ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน: บริษัทขนาดไหนต้องมี และมีแล้วต้องทำอะไรต่อ

เมื่อมีลูกจ้างถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ไม่ใช่แค่มีไฟล์เก็บไว้ แต่ต้องประกาศให้ลูกจ้างรู้และใช้ได้จริงเมื่อมีเรื่อง

โดย ทีมที่ปรึกษากฎหมาย22 สิงหาคม 25691 นาที
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน: บริษัทขนาดไหนต้องมี และมีแล้วต้องทำอะไรต่อ

ผู้ประกอบการจำนวนมากรู้ว่าต้องมี "ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน" แต่เข้าใจว่าเป็นเอกสารที่ทำไว้ให้ครบตามระเบียบ ดาวน์โหลดตัวอย่างมาแก้ชื่อบริษัทแล้วเก็บใส่แฟ้ม

ความจริงคือเอกสารฉบับนี้ เป็นกติกาที่ถูกหยิบขึ้นมาอ่านเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดข้อพิพาท ทั้งที่พนักงานตรวจแรงงานและที่ศาลแรงงาน นายจ้างที่มีข้อบังคับซึ่งเขียนตรงกับวิธีทำงานจริง มีสถานะต่างจากนายจ้างที่ถือเอกสารสำเร็จรูปที่ไม่เคยใช้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อไรจึงต้องมี

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายระบุขึ้นไปจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ภายในกำหนดเวลานับแต่วันที่มีลูกจ้างถึงจำนวนดังกล่าว

ธุรกิจที่กำลังโตเร็วมักพลาดตรงนี้ เพราะจำนวนลูกจ้างข้ามเส้นไปตั้งแต่เดือนที่รับพนักงานชุดใหญ่เข้ามา แต่ไม่มีใครสังเกต ควรตรวจสอบจำนวนที่กฎหมายกำหนดในปัจจุบัน เพราะรายละเอียดปรับปรุงได้

หัวข้อที่ต้องมีเป็นอย่างน้อย

โดยทั่วไปข้อบังคับต้องครอบคลุมอย่างน้อย

  • วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
  • วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
  • หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
  • วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด
  • วันลาและหลักเกณฑ์การลา
  • วินัยและโทษทางวินัย
  • การร้องทุกข์
  • การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ

หัวข้อที่มักเขียนหลวมที่สุดคือ วินัยและโทษทางวินัย กับ การร้องทุกข์ ทั้งที่สองหัวข้อนี้คือสิ่งที่ถูกใช้จริงเมื่อมีเรื่อง

มีแล้วต้องทำอะไรต่อ

  • ประกาศใช้ภายในกำหนด นับแต่มีลูกจ้างถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนด
  • เผยแพร่และปิดประกาศให้เห็นได้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน ไม่ใช่เก็บไว้เฉพาะฝ่ายบุคคล
  • เก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการ ให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้
  • แจ้งให้ลูกจ้างรับทราบ และเก็บหลักฐานการรับทราบไว้ เช่น ลายมือชื่อรับเอกสารหรือระบบภายในที่บันทึกได้

จุดที่แพ้บ่อยในทางปฏิบัติคือ นายจ้างมีข้อบังคับจริง แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกจ้างคนนั้นเคยรับทราบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ลอกแบบสำเร็จรูปมาทั้งฉบับ แล้วมีข้อความที่ไม่ตรงกับธุรกิจตัวเอง เช่น อ้างถึงกะการทำงานที่ไม่มีอยู่จริง หรือสวัสดิการที่ไม่เคยให้ ซึ่งกลายเป็นคำมั่นที่ลูกจ้างยกขึ้นอ้างได้

เขียนโทษไว้แค่ระดับเดียว ทำให้ไม่มีขั้นตอนกลางระหว่างตักเตือนกับเลิกจ้าง เมื่อถึงเวลาจริงจึงกระโดดไปเลิกจ้างโดยไม่มีประวัติการตักเตือนรองรับ

แก้ไขฝ่ายเดียวโดยลดสิทธิที่เคยให้ โดยไม่พิจารณาว่ากระทบสภาพการจ้างเดิมหรือไม่

ทำฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก แล้วแปลไทยทีหลังโดยไม่ตรวจว่าตรงกัน

ไม่ทบทวนเลยหลายปี ทั้งที่โครงสร้างองค์กร เวลาทำงาน และสวัสดิการเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ถ้าจะทบทวนของที่มีอยู่ ควรเริ่มตรงไหน

  1. เทียบข้อบังคับกับ วิธีทำงานจริงในปัจจุบัน ทีละหัวข้อ
  2. ดูว่าข้อความใด ให้สิทธิเกินกว่าที่ตั้งใจ และข้อความใด ต่ำกว่ากฎหมาย ซึ่งส่วนที่ต่ำกว่ากฎหมายใช้บังคับไม่ได้อยู่แล้ว
  3. ตรวจว่าหัวข้อวินัย โทษ และการร้องทุกข์ ใช้ได้จริงหรือไม่ หากพรุ่งนี้มีเรื่อง
  4. ตรวจหลักฐานการรับทราบของลูกจ้างที่ทำงานอยู่ทุกคน
  5. วางรอบทบทวนไว้ เช่น ปีละครั้งพร้อมกับการทบทวนสัญญาจ้าง

อ่านต่อ

📌 ดูเพิ่ม: คดีแรงงาน · กฎหมายธุรกิจ

หากต้องการให้ตรวจข้อบังคับที่ใช้อยู่ว่ารัดกุมพอหรือไม่ ปรึกษาทนายได้ฟรี โทร 092-254-2045


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย จำนวนลูกจ้างและกำหนดเวลาตามกฎหมายอาจมีการปรับปรุง ควรตรวจสอบฉบับที่ใช้บังคับอยู่

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทเล็ก ๆ ต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานด้วยไหม+

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายระบุขึ้นไปต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ธุรกิจที่มีลูกจ้างน้อยกว่านั้นไม่ได้ถูกบังคับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ควรมี เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องวินัยหรือการเลิกจ้าง สิ่งที่ใช้อ้างอิงคือกติกาที่ประกาศไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่มีอะไรเลย นายจ้างจะอยู่ในฐานะที่อธิบายได้ยากกว่ามาก

ต้องส่งข้อบังคับให้ราชการตรวจก่อนใช้ไหม+

ปัจจุบันไม่ต้องส่งให้อธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตรวจก่อนอย่างที่เคยเป็นในอดีต แต่หน้าที่ที่ยังอยู่คือต้องประกาศใช้ภายในกำหนดนับแต่มีลูกจ้างถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนด ต้องเผยแพร่และปิดประกาศให้ลูกจ้างทราบโดยเปิดเผย และต้องเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้

แก้ข้อบังคับให้เข้มขึ้นภายหลังได้ไหม+

แก้ไขได้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างมีข้อจำกัด เพราะสภาพการจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่เดิมไม่ใช่สิ่งที่นายจ้างจะลดฝ่ายเดียวได้ตามใจ การแก้ไขที่ปลอดภัยจึงต้องดูว่ากระทบสิทธิที่มีอยู่เดิมหรือไม่ ถ้ากระทบต้องพิจารณาเรื่องความยินยอมและขั้นตอนตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ประกอบด้วย

ลูกจ้างทำผิด แต่ข้อบังคับไม่ได้เขียนเรื่องนั้นไว้ ลงโทษได้ไหม+

เป็นจุดที่นายจ้างแพ้บ่อยที่สุด การลงโทษทางวินัยควรอิงกติกาที่ประกาศไว้ล่วงหน้า ถ้าเรื่องนั้นไม่มีเขียนไว้เลยและไม่ใช่ความผิดร้ายแรงที่เห็นได้ชัดตามกฎหมาย การลงโทษหนักหรือการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายอะไรเลยจะถูกโต้แย้งได้ง่าย ทางที่ดีคือทบทวนข้อบังคับให้ครอบคลุมสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจของตัวเอง ไม่ใช่ลอกแบบสำเร็จรูปมาใช้

มีข้อบังคับเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว พอไหม+

กฎหมายกำหนดให้จัดทำเป็นภาษาไทย บริษัทที่มีผู้บริหารต่างชาติมักทำฉบับภาษาอังกฤษไว้ใช้ภายในก่อน แล้วค่อยแปลเป็นไทยภายหลัง ซึ่งเสี่ยงตรงที่ฉบับสองภาษามักไม่ตรงกันในรายละเอียด เมื่อเกิดข้อพิพาทจึงเถียงกันว่าฉบับไหนใช้บังคับ ควรกำหนดไว้ให้ชัดว่าฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ และตรวจให้เนื้อหาสองฉบับตรงกันจริง

แชร์บทความFacebookLINEX

อ่านต่อ

22 สิงหาคม 2569

ใครมีอำนาจผูกพันบริษัทไทยของคุณ: กรรมการ ลายมือชื่อผู้มีอำนาจ และหนังสือรับรองบริษัท

ในประเทศไทย คำถามว่าใครลงนามแทนบริษัทได้มีคำตอบที่อยู่ในเอกสาร และคู่สัญญาก็ตรวจสอบเอกสารนั้น ข้อกำหนดเรื่องกรรมการผู้มีอำนาจลงนามทำงานอย่างไร เหตุใดหนังสือรับรองบริษัทจึงสำคัญกว่าตำแหน่งงาน และจุดที่บริษัทแม่ในต่างประเทศสูญเสียการควบคุมโดยไม่รู้ตัว

22 สิงหาคม 2569

ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เดินทาง สมัครงาน บวช ได้ไหม

คำถามที่ไม่มีใครกล้าถามตำรวจ แต่กระทบชีวิตทุกวัน ระหว่างที่คดียังไม่จบ อะไรที่ทำได้ตามปกติ อะไรที่ติดเงื่อนไขศาล และอะไรที่มีกติกาเฉพาะของตัวเอง

22 สิงหาคม 2569

โอนที่ดินให้ลูกตอนยังมีชีวิต: ให้โดยเสน่หา ต่างจากพินัยกรรมอย่างไร

ยกที่ดินให้ลูกตอนนี้ กับเขียนพินัยกรรมไว้ ให้ผลต่างกันมากทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ การเรียกคืน เจ้าหนี้ของลูก และการแบ่งกันเองในหมู่พี่น้อง