คู่มือนี้เขียนให้คนที่ เพิ่งได้รับหมายเรียกเป็นครั้งแรก และยังไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำผิดในสัปดาห์แรกมีอยู่สามอย่าง คือ ตกใจแล้วโอนเงินให้มิจฉาชีพที่ส่งหมายปลอมมา, เงียบแล้วไม่ไปตามนัด, และไปให้การยาว ๆ ในวันแรกโดยยังไม่ได้ปรึกษาใคร
ขั้นที่ 0 — ตรวจก่อนว่าหมายนี้จริงหรือปลอม
ก่อนจะกังวลเรื่องคดี ให้ตรวจก่อนว่าเอกสารที่ได้รับเป็นของจริง เพราะหมายเรียกปลอมถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกเอาเงินอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ส่งเป็นไฟล์ทางแชท ส่งเป็นภาพถ่าย หรือโทรมาอ้างว่าเป็นตำรวจแล้วส่งเอกสารตามมาให้ดูเพื่อให้ดูน่าเชื่อ
สัญญาณว่าเป็นของปลอม
- เร่งให้ทำอะไรบางอย่างภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือขู่ว่าจะออกหมายจับทันทีถ้าไม่ทำตาม
- ให้โอนเงินเพื่อ "ตรวจสอบเส้นทางการเงิน" หรือเพื่อ "ประกันตัวไว้ก่อน"
- ขอรหัส OTP ขอรหัสผ่าน หรือขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่ม
- ให้เพิ่มเพื่อนทางแอปแล้วสอบปากคำผ่านวิดีโอคอล
- ห้ามไม่ให้บอกใคร รวมทั้งห้ามบอกคนในครอบครัวหรือทนาย
วิธีตรวจที่ปลอดภัยที่สุด คือดูว่าเอกสารระบุสถานีตำรวจใด แล้ว ค้นเบอร์กลางของสถานีนั้นเอง จากช่องทางทางการ โทรไปถามว่ามีหมายเรียกในชื่อของท่านจริงหรือไม่ อย่าโทรตามเบอร์ที่พิมพ์อยู่บนเอกสารหรือเบอร์ที่คนโทรมาให้ไว้ เพราะนั่นคือเบอร์ของคนที่ส่งเอกสารมา ไม่ใช่ของสถานี
หากพบว่าเป็นของปลอมและได้โอนเงินไปแล้ว เรื่องของท่านคือเรื่องของผู้เสียหายจากการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งมีขั้นตอนของมันอยู่ในคู่มือ โดนโกงออนไลน์ แจ้งความอย่างไรให้มีโอกาสได้เงินคืน
หมายเรียก ไม่ใช่หมายจับ และไม่ได้แปลว่าผิดแล้ว
หมายเรียกคือคำสั่งให้ไปพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาที่ระบุ เป็นขั้นตอนของการสอบสวน ยังไม่ใช่การพิพากษาและไม่ใช่การจับกุม การได้รับหมายเรียกจึงไม่ได้แปลว่าคดีจบแล้วหรือแปลว่าท่านผิด
แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือสองอย่างนี้เชื่อมกัน โดยทั่วไปกระบวนการจะเริ่มจากการออกหมายเรียก และหากผู้รับหมายไม่มาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก็อาจเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนดำเนินการขอออกหมายจับต่อไปได้ ความต่างระหว่าง "เดินเข้าไปพบเอง" กับ "ถูกจับ" มีผลจริงในทางปฏิบัติ ทั้งต่อดุลพินิจในการปล่อยชั่วคราวและต่อภาพรวมของเรื่อง
อ่านให้ชัดว่าถูกเรียกในฐานะอะไร
ในเอกสารจะระบุว่าเรียกมาในฐานะ ผู้ต้องหา หรือในฐานะ พยาน ซึ่งไม่เหมือนกันเลย
- หมายเรียกผู้ต้องหา แปลว่ามีการกล่าวหาว่าท่านเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ควรมีทนายตั้งแต่ต้น
- หมายเรียกพยาน แปลว่าถูกเรียกไปให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่น
ข้อควรระวังคือ สถานะทั้งสองนี้ เปลี่ยนได้ ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏระหว่างสอบสวน หากเรื่องที่ถูกเรียกไปถามเกี่ยวพันกับตัวท่านเอง เช่น เป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ หรือผู้ลงชื่อในเอกสารที่เป็นประเด็นของคดี การไปพร้อมทนายตั้งแต่ชั้นพยานคือการป้องกันไว้ก่อน ไม่ใช่การทำเรื่องให้ใหญ่เกินจำเป็น
สิ่งที่ควรทำในวันที่ได้รับหมาย
- เก็บเอกสารตัวจริงและถ่ายรูปเก็บไว้ ทั้งด้านหน้าและซองที่ส่งมา
- จดข้อหาและชื่อพนักงานสอบสวน ที่ปรากฏบนหมาย รวมถึงเลขคดีและวันเวลานัด
- อย่าเพิ่งติดต่อคู่กรณีเอง ไม่ว่าจะเพื่อขอโทษ เพื่อเจรจา หรือเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อความที่ส่งไปในช่วงนี้กลายเป็นพยานหลักฐานได้ทั้งหมด
- อย่าลบอะไรทั้งสิ้น ทั้งแชท ประวัติการโอน อีเมล หรือรูปในเครื่อง การลบไม่ได้ทำให้หายจากระบบของอีกฝ่าย แต่ทำให้ท่านเสียของที่อาจใช้พิสูจน์ตัวเองได้ และอาจถูกหยิบไปอธิบายเป็นผลร้ายกับท่านเอง
- รวบรวมของที่อธิบายเรื่องได้ เช่น หลักฐานว่าอยู่ที่อื่นในวันเกิดเหตุ เอกสารการทำงาน สัญญา หรือบทสนทนาที่แสดงว่าเกิดอะไรขึ้นจริง
- ปรึกษาทนายก่อนถึงวันนัด ไม่ใช่หลังจากให้การไปแล้ว
ไปตามนัด แต่ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างในวันนั้น
สองเรื่องนี้คนมักเข้าใจรวมกันเป็นเรื่องเดียว ทั้งที่แยกกันได้
การไปตามนัด คือการแสดงว่าให้ความร่วมมือกับกระบวนการ ซึ่งเป็นผลดีกับตัวท่านเอง
การให้การ เป็นสิทธิที่ท่านเลือกได้ ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่ให้การก็ได้ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวน หากยังไม่ได้ปรึกษาทนาย ยังไม่รู้ว่าถูกกล่าวหาด้วยพยานหลักฐานอะไร การแจ้งว่าขอให้การในภายหลังเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงและมักปลอดภัยกว่า
เหตุผลอยู่ที่ คำให้การครั้งแรกผูกมัดไปตลอดเรื่อง ถ้อยคำที่พูดในวันนั้นถูกบันทึกไว้ และการเปลี่ยนคำในภายหลังต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมถึงเปลี่ยน ซึ่งยากกว่าการรอให้ข้อมูลครบก่อนแล้วค่อยพูดครั้งเดียวให้ตรง
ก่อนลงชื่อในบันทึกคำให้การ ให้อ่านทั้งฉบับ ถ้าข้อความที่บันทึกไม่ตรงกับที่พูด ให้ขอแก้ก่อนลงชื่อ และขอสำเนาเอกสารที่ลงชื่อไว้เสมอ
เตรียมอะไรไปในวันนัด
- บัตรประชาชนตัวจริง
- หมายเรียกฉบับที่ได้รับ
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เท่าที่ทนายเห็นว่าควรนำไป
- ทนายความ หรืออย่างน้อยผู้ที่ไว้วางใจให้เข้าฟัง
- เวลาที่เผื่อไว้พอ เพราะการสอบปากคำมักใช้เวลานานกว่าที่คิด
สิ่งที่ ไม่ควร ทำคือไปคนเดียวโดยตั้งใจว่าจะ "ไปเคลียร์ให้จบวันเดียว" การอธิบายด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยไม่รู้ว่าประเด็นของคดีอยู่ตรงไหน มักทำให้พูดเกินสิ่งที่ถูกถาม และสิ่งที่พูดเกินนั้นเองที่กลายเป็นปัญหาในภายหลัง
แต่ละประเภทคดีมีจุดที่ต้องระวังต่างกัน
หมายเรียกเป็นประตูทางเข้าเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องเตรียมและข้อต่อสู้ที่ใช้ต่างกันตามข้อหา
- ข้อหาเกี่ยวกับ บัญชีม้าและการฟอกเงินจากการฉ้อโกงออนไลน์ มีลำดับขั้นและข้อต่อสู้เฉพาะของมัน อ่านที่ การต่อสู้คดีบัญชีม้า
- หากมีการควบคุมตัวหรือกังวลเรื่องการปล่อยชั่วคราว อ่าน ประกันตัวคดีฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงิน
- ข้อหา หมิ่นประมาทและความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากการโพสต์หรือแชร์ อ่าน โดนโพสต์ด่าและหมิ่นประมาทออนไลน์
- ภาพรวมของการต่อสู้คดีอาญาทั้งกระบวนการ อ่าน คู่มือคดีอาญาในประเทศไทย
สรุปสั้น
- ตรวจก่อนว่าหมายจริงหรือปลอม โดยโทรหาสถานีด้วยเบอร์ที่ค้นเอง
- หมายเรียกไม่ใช่หมายจับ และไม่ได้แปลว่าผิด แต่การไม่ไปทำให้เรื่องแย่ลง
- อ่านให้ชัดว่าถูกเรียกในฐานะผู้ต้องหาหรือพยาน
- อย่าติดต่อคู่กรณีเอง และอย่าลบอะไรทั้งสิ้น
- ไปตามนัด แต่เลือกได้ว่าจะให้การเมื่อพร้อม
- อ่านบันทึกคำให้การให้จบก่อนลงชื่อ และขอสำเนาเก็บไว้
อ่านต่อ
- การต่อสู้คดีบัญชีม้า: คู่มือฉบับสมบูรณ์
- โดนโกงออนไลน์ แจ้งความอย่างไรให้มีโอกาสได้เงินคืน
- ประกันตัวคดีฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงิน
- คู่มือคดีอาญาในประเทศไทย
คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 สำนักงานใหญ่ขอนแก่น สาขากรุงเทพฯ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของเรื่องนั้นเอง ก่อนดำเนินการใดควรตรวจสอบกับผู้มีวิชาชีพ