ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

เซ็นสัญญาบริษัทออนไลน์ ต้องมีหลักฐานอะไรบ้างจึงใช้ยืนยันได้

สำหรับบริษัทไทยและบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นซึ่งเซ็นสัญญากับคู่ค้าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ อธิบายว่าใครลงนามได้ ต้องยืนยันตัวตนอย่างไร ตราประทับบริษัทแทนด้วยอะไรได้ เก็บไฟล์อย่างไรให้ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ รวมถึงอากรแสตมป์และสัญญาที่ยังต้องทำตามแบบ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ13 ตุลาคม 25699 นาที
เซ็นสัญญาบริษัทออนไลน์ ต้องมีหลักฐานอะไรบ้างจึงใช้ยืนยันได้

เซ็นสัญญาออนไลน์ใช้ได้ แต่ต้องทำให้พิสูจน์ได้

กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้สัญญาธุรกิจทุกฉบับต้องเซ็นด้วยปากกา พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (แก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง รวมถึงฉบับที่ 3 และฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562) รับรองสัญญาที่ทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้ว ปัญหาจริงของบริษัทมักไม่ใช่ "ใช้ได้ไหม" แต่คือเมื่อเกิดข้อพิพาท พิสูจน์ได้ไหมว่าใครเซ็น ในฐานะอะไร และเอกสารยังเป็นฉบับเดิม

บทความนี้เขียนสำหรับบริษัทไทยและบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นซึ่งเซ็นสัญญา B2B ผ่านระบบออนไลน์ แบ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนด กับสิ่งที่เราแนะนำให้ทำเพิ่มเป็นแนวปฏิบัติ

ใครมีอำนาจเซ็นแทนบริษัทได้บ้าง

เรื่องอำนาจไม่เปลี่ยนเพียงเพราะเซ็นออนไลน์ บริษัทไทยผูกพันโดยกรรมการผู้มีอำนาจตามที่จดทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองบริษัท จะเซ็นคนเดียว เซ็นร่วมกันสองคน หรือเซ็นพร้อมประทับตราก็ต้องเป็นไปตามนั้น

ก่อนส่งซองเซ็นออนไลน์ ให้ตรวจ 4 อย่าง

  1. ชื่อผู้เซ็นตรงกับกรรมการผู้มีอำนาจในหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด
  2. ถ้าต้องเซ็นร่วมกัน ระบบต้องให้กรรมการครบจำนวนเซ็น ไม่ใช่เซ็นแทนกันโดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจ
  3. ถ้าให้ผู้จัดการหรือพนักงานเซ็น ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตงานชัดเจน
  4. ขอหนังสือรับรองบริษัทของคู่สัญญาที่ออกไม่นาน และเก็บไว้กับสัญญา

รายละเอียดเรื่องแบบลงนามที่จดทะเบียน หนังสือรับรองบริษัท และหนังสือมอบอำนาจ อ่านต่อที่ ใครมีอำนาจผูกพันบริษัทไทยของคุณ ในบทความนี้จะไม่ทวนซ้ำ

ต้องยืนยันตัวตนผู้เซ็นอย่างไร

มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่า วิธีที่ใช้ต้อง ระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อได้ และ แสดงเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อเกี่ยวกับข้อความในเอกสารได้ เท่านั้นจึงถือว่ามีการลงลายมือชื่อ

พิมพ์ชื่อท้ายอีเมลหรือวาดลายเซ็นบนหน้าจอโดยไม่มีอะไรยืนยันต่อ จึงเป็นหลักฐานที่อ่อนที่สุด สิ่งที่ช่วยให้พิสูจน์ได้ เป็นแนวปฏิบัติที่เราแนะนำ ไม่ใช่ข้อบังคับ

  • ส่งลิงก์เซ็นไปยังอีเมลของบริษัทที่กรรมการใช้จริง และให้ระบบบันทึกที่อยู่ IP วันเวลา และอุปกรณ์
  • ใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เช่น รหัสผ่านครั้งเดียว
  • สำหรับสัญญามูลค่าสูง ให้ตรวจบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้เซ็นเทียบกับหนังสือรับรองบริษัท
  • เก็บอีเมลหรือข้อความที่ผู้เซ็นยืนยันว่าตั้งใจเซ็นฉบับนี้ไว้ด้วย

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีกี่แบบ และแบบไหนเรียกว่าเชื่อถือได้

กฎหมายไม่ได้แบ่งเป็นชื่อประเภทตายตัว แต่มีสองชั้นให้เข้าใจ

ชั้นมาตราสาระสำคัญ
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป9ระบุตัวผู้เซ็นและแสดงเจตนาได้ และใช้วิธีที่เชื่อถือได้โดยเหมาะสม หรือวิธีอื่นที่ยืนยันตัวและเจตนาได้เองหรือประกอบกับพยานหลักฐานอื่น
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้26ข้อมูลสร้างลายมือชื่อเชื่อมโยงกับเจ้าของคนเดียวและอยู่ในการควบคุมของเจ้าของ ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อได้ และในกรณีที่เซ็นเพื่อรับรองความครบถ้วนของข้อความ ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงข้อความได้

มาตรา 9 ให้พิจารณาความเชื่อถือจากหลายปัจจัย เช่น ความมั่นคงของวิธียืนยันตัวบุคคล ลักษณะและมูลค่าของธุรกรรม ประเพณีทางการค้า และความรัดกุมของระบบสื่อสาร สัญญาที่มีมูลค่าสูงจึงควรใช้ระบบที่เข้มกว่าสัญญาซื้อขายเล็กน้อยที่ทำประจำ

มาตรา 26 ไม่ได้บังคับว่าทุกสัญญาต้องเป็นแบบนี้ แต่เมื่อเข้าลักษณะที่ระบุ กฎหมายถือว่าเป็นลายมือชื่อที่เชื่อถือได้ และอีกฝ่ายยังนำพยานหลักฐานมาแสดงว่าไม่น่าเชื่อถือได้ ลายมือชื่อดิจิทัลที่ผูกกับใบรับรองมักเข้าลักษณะนี้ง่ายที่สุด

ตราประทับบริษัท ใช้ลายเซ็นกรรมการแทนได้ไหม

ถ้าหนังสือรับรองบริษัทกำหนดว่ากรรมการลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท ต้องดูว่าการเซ็นออนไลน์ทำครบทั้งสองส่วนหรือไม่

ตามบทความของ ETDA เรื่องตราประทับนิติบุคคลอิเล็กทรอนิกส์

  • ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ทำได้ เพราะมาตรา 9 วรรคท้ายให้นำหลักเกณฑ์ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการประทับตราของนิติบุคคลโดยอนุโลม ต้องระบุได้ว่าเป็นตราของนิติบุคคลใดและแสดงเจตนาของนิติบุคคลได้
  • กฎหมายไม่ได้กำหนดเทคโนโลยีเฉพาะสำหรับตราประทับ
  • ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกรรมการใช้แทนตราประทับไม่ได้ เพราะอย่างแรกเชื่อมโยงบุคคล อย่างหลังเชื่อมโยงนิติบุคคล

ในทางปฏิบัติ ถ้าบริษัทต้องมีตรา ให้ขอให้ระบบเซ็นรองรับการประทับตราอิเล็กทรอนิกส์ หรือให้ประทับภาพตราบริษัทพร้อมหลักฐานว่าผู้ใดอนุมัติ ถ้าไม่แน่ใจว่าบริษัทผูกพันด้วยตราหรือไม่ ให้ตรวจหนังสือรับรองก่อน ไม่ควรเดา

เก็บไฟล์สัญญาอย่างไรให้ใช้เป็นหลักฐานได้

กฎหมายมีหลักที่เกี่ยวกับการเก็บและการใช้เป็นพยาน

  • ต้นฉบับ (มาตรา 10) ถือว่านำเสนอหรือเก็บเป็นต้นฉบับแล้ว หากใช้วิธีที่เชื่อถือได้รักษาความถูกต้องของข้อความตั้งแต่สร้างเสร็จ และแสดงข้อความนั้นภายหลังได้
  • การเก็บรักษา (มาตรา 12) ข้อมูลต้องเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยน อยู่ในรูปแบบที่แสดงข้อความได้ถูกต้อง และเก็บข้อมูลแหล่งต้นทาง ปลายทาง วันและเวลาที่ส่งหรือรับ ถ้ามี
  • พยานหลักฐาน (มาตรา 11) ห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แต่น้ำหนักขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของวิธีสร้าง เก็บ และระบุตัวผู้ส่ง

มาตราเหล่านี้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาเก็บสัญญาโดยตรง ระยะเวลาขึ้นกับกฎหมายเฉพาะเรื่อง เช่น บัญชีและภาษี และอายุความของข้อพิพาท จึงควรเก็บตลอดอายุสัญญาและช่วงที่ยังฟ้องได้

รายการที่ควรเก็บไว้ด้วยกัน (แนวปฏิบัติ)

  1. ไฟล์สัญญาฉบับที่เซ็นครบ พร้อมไฟล์ที่ระบบออกให้ในรูปแบบเดิม ไม่ใช่เฉพาะภาพสแกน
  2. บันทึกการเซ็น (audit trail) ที่แสดงใครเซ็น เมื่อใด จากที่อยู่ใด
  3. หนังสือรับรองบริษัทและหนังสือมอบอำนาจ ณ วันที่เซ็น
  4. อีเมลหรือข้อความที่ใช้ตกลงเนื้อหาและส่งสัญญา
  5. สำเนาสำรองในที่เก็บที่ไม่พึ่งผู้ให้บริการเซ็นเพียงรายเดียว เผื่อบัญชีถูกปิดหรือผู้ให้บริการเลิกกิจการ

ถ้าพิมพ์ออกมาใช้ มาตรา 10 วรรคท้ายระบุว่า สิ่งพิมพ์ออกจะใช้แทนต้นฉบับได้เมื่อข้อความตรงกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และได้รับการรับรองโดยหน่วยงานที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด การพิมพ์เองจึงไม่เท่ากับต้นฉบับ

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ต้องเสียอากรแสตมป์ไหม

อากรแสตมป์เก็บตามประมวลรัษฎากรจากตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ การทำเป็นไฟล์ไม่ได้ยกเว้นอากร แต่ มาตรา 8 วรรคสอง ให้ถือว่าตราสารปิดอากรแสตมป์แล้ว หากชำระเงินแทนหรือดำเนินการด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานของรัฐประกาศ

กรมสรรพากรให้บริการ e-Stamp Duty สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (แบบ อ.ส.9) ทางเว็บไซต์ของกรม และหน้าบริการปัจจุบันรองรับทั้งตราสารอิเล็กทรอนิกส์และตราสารกระดาษ ข้อมูลที่ตรวจได้จากกรมสรรพากร

  • เมื่อกรมออกรหัสรับรองการเสียอากรพร้อมใบเสร็จ ถือว่าตราสารตามรายการในแบบปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว
  • เมื่อเริ่มใช้ระบบ ตราสารที่รองรับก่อนมี 5 ลักษณะ ได้แก่ จ้างทำของ กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญชี ใบมอบอำนาจ ใบมอบฉันทะประชุมบริษัท และค้ำประกัน ภายหลังกรมเปิดรองรับเพิ่ม จึงให้ตรวจรายการล่าสุดในระบบ
  • กำหนดเวลาตามเอกสารของกรม คือชำระก่อนทำตราสารหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร นับรวมวันหยุดราชการ
  • ยื่นเกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่ม ตามที่กรมแจ้งไว้ และตราสารที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากร

เรื่องอัตราและตราสารที่ได้รับยกเว้น เรายังไม่ระบุตัวเลขในบทความนี้ เพราะเปลี่ยนได้ ให้ตรวจกับกรมสรรพากรก่อนทำสัญญาจริง

สัญญาแบบไหนยังเซ็นออนไลน์อย่างเดียวไม่พอ

พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใช้กับธุรกรรมทางแพ่งและพาณิชย์ แต่มีข้อจำกัด

  1. ธุรกรรมที่พระราชกฤษฎีกายกเว้น พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2549 กำหนดให้ธุรกรรมเกี่ยวกับครอบครัวและมรดกไม่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ เช่น พินัยกรรม
  2. ธุรกรรมที่กฎหมายเฉพาะต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน เช่น ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456) และสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีที่ไม่จดทะเบียน ฟ้องบังคับได้เพียงสามปี (มาตรา 538)
  3. การจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ เช่น เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนบริษัท ต้องทำตามระบบและเอกสารที่หน่วยงานนั้นกำหนด
  4. กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 3 วรรคสองระบุว่าไม่กระทบกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

สัญญาซื้อขายหุ้น สัญญาที่ต้องรับรองเอกสารข้ามประเทศ หรือสัญญากับหน่วยงานรัฐ อาจมีขั้นตอนเฉพาะของตัวเอง เรายังไม่สรุปเป็นข้อๆ ในบทความนี้ ให้ตรวจเป็นรายกรณี

ถ้าเซ็นไปแล้วและกลัวว่าหลักฐานไม่พอ

  1. เก็บไฟล์และบันทึกการเซ็นจากระบบไว้ทันที ก่อนบัญชีหมดอายุหรือลิงก์ถูกลบ
  2. ตรวจว่าผู้เซ็นอยู่ในแบบลงนามตามหนังสือรับรองบริษัท ณ วันที่เซ็นหรือไม่
  3. ตรวจว่าสัญญานั้นต้องเสียอากรแสตมป์หรือไม่ และยังชำระได้ทันหรือไม่
  4. ถ้าพบว่าผู้เซ็นหรือแบบลงนามมีปัญหา ให้บริษัทฝ่ายนั้นทำหนังสือให้สัตยาบันสัญญาเดิม (ratify) โดยกรรมการผู้มีอำนาจตามแบบลงนาม พร้อมตราบริษัทถ้าต้องใช้
  5. ปรึกษาทนายก่อนส่งหนังสือเตือนหรือฟ้อง เพื่อเตรียมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม

รายการตรวจก่อนเซ็นสัญญาออนไลน์

  1. ผู้เซ็นอยู่ในแบบลงนามตามหนังสือรับรองบริษัทหรือมีหนังสือมอบอำนาจ
  2. ต้องประทับตราหรือไม่ และระบบรองรับตราอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
  3. ระบบเซ็นยืนยันตัวผู้เซ็นและบันทึกวันเวลา
  4. ระบบตรวจพบได้ว่าไฟล์ถูกแก้ภายหลัง
  5. สัญญาเป็นประเภทที่ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบพิเศษหรือไม่
  6. สัญญาต้องเสียอากรแสตมป์หรือไม่ และกำหนดเวลาชำระ
  7. เก็บไฟล์ บันทึกการเซ็น และเอกสารประกอบไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมสำเนาสำรอง

อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาที่บริษัทเซ็นออนไลน์ มีผลผูกพันเหมือนเซ็นบนกระดาษไหม+

โดยหลักมีผล พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ห้ามปฏิเสธผลผูกพันของข้อความเพียงเพราะอยู่ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรา 9 ถือว่ามีการลงลายมือชื่อแล้วเมื่อวิธีที่ใช้ระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อและแสดงเจตนาได้ รวมทั้งเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ตามสมควร แต่สัญญาบางประเภทยังต้องทำตามแบบที่กฎหมายเฉพาะกำหนด จึงต้องตรวจเป็นรายฉบับ

กรรมการเซ็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้แทนตราประทับบริษัทได้ไหม+

ไม่ได้ตามแนวทางของ ETDA เพราะลายมือชื่อเชื่อมโยงบุคคลกับข้อมูล ส่วนตราประทับเชื่อมโยงนิติบุคคลกับข้อมูล อย่างไรก็ตาม มาตรา 9 วรรคท้ายให้ใช้หลักเดียวกันกับการประทับตราของนิติบุคคลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ จึงทำตราประทับอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มได้ หากบริษัทของท่านต้องมีตราตามที่จดทะเบียน ให้ประทับตราอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่กับลายมือชื่อกรรมการ

ต้องใช้ลายมือชื่อดิจิทัลแบบมีใบรับรองเท่านั้นหรือเปล่า+

ไม่จำเป็นเสมอไป มาตรา 9 เปิดให้ใช้วิธีที่เชื่อถือได้โดยเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ หรือวิธีอื่นที่ยืนยันตัวผู้ลงนามและเจตนาได้เองหรือประกอบกับพยานหลักฐานอื่น ส่วนมาตรา 26 ระบุลักษณะของลายมือชื่อที่ถือว่าเชื่อถือได้ ซึ่งช่วยให้พิสูจน์ง่ายขึ้น ดังนั้นสัญญามูลค่าสูงหรือมีความเสี่ยงควรเลือกระบบที่มีการยืนยันตัวตนและตรวจพบการแก้ไขได้ชัดเจน

สัญญาที่เซ็นออนไลน์ต้องเสียอากรแสตมป์ไหม+

ถ้าเป็นตราสารที่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ก็ยังต้องเสียอากร แม้ทำเป็นไฟล์ กรมสรรพากรมีระบบ e-Stamp Duty ให้ยื่นและชำระออนไลน์ ตามประกาศของกรมเดิมต้องชำระก่อนทำตราสารหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ควรตรวจประกาศฉบับปัจจุบันบนเว็บไซต์กรมสรรพากรทุกครั้งก่อนใช้งาน

สัญญาที่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน เช่น ซื้อขายที่ดิน เซ็นออนไลน์ได้ไหม+

เซ็นออนไลน์อย่างเดียวไม่พอ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 กำหนดว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ต้องไปทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่สำนักงานที่ดินตามขั้นตอนของหน่วยงานนั้น ส่วนสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีที่ไม่จดทะเบียน ฟ้องบังคับได้เพียงสามปีตามมาตรา 538

แหล่งอ้างอิง

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา