ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คดีอาญา

โดนโพสต์ด่าและหมิ่นประมาทออนไลน์ ทำอะไรได้บ้าง และเมื่อไรที่ตัวเองจะกลายเป็นฝ่ายผิด

ถูกโพสต์ด่า ถูกรีวิวใส่ร้าย หรือถูกแชร์ข้อมูลเท็จ — เก็บหลักฐานอย่างไร ต่างระหว่างหมิ่นประมาทกับความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การแจ้งแพลตฟอร์ม และเส้นที่ทำให้คนตอบโต้กลายเป็นผู้ถูกฟ้องเสียเอง

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมคดีอาญาและคดีชื่อเสียง13 สิงหาคม 25698 นาที

เรื่องนี้มีสองด้านที่ต้องอ่านคู่กันเสมอ คือ ด้านของคนที่ถูกโพสต์ถึง และ ด้านของคนที่กำลังจะโพสต์ตอบ เพราะจำนวนไม่น้อยของคนที่เริ่มต้นในฐานะผู้เสียหาย กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาเสียเองจากสิ่งที่โพสต์ตอบไปในวันเดียวกัน

ชั่วโมงแรก: เก็บหลักฐานก่อนโพสต์หาย

โพสต์ที่ทำให้เสียหายมักถูกลบเมื่อเจ้าของรู้ตัวว่าอีกฝ่ายจะดำเนินคดี สิ่งที่ควรทำก่อนอย่างอื่น

  • ถ่ายภาพหน้าจอทั้งหน้า ให้เห็นชื่อบัญชี วันเวลา และตัวข้อความในภาพเดียวกัน
  • บันทึกลิงก์ของโพสต์ และลิงก์โปรไฟล์ผู้โพสต์
  • เก็บคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วย เพราะเป็นตัวแสดงว่ามีบุคคลที่สามเห็นและเข้าใจว่าหมายถึงใคร
  • เก็บหลักฐานความเสียหาย เช่น ลูกค้าที่ยกเลิก ข้อความที่คนอื่นส่งมาถาม หรือผลกระทบต่อการทำงาน
  • อย่าลบแชทเดิมกับคู่กรณี แม้จะเป็นการทะเลาะที่ไม่อยากให้ใครเห็น เพราะบริบทก่อนหน้าคือสิ่งที่ใช้อธิบายเรื่องได้

หลักฐานที่ดีที่สุดคือชุดที่แสดง ลำดับเวลา ได้ว่าเรื่องเริ่มอย่างไรและบานปลายอย่างไร ไม่ใช่ภาพเดียวที่ตัดมาเฉพาะประโยคที่แรงที่สุด

เส้นที่ทำให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงทันทีหลังเกิดเรื่อง

  • โพสต์ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยเฉพาะการเอ่ยชื่อหรือทำให้รู้ว่าหมายถึงใคร
  • ประจานพร้อมข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่าย เช่น เบอร์โทร ที่อยู่ ที่ทำงาน หรือรูปครอบครัว
  • ชวนให้คนอื่นเข้าไปรุม ซึ่งอาจทำให้ตนมีส่วนร่วมในสิ่งที่ตามมา
  • แชร์ต่อโดยเติมข้อความของตัวเอง ในเรื่องที่ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่

ข้อความที่โพสต์ตอนโมโหคือหลักฐานที่ใช้ได้ทั้งสองทาง และเป็นสาเหตุที่คดีลักษณะนี้จำนวนมากจบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายต่างฟ้องกัน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใคร

ทางเลือกที่มี ไม่ได้มีแค่ฟ้อง

1. แจ้งแพลตฟอร์มให้ระงับหรือลบ

เป็นทางที่เร็วที่สุดและใช้ควบคู่กับทางอื่นได้ ทุกแพลตฟอร์มหลักมีช่องทางรายงานเนื้อหาที่ละเมิด ข้อจำกัดคือผลขึ้นอยู่กับนโยบายของแพลตฟอร์มและอาจไม่ครอบคลุมทุกกรณี

2. ออกหนังสือบอกกล่าวให้ลบและหยุดการเผยแพร่

หนังสือจากทนายมักทำให้เรื่องจบเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับผู้โพสต์ที่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นคดีและเพียงโพสต์ตามอารมณ์ ข้อดีคือกำหนดเงื่อนไขได้ เช่น ให้ลบ ให้ชี้แจง หรือให้ขอโทษในช่องทางเดิม

3. ดำเนินคดีอาญา

เหมาะกับกรณีที่ข้อความรุนแรง เผยแพร่เป็นวงกว้าง หรือมีการกระทำต่อเนื่องแม้ถูกเตือนแล้ว

4. ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย

ใช้เมื่อความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือต่อกิจการชัดเจนและพิสูจน์ได้ ทางนี้เป็นคนละทางกับอาญาและใช้คู่กันได้

การเลือกทางไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า "ฟ้องได้ไหม" แต่ควรเริ่มจาก "อยากได้อะไรเป็นผลลัพธ์" ถ้าเป้าหมายคือให้ลบและหยุด ทางที่หนึ่งกับที่สองมักได้ผลเร็วกว่ามาก

กรณีธุรกิจถูกรีวิวใส่ร้าย

สำหรับร้านค้าและกิจการ ต้องแยกให้ออกระหว่างสองอย่าง

  • รีวิวที่เป็นความเห็นจากประสบการณ์จริง แม้จะเป็นความเห็นด้านลบก็มีข้อยกเว้นเรื่องการติชมด้วยความเป็นธรรมรองรับอยู่ การตอบโต้ด้วยการฟ้องมักได้ผลตรงข้ามและทำให้เรื่องขยาย
  • รีวิวที่ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ เช่น อ้างว่าพบสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือรีวิวจากบัญชีที่ไม่เคยใช้บริการเลย กรณีนี้เป็นคนละเรื่องและดำเนินการได้

แนวทางที่ได้ผลกับกิจการส่วนใหญ่คือตอบในช่องทางสาธารณะอย่างสุภาพและตรงประเด็นก่อน เก็บหลักฐานไว้คู่กัน แล้วจึงใช้ช่องทางกฎหมายกับเฉพาะรายที่เข้าข่ายกลุ่มที่สอง

ถ้าฝ่ายท่านคือคนที่ถูกกล่าวหา

หากได้รับหมายเรียกจากการโพสต์หรือแชร์ อย่าเพิ่งลบโพสต์แล้วคิดว่าจบ เพราะอีกฝ่ายมักเก็บหลักฐานไว้แล้ว และการลบอาจถูกอธิบายเป็นผลร้ายกับตัวเองได้ ขั้นตอนที่ควรทำอยู่ในคู่มือ โดนหมายเรียกจากตำรวจ ต้องทำอย่างไร

ในทางคดี ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ การเจรจาจึงเป็นทางออกที่ใช้ได้จริงในหลายเรื่อง และมักจบเร็วกว่าการสู้จนถึงที่สุดทั้งสองฝ่าย

สรุปสั้น

  1. เก็บหลักฐานให้ครบก่อนโพสต์ถูกลบ ทั้งภาพ ลิงก์ คอมเมนต์ และความเสียหาย
  2. อย่าตอบโต้ด้วยการโพสต์ประจาน เพราะทำให้ตัวเองกลายเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา
  3. การระบุตัวได้สำคัญกว่าการเอ่ยชื่อตรง ๆ
  4. แชร์ต่อพร้อมข้อความของตัวเองมีความเสี่ยงมากกว่าแชร์เปล่า
  5. ตั้งเป้าหมายก่อนเลือกวิธี ถ้าต้องการให้ลบและหยุด หนังสือบอกกล่าวมักเร็วกว่าฟ้อง
  6. หมิ่นประมาทยอมความได้ การเจรจาจึงเป็นทางออกที่ควรพิจารณาเสมอ

อ่านต่อ


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 สำนักงานใหญ่ขอนแก่น สาขากรุงเทพฯ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับถ้อยคำ บริบท และพยานหลักฐานของเรื่องนั้นเอง ก่อนดำเนินการใดควรตรวจสอบกับผู้มีวิชาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

โดนด่าแบบไหนถึงเข้าข่ายหมิ่นประมาท?+

หัวใจอยู่ที่การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามในลักษณะที่ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง คำหยาบที่ด่ากันสองต่อสองมักเป็นคนละเรื่องกับการโพสต์ให้คนอื่นเห็น และการระบุตัวได้ก็สำคัญ แม้ไม่เอ่ยชื่อ หากคนทั่วไปดูแล้วรู้ว่าหมายถึงใครก็อาจเข้าข่ายได้

หมิ่นประมาทกับความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ต่างกันอย่างไร?+

เป็นคนละฐานความผิดที่มักถูกกล่าวอ้างมาด้วยกัน ฐานหมิ่นประมาทมุ่งที่การใส่ความทำให้เสียชื่อเสียง ส่วนกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มุ่งที่การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบและความเสียหายที่เกิดตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งสองฐานมีองค์ประกอบต่างกัน จึงต้องดูข้อความจริงเป็นรายกรณีว่าเข้าฐานใดบ้าง

แค่แชร์หรือกดไลก์ ผิดด้วยไหม?+

การกดไลก์กับการแชร์ต่อไม่เหมือนกัน การแชร์ต่อพร้อมข้อความของตนเองมีความเสี่ยงมากกว่าการแชร์เปล่า ๆ และยิ่งเสี่ยงขึ้นเมื่อผู้แชร์รู้อยู่แล้วว่าข้อมูลนั้นไม่จริง ทางที่ปลอดภัยคือถ้าไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่ อย่าเพิ่งแชร์

พูดความจริงยังผิดได้เหรอ?+

ในทางหมิ่นประมาท การพิสูจน์ว่าเป็นความจริงไม่ได้ทำให้พ้นผิดเสมอไป โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวที่การเปิดเผยไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ขณะเดียวกันกฎหมายก็มีข้อยกเว้นสำหรับการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต การติชมด้วยความเป็นธรรม และการป้องกันส่วนได้เสียของตน จุดตัดของแต่ละเรื่องอยู่ที่ถ้อยคำและบริบทจริง

รีวิวร้านตามความจริงแล้วโดนขู่ฟ้อง ต้องลบไหม?+

ไม่จำเป็นต้องลบทันทีเพียงเพราะถูกขู่ การติชมตามข้อเท็จจริงที่ประสบมาจริงและเขียนอย่างสุจริตมีข้อยกเว้นรองรับอยู่ สิ่งที่ควรทำคือเก็บหลักฐานว่าตนใช้บริการจริง ตรวจว่าถ้อยคำที่เขียนเป็นการเล่าข้อเท็จจริงหรือเป็นการใส่ความเกินเลย แล้วจึงให้ทนายประเมินก่อนตัดสินใจ

อีกฝ่ายใช้บัญชีปลอม ไม่รู้ว่าเป็นใคร ยังทำอะไรได้ไหม?+

ได้ครับ การไม่รู้ตัวตนไม่ได้ปิดทางดำเนินคดี เพราะการสืบหาผู้ใช้บัญชีเป็นงานในชั้นสอบสวนซึ่งมีเครื่องมือที่ผู้เสียหายเข้าถึงเองไม่ได้ หน้าที่ของผู้เสียหายคือเก็บหลักฐานให้ครบและเร็วที่สุดก่อนที่โพสต์จะถูกลบ

ฟ้องแล้วได้อะไร นอกจากให้เขาถูกลงโทษ?+

นอกจากทางอาญาแล้ว ยังมีทางแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียง และในหลายกรณีสิ่งที่ผู้เสียหายต้องการจริงคือให้ลบโพสต์และให้มีการชี้แจงหรือขอโทษ ซึ่งมักได้มาจากการเจรจาหรือการไกล่เกลี่ยเร็วกว่าและแน่นอนกว่าการรอผลคดี จึงควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดก่อนเริ่ม