คำถามที่ทุกคนถามก่อนเป็นข้อแรก
เมื่อบัญชีถูกอายัดหรือถูกเรียกไปให้ปากคำในคดีบัญชีม้า คำถามแรกที่เราได้ยินเกือบทุกครั้งคือ "จ่ายคืนเขาไปเลยได้ไหม แล้วเรื่องจะจบ"
คำตอบสั้นคือ ได้บางส่วน แต่ไม่จบทั้งหมด และลำดับการทำสำคัญมาก — คนที่รีบจ่ายก่อนรู้ข้อเท็จจริงของตัวเอง จำนวนไม่น้อยจบลงด้วยการ เสียเงินแล้วยังมีคดีอยู่
คู่มือนี้อธิบายว่าคดีบัญชีม้าไกล่เกลี่ยได้แค่ไหน ทำที่ไหนได้บ้าง ควรทำตอนไหน และต้องได้เอกสารอะไรกลับมา
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีเฉพาะราย ทุกคดีมีข้อเท็จจริงต่างกัน ควรปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่น ๆ
หากท่านยังไม่ได้อ่านภาพรวมของคดีบัญชีม้าตั้งแต่ต้น แนะนำให้เริ่มที่ คู่มือสู้คดีบัญชีม้า ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่หน้านี้
เข้าใจก่อน: ทำไม "ยอมความ" ถึงตอบไม่ได้ด้วยคำเดียว
คดีบัญชีม้าแทบไม่เคยมีข้อกล่าวหาเดียว ปกติจะมีหลายฐานพ่วงกันมาในสำนวนเดียว และแต่ละฐานมีลักษณะไม่เหมือนกัน
ความผิดอันยอมความได้ — ถ้าผู้เสียหายพอใจและถอนคำร้องทุกข์ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด คดีในฐานนั้นยุติลงได้ นี่คือส่วนที่การเจรจามีผลตรงที่สุด
ความผิดต่อแผ่นดิน — เป็นความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหายด้วย ผู้เสียหายที่เป็นเอกชนถอนให้ไม่ได้ แม้จะพอใจแล้วก็ตาม พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการยังมีหน้าที่ดำเนินคดีต่อไป
ในคดีบัญชีม้ามักมีทั้งสองแบบปนกัน จึงเกิดสถานการณ์ที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คือ ผู้เสียหายถอนแจ้งความให้แล้ว แต่คดียังเดินอยู่ — ไม่ใช่เพราะถูกหลอก แต่เพราะฐานที่เหลือไม่ใช่ฐานที่ยอมความได้
แล้วยังควรเจรจาอยู่ไหม — ควร เพราะการชดใช้และการบรรเทาผลร้ายยังมีน้ำหนักในหลายจุดของกระบวนการ ทั้งในความเห็นของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งคดีของอัยการ การพิจารณาเรื่องประกันตัว ดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล และการปิดความรับผิดทางแพ่งที่ผู้เสียหายอาจฟ้องตามมาอีกทาง
ไกล่เกลี่ยได้ที่ไหนบ้าง
การเจรจาในคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นได้หลายจุด และแต่ละจุดให้ผลต่างกัน
1. ชั้นพนักงานสอบสวน
เป็นจุดที่เร็วที่สุดและมักได้ผลดีที่สุด เพราะสำนวนยังไม่ถูกส่งต่อ ผู้เสียหายที่เพิ่งได้รับความเสียหายมักต้องการเงินคืนมากกว่าต้องการให้ใครติดคุก
ข้อควรระวังคือ ทุกถ้อยคำที่ท่านพูดในสถานีตำรวจสามารถถูกบันทึกไว้ได้ การเข้าไปเจรจาโดยไม่มีทนายจึงเสี่ยงที่จะกลายเป็นการให้การรับสารภาพโดยไม่ตั้งใจ
2. ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
หลายพื้นที่มีกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เป็นทางการ มีผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลาง และมีการทำบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อดีคือได้เอกสารที่มีน้ำหนักกว่าการตกลงกันเองผ่านแชท
3. ชั้นศาล
ศาลไทยสนับสนุนการไกล่เกลี่ยอย่างจริงจัง และหลายคดีจบลงที่ขั้นนี้ ข้อดีคือมีศาลเป็นคนกลางและบันทึกไว้ในสำนวน ข้อเสียคือถึงจุดนี้ท่านได้แบกต้นทุนคดีมาแล้วทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
4. เจรจากันเองนอกระบบ
ทำได้ แต่เป็นทางที่เสี่ยงที่สุด เพราะไม่มีคนกลาง ไม่มีเอกสารมาตรฐาน และเป็นช่องที่เจอการฉ้อโกงซ้ำบ่อยที่สุด — มีกรณีที่ผู้เสียหายตัวจริงไม่เคยได้เงิน เพราะผู้ติดต่อมาไม่ใช่ผู้เสียหาย
ควรเจรจาตอนไหน
หลักที่เราใช้กับลูกความคือ เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ หลังจากรู้ข้อเท็จจริงของตัวเองครบแล้ว ไม่ใช่เร็วที่สุดนับจากวันที่ตกใจ
ก่อนเปิดโต๊ะเจรจา อย่างน้อยต้องรู้
- มีคำร้องทุกข์อยู่กี่เรื่อง ที่สถานีใดบ้าง และผู้เสียหายมีกี่ราย
- ยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของท่านจริง ๆ เท่าไร แยกจากยอดรวมของขบวนการ
- ท่านถูกวางไว้ในฐานะอะไรในสำนวน ผู้ต้องหา พยาน หรือยังเป็นเพียงเจ้าของบัญชีที่ถูกอายัด
- ในบัญชีมีเงินของท่านเองปนอยู่เท่าไร
ข้อ 2 สำคัญเป็นพิเศษ เพราะคดีบัญชีม้ามักมีบัญชีหลายทอด ยอดความเสียหายรวมของทั้งขบวนการ ไม่ใช่ยอดที่ท่านต้องรับผิดชอบ คนที่ไม่รู้ข้อนี้แล้วรีบเจรจา มักถูกเรียกจากตัวเลขรวมซึ่งสูงกว่าความเป็นจริงมาก
เรื่องจำนวนเงิน
เราไม่ให้ตัวเลขสำเร็จรูป เพราะจำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะราย แต่หลักคิดที่ใช้ได้ทุกคดีมีอยู่
- ตั้งต้นจาก ยอดที่เชื่อมโยงกับบัญชีของท่านได้จริงตามหลักฐาน ไม่ใช่ยอดที่อีกฝ่ายเรียก
- แยกให้ชัดระหว่างเงินของผู้เสียหายที่ผ่านบัญชี กับเงินของท่านเองที่ถูกอายัดไปด้วย
- ถ้าจ่ายเป็นงวด ต้องเขียนเงื่อนไขและผลของการผิดนัดไว้ให้ชัดในบันทึกข้อตกลง
- อย่าตกลงจำนวนใด ๆ ทางโทรศัพท์หรือแชทก่อนมีเอกสาร
กับดักที่เจอบ่อยที่สุด
จ่ายให้คนที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย — มีผู้ติดต่อมาอ้างเป็นตัวแทน แล้วหายไปพร้อมเงิน ผู้เสียหายตัวจริงยังไม่ได้อะไรและคดียังอยู่ ต้องตรวจสอบตัวตนและความเชื่อมโยงกับสำนวนก่อนโอนทุกครั้ง
เซ็นเอกสารที่มีถ้อยคำรับสารภาพ — บันทึกข้อตกลงบางฉบับมีประโยคทำนองยอมรับว่ากระทำผิด ทั้งที่การชดใช้ไม่จำเป็นต้องมีข้อความนั้น ประโยคเดียวนี้ถูกนำไปใช้ในคดีอาญาได้
โอนเงินโดยไม่มีหลักฐานรับ — ไม่มีบันทึกข้อตกลง ไม่มีใบรับเงิน ไม่มีคำร้องถอนคำร้องทุกข์ สุดท้ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าเคยชดใช้
เจรจาก่อนดูสำนวน — ตกลงตัวเลขจากยอดรวมของขบวนการ ทั้งที่ส่วนของตนน้อยกว่ามาก
คิดว่าจ่ายแล้วไม่ต้องไปตามหมายเรียก — ยังต้องไปตามนัดทุกครั้ง การไม่ไปตามหมายเรียกทำให้สถานะแย่ลงทันที
เอกสารที่ต้องได้กลับมา
ถ้าตกลงกันได้แล้ว อย่าจบแค่โอนเงิน ต้องได้เอกสารเหล่านี้
- บันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาท ระบุคู่กรณี ยอดเงิน วิธีและกำหนดชำระ และขอบเขตว่าครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
- หลักฐานการชำระเงิน ที่โยงกับข้อตกลงฉบับนั้นได้
- คำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ในฐานที่ยอมความได้ ยื่นต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน
- สำเนาที่มีการรับรอง เก็บไว้เองทุกฉบับ อย่าให้ต้นฉบับไปทั้งหมด
เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ทนายจะใช้ยื่นประกอบในชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล รวมถึงใช้ประกอบคำร้องขอ ปลดอายัดบัญชี ในภายหลัง
ถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ
ไม่ได้แปลว่าจบ ให้เก็บหลักฐานว่าได้พยายามเจรจาและเสนอชดใช้โดยสุจริตไว้ให้ครบ เพราะยังใช้แสดงต่อศาลได้ในภายหลัง จากนั้นกลับไปตั้งหลักที่การต่อสู้ในเนื้อคดี ซึ่งประเด็นหลักมักอยู่ที่ ท่านรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมหรือไม่ — เป็นคนละเรื่องกับการที่เงินผ่านบัญชี
สรุปสั้น
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| ผู้เสียหายติดต่อมาขอเงินคืน | อย่าเพิ่งตกลงตัวเลข ให้ทนายตรวจสำนวนก่อน |
| อยากชดใช้เพื่อให้เรื่องเบาลง | ทำผ่านช่องทางที่มีเอกสาร ไม่โอนลอย |
| ถูกขอให้เซ็นเอกสาร | ให้ทนายอ่านก่อนลงชื่อทุกฉบับ |
| ตกลงกันได้แล้ว | เก็บบันทึกข้อตกลง หลักฐานจ่าย และคำร้องถอนคำร้องทุกข์ |
| เจรจาไม่สำเร็จ | เก็บหลักฐานความพยายามไว้ แล้วสู้ในเนื้อคดี |
การเจรจาที่ทำถูกลำดับช่วยได้จริง แต่การเจรจาที่ทำก่อนรู้ข้อเท็จจริง มักแพงกว่าการสู้คดี
ปรึกษาเบื้องต้นกับทีมคดีอาญาของเราไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-254-2045 หรือเขียนเรื่องของท่านมาที่ /contact
คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีเฉพาะ