ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
อสังหาริมทรัพย์และโครงการ

ตรวจสอบที่ดินก่อนซื้อโครงการ: เช็คอะไรบ้างเมื่อแปลงที่ดินมีหลายโฉนด

มีที่ดินและมีผู้ขายแล้ว ต้องตรวจอะไร เรียงลำดับอย่างไร และเจออะไรถึงควรถอย — ประเภทเอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน ทางเข้าออกที่จดทะเบียน ข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ แนวเขต และอำนาจของผู้ขาย โดยทีมอสังหาริมทรัพย์และโครงการ สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมอสังหาริมทรัพย์และโครงการ12 นาที

มีที่ดินแล้ว มีผู้ขายแล้ว — ต่อไปคืออะไร

ที่ดินโครงการขนาดใหญ่ในประเทศไทยแทบไม่เคยเป็นผืนสี่เหลี่ยมผืนเดียว แต่เป็นการรวมแปลง — หลายโฉนด บางครั้งหลายประเภทเอกสารสิทธิ และบางครั้งมีประวัติการแบ่งแยกที่ต่างกัน — โดยที่ราคามักตกลงกันก่อนที่จะมีใครไปเปิดสารบบดู

คู่มือนี้เขียนให้ผู้พัฒนาโครงการ เจ้าของโครงการ ผู้จัดการที่ดินฝั่ง EPC และผู้บริหารการเงินที่ต้องเซ็นสัญญาให้สิทธิซื้อหรืออนุมัติเงินมัดจำ

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ค่าธรรมเนียม ภาษี และเงื่อนไขการจดทะเบียน ควรตรวจสอบตามข้อเท็จจริงของธุรกรรมท่าน คู่มือนี้ตอบว่า ที่ดินแปลงนี้สะอาดหรือไม่ ส่วนคำถามว่านิติบุคคลต่างชาติจะถือครองได้หรือไม่และด้วยวิธีใด เป็นคนละเรื่อง ดูที่ คู่มืออสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ

1. เจ้าของรายเดียว เจ็ดโฉนด — แปลว่าอะไร

ในทางธุรกิจถือเป็นข่าวดี เจรจาครั้งเดียว ตรวจอำนาจครั้งเดียว วางโครงสร้างการชำระเงินชุดเดียว และไม่มีใครดื้อจนทำให้ทั้งแปลงค้าง

แต่ในทางกฎหมายไม่ได้ลดงานลงเลย แต่ละแปลงต้องตรวจแยกกัน ประเภทเอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน ทางเข้าออก ข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ และตำแหน่งแนวเขต ต่างกันได้ทั้งหมด แม้จะอยู่ในชื่อเดียวกันมาหลายสิบปี — โดยมากเพราะได้มาคนละเวลา คนละวิธี หรือแบ่งแยกมาจากแปลงแม่คนละแปลง

ให้มองว่าเป็น การเจรจาทางธุรกิจครั้งเดียว แต่การตรวจสอบทางกฎหมายหลายชุด

2. อ่านเอกสารสิทธิก่อนอ่านราคา

ที่ดินในประเทศไทยถือครองด้วยเอกสารสิทธิหลายประเภท และประเภทของเอกสารเป็นตัวกำหนดว่าท่านทำอะไรกับที่ดินได้บ้าง — โอน จำนอง หรือใช้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน

สองผลที่ตัดสินชะตาโครงการ

  • แหล่งเงิน สถาบันการเงินอาจไม่รับเอกสารสิทธิบางประเภทเป็นหลักประกัน กรรมสิทธิ์อาจไม่มีปัญหาเลย แต่โครงการหาเงินกู้ไม่ได้
  • เวลา การยกระดับหรือแก้ไขเอกสารสิทธิทำได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ขั้นตอนที่จะสมมติ ตั้งงบ หรือวางตารางเวลาได้อย่างมั่นใจ

ควรดูประวัติการแบ่งแยกด้วย แปลงที่เพิ่งแยกออกมาจากแปลงใหญ่ ย่อมพาประวัติของแปลงแม่มาด้วย รวมถึงสิ่งที่จดทะเบียนไว้ในขณะนั้น

3. ภาระผูกพันที่การไปดูที่ดินไม่มีวันเห็น

การไปยืนบนที่ดินแทบไม่บอกอะไรเลยว่าใครมีสิทธิเหนือที่ดินนั้น สิ่งที่ต้องมาจากสารบบราชการ

  • จำนองและหลักประกันที่จดทะเบียนอื่น ๆ
  • การยึด อายัด หรือมาตรการบังคับคดี ที่เจ้าหนี้จดทะเบียนไว้
  • ภาระจำยอมและทางจำเป็น ทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นภาระแก่แปลงนั้น
  • สัญญาเช่าที่จดทะเบียน ซึ่งอาจอยู่ต่อแม้เปลี่ยนเจ้าของ
  • สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน และสิทธิอาศัย
  • ข้อกำหนดห้ามโอนหรือเงื่อนไขที่ติดมากับการได้มาแต่เดิม

และแยกจากสารบบอีกเรื่องหนึ่งคือ ผู้ครอบครองที่ดินอยู่จริง ผู้เช่า เกษตรกรที่ทำกินโดยไม่มีสัญญา และผู้อยู่อาศัยมานาน ไม่ได้ปรากฏบนกระดาษเสมอไป ต้องระบุตัวให้ได้ก่อนวางมัดจำ เพราะการจัดการหลังจากเป็นเจ้าของแล้วช้ากว่า แพงกว่า และไม่แน่นอนกว่ามาก

4. ทางเข้าออกและสาธารณูปโภค

สิ่งที่ทำให้โครงการตายบ่อยที่สุดที่เราเจอ คือ ทางเดียวที่เข้าถึงที่ดินได้ต้องผ่านที่ของคนอื่น โดยไม่มีสิทธิจดทะเบียน

"เพื่อนบ้านให้ผ่านมาตลอด" ไม่ใช่ทางเข้าออก แต่เป็นความยินยอมที่ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่อยู่ต่อเมื่อเพื่อนบ้านขายที่ และสถาบันการเงินไม่รับ

ต้องตรวจ

  • สิทธิในทางที่จดทะเบียนไว้ เชื่อมที่ดินกับทางสาธารณะ
  • ทางนั้น กว้างและรับน้ำหนักพอสำหรับรถก่อสร้าง จริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่พอในทางกฎหมาย
  • เส้นทางของไฟฟ้า น้ำ และการระบายน้ำ ผ่านที่ดินบุคคลอื่นหรือไม่ และถ้าผ่าน อาศัยสิทธิที่จดทะเบียนอะไร

5. ข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

สิ่งที่ผู้ขายบอกว่าที่ดินใช้ทำอะไรได้ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน ผังเมือง ประเภทที่ดิน ข้อจำกัดที่ติดมากับการได้มาแต่เดิม และพื้นที่คุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อมหรือเกษตรกรรม มีผลเหนือคำรับรองใด ๆ ในโต๊ะเจรจา

สำหรับโครงการที่ต้องขออนุญาต การตรวจข้อนี้ต้องอยู่ ก่อน วางมัดจำ ไม่ใช่ระหว่างขออนุญาต และเป็นข้อที่มีโอกาสถึงขั้นต้องยกเลิกโครงการมากที่สุด ไม่ใช่แค่เพิ่มต้นทุน

6. แนวเขต เนื้อที่ และการรวมแปลง

บนที่ดินหลายแปลง เนื้อที่รวมตามโฉนด กับเนื้อที่ที่สร้างได้จริง เป็นคนละตัวเลข

  • เดินรังวัด และยืนยันหลักเขตในพื้นที่จริง ทีละแปลง
  • หา ส่วนที่ทับซ้อนและช่องว่าง ระหว่างแปลงข้างเคียง ซึ่งพบบ่อยในการแบ่งแยกยุคเก่า
  • ตรวจ การรุกล้ำ ทั้งเข้ามาและออกไป
  • คำนวณ ความจุโครงการใหม่ — ระยะร่น ภาระจำยอม ทางน้ำ และแนวที่ใช้ไม่ได้ ลดพื้นที่พัฒนาลง บางครั้งมีนัยสำคัญ

การตั้งสมมติฐานความจุจากเนื้อที่ในโฉนดแทนเนื้อที่ที่ใช้ได้จริงหลังรังวัด เป็นความผิดพลาดที่แพงที่สุดอย่างหนึ่งของงานที่ดินโครงการ

7. อำนาจของผู้ขายและโครงสร้างการชำระเงิน

ตรวจว่าใครมีอำนาจขายจริง

  • ตัวตนของผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามสารบบ เทียบกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
  • กรณีเจ้าของเป็นนิติบุคคล — อำนาจในการขาย และมติภายในที่ต้องมี
  • กรณีที่ดินได้มาโดยมรดก — จัดการมรดกเรียบร้อยหรือยัง และทายาทครบหรือไม่
  • สถานะสินสมรส และความยินยอมของคู่สมรสเมื่อจำเป็น
  • ที่ดินแปลงเดียวกันถูกให้สัญญากับผู้อื่นไว้แล้วหรือไม่

จากนั้นวางโครงสร้างการชำระเงินให้ ไม่จ่ายล่วงหน้าเกินกว่าสิ่งที่จดทะเบียนหรือมีหลักประกันได้ ใช้สัญญาให้สิทธิซื้อหรือสัญญามีเงื่อนไข วางเงินภายใต้ข้อตกลงที่ระบุเงื่อนไขคืนชัดเจน และผูกงวดชำระกับขั้นตอนการตรวจสอบ

8. ตารางเวลาที่เป็นจริง และสิ่งที่ทำให้ค้าง

สามเรื่องที่ทำให้การตรวจสอบค้าง และไม่มีเรื่องไหนเป็นการวิเคราะห์ทางกฎหมาย

  1. การขอตรวจสารบบ ให้ครบทุกแปลง
  2. การนัดและเดินรังวัดให้เสร็จ
  3. การระบุตัวและจัดการผู้ครอบครองในที่ดิน

วางตารางเวลาโดยอิงสามเรื่องนี้ ถ้าตารางของบอร์ดสมมติว่าการตรวจสอบเดินไปพร้อมการเจรจา ให้คาดไว้เลยว่ามัดจำจะถึงกำหนดก่อนคำตอบจะมา

9. เอกสารที่ต้องขอจากผู้ขายเพื่อเริ่ม

  1. สำเนาเอกสารสิทธิทุกแปลง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  2. ที่มาการได้มาของแต่ละแปลง และประวัติการแบ่งแยก
  3. เอกสารแสดงตัวตนและอำนาจของผู้ขาย
  4. รายละเอียดจำนอง สัญญาเช่า ภาระจำยอม หรือสิทธิที่จดทะเบียนอื่น
  5. รายละเอียดผู้ที่ครอบครองอยู่ และอาศัยสิทธิใด
  6. ผลรังวัด ผังแปลง หรือข้อมูลแนวเขตที่มีอยู่เดิม
  7. ใบอนุญาต คำขอ หรือหนังสือโต้ตอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับที่ดินนั้น

สรุปสั้น

สิ่งที่ตรวจพบถอย หรือ ต่อรองราคา
ไม่มีทางเข้าออกที่จดทะเบียนถอย
เอกสารสิทธิที่สถาบันการเงินไม่รับถอย ในแง่แหล่งเงิน
ข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ขัดกับโครงการถอย
จำนองหรือหลักประกันที่จดทะเบียนราคาและโครงสร้างดีล
มีผู้ครอบครองอยู่ในที่ดินราคา โครงสร้าง และเวลา
แนวเขตหรือเนื้อที่คลาดเคลื่อนคำนวณความจุใหม่ก่อนตั้งราคา

การตรวจสอบไม่ใช่พิธีกรรมที่เดินคู่ไปกับดีล สำหรับที่ดินโครงการหลายแปลง มันคือสิ่งที่บอกว่ามีดีลอยู่จริงหรือไม่

เรารับงานตรวจสอบและจดทะเบียนที่ดินโครงการให้ผู้พัฒนาและเจ้าของโครงการ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-254-2045 หรือเขียนเรื่องของท่านมาที่ /contact


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ขายรายเดียวถือหลายโฉนด ดีกว่าหรือแย่กว่าหลายผู้ขาย?+

โดยทั่วไปดีกว่ามาก เพราะเจรจาครั้งเดียว ตรวจสอบอำนาจครั้งเดียว วางโครงสร้างการชำระเงินชุดเดียว และไม่มีเจ้าของรายใดรายหนึ่งที่ดื้อจนทำให้ทั้งโครงการค้าง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคืองานตรวจสอบ เพราะแต่ละแปลงยังต้องตรวจแยกกัน ประเภทเอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน ทางเข้าออก และข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ อาจต่างกันได้แม้อยู่ในชื่อเจ้าของเดียวกันมานาน จึงควรมองว่าเป็นการเจรจาทางธุรกิจครั้งเดียว แต่เป็นการตรวจสอบทางกฎหมายหลายชุด

ใช้สำเนาโฉนดที่ผู้ขายให้มาตรวจได้ไหม?+

ไม่ได้ สำเนาบอกได้แค่ว่าควรไปถามอะไร แต่ไม่ได้บอกสถานะปัจจุบัน สิทธิที่จดทะเบียนและภาระผูกพันมีการเปลี่ยนแปลงและบันทึกไว้ที่สำนักงานที่ดิน การตรวจสอบจึงต้องทำกับสารบบที่ทางราชการถืออยู่ ไม่ใช่กับเอกสารที่ผู้ขายส่งมา ช่องว่างระหว่างสองอย่างนี้คือจุดที่ปัญหาอยู่ และเป็นจุดที่ผู้ขายที่ไม่ตรงไปตรงมาจะถูกจับได้

เจออะไรถึงควรถอย ไม่ใช่แค่ต่อรองราคา?+

จากประสบการณ์มีสามอย่าง หนึ่งคือไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะที่จดทะเบียนไว้ มีแต่การอาศัยความยินยอมของเพื่อนบ้าน สองคือประเภทเอกสารสิทธิที่สถาบันการเงินไม่รับเป็นหลักประกัน ซึ่งอาจทำให้โครงการหาแหล่งเงินไม่ได้แม้กรรมสิทธิ์จะไม่มีปัญหา และสามคือข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ขัดกับสิ่งที่จะสร้าง ส่วนเรื่องอื่นอย่างจำนอง ค้างชำระ หรือแนวเขตคลาดเคลื่อน มักเป็นเรื่องของราคาและโครงสร้างดีล ไม่ใช่สัญญาณให้ถอย

การตรวจสอบใช้เวลานานแค่ไหน?+

ขึ้นกับจำนวนแปลงและสภาพของสารบบมากกว่าขนาดพื้นที่ สิ่งที่ทำให้ช้ามักไม่ใช่การวิเคราะห์ทางกฎหมาย แต่เป็นสามเรื่องเชิงปฏิบัติ คือการขอตรวจสารบบให้ครบทุกแปลง การนัดและเดินรังวัดให้เสร็จ และการระบุตัวผู้ที่ครอบครองอยู่ในที่ดินเพื่อจัดการให้เรียบร้อย ควรวางตารางเวลาโดยอิงสามเรื่องนี้

ผู้ขายขอเงินมัดจำก้อนใหญ่ก่อนตรวจเสร็จ ควรทำอย่างไร?+

หลักคืออย่าจ่ายล่วงหน้าเกินกว่าสิ่งที่ท่านจดทะเบียนหรือมีหลักประกันได้ ถ้าผู้ขายต้องการความมั่นใจก่อนตรวจเสร็จ ให้สะท้อนในโครงสร้างสัญญาแทน เช่น ทำสัญญาให้สิทธิซื้อหรือสัญญามีเงื่อนไข วางเงินภายใต้ข้อตกลงที่ระบุเงื่อนไขคืนไว้ชัด และผูกงวดการชำระกับขั้นตอนการตรวจสอบ การวางมัดจำก้อนใหญ่โดยไม่มีอะไรจดทะเบียนและไม่มีเงื่อนไขคืน คือรูปแบบที่ผู้ลงทุนเสียเงินกับที่ดินในไทยบ่อยที่สุด

ต้องดูที่ดินข้างเคียงด้วยไหม?+

สำหรับที่ดินโครงการ ต้องดู การครอบครองและการใช้ประโยชน์รอบแนวเขตบอกเรื่องทางเข้าออก การรุกล้ำ และโอกาสที่จะมีผู้คัดค้านในอนาคต โครงการที่ต้องขออนุญาตหรือมีผลกระทบต่อชุมชน ความสัมพันธ์กับพื้นที่รอบข้างเป็นความเสี่ยงจริง ไม่ใช่ข้อมูลประกอบ และการรู้ตั้งแต่ก่อนวางมัดจำถูกกว่าการมารู้ตอนขออนุญาตมาก