เมื่อมีประกาศปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สิ่งที่หลายบริษัททำคือแก้ตัวเลขในระบบเงินเดือนของคนที่ได้ต่ำกว่าอัตราใหม่ แล้วถือว่าจบ
ความจริงคือค่าจ้างเป็น ฐานคำนวณของอีกหลายรายการ การปรับฐานจึงลากไปทั้งระบบ และรายการที่ลืมปรับมักเป็นรายการที่ถูกเรียกย้อนหลังในภายหลัง
รายการที่ขยับตามฐานค่าจ้าง
- ค่าล่วงเวลา และ ค่าทำงานในวันหยุด ซึ่งคำนวณจากค่าจ้างต่อชั่วโมงตามอัตราใหม่
- ค่าจ้างในวันลาที่ได้รับค่าจ้าง เช่น วันลาป่วยตามสิทธิ วันหยุดพักผ่อนประจำปี
- เงินสมทบประกันสังคม ซึ่งคำนวณจากค่าจ้างภายใต้เพดานที่กำหนด
- ฐานคำนวณเมื่อเลิกจ้าง ทั้งค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินที่ต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างตามอายุงาน
- ค่าจ้างสำหรับวันหยุดที่ยังไม่ได้ใช้ เมื่อสิ้นสุดการจ้าง
รายการที่ถูกลืมบ่อยที่สุดคือสองรายการแรก เพราะระบบเงินเดือนบางระบบเก็บอัตราต่อชั่วโมงไว้เป็นค่าคงที่แยกต่างหาก ไม่ได้คำนวณใหม่จากฐานเงินเดือนอัตโนมัติ
เช็กลิสต์เมื่อมีประกาศปรับอัตรา
- ดูอัตราของแต่ละพื้นที่ ที่บริษัทมีสถานประกอบกิจการ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดียวทั้งบริษัท
- ดูวันที่มีผลบังคับ และตรวจว่ารอบจ่ายค่าจ้างที่คร่อมวันนั้นถูกคำนวณแยกส่วนถูกต้อง
- ตรวจอัตราต่อชั่วโมงในระบบเงินเดือน ว่าคำนวณใหม่จริง ไม่ใช่ค่าที่ตั้งไว้ตายตัว
- ตรวจลูกจ้างรายวัน รายชิ้น และลูกจ้างทดลองงาน ว่าเมื่อเทียบกลับแล้วไม่ต่ำกว่าอัตราใหม่
- แยกสวัสดิการออกจากค่าจ้าง อย่านำค่าอาหารหรือค่าเดินทางมารวมเพื่อให้ถึงอัตราขั้นต่ำ
- ปิดประกาศอัตราใหม่ ให้ลูกจ้างทราบ ณ สถานที่ทำงาน
- ทบทวนโครงสร้างเงินเดือน ว่าช่องว่างระหว่างระดับยังสมเหตุสมผลหรือไม่
- เก็บหลักฐานการปรับ ทั้งเอกสารภายในและสลิปเงินเดือนของรอบที่ปรับ
อัตราและวันมีผลบังคับต้องตรวจสอบจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับที่ใช้บังคับอยู่ บทความนี้ไม่ระบุตัวเลข เพราะอัตราเปลี่ยนแปลงตามประกาศแต่ละคราวและต่างกันรายพื้นที่
ความเสี่ยงที่ตามมาถ้าไม่ปรับ
การจ่ายต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำไม่ใช่เรื่องที่จบด้วยการชี้แจง ลูกจ้างร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ และเมื่อมีคำสั่งให้จ่าย นายจ้างต้องจ่ายส่วนต่างย้อนหลัง ไม่ใช่เริ่มจ่ายถูกตั้งแต่วันที่ถูกตรวจพบ
สิ่งที่ทำให้ยอดบานปลายคือ ผลกระทบต่อเนื่อง เพราะเมื่อฐานค่าจ้างถูกปรับย้อนหลัง ค่าล่วงเวลาและรายการอื่นที่คำนวณจากฐานนั้นก็ถูกคำนวณใหม่ตามไปด้วย และอาจกระทบเงินสมทบที่นำส่งไว้ต่ำกว่าที่ควรอีกชั้นหนึ่ง
สำหรับธุรกิจที่ต้นทุนแรงงานตึง
การลดจำนวนชั่วโมงทำงาน ปรับโครงสร้างกะ หรือทบทวนสวัสดิการเป็นทางที่ทำได้ แต่ต้องดูว่ากระทบสภาพการจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่เดิมหรือไม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอมมีข้อจำกัดตามกฎหมาย
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ เลิกจ้างแล้วจ้างกลับด้วยเงื่อนไขใหม่ เพื่อรีเซ็ตสภาพการจ้าง เพราะรูปแบบนี้ถูกโต้แย้งได้ทั้งเรื่องอายุงานต่อเนื่องและเรื่องความเป็นธรรมในการเลิกจ้าง
อ่านต่อ
- ค่าจ้างค้างจ่ายและค่าล่วงเวลา
- ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
- คู่มือตรวจสุขภาพการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานสำหรับนายจ้าง
📌 ดูเพิ่ม: คดีแรงงาน · กฎหมายธุรกิจ
หากถูกพนักงานตรวจแรงงานเรียกตรวจ หรือได้รับคำสั่งให้จ่ายย้อนหลัง ปรึกษาทนายได้ฟรี โทร 092-254-2045
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเปลี่ยนแปลงตามประกาศ ควรตรวจสอบฉบับที่ใช้บังคับในพื้นที่
