ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คดีแรงงาน

ถูกเลิกจ้าง ทำอย่างไร — สิทธิลูกจ้าง และเมื่อไรต้องมีทนายแรงงาน

เพิ่งถูกเลิกจ้างหรือถูกบีบให้เขียนใบลาออก? คู่มือลูกจ้างว่าห้ามเซ็นอะไร ต้องเก็บหลักฐานอะไร มีสิทธิได้เงินก้อนไหนบ้าง และกำหนดเวลาที่ห้ามปล่อยผ่าน

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมคดีแรงงาน11 สิงหาคม 25697 นาที

เรื่องเร่งด่วนที่สุดสำหรับลูกจ้างที่เพิ่งถูกให้ออก

⚠️ คำเตือนที่สำคัญที่สุดในคู่มือนี้ อย่ารีบลงนามในใบลาออกหรือเอกสารที่ระบุว่าได้รับเงินครบถ้วนและไม่ติดใจเรียกร้อง เพราะแม้ข้อตกลงสละสิทธิล่วงหน้าที่ต่ำกว่ามาตรฐานกฎหมายอาจใช้บังคับไม่ได้ แต่ข้อตกลงประนีประนอมที่ทำหลังเกิดข้อพิพาทโดยสมัครใจอาจมีผลตัดสิทธิเรียกร้องได้ ควรขอสำเนา ขอรายการคำนวณเงินทุกประเภท และขอเวลาตรวจเอกสารก่อนลงนาม หากรับเฉพาะเงินส่วนที่ไม่โต้แย้ง ควรสงวนสิทธิส่วนที่เหลือเป็นหนังสือ เช่นเขียนกำกับว่า "รับเงินจำนวนนี้ไว้เฉพาะส่วนที่ไม่โต้แย้ง และไม่ถือเป็นการสละสิทธิหรือยอมรับว่ามีการชำระครบถ้วนแล้ว"

มีสองจังหวะที่ต่างกัน — สละสิทธิ ล่วงหน้า ก่อนมีข้อพิพาท กับยอมความ หลังเกิดข้อพิพาท ซึ่งปิดสิทธิได้จริง

⏱ กำหนด 30 วัน สองเรื่องที่พลาดแล้วแก้ยาก

  • นำคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานขึ้นศาล — ต้องนำคดีสู่ศาลภายใน 30 วันนับแต่ทราบคำสั่ง มิฉะนั้นถึงที่สุด ใช้กับ ลูกจ้างด้วย
  • ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน — ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง

เลิกจ้าง ลาออก ไม่ต่อสัญญา

ชื่อเรียกไม่ได้ตัดสิน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่างหากที่ตัดสิน ใบลาออกที่เขียนเพราะถูกกดดันยังโต้แย้งได้ แต่ภาระพิสูจน์หนักขึ้นมาก ส่วน สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา — "สัญญาหมดอายุ ไม่ใช่เลิกจ้าง" เป็นข้ออ้างที่พบบ่อย แต่ ไม่ใช่ทุกฉบับที่เขียนวันสิ้นสุดไว้จะได้รับยกเว้นค่าชดเชย ข้อยกเว้นจำกัดอยู่กับงานครั้งคราว งานโครงการที่มีจุดจบชัดเจน หรืองานตามฤดูกาล และต้องทำเป็นหนังสือตั้งแต่ต้น สัญญาสั้น ๆ ที่ต่อซ้ำกับงานปกติของธุรกิจ ไม่เข้าข้อยกเว้น

สิ่งที่ต้องทำใน 48 ชั่วโมงแรก

1. ห้ามเซ็นเอกสารเปล่าหรือเซ็นย้อนหลัง กระดาษที่มีลายมือชื่อแต่ยังว่างอยู่ อาจกลายเป็นใบลาออกหรือหนังสือสละสิทธิภายหลัง ถ้าถูกเร่ง ให้ขอเวลาอ่านและถ่ายรูปไว้

2. ขอหนังสือเลิกจ้างที่ระบุเหตุผล ถ้าไม่ให้ ให้ส่งข้อความไปขอเป็นลายลักษณ์อักษร แม้ไม่มีคำตอบกลับ ข้อความที่ท่านส่งก็เป็นหลักฐาน เหตุที่ไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างมีข้อจำกัดในการยกขึ้นอ้างภายหลัง นายจ้างที่เขียนว่า "ปรับโครงสร้าง" แล้วมาอ้างเรื่องทุจริตตอนขึ้นศาล ต้องอธิบายว่าทำไมไม่เขียนแต่แรก

3. เก็บหลักฐานก่อนถูกตัดสิทธิเข้าระบบ สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน ข้อบังคับการทำงาน หนังสือเตือน บันทึกเวลาทำงาน และแชตกับหัวหน้า หลักฐานดิจิทัลต้องดาวน์โหลดก่อนบัญชีบริษัทถูกปิด และเก็บเป็นไฟล์ต้นฉบับ ไม่ใช่ภาพถ่ายจอ เพราะต้นฉบับมีวันเวลาและผู้ส่งติดมาด้วย

เงินสี่ก้อน ไม่ใช่ก้อนเดียว

  • ค่าชดเชย คิดเป็นขั้นบันไดตามอายุงาน จุดที่มักคิดผิดคือ "ฐาน" ที่ใช้คำนวณ ซึ่งอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขในสลิป ดู ค่าชดเชยเลิกจ้าง
  • สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ถ้าให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าตามรอบจ่ายค่าจ้าง ได้เพิ่ม แยกจากค่าชดเชย
  • ค่าจ้างและสิทธิค้างจ่าย รวมค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด และวันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ จ่ายล่าช้าอาจมีดอกเบี้ย และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจมีเงินเพิ่ม ดู ค่าจ้างค้างจ่าย
  • ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ต้องเรียกเพิ่มและต้องพิสูจน์

อีกก้อนมาจากประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทันทีและไม่เกิน 30 วันนับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง เพราะการขึ้นทะเบียนล่าช้าอาจทำให้ไม่ได้รับเงินย้อนหลัง กรณีถูกเลิกจ้างได้รับร้อยละ 60 ไม่เกิน 180 วันต่อปี ส่วนกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญามีกำหนดเวลาได้รับร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วันต่อปี ทั้งนี้ต้องมีระยะส่งเงินสมทบครบและไม่เข้าเหตุที่กฎหมายตัดสิทธิ หากนายจ้างยังไม่แจ้งออก ไม่ควรรอ ให้ขึ้นทะเบียนและนำหลักฐานไปติดต่อสำนักงานประกันสังคมทันที

ความต่าง 60% กับ 30% คือเหตุผลที่ไม่ควรยอมให้เอกสารระบุว่า "ลาออก"

ข้ออ้างว่าไม่ต้องจ่าย และการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ข้ออ้างว่าลูกจ้างทำผิดจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ใช้ได้เฉพาะกรณีร้ายแรงจำกัดกลุ่มหนึ่ง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนระเบียบหลังเตือนเป็นหนังสือแล้ว ส่วน "บริษัทขาดทุน" หรือ "ปรับโครงสร้าง" โดยหลักไม่ใช่เหตุยกเว้น ภาระพิสูจน์อยู่ที่นายจ้าง ทั้งระเบียบที่ใช้บังคับอยู่จริง การรับทราบของลูกจ้าง หนังสือเตือนที่ยังไม่พ้นระยะเวลา ความสม่ำเสมอกับคนที่ทำแบบเดียวกัน และความตรงกันของเหตุผลในหนังสือเลิกจ้างกับที่อ้างภายหลัง ข้อกล่าวหาจึงเป็นคำกล่าวอ้าง ไม่ใช่ข้อสรุป เพราะชี้ขาดด้วยเอกสารที่ทำไว้ในเวลานั้น

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นคนละฐานกับค่าชดเชย คือเรียกเพิ่มโดยอ้างว่าเหตุผลในการให้ออกไม่สมควรเพียงพอ ต้องพิสูจน์และเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งอาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายแทน คู่มือนี้ไม่ระบุตัวเลข เพราะจำนวนเงินที่ประเมินก่อนเห็นเอกสารจริง เป็นเพียงการคาดคะเน

สองช่องทาง — ต้องตัดสินใจก่อนยื่นใบแรก

พนักงานตรวจแรงงานพิจารณาและออกคำสั่งได้เฉพาะเงินที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนการขอให้วินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอรับกลับเข้าทำงาน หรือเรียกค่าเสียหายแทนการรับกลับ โดยทั่วไปต้องยื่นต่อศาลแรงงาน ทั้งนี้ หากการเลิกจ้างเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสหภาพแรงงานหรือการยื่นข้อเรียกร้อง อาจมีกระบวนการตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย

ช่องทางนี้เข้าถึงง่ายและไม่ต้องเขียนคำฟ้อง แต่การเลือกมีผลผูกพัน

สำหรับเงินตามกฎหมายรายการเดียวกัน การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นฟ้องศาลอาจถือเป็นการเลือกช่องทางตั้งแต่วันที่ยื่น จึงไม่ควรดำเนินสองทางซ้ำกัน หากจะถอนคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อไปฟ้องศาล ควรถอนให้เสร็จและเก็บหลักฐานการถอนก่อนยื่นฟ้อง ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นคนละฐานสิทธิและต้องยื่นต่อศาลแรงงาน โดยต้องแยกรายการเงินไม่ให้ซ้ำกับเรื่องที่อยู่ต่อพนักงานตรวจแรงงาน

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย

การยื่นฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล แต่คู่ความอาจยังมีค่าใช้จ่ายจริงบางประเภท เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร หรือค่าใช้จ่ายพิเศษในการบังคับคดี ผู้ที่ไม่มีทนายสามารถฟ้องด้วยวาจาต่อศาลได้ โดยศาลจะสอบถามและจดบันทึกเป็นคำฟ้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทนายหรือรับผิดชอบวางรูปคดีแทนผู้ฟ้อง

สิ่งที่ยกเว้นคือ ตัวกระบวนพิจารณา ไม่ใช่ตัวลูกจ้าง คดีแรงงานจึงไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย

อายุความ — แต่ละก้อนไม่เท่ากัน

เรียกร้องเรื่องใดอายุความเริ่มนับ
ค่าจ้างค้างจ่าย2 ปีวันที่แต่ละงวดถึงกำหนดจ่าย
ค่าล่วงเวลา / ค่าทำงานวันหยุด2 ปีเช่นกัน
ค่าชดเชย10 ปีวันเลิกจ้าง
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10 ปีวันที่สิทธิเกิด
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม10 ปีวันถูกเลิกจ้าง

การร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานไม่มีกรอบเฉพาะ แต่ไม่ได้แปลว่าร้องเมื่อไรก็ได้ เพราะนายจ้างยกอายุความขึ้นสู้ในศาลได้ และอายุความยังเริ่มนับใหม่ได้จากการรับสภาพหนี้หรือชำระบางส่วน

อย่ารอจนใกล้ครบอายุความ เพราะเงินแต่ละงวดเริ่มนับไม่พร้อมกัน และกำหนด 30 วันสำหรับคัดค้านคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นอีกกำหนดหนึ่งที่สั้นกว่าอายุความมาก

เมื่อไรควรมีทนายแรงงาน

ถ้าเป็นค่าจ้างค้างจ่ายจำนวนไม่มากและข้อเท็จจริงชัด การไปยื่นเรื่องด้วยตนเองก็สมเหตุสมผล แต่ควรปรึกษา ทนายแรงงาน ถ้าถูกกล่าวหาว่าทำผิดร้ายแรงเพื่อไม่ให้ได้ค่าชดเชย ถูกกดดันให้เซ็นเอกสารสละสิทธิ ถูกเลิกจ้างพร้อมกันหลายคน หรือได้รับคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้วไม่พอใจผล เพราะเหลือเวลา 30 วัน สิ่งที่ควรถามครั้งแรกคือควรไปช่องทางไหน ต้องรีบทำอะไรภายในกี่วัน และขอบเขตงานของทนายถึงชั้นใด ดู ค่าทนายความ

ทีมของเราดูแลคดีแรงงานทั้งสองฝั่ง ดู บริการกฎหมายแรงงาน โทร 092-254-2045 หรือเขียนมาที่ ติดต่อเรา


ถ้าพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งแล้ว แต่ท่านไม่เห็นด้วย

30 วัน — เส้นตายที่คนพลาดบ่อยที่สุด

นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มิฉะนั้นคำสั่งจะถึงที่สุด

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับลูกจ้าง เพราะหลายคนเข้าใจว่าเมื่อมีคำสั่งแล้วจบ — ไม่จริง ถ้าคำสั่งยกคำร้องของท่าน หรือให้เงินน้อยกว่าที่ควรได้ ท่านมีสิทธิ์นำขึ้นศาลเท่ากับนายจ้าง

หากนายจ้างเป็นผู้ฟ้อง ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่ง ส่วนลูกจ้างหรือทายาทไม่ต้องวางเงินนี้ ท่านจึงไม่ได้ถูกปิดกั้นเพราะไม่มีเงินก้อน

เก็บหลักฐานวันที่ทราบคำสั่งไว้เสมอ เช่น ใบตอบรับ หนังสือรับทราบ หรืออีเมล เพราะวันนั้นเป็นจุดตั้งต้นนับ 30 วัน

อ่านต่อ


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง ควรตรวจกับทนายความก่อนดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างให้เซ็นเอกสารตอนบอกเลิกจ้าง ต้องเซ็นวันนั้นเลยไหม+

โดยทั่วไปไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ลงนามทันที ท่านขอสำเนา ขอรายการคำนวณเงิน และขอเวลาตรวจก่อนได้ ที่ต้องระวังคือใบลาออกและเอกสารไม่ติดใจเรียกร้อง

ถูกบีบให้เขียนใบลาออก ถือว่าลาออกเองไหม+

ไม่จำเป็นเสมอไป กฎหมายดูความจริงของเหตุการณ์ ไม่ใช่ชื่อเอกสาร ถ้านายจ้างเป็นผู้ตัดสินใจให้ท่านพ้นงาน ยังโต้แย้งได้ว่าเป็นการเลิกจ้าง แต่ภาระพิสูจน์หนักขึ้นมาก

ค่าชดเชยกับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ก้อนเดียวกันไหม+

คนละก้อนคนละฐาน ค่าชดเชยคิดตามอายุงานโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่านายจ้างผิดหรือไม่ ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต้องพิสูจน์และเป็นดุลพินิจของศาล

ตกงานแล้วต้องรีบขึ้นทะเบียนว่างงานเมื่อไร+

ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง เพราะล่าช้าอาจไม่ได้รับเงินย้อนหลัง ถูกเลิกจ้างได้ร้อยละ 60 ไม่เกิน 180 วันต่อปี ลาออกได้ร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วันต่อปี