"ช่วยเซ็นค้ำให้หน่อย เดี๋ยวเขาผ่อนเอง" — ประโยคนี้ทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นหนี้ก้อนโตที่ไม่ได้ก่อ การค้ำประกันไม่ใช่แค่ "เซ็นเป็นพยาน" แต่คือการรับภาระทางกฎหมายร่วมกับลูกหนี้
ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดเมื่อลูกหนี้ไม่จ่าย
หากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระ เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระแทนได้ตามที่ตกลงในสัญญา หลายคนเข้าใจผิดว่า "ค้ำแล้วไม่ต้องจ่ายถ้าตัวเองไม่ได้ใช้เงิน" ซึ่งไม่จริง
ก่อนเซ็นค้ำประกัน ควรตรวจอะไร
- อ่านสัญญาให้ครบ — โดยเฉพาะวงเงินที่ค้ำ ขอบเขตความรับผิด และเงื่อนไขการเรียกชำระ
- ค้ำเท่าที่รับไหวจริง — ประเมินว่าถ้าต้องจ่ายแทนทั้งหมด คุณรับได้หรือไม่
- ระวังการค้ำแบบ "ไม่จำกัดวงเงิน" หรือผูกพันเกินกว่าที่เข้าใจ
- เก็บสำเนาสัญญาไว้เสมอ
ถ้าถูกเรียกให้ชำระในฐานะผู้ค้ำ
อย่าเพิ่งตกใจจ่ายหรือเซ็นรับสภาพหนี้ทันที ควรให้ทนายตรวจสอบว่าการเรียกชำระชอบด้วยสัญญาและกฎหมายหรือไม่ จำนวนถูกต้องไหม และผู้ค้ำมีสิทธิอะไรบ้าง รวมถึงสิทธิไล่เบี้ยเอาคืนจากลูกหนี้
📌 ดูเพิ่ม: คดีแพ่งและการบังคับคดี · คู่มือทวงหนี้และบังคับคดี
ก่อนเซ็นค้ำประกัน หรือหากถูกเรียกให้ชำระหนี้แทน ปรึกษาทีมทนายของเรา เพื่อประเมินความเสี่ยงและทางออกที่ปลอดภัยที่สุด