยน การผลิตเดินต่อ แล้วหนังสือประเมินก็มาถึง ครอบคลุมการนำเข้าหลายปี เพราะ จุดยืนเดียวที่ใช้ต่อเนื่องกันมา จะทบไปทุกใบขนที่ใช้จุดยืนนั้น

คู่มือนี้เขียนให้ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้า ที่ต้องตัดสินใจว่าเดือนหน้าจะเดินอย่างไร

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ระยะเวลาย้อนหลัง เบี้ยปรับ และกำหนดเวลาต่าง ๆ เป็นไปตามกฎหมายและเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันกับที่ปรึกษาโดยเทียบกับวันที่ในใบขนของท่าน

1. การตรวจสอบย้อนหลังคืออะไร และไม่ใช่อะไร

การตรวจปล่อยคือการปล่อยของ ไม่ใช่การชี้ขาดค่าภาษีอากรเป็นที่สุด การตรวจสอบย้อนหลังกลับไปดูใบขนที่ปล่อยแล้ว และทดสอบว่าอากรที่ชำระถูกต้องหรือไม่

ตามมาสองข้อ ซึ่งผู้นำเข้ามักพลาดทั้งคู่

  • ความรับผิดเป็นเรื่องย้อนหลังและสะสม ท่านไม่ได้เถียงเรื่องการนำเข้าครั้งเดียว
  • เป็นงานเอกสาร ไม่ใช่การตรวจของ สิ่งที่ตัดสินผลคือแฟ้มของท่าน ไม่ใช่ตัวสินค้า

2. ทำไมถึงเป็นท่าน

เหตุที่พบซ้ำ ๆ

  • ราคาสำแดง ต่ำกว่าการนำเข้าของลักษณะเดียวกันที่เทียบเคียงได้
  • พิกัด ที่ทำให้เสียอัตราต่ำกว่าที่ทางการเห็นว่าถูกต้อง
  • การอ้างถิ่นกำเนิด เพื่อใช้สิทธิพิเศษตามความตกลงทางการค้า
  • ราคาระหว่างบริษัทในเครือ เมื่อซื้อจากบริษัทแม่หรือบริษัทในกลุ่ม
  • การใช้สิทธิพิเศษ เขตปลอดอากร คลังสินค้าทัณฑ์บน BOI หรือการคืนอากร
  • การตรวจทั้งอุตสาหกรรม ที่ท่านบังเอิญอยู่ในกลุ่มนั้น

รู้ว่าเป็นเหตุใดจะเปลี่ยนสิ่งที่ต้องเตรียม อย่าเดา ให้ดูจากขอบเขตเอกสารที่ถูกเรียก

3. 30 วันแรก

  1. หยุดแตะต้องเอกสาร ใบขน ใบกำกับสินค้า สัญญา หลักฐานการชำระเงิน หนังสือโต้ตอบกับผู้ขายและตัวแทนออกของ รวมถึงระบบที่สร้างเอกสารเหล่านั้น อย่า "จัดระเบียบ" อะไรทั้งสิ้น
  2. ทำแผนที่ใบขนทั้งกลุ่ม ใบไหน ช่วงเวลาใด สายผลิตภัณฑ์ใด ใช้จุดยืนใดในการสำแดง ถ้าไม่รู้ตัวหารก็ประเมินความเสี่ยงไม่ได้
  3. ตั้งผู้รับผิดชอบคนเดียว และให้การสื่อสารทั้งหมดผ่านคนนั้น
  4. ย้อนดูว่าตัดสินใจอย่างไรตอนนั้น ใครเป็นคนกำหนดพิกัด ด้วยเหตุผลอะไร มีความเห็นหรือคำวินิจฉัยรองรับไหม จุดยืนที่มีบันทึกและมีเหตุผล แม้สุดท้ายจะถูกชี้ว่าผิด ก็ได้รับการปฏิบัติต่างจากจุดยืนที่ไม่มีใครอธิบายได้มาก
  5. ขอความเห็นก่อนตอบคำถามในเนื้อหา คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรในช่วงต้นจะกลายเป็นกรอบของทุกอย่างที่ตามมา

4. ราคาศุลกากรถูกทดสอบอย่างไร

จุดตั้งต้นคือราคาที่ชำระจริงสำหรับของ แต่ราคานั้นมีรายการที่ต้องบวกเพิ่มและมีเงื่อนไข รายการที่ผู้นำเข้าพลาดบ่อยที่สุด

ที่มักถูกมองข้ามทำไมถึงโผล่ตอนตรวจ
ค่าสิทธิและค่าลิขสิทธิ์ที่ผูกกับของอีกฝ่ายจ่าย ถูกมองเป็นต้นทุนทรัพย์สินทางปัญญา ไม่เคยถูกมองว่าเป็นต้นทุนนำเข้า
แม่พิมพ์ วัตถุดิบ ที่ส่งให้ผู้ผลิตโดยไม่คิดมูลค่าให้ฟรีหรือต่ำกว่าทุน จึงไม่ปรากฏในใบกำกับสินค้าใด
ค่าขนส่งและค่าประกันภัยจัดการไม่สม่ำเสมอตามเงื่อนไขการส่งมอบที่ต่างกัน
ค่านายหน้าค่านายหน้าฝั่งซื้อกับฝั่งขายมีการปฏิบัติต่างกัน
เงินที่จ่ายหลังนำเข้าและส่วนลดย้อนหลังใบลดหนี้และการปรับปรุงย้อนหลังเปลี่ยนราคาที่แท้จริง

เมื่อราคาสำแดงไม่ได้รับการยอมรับ จะใช้วิธีกำหนดราคาทางเลือกตามลำดับที่กำหนดไว้ ประเด็นในทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหารการเงินคือ ท่านได้เปรียบกว่ามากถ้าเป็นคนอธิบายราคาของตัวเอง แทนที่จะปล่อยให้มีคนสร้างราคาขึ้นมาแทน

5. พิกัดและถิ่นกำเนิด

ข้อพิพาทเรื่องพิกัดตัดสินที่ลักษณะเชิงวัตถุของสินค้า ไม่ใช่ชื่อที่เรียกในทางการค้าหรือป้ายกำกับในระบบ ERP ให้รวบรวมข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค ส่วนประกอบ และการใช้งานตั้งแต่เนิ่น ๆ และให้สอดคล้องกัน คำบรรยายที่เขียนเพื่อการตลาดแล้วขัดกับสิ่งที่สำแดงไว้ คือของขวัญให้อีกฝ่าย

การอ้างถิ่นกำเนิดตามความตกลงทางการค้ามีภาระการพิสูจน์ของตัวเอง ถ้าเคยใช้สิทธิพิเศษ เอกสารสนับสนุนต้องยังอยู่และต้องตรงกับของที่ส่งจริง

6. เมื่อมีหนังสือประเมินแล้ว

ลำดับคือ ประเมิน → โต้แย้ง → อุทธรณ์ → ฟ้องศาลภาษีอากร แต่ละขั้นมีกำหนดเวลาของตัวเอง และกำหนดเวลาเหล่านั้นสั้นและถูกใช้อย่างเคร่งครัด

การตัดสินใจในแต่ละขั้นควรดูจากสามคำถาม

  • จุดยืนทางเทคนิคในเนื้อหาแข็งแค่ไหน
  • การยอมจะกระทบใบขนกี่ฉบับ ทั้งในอดีตและอนาคต
  • ระหว่างที่ยังโต้แย้งกันอยู่ มีอะไรเดินสะสมต่อไป

ข้อสุดท้ายสำคัญ เงินเพิ่มและเบี้ยปรับโดยทั่วไปเดินต่อระหว่างข้อพิพาท ดังนั้นคดีที่อ่อนแล้วสู้ยืดเยื้อคือแย่ทั้งสองทาง ในทางกลับกัน การยอมทิ้งจุดยืนที่แข็งเพื่อความเร็ว คือการสร้างบรรทัดฐานที่ธุรกิจต้องอยู่กับมันในทุกการนำเข้าครั้งต่อไป

7. การแจ้งแก้ไขโดยสมัครใจ

การแก้ก่อนถูกพบช่วยปรับสถานะได้จริง แต่ไม่ใช่ปฏิกิริยาอัตโนมัติ

มักช่วย เมื่อความผิดพลาดเป็นเรื่องเฉพาะจุด เป็นอดีต และคำนวณเป็นตัวเลขได้ เช่น คีย์ผิด รายการบวกเพิ่มที่ตกไปในสัญญาฉบับหนึ่ง หรือใช้สิทธิพิเศษกับของที่ไม่เข้าเงื่อนไข

มักเสียหาย เมื่อจุดยืนพื้นฐานยังโต้แย้งได้ เพราะการเปิดเผยเท่ากับยอมรับในทุกใบขนที่ใช้จุดยืนนั้น รวมถึงใบขนที่ยังไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจ

8. แฟ้มหลักฐาน

สิ่งที่ทนายต้องการในวันแรก

  1. หนังสือแจ้งการตรวจสอบและหนังสือโต้ตอบทุกฉบับที่ได้รับ
  2. รายการใบขนทั้งช่วงเวลา พร้อมราคาสำแดงและพิกัด
  3. สัญญากับผู้ขาย ใบสั่งซื้อ และใบกำกับสินค้าที่รองรับใบขน
  4. หลักฐานการชำระเงิน รวมถึงเงินที่จ่ายนอกใบกำกับสินค้า
  5. สัญญาค่าสิทธิ ค่าลิขสิทธิ์ แม่พิมพ์ หรือการแบ่งปันต้นทุนกับผู้ขายหรือบริษัทในเครือ
  6. เอกสารกำหนดราคาโอน กรณีซื้อจากบริษัทในเครือ
  7. เอกสารถิ่นกำเนิดสำหรับสิทธิพิเศษที่เคยใช้
  8. หนังสือโต้ตอบกับตัวแทนออกของ
  9. คำวินิจฉัย ความเห็น หรือบรรทัดฐานที่อ้างอิงตอนกำหนดจุดยืน

ข้อ 9 คือข้อที่มักไม่มี และมักเป็นข้อที่จะช่วยได้มากที่สุด

9. ไม่ให้เกิดซ้ำ

การตรวจสอบที่จบลงโดยไม่แก้อะไรที่ต้นทาง คือการตรวจสอบที่ท่านจะเจออีก สิ่งที่เปลี่ยนผลลัพธ์จริง

  • มีผู้รับผิดชอบการกำหนดพิกัดคนเดียว พร้อมบันทึกเหตุผลไว้
  • ทบทวนเงินที่จ่ายให้ผู้ขายนอกใบกำกับสินค้าเป็นประจำ
  • ทำให้ราคาโอนกับราคาศุลกากรสอดคล้องกัน ซึ่งมักบริหารโดยคนละทีมด้วยตรรกะคนละแบบ
  • กำหนดพิกัดสินค้าใหม่ก่อนการนำเข้าครั้งแรก ไม่ใช่หลังจากนั้น
  • เก็บเอกสารการนำเข้าให้นานกว่าระยะเวลาย้อนหลัง

สรุปสั้น

ขั้นตอนการตัดสินใจ
หนังสือมาถึงหยุดแตะเอกสาร ทำแผนที่ใบขน ตั้งผู้รับผิดชอบคนเดียว
ถูกขอข้อมูลขอความเห็นก่อนตอบในเนื้อหาเป็นลายลักษณ์อักษร
มีหนังสือประเมินตัดสินจากใบขนทั้งกลุ่ม ไม่ใช่จากหนังสือฉบับนี้
โต้แย้งและอุทธรณ์ชั่งน้ำหนักเนื้อหากับสิ่งที่สะสมระหว่างข้อพิพาท
หลังจบเรื่องแก้กระบวนการต้นทาง ไม่งั้นเจอการตรวจแบบเดิมอีก

ต้นทุนของการถูกตรวจ ถูกกำหนดโดยวิธีจัดการเดือนแรก มากกว่าตัวความผิดพลาดเดิม

ทีมภาษีและศุลกากรของเรารับงานให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-254-2045 หรือเขียนเรื่องของท่านมาที่ /contact — ดูเพิ่มที่ บริการภาษีและศุลกากร และ คู่มือกฎหมายโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ของตรวจปล่อยไปหลายปีแล้ว ยังประเมินย้อนหลังได้จริงหรือ?+

ได้ การตรวจปล่อยไม่ใช่การชี้ขาดค่าภาษีอากรเป็นที่สุด การตรวจสอบย้อนหลังคือการกลับไปดูใบขนที่ปล่อยไปแล้วและประเมินอากรใหม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ยอดความรับผิดมักสูงกว่าที่ผู้นำเข้าคาดมาก เพราะจุดยืนเรื่องพิกัดหรือราคาเพียงจุดเดียวที่ใช้ต่อเนื่องกันมา จะทบไปทุกใบขนที่ใช้จุดยืนนั้น ระยะเวลาที่ย้อนกลับได้เป็นไปตามกฎหมายและควรตรวจสอบกับที่ปรึกษาโดยเทียบกับวันที่ในใบขนของท่าน เพราะเป็นตัวกำหนดว่ามีใบขนกี่ฉบับที่อยู่ในขอบเขตจริง

จ่ายตามที่ประเมินไปเลยให้จบเรื่องดีไหม?+

บางกรณีใช่ แต่อย่าตัดสินก่อนเข้าใจว่าการจ่ายเท่ากับยอมรับอะไร การยุติเรื่องในประเด็นพิกัดหรือราคาเท่ากับยอมรับจุดยืนนั้นโดยปริยาย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้กับทุกการนำเข้าในอนาคต และทำให้ข้อต่อสู้ในใบขนที่ยังอยู่ระหว่างตรวจอ่อนลงด้วย ถ้าจุดยืนของท่านมีน้ำหนัก การรีบจ่ายเพื่อความเร็วมักแพงกว่าเมื่อมองในกรอบสองปี การตัดสินใจควรดูจากใบขนทั้งกลุ่ม ไม่ใช่จากหนังสือฉบับที่อยู่ตรงหน้า

ศุลกากรถามถึงเงินที่จ่ายให้ผู้ขายนอกใบกำกับสินค้า ทำไมถึงสำคัญ?+

เพราะราคาศุลกากรไม่ใช่ตัวเลขในใบกำกับสินค้าเพียงอย่างเดียว เงินบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับของนำเข้าอาจต้องบวกเข้าไปในราคาสำแดง แม้จะออกใบกำกับแยกหรือจ่ายให้คนละราย เช่น ค่าสิทธิและค่าลิขสิทธิ์ที่ผูกกับของ แม่พิมพ์หรือวัตถุดิบที่ส่งให้ผู้ผลิตโดยไม่คิดมูลค่า และค่าขนส่งกับค่าประกันภัยตามเงื่อนไขการส่งมอบ รายการบวกเพิ่มเหล่านี้เป็นข้อพบที่บ่อยที่สุดในการตรวจสอบด้านราคา และมักเกิดจากฝ่ายบัญชีที่ทำไปโดยสุจริตเพราะไม่เคยมองว่าเป็นต้นทุนการนำเข้า

เราซื้อจากบริษัทแม่ มีผลต่างจากปกติไหม?+

เปลี่ยนจุดตั้งต้น เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายมีความสัมพันธ์กัน ราคายังอาจถูกยอมรับได้ แต่ควรคาดว่าจะถูกขอให้แสดงว่าความสัมพันธ์นั้นไม่มีผลต่อราคา ซึ่งเป็นงานเอกสาร ทั้งเอกสารกำหนดราคาโอน ราคาเปรียบเทียบ และเหตุผลทางการค้าของอัตรากำไรของท่าน และจะราบรื่นกว่ามากถ้าเตรียมไว้ล่วงหน้าแทนที่จะรวบรวมภายใต้กำหนดเวลาของการตรวจสอบ

แก้ไขเองก่อนศุลกากรจะพบได้ไหม?+

การแจ้งแก้ไขโดยสมัครใจมีอยู่จริงและช่วยปรับสถานะได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำโดยอัตโนมัติ ได้ผลดีที่สุดเมื่อความผิดพลาดเป็นเรื่องเฉพาะจุด คำนวณเป็นตัวเลขได้ และเป็นเรื่องในอดีตชัดเจน ได้ผลไม่ดีเมื่อจุดยืนพื้นฐานยังโต้แย้งได้ เพราะการเปิดเผยเท่ากับยอมรับในทุกใบขนที่ใช้จุดยืนนั้น ควรขอความเห็นในภาพรวมก่อนเปิดเผยสิ่งใด เพราะลำดับนี้ย้อนกลับได้ยาก

ภายในบริษัทควรให้ใครดูแล?+

ตั้งผู้รับผิดชอบคนเดียว โดยทั่วไปคือผู้อำนวยการฝ่ายการเงินหรือผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้า และให้การสื่อสารทั้งหมดผ่านคนคนนั้น การตรวจสอบที่เสียหายมากที่สุดที่เราเห็น คือกรณีที่ตัวแทนออกของ คลังสินค้า และฝ่ายบัญชีอีกสามคน ต่างคนต่างตอบคำถามแยกกัน จนเกิดคำอธิบายที่ขัดแย้งกันเองและต้องมาถอนคำทีหลัง ตัวแทนออกของเป็นแหล่งเอกสารที่มีค่า แต่ไม่ควรเป็นเสียงเดียวที่ตอบแทนบริษัท