ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คดีอาญา

โดนหมายเรียกจากตำรวจ ต้องทำอย่างไร คู่มือสำหรับคนที่เพิ่งได้รับครั้งแรก

ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาหรือหมายเรียกพยาน — วิธีตรวจว่าหมายจริงหรือปลอม ต่างจากหมายจับอย่างไร ต้องไปไหม ไปแล้วต้องให้การทันทีหรือไม่ และถ้าไม่ไปจะเกิดอะไรขึ้น

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมคดีอาญา13 สิงหาคม 25698 นาที

คู่มือนี้เขียนให้คนที่ เพิ่งได้รับหมายเรียกเป็นครั้งแรก และยังไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำผิดในสัปดาห์แรกมีอยู่สามอย่าง คือ ตกใจแล้วโอนเงินให้มิจฉาชีพที่ส่งหมายปลอมมา, เงียบแล้วไม่ไปตามนัด, และไปให้การยาว ๆ ในวันแรกโดยยังไม่ได้ปรึกษาใคร

ขั้นที่ 0 — ตรวจก่อนว่าหมายนี้จริงหรือปลอม

ก่อนจะกังวลเรื่องคดี ให้ตรวจก่อนว่าเอกสารที่ได้รับเป็นของจริง เพราะหมายเรียกปลอมถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกเอาเงินอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ส่งเป็นไฟล์ทางแชท ส่งเป็นภาพถ่าย หรือโทรมาอ้างว่าเป็นตำรวจแล้วส่งเอกสารตามมาให้ดูเพื่อให้ดูน่าเชื่อ

สัญญาณว่าเป็นของปลอม

  • เร่งให้ทำอะไรบางอย่างภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือขู่ว่าจะออกหมายจับทันทีถ้าไม่ทำตาม
  • ให้โอนเงินเพื่อ "ตรวจสอบเส้นทางการเงิน" หรือเพื่อ "ประกันตัวไว้ก่อน"
  • ขอรหัส OTP ขอรหัสผ่าน หรือขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่ม
  • ให้เพิ่มเพื่อนทางแอปแล้วสอบปากคำผ่านวิดีโอคอล
  • ห้ามไม่ให้บอกใคร รวมทั้งห้ามบอกคนในครอบครัวหรือทนาย

วิธีตรวจที่ปลอดภัยที่สุด คือดูว่าเอกสารระบุสถานีตำรวจใด แล้ว ค้นเบอร์กลางของสถานีนั้นเอง จากช่องทางทางการ โทรไปถามว่ามีหมายเรียกในชื่อของท่านจริงหรือไม่ อย่าโทรตามเบอร์ที่พิมพ์อยู่บนเอกสารหรือเบอร์ที่คนโทรมาให้ไว้ เพราะนั่นคือเบอร์ของคนที่ส่งเอกสารมา ไม่ใช่ของสถานี

หากพบว่าเป็นของปลอมและได้โอนเงินไปแล้ว เรื่องของท่านคือเรื่องของผู้เสียหายจากการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งมีขั้นตอนของมันอยู่ในคู่มือ โดนโกงออนไลน์ แจ้งความอย่างไรให้มีโอกาสได้เงินคืน

หมายเรียก ไม่ใช่หมายจับ และไม่ได้แปลว่าผิดแล้ว

หมายเรียกคือคำสั่งให้ไปพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาที่ระบุ เป็นขั้นตอนของการสอบสวน ยังไม่ใช่การพิพากษาและไม่ใช่การจับกุม การได้รับหมายเรียกจึงไม่ได้แปลว่าคดีจบแล้วหรือแปลว่าท่านผิด

แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือสองอย่างนี้เชื่อมกัน โดยทั่วไปกระบวนการจะเริ่มจากการออกหมายเรียก และหากผู้รับหมายไม่มาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก็อาจเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนดำเนินการขอออกหมายจับต่อไปได้ ความต่างระหว่าง "เดินเข้าไปพบเอง" กับ "ถูกจับ" มีผลจริงในทางปฏิบัติ ทั้งต่อดุลพินิจในการปล่อยชั่วคราวและต่อภาพรวมของเรื่อง

อ่านให้ชัดว่าถูกเรียกในฐานะอะไร

ในเอกสารจะระบุว่าเรียกมาในฐานะ ผู้ต้องหา หรือในฐานะ พยาน ซึ่งไม่เหมือนกันเลย

  • หมายเรียกผู้ต้องหา แปลว่ามีการกล่าวหาว่าท่านเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ควรมีทนายตั้งแต่ต้น
  • หมายเรียกพยาน แปลว่าถูกเรียกไปให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่น

ข้อควรระวังคือ สถานะทั้งสองนี้ เปลี่ยนได้ ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏระหว่างสอบสวน หากเรื่องที่ถูกเรียกไปถามเกี่ยวพันกับตัวท่านเอง เช่น เป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ หรือผู้ลงชื่อในเอกสารที่เป็นประเด็นของคดี การไปพร้อมทนายตั้งแต่ชั้นพยานคือการป้องกันไว้ก่อน ไม่ใช่การทำเรื่องให้ใหญ่เกินจำเป็น

สิ่งที่ควรทำในวันที่ได้รับหมาย

  1. เก็บเอกสารตัวจริงและถ่ายรูปเก็บไว้ ทั้งด้านหน้าและซองที่ส่งมา
  2. จดข้อหาและชื่อพนักงานสอบสวน ที่ปรากฏบนหมาย รวมถึงเลขคดีและวันเวลานัด
  3. อย่าเพิ่งติดต่อคู่กรณีเอง ไม่ว่าจะเพื่อขอโทษ เพื่อเจรจา หรือเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อความที่ส่งไปในช่วงนี้กลายเป็นพยานหลักฐานได้ทั้งหมด
  4. อย่าลบอะไรทั้งสิ้น ทั้งแชท ประวัติการโอน อีเมล หรือรูปในเครื่อง การลบไม่ได้ทำให้หายจากระบบของอีกฝ่าย แต่ทำให้ท่านเสียของที่อาจใช้พิสูจน์ตัวเองได้ และอาจถูกหยิบไปอธิบายเป็นผลร้ายกับท่านเอง
  5. รวบรวมของที่อธิบายเรื่องได้ เช่น หลักฐานว่าอยู่ที่อื่นในวันเกิดเหตุ เอกสารการทำงาน สัญญา หรือบทสนทนาที่แสดงว่าเกิดอะไรขึ้นจริง
  6. ปรึกษาทนายก่อนถึงวันนัด ไม่ใช่หลังจากให้การไปแล้ว

ไปตามนัด แต่ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างในวันนั้น

สองเรื่องนี้คนมักเข้าใจรวมกันเป็นเรื่องเดียว ทั้งที่แยกกันได้

การไปตามนัด คือการแสดงว่าให้ความร่วมมือกับกระบวนการ ซึ่งเป็นผลดีกับตัวท่านเอง

การให้การ เป็นสิทธิที่ท่านเลือกได้ ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่ให้การก็ได้ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวน หากยังไม่ได้ปรึกษาทนาย ยังไม่รู้ว่าถูกกล่าวหาด้วยพยานหลักฐานอะไร การแจ้งว่าขอให้การในภายหลังเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงและมักปลอดภัยกว่า

เหตุผลอยู่ที่ คำให้การครั้งแรกผูกมัดไปตลอดเรื่อง ถ้อยคำที่พูดในวันนั้นถูกบันทึกไว้ และการเปลี่ยนคำในภายหลังต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมถึงเปลี่ยน ซึ่งยากกว่าการรอให้ข้อมูลครบก่อนแล้วค่อยพูดครั้งเดียวให้ตรง

ก่อนลงชื่อในบันทึกคำให้การ ให้อ่านทั้งฉบับ ถ้าข้อความที่บันทึกไม่ตรงกับที่พูด ให้ขอแก้ก่อนลงชื่อ และขอสำเนาเอกสารที่ลงชื่อไว้เสมอ

เตรียมอะไรไปในวันนัด

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • หมายเรียกฉบับที่ได้รับ
  • เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เท่าที่ทนายเห็นว่าควรนำไป
  • ทนายความ หรืออย่างน้อยผู้ที่ไว้วางใจให้เข้าฟัง
  • เวลาที่เผื่อไว้พอ เพราะการสอบปากคำมักใช้เวลานานกว่าที่คิด

สิ่งที่ ไม่ควร ทำคือไปคนเดียวโดยตั้งใจว่าจะ "ไปเคลียร์ให้จบวันเดียว" การอธิบายด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยไม่รู้ว่าประเด็นของคดีอยู่ตรงไหน มักทำให้พูดเกินสิ่งที่ถูกถาม และสิ่งที่พูดเกินนั้นเองที่กลายเป็นปัญหาในภายหลัง

แต่ละประเภทคดีมีจุดที่ต้องระวังต่างกัน

หมายเรียกเป็นประตูทางเข้าเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องเตรียมและข้อต่อสู้ที่ใช้ต่างกันตามข้อหา

สรุปสั้น

  1. ตรวจก่อนว่าหมายจริงหรือปลอม โดยโทรหาสถานีด้วยเบอร์ที่ค้นเอง
  2. หมายเรียกไม่ใช่หมายจับ และไม่ได้แปลว่าผิด แต่การไม่ไปทำให้เรื่องแย่ลง
  3. อ่านให้ชัดว่าถูกเรียกในฐานะผู้ต้องหาหรือพยาน
  4. อย่าติดต่อคู่กรณีเอง และอย่าลบอะไรทั้งสิ้น
  5. ไปตามนัด แต่เลือกได้ว่าจะให้การเมื่อพร้อม
  6. อ่านบันทึกคำให้การให้จบก่อนลงชื่อ และขอสำเนาเก็บไว้

อ่านต่อ


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 สำนักงานใหญ่ขอนแก่น สาขากรุงเทพฯ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของเรื่องนั้นเอง ก่อนดำเนินการใดควรตรวจสอบกับผู้มีวิชาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

หมายเรียกกับหมายจับ ต่างกันอย่างไร?+

หมายเรียกคือคำสั่งให้ไปพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาที่กำหนด ยังไม่ใช่การจับกุมและไม่ได้แปลว่าถูกตัดสินว่าผิด ส่วนหมายจับเป็นหมายที่ศาลออกให้เจ้าพนักงานจับตัวได้ ทั้งสองอย่างจึงคนละขั้นกัน แต่เชื่อมกันตรงที่ผู้ที่ไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนขอออกหมายจับต่อไปได้

จำเป็นต้องไปตามหมายเรียกไหม ถ้ามั่นใจว่าไม่ได้ทำ?+

ควรไปครับ ความมั่นใจว่าไม่ได้ทำไม่ได้ทำให้หมายหมดผล และการไม่ไปมักทำให้เรื่องแย่ลงมากกว่าเดิม สิ่งที่ทำได้คือไปตามนัดพร้อมทนาย และเลือกว่าจะให้การอย่างไรหรือจะยังไม่ให้การในวันนั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการไม่ไป

ไปวันนั้นแล้วต้องให้การทันทีเลยไหม?+

ไม่จำเป็น ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่ให้การก็ได้ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนด้วย หากยังไม่ได้ปรึกษาทนายหรือยังไม่ได้เห็นพยานหลักฐานฝ่ายตรงข้าม การแจ้งว่าขอให้การในภายหลังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการเล่ายาว ๆ ไปก่อน

ถ้าไม่ไปตามหมายเรียกจะเกิดอะไรขึ้น?+

โดยทั่วไปพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกก่อน และหากผู้รับหมายไม่มาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก็อาจนำไปสู่การขอออกหมายจับ ซึ่งทำให้สถานะเปลี่ยนจากคนที่เดินเข้าไปพบเองเป็นคนที่ถูกจับ และส่งผลต่อการขอปล่อยชั่วคราวในชั้นต่อไปด้วย

ได้รับหมายจากต่างจังหวัด ต้องเดินทางไปเองไหม?+

คดีอาญามักต้องดำเนินการที่ท้องที่ที่เกิดเหตุหรือที่พนักงานสอบสวนรับผิดชอบ จึงมักต้องไปตามท้องที่นั้น แต่บางกรณีขอเลื่อนนัดหรือประสานล่วงหน้าได้เมื่อมีเหตุจำเป็นจริง ควรให้ทนายติดต่อพนักงานสอบสวนก่อนถึงวันนัด ไม่ใช่เงียบแล้วไม่ไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าหมายที่ได้รับเป็นของจริง?+

หมายจริงจะมีชื่อสถานีตำรวจ ชื่อและตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ เลขคดี ข้อหา และวันเวลานัดที่ชัดเจน วิธีตรวจที่ปลอดภัยที่สุดคือค้นเบอร์กลางของสถานีนั้นด้วยตนเองแล้วโทรไปถาม อย่าโทรตามเบอร์ที่ปรากฏในเอกสารหรือในข้อความที่ส่งมา และเจ้าหน้าที่ตัวจริงไม่ขอให้โอนเงิน ไม่ขอรหัส OTP และไม่ให้เพิ่มเพื่อนทางแอปเพื่อสอบปากคำ

เป็นแค่พยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา ต้องเอาทนายไปด้วยไหม?+

หมายเรียกพยานกับหมายเรียกผู้ต้องหาไม่เหมือนกัน และควรอ่านให้ชัดว่าตนถูกเรียกในฐานะใด กรณีที่เรื่องเกี่ยวพันกับตัวเอง เช่น เป็นเจ้าของบัญชี เจ้าของเบอร์ หรือผู้ลงชื่อในเอกสารที่เป็นประเด็น การมีทนายไปด้วยตั้งแต่ชั้นพยานช่วยได้ เพราะสถานะอาจเปลี่ยนได้ในภายหลังตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ