ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือกฎหมายมรดก

พ่อแม่เสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร: คู่มือทายาทและผู้จัดการมรดก

คนในครอบครัวเพิ่งเสียชีวิต ธนาคารไม่ให้ถอน ที่ดินโอนไม่ได้ พี่น้องเริ่มไม่ลงรอย — คู่มือทายาทไทยว่าใครมีสิทธิ ต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ และควรเริ่มตรงไหน

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมคดีครอบครัวและมรดก11 สิงหาคม 256917 นาที

เมื่อธนาคารบอกว่า "ต้องมีคำสั่งศาลก่อน"

งานศพเพิ่งเสร็จ ธนาคารไม่ให้ถอน ที่ดินโอนไม่ได้ และเริ่มมีคนในบ้านพูดเรื่องทรัพย์

⚠️ คำเตือนที่สำคัญที่สุดในคู่มือนี้ คำบอกเล่าที่ว่า "คดีมรดกต้องฟ้องภายในหนึ่งปี" ไม่ได้ผิดทั้งหมด หลักทั่วไปของคดีมรดกคือ 1 ปี และโดยหลักแล้วจะเรียกร้องเลย เพดาน 10 ปี นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ไปไม่ได้ ทั้งสองชั้นนี้อยู่ใน มาตรา 1754 เว้นแต่กรณีที่กฎหมายยกเว้นไว้เป็นการเฉพาะ เช่น ทายาทผู้ครอบครองทรัพย์มรดกตามมาตรา 1748 ให้ตั้งกรอบนี้ไว้ในใจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงค่อยพิจารณาว่ากรณีของท่านเข้าข้อยกเว้นหรือไม่ ไม่ใช่เริ่มจากการหวังว่าจะมีข้อยกเว้นมาช่วย จุดเริ่มนับของแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน อย่างน้อยต้องแยกให้ออกสามเรื่อง — สิทธิของทายาทที่จะเรียกเอาทรัพย์มรดก · ข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้ที่จะทวงหนี้จากกองมรดก · สิทธิของผู้รับพินัยกรรมตามข้อกำหนดในพินัยกรรม บางชั้นนับแต่วันที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย บางชั้นนับแต่วันที่ผู้มีสิทธิรู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย ส่วนชั้นของผู้รับพินัยกรรมนับแต่วันที่ผู้รับพินัยกรรมรู้หรือควรได้รู้ถึงสิทธิซึ่งตนมีอยู่ตามพินัยกรรม ซึ่งอาจเป็นคนละวันกับวันที่รู้ข่าวการตาย โดยเฉพาะพินัยกรรมแบบเอกสารลับที่เพิ่งเปิดภายหลัง แต่โดยหลักทุกชั้นชนเพดาน 10 ปีเดียวกัน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 1748 ข้อยกเว้นที่เปลี่ยนคำตอบได้ทั้งเรื่อง คือ ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกอยู่แล้ว ซึ่งตาม มาตรา 1748 ยังมีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์มรดกที่ตนครอบครองอยู่นั้นได้ แม้ล่วงพ้นกำหนดอายุความตามมาตรา 1754 แล้วก็ตาม คือพ้นทั้งชั้น 1 ปีและเพดาน 10 ปี ตราบเท่าที่ยังครอบครองทรัพย์นั้นอยู่ และอีกกรณีคือเมื่อมี ผู้จัดการมรดก เข้ามาจัดการกองมรดก ซึ่งการเรียกร้องต่อผู้จัดการมรดกมีกำหนดเวลาของตัวเองแยกต่างหาก ❗ อย่ารอเพียงเพราะส่งหนังสือทวงถามไปแล้ว การส่งหนังสือทวงถามฝ่ายเดียวโดยลำพัง ปกติไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง หนังสือทวงถามมีคุณค่าในแง่แสดงว่าท่านไม่ได้ยินยอมและไม่ได้ทอดทิ้งสิทธิ แต่ไม่ได้ซื้อเวลาให้ท่าน หลายครอบครัวส่งหนังสือทวงกันทุกปีจนพ้นกำหนดโดยไม่รู้ตัว ผลคือ พ่อแม่เสียไปสามปีแล้วไม่ได้แปลว่าท่านหมดสิทธิเสมอไป และ เพิ่งเสียเมื่อเดือนที่แล้วก็ไม่ได้แปลว่ามีเวลาเหลือเฟือ ให้ทนายดูวันเสียชีวิต วันที่ท่านรู้ถึงความตาย และสภาพการครอบครองทรัพย์จริง แล้วนับถอยหลังจากวันนี้ว่าเหลือเวลาเท่าไร

ทายาทโดยธรรม: ใครได้ก่อน ใครไม่ได้เลย

ก่อนอื่น สินสมรสของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่มรดก ต้องแบ่งส่วนของคู่สมรสออกก่อน เฉพาะ ส่วนของผู้ตายในสินสมรส บวกสินส่วนตัวของผู้ตาย เท่านั้นที่เป็นกองมรดก วิธีแยกอธิบายไว้ใน คู่มือฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรส ส่วนคู่ที่อยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสไม่ใช่ทายาทโดยธรรม ไม่ว่าอยู่ด้วยกันมากี่สิบปี

ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับ คือ (1) ผู้สืบสันดาน — ลูก รวมหลานที่รับมรดกแทนที่ (2) บิดามารดาของผู้ตาย (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่ (5) ปู่ ย่า ตา ยาย (6) ลุง ป้า น้า อา

ลำดับก่อนตัดลำดับหลัง ถ้ามีทายาทลำดับ 1 อยู่แม้เพียงคนเดียว ลำดับ 3 ถึง 6 ไม่ได้รับอะไรเลย พี่น้องของผู้ตายจึงมักไม่มีสิทธิถ้าผู้ตายมีลูก ข้อยกเว้นคือบิดามารดา ซึ่งไม่ถูกตัดออกไปพร้อมลำดับอื่น และถ้าลูกคนหนึ่งเสียชีวิตก่อนผู้ตาย ลูกของคนนั้นเข้ามา รับมรดกแทนที่ ในส่วนที่พ่อหรือแม่ของตนจะได้ คู่สมรสที่จดทะเบียนเป็นทายาทเสมอ แต่ ส่วนแบ่งไม่คงที่ ขึ้นกับว่าเหลือทายาทลำดับใดอยู่ คู่มือนี้ไม่ลงตัวเลขสัดส่วน เพราะต้องคำนวณจากบัญชีเครือญาติจริง

คนที่ต้องพิสูจน์เพิ่ม — ลูกที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเป็นทายาทของแม่เสมอ ส่วนฝ่ายพ่อต้องมี การรับรอง ซึ่งอาจเป็นการรับรองตามกฎหมาย เช่น จดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำพิพากษาของศาล หรือเป็นการรับรอง โดยพฤติการณ์ที่ฝ่ายบิดาแสดงออกว่ารับเด็กเป็นบุตรของตน เช่น บิดาเป็นผู้ไปแจ้งต่อทางราชการว่าเด็กเป็นบุตรของตน ยอมให้ใช้นามสกุล ส่งเสียเลี้ยงดู และแสดงต่อคนทั่วไปอย่างเปิดเผยว่าเป็นลูก ข้อควรระวังที่ทำให้หลายเรื่องพลาด คือการที่มารดาเป็นผู้ระบุชื่อบิดาลงในเอกสารเองอาจยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์คือพฤติการณ์ของฝ่ายบิดา ไม่ใช่คำบอกเล่าของฝ่ายมารดา ครอบครัวที่อยู่ในสถานะนี้จึงควรเก็บรูปถ่าย ข้อความ หลักฐานการส่งเงิน และรายชื่อพยานที่เห็นการเลี้ยงดูไว้ตั้งแต่ต้น · บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนแล้วโดยหลักมีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ลูกเลี้ยงที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ใช่ทายาท · เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาในวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายมีสิทธิรับมรดกได้ถ้าภายหลังเกิดมารอดอยู่ และกฎหมายวางข้อสันนิษฐานช่วยไว้ว่า ถ้าเด็กเกิดมารอดอยู่ภายใน 310 วันนับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ให้สันนิษฐานว่าเด็กนั้นได้อยู่ในครรภ์มารดาแล้วในเวลาที่เจ้ามรดกตาย บ้านที่มีเรื่องนี้ควรแจ้งให้ผู้จัดการมรดกและศาลทราบตั้งแต่แรก อย่าเพิ่งแบ่งมรดกให้จบก่อนเด็กคลอด

ถ้ามีพินัยกรรม

พินัยกรรมที่สมบูรณ์ มีผลเหนือกว่าลำดับทายาทโดยธรรม สำหรับทรัพย์ที่ระบุไว้ ส่วนทรัพย์ที่ไม่ได้พูดถึงกลับไปแบ่งตามลำดับทายาทตามปกติ

พินัยกรรมตามกฎหมายไทยมี 5 แบบ ไม่ใช่แบบเดียว — แบบธรรมดาที่ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน · แบบเขียนเองทั้งฉบับด้วยลายมือผู้ทำ · แบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ ที่ว่าการอำเภอ · แบบเอกสารลับที่ปิดผนึกและนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ · และแบบทำด้วยวาจาในพฤติการณ์พิเศษ แต่ละแบบมีเงื่อนไขของตนเอง และแบบที่ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่มักถูกโต้แย้งได้ยากกว่า

กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องพยาน พยานไม่ควรเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้รับ หลายครอบครัวให้ลูกคนที่ได้รับบ้านเซ็นเป็นพยานเสียเอง จุดที่มักเข้าใจผิดคือ ผลกระทบตกที่ข้อกำหนดส่วนที่ยกทรัพย์ให้พยานคนนั้นหรือคู่สมรสของเขา ไม่ใช่ทำให้พินัยกรรมทั้งฉบับเสียไป

ท่านที่ยังไม่เคยทำพินัยกรรมและอยากเห็นภาพรวมสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ อ่านได้ที่ เรื่องที่ควรรู้ก่อนลงมือเขียนเอกสารยกทรัพย์ให้ลูกหลาน

ถ้าผู้ตายหรือทายาทเป็นชาวต่างชาติ หรือมีทรัพย์อยู่หลายประเทศ ดู คู่มือพินัยกรรมและมรดกสำหรับชาวต่างชาติ

กรณีใดมักต้องตั้งผู้จัดการมรดก

มรดกตกทอดทันทีที่เจ้ามรดกตาย แต่ หน่วยงานที่ถือทรัพย์อยู่มักไม่ปล่อยทรัพย์จนกว่าจะมีคนที่มีอำนาจตามกฎหมายมารับแทนกองมรดก ธนาคารอายัดบัญชีทันทีที่ทราบการเสียชีวิต เพราะถ้าจ่ายให้ลูกคนหนึ่งไปแล้วทายาทคนอื่นมาเรียกร้องภายหลัง ธนาคารเองต้องรับผิด สำนักงานที่ดินและบริษัทประกันใช้เหตุผลเดียวกัน คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกจึงเป็นเอกสารที่ทำให้ทุกฝ่ายกล้าปล่อยทรัพย์

แต่ไม่ใช่ทุกกองมรดกที่ต้องมีคำสั่งศาล ก่อนตัดสินใจยื่นคำร้อง ให้ไล่ดูทรัพย์ทีละรายการก่อน เพราะบางรายการมีทางที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้วโดยไม่ต้องผ่านศาล

  • ที่ดินและห้องชุด กรมที่ดินมีขั้นตอน จดทะเบียนโอนมรดกโดยไม่ต้องมีผู้จัดการมรดก ถ้าทายาททุกคนเห็นตรงกัน เอกสารครบ และไม่มีผู้คัดค้านในชั้นประกาศ รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป
  • ประกันชีวิตที่ระบุตัวผู้รับประโยชน์ไว้ โดยหลักบริษัทประกันจ่ายเงินตรงแก่ผู้รับประโยชน์ที่ระบุชื่อไว้ ไม่ผ่านกองมรดกและไม่ต้องรอผู้จัดการมรดก เงินจะตกแก่กองมรดกก็ต่อเมื่อ ไม่มีผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ หรือเข้าเงื่อนไขที่กรมธรรม์และกฎหมายกำหนด เช่น ผู้รับประโยชน์เสียชีวิตไปก่อน จึงควรอ่านหน้ากรมธรรม์ให้ชัดก่อนเหมารวมว่าเป็นมรดกทั้งก้อน
  • เงินฝากยอดไม่สูง เงินสงเคราะห์ กองทุน และสวัสดิการบางประเภท แต่ละแห่งมีระเบียบภายในของตนเอง บางแห่งยอมจ่ายให้ทายาทได้แม้ไม่มีผู้จัดการมรดก โดยใช้หนังสือยินยอมของทายาททุกคนแทน ควรโทรถามเงื่อนไขของแต่ละแห่งก่อน แทนที่จะเหมายื่นศาลไปทั้งหมด

กรณีที่มักต้องตั้งผู้จัดการมรดกจริง ๆ คือเมื่อ ทายาทคนใดคนหนึ่งไม่เห็นด้วยหรือติดต่อไม่ได้ · มีทายาทเป็นผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถ · ทรัพย์มีหลายประเภทกระจายหลายจังหวัด · หน่วยงานผู้ถือทรัพย์ยืนยันขอคำสั่งศาลเป็นเงื่อนไข · กองมรดกมีหนี้ที่ต้องชำระหรือมีคดีค้างอยู่ · หรือมีพินัยกรรมที่ต้องมีคนกลางมาจัดการให้เป็นไปตามนั้น

❗ ระหว่างที่ยังไม่มีผู้จัดการมรดก อย่าใช้บัตร ATM แอปธนาคาร หรือรหัสของผู้ตายถอนเงินออกมาใช้ แม้จะเอาไปจ่ายค่างานศพก็ตาม เพราะอาจถูกกล่าวหาว่ายักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก ซึ่งอาจถึงขั้นถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดก และมีความรับผิดทางอาญาแยกต่างหาก หากต้องสำรองค่างานศพ ให้ชำระด้วยเงินของผู้สำรอง เก็บใบเสร็จ และขอเบิกคืนจากกองมรดกภายหลัง อย่าใช้บัตร รหัส หรือบัญชีออนไลน์ของผู้ตายโดยพลการ

ที่ต้องเข้าใจให้ตรงคือ การถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการถอนเงินทุกกรณี กฎหมายวางองค์ประกอบไว้ว่าต้องเป็นการ ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก โดยฉ้อฉลหรือโดยรู้อยู่ว่าตนทำให้ทายาทคนอื่นเสียประโยชน์ จุดนี้เป็นเรื่องที่ต้องไปพิสูจน์กันในศาลว่าเข้าองค์ประกอบหรือไม่ ไม่ใช่ข้ออนุญาตให้ถอนได้ถ้ามีใบเสร็จ และข้อนี้เป็นการพิจารณา เฉพาะประเด็นการถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดก เท่านั้น ไม่ได้ทำให้การใช้บัตร รหัส หรือแอปของผู้ตายกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ ความรับผิดทางอาญาจากการใช้บัตรและบัญชีของผู้อื่นเป็นคนละเรื่องกัน และใบเสร็จค่างานศพไม่ได้ลบล้างให้ ผู้ที่ถอนเงินจากบัญชีผู้ตายจึงตกเป็นฝ่ายต้องพิสูจน์ตัวเองเสมอ กว่าจะจบก็เสียเวลาและเสียความสัมพันธ์ในบ้านไปแล้ว ทางที่ปลอดภัยกว่ามากคืออย่าแตะบัญชีของผู้ตายตั้งแต่แรก แล้วใช้วิธีสำรองจ่ายด้วยเงินของตนเองแล้วขอเบิกคืนจากกองมรดกภายหลังตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

ที่ดิน: จดทะเบียนรับมรดกโดยไม่ผ่านศาล

เฉพาะกรณีที่ดิน ถ้าทายาทเห็นตรงกันทุกคนและเอกสารครบ ยื่นขอจดทะเบียนรับมรดกที่สำนักงานที่ดินได้โดยตรง เจ้าหน้าที่จะปิดประกาศให้ผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านก่อน ถ้ามีทายาทมาโต้แย้ง เจ้าพนักงานที่ดินจะสอบสวนและเปรียบเทียบให้ตกลงกันก่อน ถ้าตกลงกันไม่ได้จึงมีคำสั่งไปตามที่เห็นสมควร และฝ่ายที่ไม่พอใจต้องไปฟ้องศาลภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง พร้อมนำหลักฐานการยื่นฟ้องมาแสดงต่อเจ้าพนักงาน

⚠️ 60 วันนี้เป็นกำหนดของ ขั้นตอนทางทะเบียน ไม่ใช่อายุความตัดสิทธิเรียกร้องตามมูลคดีเดิม แต่ อย่าอ่านข้อนี้เป็นความปลอดภัย ถ้าท่านไม่ฟ้องและไม่นำหลักฐานการยื่นฟ้องมาแสดงภายใน 60 วัน เจ้าพนักงานจะดำเนินการจดทะเบียนไปตามคำสั่งนั้น ชื่อในโฉนดจะเปลี่ยนไปเป็นของอีกฝ่ายจริง ๆ และเมื่อเขามีชื่อทางทะเบียนแล้ว เขาย่อมโอนขายหรือจำนองต่อให้บุคคลภายนอกได้ ถ้าบุคคลภายนอกรับโอนไปโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน การเรียกที่ดินคืนจะยากขึ้นมาก และท่านอาจเหลือเพียงการเรียกค่าเสียหายจากทายาทที่โอนไป ซึ่งได้ไม่เท่าตัวที่ดินและบางครั้งตามยึดอะไรไม่ได้เลย จึงไม่ควรปล่อยกำหนด 60 วันนี้ผ่านไปเฉย ๆ ในทางกลับกัน การยื่นฟ้องทันภายใน 60 วันก็ไม่ได้แปลว่าจะชนะคดี เป็นเพียงการรักษาสถานะไว้ไม่ให้ทะเบียนเดินหน้าไปก่อน

ขอตั้งผู้จัดการมรดก และหน้าที่ที่ตามมา

ทำบัญชีเครือญาติให้ครบก่อน ต้องระบุทายาททุกคนแม้คนที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน การจงใจไม่ระบุชื่อทายาทคนหนึ่งเพื่อให้เรื่องผ่านเร็ว เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คำสั่งศาลถูกเพิกถอนภายหลัง ส่วนทายาทที่ไม่ยอมเซ็นให้ความยินยอมไม่ได้ทำให้เรื่องเดินต่อไม่ได้ ขอเพียงระบุชื่อเขาไว้ในคำร้อง

ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย ไม่ใช่ศาลที่ทายาทอยู่ และไม่ใช่ศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่เสมอไป ถ้าชื่อในทะเบียนบ้านอยู่คนละจังหวัดกับที่อยู่จริง ให้ทนายตรวจเขตอำนาจศาลก่อนยื่น เอกสารหลักคือใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านที่จำหน่ายชื่อผู้ตายแล้ว เอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาท และเอกสารแสดงทรัพย์มรดก ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท และตั้งหลายคนร่วมกันก็ได้เพื่อถ่วงดุล ส่วนผู้ที่กฎหมายห้ามมิให้เป็น โดยหลักคือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย

ผู้จัดการมรดกทำงานแทนกองมรดก ไม่ใช่เจ้าของ การลงชื่อในทะเบียนในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นขั้นตอนเอกสาร ไม่ใช่การได้กรรมสิทธิ์ หน้าที่คือทำบัญชีทรัพย์มรดกต่อหน้าพยานภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายวางไว้ ซึ่งเริ่มนับเร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด แล้วรวบรวมทรัพย์ ชำระหนี้ และแบ่งส่วนที่เหลือให้ทายาทตามสิทธิ กฎหมายวางกรอบเวลาให้จัดการให้เสร็จ ไม่ได้ให้ค้างไว้ไม่มีกำหนด สิ่งที่ทำไม่ได้คือ เอาทรัพย์มรดกไปเกินส่วนที่ตนมีสิทธิ ขายทรัพย์มรดกให้ตัวเองหรือคู่สมรสของตนโดยพินัยกรรมไม่ได้กำหนดให้ทำได้และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน และแบ่งทรัพย์ข้ามทายาทบางคน ผู้จัดการมรดกที่มีเหตุจำเป็นจริงจึงมีทางที่ถูกต้องอยู่ คือยื่นขออนุญาตจากศาลไว้ก่อนลงมือ ไม่ใช่ทำไปก่อนแล้วค่อยอธิบายทีหลัง การเรียกร้องต่อผู้จัดการมรดกมีกำหนดเวลาของตัวเอง เริ่มนับจากวันที่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ไม่ใช่จากวันที่ผู้ตายเสียชีวิต

ในทางกลับกัน ผู้จัดการมรดกที่เป็นทายาทด้วยย่อมรับทรัพย์ตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้ตามปกติ การที่พี่คนโตซึ่งศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้รับส่วนแบ่งของตนไปด้วย ไม่ใช่เรื่องผิดในตัวเอง และไม่ใช่เหตุร้องถอนโดยลำพัง สิ่งที่ผิดคือการเอาเกินสิทธิของตน การใช้อำนาจผู้จัดการมรดกไปในทางที่ขัดกับประโยชน์ของกองมรดก หรือการปิดบังทรัพย์ไม่ให้เข้าบัญชีทรัพย์มรดก น้อง ๆ ที่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจจึงควรเริ่มจากการ ขอดูบัญชีทรัพย์มรดกเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนจะสรุปว่าถูกโกง

ถ้าผู้จัดการมรดกละเลยหน้าที่จริง ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาลให้ ถอนผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1727 ได้ โดยต้องแสดงเหตุ เช่น ละเลยไม่ทำตามหน้าที่ หรือมีเหตุอย่างอื่นที่สมควร จุดที่คนพลาดกันมากคือกำหนดเวลา — คำร้องขอถอนต้องยื่นก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้น เมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว ช่องทางนี้ปิดลง สิ่งที่เหลืออาจต้องเปลี่ยนเป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืน ฟ้องให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหาย หรือขอเยียวยาในฐานอื่น ซึ่งแต่ละฐานมีภาระการพิสูจน์และกำหนดเวลาของตัวเองที่ยากกว่าเดิม ถ้าเริ่มเห็นว่าการจัดการไม่ชอบมาพากล อย่ารอให้ทุกอย่างจบก่อนแล้วค่อยไปหาทนาย

หนี้ของผู้ตาย และภาษีการรับมรดก

โดยหลัก ทายาทไม่ต้องรับผิดในหนี้ของผู้ตายเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดมาถึงตน แต่ต้องเข้าใจให้ตรงว่าข้อจำกัดนี้จำกัดไว้ที่ มูลค่าของมรดกที่ท่านได้รับ ไม่ใช่เกราะที่คุ้มกันทรัพย์แต่ละชิ้นของท่านแบบเด็ดขาด ถ้าท่านรับมรดกมาแล้วนำไปใช้จ่าย ขายต่อ หรือปนกับทรัพย์ของตัวเองจนแยกไม่ออก เจ้าหนี้ของกองมรดกยังเรียกร้องเอาจากท่านได้ ภายในวงเงินเท่ากับมูลค่ามรดกที่ท่านได้รับมา การพูดกว้าง ๆ ว่า "เจ้าหนี้แตะบ้านที่ลูกซื้อเองไม่ได้" จึงไม่ปลอดภัยพอ เพราะเมื่อความรับผิดในวงเงินนั้นเกิดขึ้นแล้ว การบังคับชำระหนี้ย่อมเป็นไปตามกฎหมายบังคับคดีตามปกติ วิธีป้องกันที่ได้ผลจริงคือ ทำบัญชีทรัพย์มรดกให้ชัด แยกบัญชีและแยกทรัพย์มรดกออกจากทรัพย์ส่วนตัว และเก็บหลักฐานว่าได้รับอะไรมามูลค่าเท่าไร เพื่อให้พิสูจน์เพดานความรับผิดของตนได้ ส่วนผู้ค้ำประกันหรือลูกหนี้ร่วมยังรับผิดในฐานะนั้นเต็มจำนวน และเจ้าหนี้จำนองยังบังคับเอาจากทรัพย์ที่จำนองได้ เราเคยอธิบายประเด็นนี้แบบย่อไว้ใน บทความว่าด้วยหนี้ที่ตกทอดมาถึงลูกหลาน สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มตั้งหลัก

ที่ต้องระวังที่สุดคือ อย่าเซ็นเอกสารรับสภาพหนี้แทนผู้ตายก่อนให้ทนายอ่านทุกบรรทัด ข้อเท็จจริงคือการเซ็นไม่ได้เปลี่ยนท่านเป็นลูกหนี้เต็มจำนวนโดยอัตโนมัติในทุกกรณี ผลขึ้นอยู่กับ ข้อความในเอกสาร ว่าเป็นเพียงการรับทราบยอดหนี้ของกองมรดกในฐานะทายาท หรือเป็นการ รับโอนหนี้มาเป็นหนี้ของตนเอง เข้าค้ำประกัน หรือก่อหนี้ใหม่ สามอย่างหลังนี้ทำให้ท่านผูกพันในฐานะส่วนตัว ซึ่งไม่มีเพดานตามมูลค่ามรดกอีกต่อไป เอกสารที่เจ้าหน้าที่เร่งให้เซ็น "เพื่อความสะดวก" มักมีข้อความประเภทนี้ปนอยู่ในย่อหน้าท้าย ๆ ถ้าถูกเร่ง ให้ขอสำเนากลับมาอ่านก่อนเสมอ

เรื่องภาษีการรับมรดก จุดที่เข้าใจผิดกันมากคือฐานที่ใช้คิด ภาษีนี้คิดจาก มรดกสุทธิที่ผู้รับแต่ละรายได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละราย ไม่ใช่จากกองมรดกรวมทั้งกอง และเก็บ เฉพาะทรัพย์สินประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่ทรัพย์ทุกชิ้นในบ้าน ผู้รับแต่ละคนจึงต้องดูของตัวเอง ไม่ใช่ดูยอดรวมของทั้งบ้านแล้วตกใจไปด้วยกัน สาระสำคัญที่ควรรู้ก่อนไปคุยกับเจ้าหน้าที่มีดังนี้

ประเด็นหลักที่ใช้
คู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก
ฐานที่ใช้คิดมรดกสุทธิที่ผู้รับแต่ละรายได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละราย เฉพาะทรัพย์ประเภทที่กฎหมายกำหนด
ส่วนที่ต้องเสียปัจจุบันจัดเก็บเฉพาะส่วนที่ เกิน 100 ล้านบาท
อัตรา5% ถ้าผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน · 10% สำหรับผู้รับกรณีอื่น

หมายความว่ากองมรดกส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีการรับมรดกเลย และคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้นอยู่แล้วตั้งแต่ต้น สิ่งที่ครอบครัวทั่วไปเจอจริงจึงมักเป็น ค่าธรรมเนียมในชั้นจดทะเบียนโอนที่ดิน มากกว่า ซึ่งการโอนมรดกทางทะเบียนมี อัตราลดสำหรับการโอนระหว่างบุพการีกับผู้สืบสันดาน หรือระหว่างคู่สมรส ไม่ใช่ใช้กับคำว่า "ทายาทสายตรง" อย่างกว้าง ๆ ทายาทกลุ่มอื่น เช่น พี่น้อง หรือ ลุง ป้า น้า อา ที่รับมรดกไป ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอัตราลดโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เกณฑ์ อัตรา และประเภททรัพย์ที่ต้องเสียมีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจกับสำนักงานที่ดินและสรรพากรในวันที่ยื่นจริง อย่าใช้ตัวเลขที่ญาติเคยเสียเมื่อหลายปีก่อนมาเป็นหลัก

พี่น้องคนหนึ่งอยู่ในบ้านหลังนั้นและไม่ยอมแบ่ง

การครอบครองทรัพย์มรดกไม่ได้แปลว่าทรัพย์นั้นเป็นของผู้ครอบครองโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนาน ประเด็นจะย้ายไปที่ ลักษณะของการครอบครอง ว่าเขาครอบครองไว้แทนทายาทคนอื่นหรือครอบครองเพื่อตนเอง เคยจ่ายภาษีที่ดินหรือทำสัญญาในนามตนเองหรือไม่ ผลจึงต่างกันตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตามจำนวนปีอย่างเดียว สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องก่อน คือ ส่งหนังสือทวงถามขอแบ่งทรัพย์มรดกเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐานการส่งไว้ ซึ่งแสดงว่าท่านไม่ได้ยินยอมและไม่ได้ทอดทิ้งสิทธิ

❗ ย้ำอีกครั้งเพราะเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้คนเสียสิทธิมากที่สุด — หนังสือทวงถามฝ่ายเดียวโดยลำพังปกติไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง มันเป็นหลักฐานที่ดี แต่ไม่ใช่การต่อเวลา ถ้าส่งไปแล้วอีกฝ่ายเงียบหรือบ่ายเบี่ยงต่อไปเรื่อย ๆ ให้ถือว่านาฬิกายังเดินอยู่ตามกรอบ 1 ปี และเพดาน 10 ปี ตามมาตรา 1754 เว้นแต่กรณีของท่านจะเข้าข้อยกเว้น เช่น ตัวท่านเองเป็นทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกนั้นอยู่ด้วยตามมาตรา 1748 แล้วรีบให้ทนายประเมินว่าต้องยื่นฟ้องเมื่อใด อย่าปล่อยให้การเจรจาในบ้านกินเวลาไปจนพ้นกำหนด

ในทางกลับกัน อย่าเซ็นเอกสารที่มีคำว่า "สละมรดก" หรือ "สละสิทธิ" ก่อนเข้าใจผลของมัน การสละมรดกต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด โดยหลักถอนคืนไม่ได้ และสละบางส่วนหรือสละแบบมีเงื่อนไขไม่ได้

เริ่มจากตรงไหน

ข้อพิพาทมรดกส่วนใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากความโลภ แต่เริ่มจากความเงียบ เดือนแรกควรใช้ไปกับขอใบมรณบัตร จำหน่ายชื่อผู้ตายจากทะเบียนบ้าน ทำรายการทรัพย์สินและหนี้สิน แล้วเปิดรายการนั้นให้ทายาททุกคนเห็นตรงกัน พร้อมกับจดทั้ง วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย และ วันที่ท่านทราบข่าวการตาย ไว้คู่กันให้ชัด เพราะวันตายคือจุดตั้งต้นของเพดาน 10 ปีตามมาตรา 1754 ส่วนกรอบ 1 ปีบางชั้นเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้มีสิทธิรู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย ทั้งสองวันจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ทนายต้องใช้ ท่านที่เพิ่งทราบข่าวภายหลัง เช่น อยู่ต่างประเทศหรือไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านมานาน ควรเก็บหลักฐานว่าตนทราบเมื่อใดไว้ด้วย

ปรึกษาเบื้องต้นกับทีมมรดกของเราไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-254-2045 เราจะช่วยดูว่าใครเป็นทายาทบ้าง ต้องยื่นต่อศาลไหน ทรัพย์รายการใดโอนได้โดยไม่ต้องตั้งผู้จัดการมรดก และมีกำหนดเวลาใดที่ท่านกำลังจะพลาด หรือ เล่าเรื่องของท่านมาที่นี่ ดูขอบเขตงานได้ที่ บริการมรดกและพินัยกรรม

อ่านต่อ


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของครอบครัวนั้น ๆ ควรตรวจกับทนายความก่อนดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สินจะตกเป็นของใคร+

ตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายกำหนด คู่สมรสที่จดทะเบียนเป็นทายาทเสมอ ลำดับแรกคือผู้สืบสันดาน ถ้าผู้ตายมีลูก พี่น้องของผู้ตายจะไม่ได้รับ ส่วนบิดามารดาไม่ถูกตัดออก

ทำไมธนาคารไม่ยอมให้ถอนเงินของผู้ตาย ทั้งที่เป็นลูกแท้ ๆ+

เงินในบัญชีเป็นทรัพย์มรดกของทายาททุกคน ธนาคารมักขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเป็นหลักฐานว่าใครมีอำนาจรับเงินแทนกองมรดก มิฉะนั้นธนาคารอาจต้องรับผิดต่อทายาทคนอื่น ทั้งนี้แต่ละแห่งมีระเบียบภายในต่างกัน บางกรณีที่ยอดไม่สูงและทายาททุกคนยินยอมเป็นหนังสือ อาจรับไปได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล จึงควรถามเงื่อนไขของธนาคารนั้นก่อน

พ่อแม่เสียไปหลายปีแล้ว ยังเรียกร้องส่วนของตัวเองได้ไหม+

ต้องดูวันที่จริงก่อน หลักทั่วไปของคดีมรดกคือ 1 ปี และโดยหลักเรียกร้องเลยเพดาน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายไม่ได้ ตามมาตรา 1754 จากนั้นจึงค่อยดูข้อยกเว้น เช่น ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ตามมาตรา 1748 ซึ่งยังเรียกให้แบ่งทรัพย์ที่ตนครอบครองได้แม้ล่วงพ้นกำหนดอายุความตามมาตรา 1754 แล้ว คือพ้นทั้งชั้น 1 ปีและเพดาน 10 ปี ข้อควรระวังคือหนังสือทวงถามฝ่ายเดียวโดยลำพังปกติไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง อย่ารอเพียงเพราะส่งหนังสือไปแล้ว

ทายาทต้องใช้หนี้ของผู้ตายด้วยไหม+

โดยหลักไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ แต่กฎหมายจำกัดไว้ที่มูลค่ามรดกที่ได้รับ ไม่ใช่คุ้มกันทรัพย์แต่ละชิ้นของทายาทแบบเด็ดขาด หากรับมรดกมาแล้วนำไปใช้หรือปนกับทรัพย์ของตน เจ้าหนี้ยังเรียกร้องได้ภายในวงเงินเท่ามูลค่ามรดกที่ได้รับ ส่วนผู้ค้ำประกันหรือลูกหนี้ร่วมรับผิดในฐานะนั้นเต็มจำนวน และเจ้าหนี้จำนองยังบังคับเอาจากทรัพย์ที่จำนองได้

ผู้จัดการมรดกเอาทรัพย์มรดกไปเป็นของตัวเองได้ไหม+

เอาเกินส่วนที่ตนมีสิทธิไม่ได้ ผู้จัดการมรดกทำงานแทนกองมรดก ไม่ใช่เจ้าของ หน้าที่คือทำบัญชีทรัพย์มรดกและแบ่งให้ทายาทตามสิทธิ แต่ถ้าผู้จัดการมรดกเป็นทายาทด้วย ย่อมรับทรัพย์ตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้ตามปกติ สิ่งที่ผิดคือเอาเกินสิทธิหรือใช้อำนาจขัดกับประโยชน์ของกองมรดก ส่วนการทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เช่น ขายทรัพย์มรดกให้ตนเองหรือคู่สมรสของตน จะทำได้ก็ต่อเมื่อพินัยกรรมกำหนดให้ทำได้หรือได้รับอนุญาตจากศาลก่อน หากมีเหตุไม่ชอบ ทายาทร้องขอให้ศาลถอนได้ตามมาตรา 1727 โดยต้องยื่นก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น