ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คดีอาญา

ไกล่เกลี่ยคดีบัญชีม้า: ยอมความได้ไหม ควรจ่ายเมื่อไร และจ่ายแล้วคดีจบจริงหรือไม่

คดีบัญชีม้ายอมความได้ไหม ไกล่เกลี่ยที่ไหนได้บ้าง ควรชดใช้ตอนไหนถึงมีผลต่อคดี และกับดักที่ทำให้ 'จ่ายแล้วยังโดนคดีอยู่' — อธิบายทีละขั้นโดยทีมคดีอาญา สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมคดีอาญา9 นาที

คำถามที่ทุกคนถามก่อนเป็นข้อแรก

เมื่อบัญชีถูกอายัดหรือถูกเรียกไปให้ปากคำในคดีบัญชีม้า คำถามแรกที่เราได้ยินเกือบทุกครั้งคือ "จ่ายคืนเขาไปเลยได้ไหม แล้วเรื่องจะจบ"

คำตอบสั้นคือ ได้บางส่วน แต่ไม่จบทั้งหมด และลำดับการทำสำคัญมาก — คนที่รีบจ่ายก่อนรู้ข้อเท็จจริงของตัวเอง จำนวนไม่น้อยจบลงด้วยการ เสียเงินแล้วยังมีคดีอยู่

คู่มือนี้อธิบายว่าคดีบัญชีม้าไกล่เกลี่ยได้แค่ไหน ทำที่ไหนได้บ้าง ควรทำตอนไหน และต้องได้เอกสารอะไรกลับมา

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีเฉพาะราย ทุกคดีมีข้อเท็จจริงต่างกัน ควรปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่น ๆ

หากท่านยังไม่ได้อ่านภาพรวมของคดีบัญชีม้าตั้งแต่ต้น แนะนำให้เริ่มที่ คู่มือสู้คดีบัญชีม้า ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่หน้านี้

เข้าใจก่อน: ทำไม "ยอมความ" ถึงตอบไม่ได้ด้วยคำเดียว

คดีบัญชีม้าแทบไม่เคยมีข้อกล่าวหาเดียว ปกติจะมีหลายฐานพ่วงกันมาในสำนวนเดียว และแต่ละฐานมีลักษณะไม่เหมือนกัน

ความผิดอันยอมความได้ — ถ้าผู้เสียหายพอใจและถอนคำร้องทุกข์ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด คดีในฐานนั้นยุติลงได้ นี่คือส่วนที่การเจรจามีผลตรงที่สุด

ความผิดต่อแผ่นดิน — เป็นความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหายด้วย ผู้เสียหายที่เป็นเอกชนถอนให้ไม่ได้ แม้จะพอใจแล้วก็ตาม พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการยังมีหน้าที่ดำเนินคดีต่อไป

ในคดีบัญชีม้ามักมีทั้งสองแบบปนกัน จึงเกิดสถานการณ์ที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คือ ผู้เสียหายถอนแจ้งความให้แล้ว แต่คดียังเดินอยู่ — ไม่ใช่เพราะถูกหลอก แต่เพราะฐานที่เหลือไม่ใช่ฐานที่ยอมความได้

แล้วยังควรเจรจาอยู่ไหม — ควร เพราะการชดใช้และการบรรเทาผลร้ายยังมีน้ำหนักในหลายจุดของกระบวนการ ทั้งในความเห็นของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งคดีของอัยการ การพิจารณาเรื่องประกันตัว ดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล และการปิดความรับผิดทางแพ่งที่ผู้เสียหายอาจฟ้องตามมาอีกทาง

ไกล่เกลี่ยได้ที่ไหนบ้าง

การเจรจาในคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นได้หลายจุด และแต่ละจุดให้ผลต่างกัน

1. ชั้นพนักงานสอบสวน

เป็นจุดที่เร็วที่สุดและมักได้ผลดีที่สุด เพราะสำนวนยังไม่ถูกส่งต่อ ผู้เสียหายที่เพิ่งได้รับความเสียหายมักต้องการเงินคืนมากกว่าต้องการให้ใครติดคุก

ข้อควรระวังคือ ทุกถ้อยคำที่ท่านพูดในสถานีตำรวจสามารถถูกบันทึกไว้ได้ การเข้าไปเจรจาโดยไม่มีทนายจึงเสี่ยงที่จะกลายเป็นการให้การรับสารภาพโดยไม่ตั้งใจ

2. ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

หลายพื้นที่มีกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เป็นทางการ มีผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลาง และมีการทำบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อดีคือได้เอกสารที่มีน้ำหนักกว่าการตกลงกันเองผ่านแชท

3. ชั้นศาล

ศาลไทยสนับสนุนการไกล่เกลี่ยอย่างจริงจัง และหลายคดีจบลงที่ขั้นนี้ ข้อดีคือมีศาลเป็นคนกลางและบันทึกไว้ในสำนวน ข้อเสียคือถึงจุดนี้ท่านได้แบกต้นทุนคดีมาแล้วทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

4. เจรจากันเองนอกระบบ

ทำได้ แต่เป็นทางที่เสี่ยงที่สุด เพราะไม่มีคนกลาง ไม่มีเอกสารมาตรฐาน และเป็นช่องที่เจอการฉ้อโกงซ้ำบ่อยที่สุด — มีกรณีที่ผู้เสียหายตัวจริงไม่เคยได้เงิน เพราะผู้ติดต่อมาไม่ใช่ผู้เสียหาย

ควรเจรจาตอนไหน

หลักที่เราใช้กับลูกความคือ เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ หลังจากรู้ข้อเท็จจริงของตัวเองครบแล้ว ไม่ใช่เร็วที่สุดนับจากวันที่ตกใจ

ก่อนเปิดโต๊ะเจรจา อย่างน้อยต้องรู้

  1. มีคำร้องทุกข์อยู่กี่เรื่อง ที่สถานีใดบ้าง และผู้เสียหายมีกี่ราย
  2. ยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของท่านจริง ๆ เท่าไร แยกจากยอดรวมของขบวนการ
  3. ท่านถูกวางไว้ในฐานะอะไรในสำนวน ผู้ต้องหา พยาน หรือยังเป็นเพียงเจ้าของบัญชีที่ถูกอายัด
  4. ในบัญชีมีเงินของท่านเองปนอยู่เท่าไร

ข้อ 2 สำคัญเป็นพิเศษ เพราะคดีบัญชีม้ามักมีบัญชีหลายทอด ยอดความเสียหายรวมของทั้งขบวนการ ไม่ใช่ยอดที่ท่านต้องรับผิดชอบ คนที่ไม่รู้ข้อนี้แล้วรีบเจรจา มักถูกเรียกจากตัวเลขรวมซึ่งสูงกว่าความเป็นจริงมาก

เรื่องจำนวนเงิน

เราไม่ให้ตัวเลขสำเร็จรูป เพราะจำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะราย แต่หลักคิดที่ใช้ได้ทุกคดีมีอยู่

  • ตั้งต้นจาก ยอดที่เชื่อมโยงกับบัญชีของท่านได้จริงตามหลักฐาน ไม่ใช่ยอดที่อีกฝ่ายเรียก
  • แยกให้ชัดระหว่างเงินของผู้เสียหายที่ผ่านบัญชี กับเงินของท่านเองที่ถูกอายัดไปด้วย
  • ถ้าจ่ายเป็นงวด ต้องเขียนเงื่อนไขและผลของการผิดนัดไว้ให้ชัดในบันทึกข้อตกลง
  • อย่าตกลงจำนวนใด ๆ ทางโทรศัพท์หรือแชทก่อนมีเอกสาร

กับดักที่เจอบ่อยที่สุด

จ่ายให้คนที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย — มีผู้ติดต่อมาอ้างเป็นตัวแทน แล้วหายไปพร้อมเงิน ผู้เสียหายตัวจริงยังไม่ได้อะไรและคดียังอยู่ ต้องตรวจสอบตัวตนและความเชื่อมโยงกับสำนวนก่อนโอนทุกครั้ง

เซ็นเอกสารที่มีถ้อยคำรับสารภาพ — บันทึกข้อตกลงบางฉบับมีประโยคทำนองยอมรับว่ากระทำผิด ทั้งที่การชดใช้ไม่จำเป็นต้องมีข้อความนั้น ประโยคเดียวนี้ถูกนำไปใช้ในคดีอาญาได้

โอนเงินโดยไม่มีหลักฐานรับ — ไม่มีบันทึกข้อตกลง ไม่มีใบรับเงิน ไม่มีคำร้องถอนคำร้องทุกข์ สุดท้ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าเคยชดใช้

เจรจาก่อนดูสำนวน — ตกลงตัวเลขจากยอดรวมของขบวนการ ทั้งที่ส่วนของตนน้อยกว่ามาก

คิดว่าจ่ายแล้วไม่ต้องไปตามหมายเรียก — ยังต้องไปตามนัดทุกครั้ง การไม่ไปตามหมายเรียกทำให้สถานะแย่ลงทันที

เอกสารที่ต้องได้กลับมา

ถ้าตกลงกันได้แล้ว อย่าจบแค่โอนเงิน ต้องได้เอกสารเหล่านี้

  1. บันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาท ระบุคู่กรณี ยอดเงิน วิธีและกำหนดชำระ และขอบเขตว่าครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
  2. หลักฐานการชำระเงิน ที่โยงกับข้อตกลงฉบับนั้นได้
  3. คำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ในฐานที่ยอมความได้ ยื่นต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน
  4. สำเนาที่มีการรับรอง เก็บไว้เองทุกฉบับ อย่าให้ต้นฉบับไปทั้งหมด

เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ทนายจะใช้ยื่นประกอบในชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล รวมถึงใช้ประกอบคำร้องขอ ปลดอายัดบัญชี ในภายหลัง

ถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ

ไม่ได้แปลว่าจบ ให้เก็บหลักฐานว่าได้พยายามเจรจาและเสนอชดใช้โดยสุจริตไว้ให้ครบ เพราะยังใช้แสดงต่อศาลได้ในภายหลัง จากนั้นกลับไปตั้งหลักที่การต่อสู้ในเนื้อคดี ซึ่งประเด็นหลักมักอยู่ที่ ท่านรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมหรือไม่ — เป็นคนละเรื่องกับการที่เงินผ่านบัญชี

สรุปสั้น

สถานการณ์สิ่งที่ควรทำ
ผู้เสียหายติดต่อมาขอเงินคืนอย่าเพิ่งตกลงตัวเลข ให้ทนายตรวจสำนวนก่อน
อยากชดใช้เพื่อให้เรื่องเบาลงทำผ่านช่องทางที่มีเอกสาร ไม่โอนลอย
ถูกขอให้เซ็นเอกสารให้ทนายอ่านก่อนลงชื่อทุกฉบับ
ตกลงกันได้แล้วเก็บบันทึกข้อตกลง หลักฐานจ่าย และคำร้องถอนคำร้องทุกข์
เจรจาไม่สำเร็จเก็บหลักฐานความพยายามไว้ แล้วสู้ในเนื้อคดี

การเจรจาที่ทำถูกลำดับช่วยได้จริง แต่การเจรจาที่ทำก่อนรู้ข้อเท็จจริง มักแพงกว่าการสู้คดี

ปรึกษาเบื้องต้นกับทีมคดีอาญาของเราไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-254-2045 หรือเขียนเรื่องของท่านมาที่ /contact


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

คดีบัญชีม้ายอมความได้ไหม?+

ต้องดูว่าถูกกล่าวหาในฐานความผิดใด คดีบัญชีม้ามักมีหลายฐานพ่วงกัน บางฐานเป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งถ้าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์คดีในฐานนั้นจบได้ แต่บางฐานเป็นความผิดต่อแผ่นดินที่ผู้เสียหายถอนให้ไม่ได้ พนักงานสอบสวนและอัยการยังต้องดำเนินคดีต่อ การชดใช้จึงไม่ใช่ปุ่มปิดคดีเสมอไป แต่ยังมีผลต่อดุลพินิจในหลายขั้นตอน

จ่ายเงินคืนผู้เสียหายแล้ว คดีจบเลยไหม?+

ไม่จบโดยอัตโนมัติ การชดใช้มีผลชัดที่สุดกับความรับผิดทางแพ่งและกับฐานที่ยอมความได้ ส่วนฐานที่เป็นความผิดต่อแผ่นดินยังต้องเดินตามกระบวนการ สิ่งที่การชดใช้ช่วยได้คือใช้ประกอบการพิจารณาในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล ว่าท่านบรรเทาผลร้ายแล้ว จึงควรทำอย่างมีเอกสารครบ ไม่ใช่โอนเงินลอย ๆ

ควรไกล่เกลี่ยตอนไหนถึงจะดีที่สุด?+

โดยทั่วไปยิ่งเร็วยิ่งดี แต่ต้องเร็วหลังจากรู้ข้อเท็จจริงของตัวเองแล้วเท่านั้น ถ้ายังไม่รู้ว่าเงินที่ผ่านบัญชีมีจำนวนเท่าไร มาจากผู้เสียหายกี่ราย และท่านเกี่ยวข้องในฐานะอะไร การรีบเจรจาอาจทำให้ตกลงในจำนวนที่ไม่ถูกต้อง หรือเผลอให้ถ้อยคำที่กลายเป็นการยอมรับข้อกล่าวหา ควรให้ทนายตรวจสำนวนและตัวเลขก่อนเปิดโต๊ะเจรจา

ผู้เสียหายมีหลายราย ต้องไกล่เกลี่ยทุกรายไหม?+

ในทางปฏิบัติต้องดูรายที่ร้องทุกข์ไว้ทุกราย เพราะแต่ละรายมีสิทธิดำเนินคดีของตนเอง การตกลงกับรายเดียวไม่ทำให้เรื่องของรายอื่นหายไป และคดีบัญชีม้ามักมีผู้เสียหายกระจายหลายจังหวัด ทนายจะช่วยรวบรวมว่ามีคำร้องทุกข์อยู่กี่เรื่อง ที่สถานีใดบ้าง แล้ววางลำดับการเจรจาให้ครบ

ต้องเซ็นเอกสารยอมรับผิดก่อนถึงจะไกล่เกลี่ยได้ไหม?+

ไม่จำเป็น และไม่ควรเซ็นโดยไม่ให้ทนายอ่านก่อน บันทึกข้อตกลงสามารถเขียนในลักษณะระงับข้อพิพาทและชดใช้ค่าเสียหายได้ โดยไม่ต้องมีถ้อยคำรับสารภาพในทางอาญา ถ้อยคำที่เขียนไว้ผิดจุดเดียวอาจถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีอาญาภายหลัง จึงต้องให้ทนายร่างหรือตรวจก่อนลงชื่อทุกครั้ง

ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จะเสียเปรียบไหม?+

ไม่ได้เสียเปรียบโดยตัวมันเอง ถ้าท่านทำอย่างถูกวิธี คือเสนอโดยไม่ยอมรับข้อกล่าวหา และมีหลักฐานว่าได้พยายามบรรเทาผลร้ายแล้ว ข้อเสนอที่ทำไว้อย่างสุจริตยังใช้แสดงต่อศาลได้ ปัญหาจะเกิดก็ต่อเมื่อไปเจรจาเองแล้วให้ถ้อยคำหรือเซ็นเอกสารที่ผูกมัดตัวเองไว้ก่อน