ประเทศไทยเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ แต่มีกฎหมายหลายฉบับกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจที่ต่างชาติทำได้ การเลือกโครงสร้างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้ลงทุนได้อย่างมั่นใจและไม่ผิดกฎหมาย
โครงสร้างการลงทุนที่นิยม
นักลงทุนต่างชาติมีตัวเลือกหลายรูปแบบในการลงทุนในประเทศไทย แต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
1. บริษัทจำกัดร่วมทุนกับคนไทย
เป็นรูปแบบที่ใช้กันมากที่สุด โดยคนไทยถือหุ้น 51% ขึ้นไป ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
2. การขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
หากธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่ BOI ส่งเสริม จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย:
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี
- อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 100%
- สิทธิการถือครองที่ดินเพื่อประกอบกิจการ
- ใบอนุญาตทำงานและวีซ่าสำหรับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ
3. Treaty of Amity (สำหรับนักลงทุนสหรัฐฯ)
ภายใต้สนธิสัญญาแห่งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหรัฐฯ นักลงทุนสหรัฐฯ สามารถถือหุ้น 100% ในเกือบทุกประเภทธุรกิจ
ข้อควรระวังก่อนลงทุน
- ธุรกิจต้องห้ามหรือต้องขออนุญาต — บางประเภทอยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ. ต่างด้าว ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ก่อน
- การถือหุ้นแทน (nominee) ผิดกฎหมาย — ให้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อเลี่ยงสัดส่วน มีโทษทั้งปรับและจำคุก
- การถือครองที่ดิน — โดยหลักต่างชาติถือครองที่ดินไม่ได้ เว้นแต่ได้รับสิทธิผ่าน BOI หรือกฎหมายเฉพาะ
📌 ดูเพิ่ม: ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ
หากวางแผนลงทุนในไทยและไม่แน่ใจว่าโครงสร้างใดเหมาะกับธุรกิจของท่าน ปรึกษาทีมทนายของเรา เพื่อเลือกโครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดก่อนเริ่มดำเนินการ
