คู่มือนี้ตอบคำถามเดียว คือ "เรื่องของผมควรไปที่ไหน" ถ้าท่านถือคำสั่งที่ไม่เป็นคุณกับท่านอยู่แล้ว ข้ามไปหัวข้อ "ถ้าคำสั่งไม่เป็นคุณกับท่าน" เพราะมีกำหนด 30 วัน
ทางที่ 1: ร้องพนักงานตรวจแรงงาน
"กรมแรงงาน" ที่คนพูดถึงคือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเรียกว่า พนักงานตรวจแรงงาน คนละหน่วยกับจัดหางานและประกันสังคมที่มักอยู่บริเวณเดียวกัน
ยื่นเองได้ในพื้นที่ที่ท่านทำงานหรือที่นายจ้างตั้งอยู่ ไม่ต้องมีทนาย ไม่ต้องเขียนคำฟ้อง ถือไปวันแรก: บัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร หลักฐานว่าท่านเป็นลูกจ้างจริง สลิปเงินเดือน หลักฐานการเลิกจ้าง และไทม์ไลน์ยอดค้างแต่ละรายการ
สั่งได้แค่ไหน — หัวใจของการเลือกทาง
พนักงานตรวจแรงงานพิจารณาและออกคำสั่งได้เฉพาะเงินที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนการขอให้วินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอรับกลับเข้าทำงาน หรือเรียกค่าเสียหายแทนการรับกลับ โดยทั่วไปต้องยื่นต่อศาลแรงงาน ทั้งนี้ หากการเลิกจ้างเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสหภาพแรงงานหรือการยื่นข้อเรียกร้อง อาจมีกระบวนการตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย
ท่านจึงอาจได้ค่าชดเชยครบจากคำสั่ง แต่ไม่ได้เงินก้อน "เลิกจ้างไม่เป็นธรรม" เลย อย่าลืมขอดอกเบี้ยไว้ในคำร้อง เงินค้างจ่ายบางประเภทมีดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และถ้านายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควรยังมีเงินเพิ่มอีกส่วน (ค่าชดเชยตามอายุงาน)
ทางที่ 2: ฟ้องศาลแรงงาน
หลายคนไม่กล้าฟ้องเพราะคิดว่าต้องมีเงินและต้องมีทนาย ข้อเท็จจริงคือ
การยื่นฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล แต่คู่ความอาจยังมีค่าใช้จ่ายจริงบางประเภท เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร หรือค่าใช้จ่ายพิเศษในการบังคับคดี ผู้ที่ไม่มีทนายสามารถฟ้องด้วยวาจาต่อศาลได้ โดยศาลจะสอบถามและจดบันทึกเป็นคำฟ้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทนายหรือรับผิดชอบวางรูปคดีแทนผู้ฟ้อง
แลกกับการที่นายจ้างมักมีทนาย และใช้เวลาหลายนัดถ้าสู้ถึงชั้นสืบพยาน (วันนัดเป็นอย่างไร) ส่วนถ้าแพ้ในชั้นต้น
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย โดยต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง การขยายเวลาเป็นดุลพินิจของศาลและควรขอก่อนครบกำหนด ส่วนการอุทธรณ์ไม่ทำให้การบังคับคดีหยุดโดยอัตโนมัติ
| หัวข้อ | พนักงานตรวจแรงงาน | ศาลแรงงาน |
|---|---|---|
| ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว | สั่งได้ | สั่งได้ |
| เลิกจ้างไม่เป็นธรรม / รับกลับเข้าทำงาน | สั่งไม่ได้ | สั่งได้ |
| เงินตามสัญญา เช่น โบนัส คอมมิชชั่นเฉพาะราย | โดยทั่วไปนอกขอบเขต | เรียกได้ในคดีเดียวกัน |
| ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอม | นำคดีขึ้นศาลได้ภายใน 30 วัน | อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ภายใน 15 วัน |
| การบังคับให้ได้เงินจริง | คำสั่งไม่ใช่หมายบังคับคดี | คำพิพากษาใช้ตั้งเรื่องบังคับคดีได้ |
กติกาการเลือกทาง
สำหรับเงินตามกฎหมายรายการเดียวกัน การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นฟ้องศาลอาจถือเป็นการเลือกช่องทางตั้งแต่วันที่ยื่น จึงไม่ควรดำเนินสองทางซ้ำกัน หากจะถอนคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อไปฟ้องศาล ควรถอนให้เสร็จและเก็บหลักฐานการถอนก่อนยื่นฟ้อง ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นคนละฐานสิทธิและต้องยื่นต่อศาลแรงงาน โดยต้องแยกรายการเงินไม่ให้ซ้ำกับเรื่องที่อยู่ต่อพนักงานตรวจแรงงาน
สิ่งที่เปลี่ยนคำตอบได้ทั้งหมด คือ นายจ้างยอมรับไหมว่าท่านเป็นลูกจ้าง และกล่าวหาว่าท่านทำผิดร้ายแรงหรือไม่ สองเรื่องนี้มักจบที่ศาล และคำให้การชั้นพนักงานตรวจแรงงานถูกหยิบไปใช้ในศาลได้ ส่วนเหตุที่นายจ้างไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างมีข้อจำกัดในการยกขึ้นอ้างภายหลัง จึงควรเก็บหนังสือเลิกจ้างไว้ และถ้านายจ้างเข้าสู่คดีล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกำหนดของคดีนั้นด้วย
ไม่ว่าเลือกทางไหน ให้ดาวน์โหลดหลักฐานดิจิทัลออกจากระบบบริษัททันที เก็บไฟล์ต้นฉบับพร้อมวันเวลาของไฟล์ และอย่าเซ็นเอกสารเปล่า เซ็นย้อนหลัง หรือรีบเซ็นเอกสารที่ระบุว่าไม่ติดใจเรียกร้อง (รายละเอียด)
ถ้าคำสั่งไม่เป็นคุณกับท่าน
ลูกจ้างเสียสิทธิที่จุดนี้มากที่สุด เพราะเข้าใจผิดว่าคำสั่งเป็นที่สุดแล้วทำอะไรต่อไม่ได้
นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มิฉะนั้นคำสั่งจะถึงที่สุด หากนายจ้างเป็นผู้ฟ้อง ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่ง ส่วนลูกจ้างหรือทายาทไม่ต้องวางเงินนี้
ใช้กับคำสั่งที่ไม่เป็นคุณทุกแบบ ทั้งยกคำร้อง สั่งให้จ่ายน้อยกว่าที่ขอ ตัดบางรายการออก หรือวินิจฉัยฐานค่าจ้างต่ำกว่าที่ท่านได้รับจริง วันที่ได้รับคำสั่ง ให้จดวันที่ท่านทราบและถ่ายรูปเก็บทั้งซองและตัวเอกสาร เพราะวันที่ทราบคือจุดเริ่มนับ อ่านทีละรายการว่าได้อะไร ไม่ได้อะไร คิดจากฐานค่าจ้างเท่าไร แล้วปรึกษาทนายในไม่กี่วันแรก ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง ท่านเป็นคู่ความโดยไม่ได้เลือก อย่าเพิกเฉยต่อหมายศาล
นายจ้างไม่จ่ายตามคำสั่ง ทำอย่างไรต่อ
คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ถึงที่สุดยังไม่ใช่หมายบังคับคดีสำหรับนำไปยึดทรัพย์โดยตรง หากนายจ้างไม่จ่าย ลูกจ้างควรนำคำสั่งกลับไปแจ้งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอให้ติดตามและดำเนินคดีอาญาฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง พร้อมขอความช่วยเหลือดำเนินคดีต่อศาลแรงงานเพื่อให้ได้คำพิพากษาที่ใช้ยึดหรืออายัดทรัพย์ได้ ทั้งนี้ ลูกจ้างอาจยื่นขอเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างควบคู่กันได้หากเข้าเงื่อนไข
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ค่าจ้าง หรือเงินตามกฎหมายแม้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งแล้ว ลูกจ้างอาจขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ โดยไม่ต้องบังคับคดีจนพิสูจน์ว่านายจ้างไม่มีทรัพย์ก่อน วงเงินเป็นเพียงเงินสงเคราะห์และอาจต่ำกว่ายอดที่นายจ้างค้าง ลูกจ้างควรนำคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน บัตรประชาชน หลักฐานบัญชีธนาคาร และหลักฐานความเดือดร้อนไปยื่นต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยเร็ว
เรียกชื่อกองทุนกับเจ้าหน้าที่ตรง ๆ จะได้ไม่ถูกส่งผิดแผนก แบบที่ใช้ยื่นคือ สกล.1 เพดานคิดเป็นเท่าของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ส่วนที่ทดแทนค่าชดเชย อายุงาน 120 วันถึงไม่ถึง 3 ปี ไม่เกิน 30 เท่า, 3 ปีถึงไม่ถึง 10 ปี ไม่เกิน 50 เท่า, 10 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 70 เท่า เงินอื่นไม่เกิน 60 เท่า (เพดานที่สูงกว่านี้ในข่าวเก่าเป็นมาตรการช่วงโควิด) ยื่นภายใน 2 ปีนับแต่คำสั่งเป็นที่สุด บางกรณียื่นได้ก่อน และเมื่อได้หนังสือแจ้งให้มารับเงินต้องดำเนินการภายใน 60 วัน
กำหนดเวลา — เรื่องที่ทำให้แพ้ทั้งที่มีสิทธิ
| เงินที่เรียก | อายุความ | เริ่มนับจาก |
|---|---|---|
| ค่าจ้างค้างจ่าย | 2 ปี | วันที่แต่ละงวดถึงกำหนดจ่าย |
| ค่าล่วงเวลา / ค่าทำงานวันหยุด | 2 ปี | วันที่แต่ละงวดถึงกำหนดจ่าย |
| ค่าชดเชย | 10 ปี | วันเลิกจ้าง |
| สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า | 10 ปี | วันที่สิทธิเกิด |
| ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม | 10 ปี | วันถูกเลิกจ้าง |
การร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานไม่มีกรอบเวลาเฉพาะ แต่ไม่ได้แปลว่าร้องเมื่อไรก็ได้ เพราะนายจ้างยกอายุความขึ้นสู้ในศาลได้
⚠️ อย่ารอจนใกล้ครบอายุความ เพราะเงินแต่ละงวดเริ่มนับไม่พร้อมกัน และกำหนด 30 วันสำหรับคัดค้านคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นอีกกำหนดหนึ่งที่สั้นกว่าอายุความมาก
กำหนดในกระบวนการที่พลาดแล้วแก้ยาก คือ 30 วัน นับแต่ทราบคำสั่ง สำหรับนำคำสั่งขึ้นสู่ศาล 30 วัน นับแต่สิ้นสุดการจ้าง สำหรับขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน (ขึ้นช้าอาจไม่ได้เงินย้อนหลัง) และ 15 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา สำหรับยื่นอุทธรณ์
เมื่อไรที่ควรมีทนาย
ไปเองได้จริงเมื่อยอดชัด เอกสารครบ และนายจ้างไม่เถียงว่าท่านเป็นลูกจ้าง คนมักค้นหาคำว่า "ทนายกรมแรงงาน" ตอนมาถึงกรณีเหล่านี้แล้ว
- คำสั่งออกมาแล้วและ ไม่เป็นคุณกับท่าน หรือนายจ้างนำคำสั่งขึ้นศาล เพราะเหลือเวลา 30 วัน
- นายจ้างอ้างว่าท่าน ทุจริตหรือทำให้บริษัทเสียหายร้ายแรง หรือท่านเซ็นเอกสารไม่ติดใจเรียกร้องไปแล้ว
- ท่านต้องการ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือกลับเข้าทำงาน
- จ้างผ่านบริษัทรับเหมา ถูกเรียกว่าสัญญาจ้างทำของ หรือเป็น แรงงานข้ามชาติ ที่สถานะการทำงานผูกกับนายจ้าง และถ้าสัญญาเขียนวันสิ้นสุดไว้ อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่ได้ค่าชดเชย เพราะไม่ใช่ทุกฉบับที่เข้าข้อยกเว้น
สิ่งที่ต้องตัดสินให้ถูกคือ "เงินที่ท่านต้องการนั้น หน่วยงานที่ท่านจะไปหามีอำนาจสั่งให้หรือไม่" ถ้าคำตอบคือไม่ ยื่นเร็วแค่ไหนก็ไม่ได้สิ่งนั้น
ให้ทีมคดีแรงงานของเราช่วยดูว่าเรื่องของท่านควรไปทางไหน โทร 092-254-2045 หรือเขียนมาที่ ติดต่อเรา ดูขอบเขตงานที่ บริการกฎหมายแรงงาน
อ่านต่อ
- ถูกเลิกจ้าง สิทธิของลูกจ้างมีอะไรบ้าง
- ถูกเลิกจ้างได้ค่าชดเชยเท่าไหร่
- ขึ้นศาลแรงงานครั้งแรก เตรียมตัวอย่างไร
คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไปเรื่องขั้นตอน ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสารของท่านเอง กำหนดเวลาที่ใช้จริงควรตรวจสอบกับพนักงานตรวจแรงงานหรือทนายความ