ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คดีแรงงาน

ร้องกรมแรงงาน หรือฟ้องศาลแรงงาน — ลูกจ้างเลือกทางไหนดี

นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างหรือค่าชดเชย ควรร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน เทียบสองทางว่าสั่งอะไรได้ กำหนด 30 วันที่พลาดไม่ได้ และกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมคดีแรงงาน11 สิงหาคม 25697 นาที

คู่มือนี้ตอบคำถามเดียว คือ "เรื่องของผมควรไปที่ไหน" ถ้าท่านถือคำสั่งที่ไม่เป็นคุณกับท่านอยู่แล้ว ข้ามไปหัวข้อ "ถ้าคำสั่งไม่เป็นคุณกับท่าน" เพราะมีกำหนด 30 วัน

ทางที่ 1: ร้องพนักงานตรวจแรงงาน

"กรมแรงงาน" ที่คนพูดถึงคือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเรียกว่า พนักงานตรวจแรงงาน คนละหน่วยกับจัดหางานและประกันสังคมที่มักอยู่บริเวณเดียวกัน

ยื่นเองได้ในพื้นที่ที่ท่านทำงานหรือที่นายจ้างตั้งอยู่ ไม่ต้องมีทนาย ไม่ต้องเขียนคำฟ้อง ถือไปวันแรก: บัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร หลักฐานว่าท่านเป็นลูกจ้างจริง สลิปเงินเดือน หลักฐานการเลิกจ้าง และไทม์ไลน์ยอดค้างแต่ละรายการ

สั่งได้แค่ไหน — หัวใจของการเลือกทาง

พนักงานตรวจแรงงานพิจารณาและออกคำสั่งได้เฉพาะเงินที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนการขอให้วินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอรับกลับเข้าทำงาน หรือเรียกค่าเสียหายแทนการรับกลับ โดยทั่วไปต้องยื่นต่อศาลแรงงาน ทั้งนี้ หากการเลิกจ้างเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสหภาพแรงงานหรือการยื่นข้อเรียกร้อง อาจมีกระบวนการตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย

ท่านจึงอาจได้ค่าชดเชยครบจากคำสั่ง แต่ไม่ได้เงินก้อน "เลิกจ้างไม่เป็นธรรม" เลย อย่าลืมขอดอกเบี้ยไว้ในคำร้อง เงินค้างจ่ายบางประเภทมีดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และถ้านายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควรยังมีเงินเพิ่มอีกส่วน (ค่าชดเชยตามอายุงาน)

ทางที่ 2: ฟ้องศาลแรงงาน

หลายคนไม่กล้าฟ้องเพราะคิดว่าต้องมีเงินและต้องมีทนาย ข้อเท็จจริงคือ

การยื่นฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล แต่คู่ความอาจยังมีค่าใช้จ่ายจริงบางประเภท เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร หรือค่าใช้จ่ายพิเศษในการบังคับคดี ผู้ที่ไม่มีทนายสามารถฟ้องด้วยวาจาต่อศาลได้ โดยศาลจะสอบถามและจดบันทึกเป็นคำฟ้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทนายหรือรับผิดชอบวางรูปคดีแทนผู้ฟ้อง

แลกกับการที่นายจ้างมักมีทนาย และใช้เวลาหลายนัดถ้าสู้ถึงชั้นสืบพยาน (วันนัดเป็นอย่างไร) ส่วนถ้าแพ้ในชั้นต้น

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย โดยต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง การขยายเวลาเป็นดุลพินิจของศาลและควรขอก่อนครบกำหนด ส่วนการอุทธรณ์ไม่ทำให้การบังคับคดีหยุดโดยอัตโนมัติ

หัวข้อพนักงานตรวจแรงงานศาลแรงงาน
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวสั่งได้สั่งได้
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม / รับกลับเข้าทำงานสั่งไม่ได้สั่งได้
เงินตามสัญญา เช่น โบนัส คอมมิชชั่นเฉพาะรายโดยทั่วไปนอกขอบเขตเรียกได้ในคดีเดียวกัน
ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมนำคดีขึ้นศาลได้ภายใน 30 วันอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ภายใน 15 วัน
การบังคับให้ได้เงินจริงคำสั่งไม่ใช่หมายบังคับคดีคำพิพากษาใช้ตั้งเรื่องบังคับคดีได้

กติกาการเลือกทาง

สำหรับเงินตามกฎหมายรายการเดียวกัน การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นฟ้องศาลอาจถือเป็นการเลือกช่องทางตั้งแต่วันที่ยื่น จึงไม่ควรดำเนินสองทางซ้ำกัน หากจะถอนคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อไปฟ้องศาล ควรถอนให้เสร็จและเก็บหลักฐานการถอนก่อนยื่นฟ้อง ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นคนละฐานสิทธิและต้องยื่นต่อศาลแรงงาน โดยต้องแยกรายการเงินไม่ให้ซ้ำกับเรื่องที่อยู่ต่อพนักงานตรวจแรงงาน

สิ่งที่เปลี่ยนคำตอบได้ทั้งหมด คือ นายจ้างยอมรับไหมว่าท่านเป็นลูกจ้าง และกล่าวหาว่าท่านทำผิดร้ายแรงหรือไม่ สองเรื่องนี้มักจบที่ศาล และคำให้การชั้นพนักงานตรวจแรงงานถูกหยิบไปใช้ในศาลได้ ส่วนเหตุที่นายจ้างไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างมีข้อจำกัดในการยกขึ้นอ้างภายหลัง จึงควรเก็บหนังสือเลิกจ้างไว้ และถ้านายจ้างเข้าสู่คดีล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกำหนดของคดีนั้นด้วย

ไม่ว่าเลือกทางไหน ให้ดาวน์โหลดหลักฐานดิจิทัลออกจากระบบบริษัททันที เก็บไฟล์ต้นฉบับพร้อมวันเวลาของไฟล์ และอย่าเซ็นเอกสารเปล่า เซ็นย้อนหลัง หรือรีบเซ็นเอกสารที่ระบุว่าไม่ติดใจเรียกร้อง (รายละเอียด)

ถ้าคำสั่งไม่เป็นคุณกับท่าน

ลูกจ้างเสียสิทธิที่จุดนี้มากที่สุด เพราะเข้าใจผิดว่าคำสั่งเป็นที่สุดแล้วทำอะไรต่อไม่ได้

นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มิฉะนั้นคำสั่งจะถึงที่สุด หากนายจ้างเป็นผู้ฟ้อง ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่ง ส่วนลูกจ้างหรือทายาทไม่ต้องวางเงินนี้

ใช้กับคำสั่งที่ไม่เป็นคุณทุกแบบ ทั้งยกคำร้อง สั่งให้จ่ายน้อยกว่าที่ขอ ตัดบางรายการออก หรือวินิจฉัยฐานค่าจ้างต่ำกว่าที่ท่านได้รับจริง วันที่ได้รับคำสั่ง ให้จดวันที่ท่านทราบและถ่ายรูปเก็บทั้งซองและตัวเอกสาร เพราะวันที่ทราบคือจุดเริ่มนับ อ่านทีละรายการว่าได้อะไร ไม่ได้อะไร คิดจากฐานค่าจ้างเท่าไร แล้วปรึกษาทนายในไม่กี่วันแรก ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง ท่านเป็นคู่ความโดยไม่ได้เลือก อย่าเพิกเฉยต่อหมายศาล

นายจ้างไม่จ่ายตามคำสั่ง ทำอย่างไรต่อ

คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ถึงที่สุดยังไม่ใช่หมายบังคับคดีสำหรับนำไปยึดทรัพย์โดยตรง หากนายจ้างไม่จ่าย ลูกจ้างควรนำคำสั่งกลับไปแจ้งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอให้ติดตามและดำเนินคดีอาญาฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง พร้อมขอความช่วยเหลือดำเนินคดีต่อศาลแรงงานเพื่อให้ได้คำพิพากษาที่ใช้ยึดหรืออายัดทรัพย์ได้ ทั้งนี้ ลูกจ้างอาจยื่นขอเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างควบคู่กันได้หากเข้าเงื่อนไข

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ค่าจ้าง หรือเงินตามกฎหมายแม้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งแล้ว ลูกจ้างอาจขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ โดยไม่ต้องบังคับคดีจนพิสูจน์ว่านายจ้างไม่มีทรัพย์ก่อน วงเงินเป็นเพียงเงินสงเคราะห์และอาจต่ำกว่ายอดที่นายจ้างค้าง ลูกจ้างควรนำคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน บัตรประชาชน หลักฐานบัญชีธนาคาร และหลักฐานความเดือดร้อนไปยื่นต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยเร็ว

เรียกชื่อกองทุนกับเจ้าหน้าที่ตรง ๆ จะได้ไม่ถูกส่งผิดแผนก แบบที่ใช้ยื่นคือ สกล.1 เพดานคิดเป็นเท่าของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ส่วนที่ทดแทนค่าชดเชย อายุงาน 120 วันถึงไม่ถึง 3 ปี ไม่เกิน 30 เท่า, 3 ปีถึงไม่ถึง 10 ปี ไม่เกิน 50 เท่า, 10 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 70 เท่า เงินอื่นไม่เกิน 60 เท่า (เพดานที่สูงกว่านี้ในข่าวเก่าเป็นมาตรการช่วงโควิด) ยื่นภายใน 2 ปีนับแต่คำสั่งเป็นที่สุด บางกรณียื่นได้ก่อน และเมื่อได้หนังสือแจ้งให้มารับเงินต้องดำเนินการภายใน 60 วัน

กำหนดเวลา — เรื่องที่ทำให้แพ้ทั้งที่มีสิทธิ

เงินที่เรียกอายุความเริ่มนับจาก
ค่าจ้างค้างจ่าย2 ปีวันที่แต่ละงวดถึงกำหนดจ่าย
ค่าล่วงเวลา / ค่าทำงานวันหยุด2 ปีวันที่แต่ละงวดถึงกำหนดจ่าย
ค่าชดเชย10 ปีวันเลิกจ้าง
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10 ปีวันที่สิทธิเกิด
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม10 ปีวันถูกเลิกจ้าง

การร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานไม่มีกรอบเวลาเฉพาะ แต่ไม่ได้แปลว่าร้องเมื่อไรก็ได้ เพราะนายจ้างยกอายุความขึ้นสู้ในศาลได้

⚠️ อย่ารอจนใกล้ครบอายุความ เพราะเงินแต่ละงวดเริ่มนับไม่พร้อมกัน และกำหนด 30 วันสำหรับคัดค้านคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นอีกกำหนดหนึ่งที่สั้นกว่าอายุความมาก

กำหนดในกระบวนการที่พลาดแล้วแก้ยาก คือ 30 วัน นับแต่ทราบคำสั่ง สำหรับนำคำสั่งขึ้นสู่ศาล 30 วัน นับแต่สิ้นสุดการจ้าง สำหรับขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน (ขึ้นช้าอาจไม่ได้เงินย้อนหลัง) และ 15 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา สำหรับยื่นอุทธรณ์

เมื่อไรที่ควรมีทนาย

ไปเองได้จริงเมื่อยอดชัด เอกสารครบ และนายจ้างไม่เถียงว่าท่านเป็นลูกจ้าง คนมักค้นหาคำว่า "ทนายกรมแรงงาน" ตอนมาถึงกรณีเหล่านี้แล้ว

  • คำสั่งออกมาแล้วและ ไม่เป็นคุณกับท่าน หรือนายจ้างนำคำสั่งขึ้นศาล เพราะเหลือเวลา 30 วัน
  • นายจ้างอ้างว่าท่าน ทุจริตหรือทำให้บริษัทเสียหายร้ายแรง หรือท่านเซ็นเอกสารไม่ติดใจเรียกร้องไปแล้ว
  • ท่านต้องการ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือกลับเข้าทำงาน
  • จ้างผ่านบริษัทรับเหมา ถูกเรียกว่าสัญญาจ้างทำของ หรือเป็น แรงงานข้ามชาติ ที่สถานะการทำงานผูกกับนายจ้าง และถ้าสัญญาเขียนวันสิ้นสุดไว้ อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่ได้ค่าชดเชย เพราะไม่ใช่ทุกฉบับที่เข้าข้อยกเว้น

สิ่งที่ต้องตัดสินให้ถูกคือ "เงินที่ท่านต้องการนั้น หน่วยงานที่ท่านจะไปหามีอำนาจสั่งให้หรือไม่" ถ้าคำตอบคือไม่ ยื่นเร็วแค่ไหนก็ไม่ได้สิ่งนั้น

ให้ทีมคดีแรงงานของเราช่วยดูว่าเรื่องของท่านควรไปทางไหน โทร 092-254-2045 หรือเขียนมาที่ ติดต่อเรา ดูขอบเขตงานที่ บริการกฎหมายแรงงาน


อ่านต่อ


คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไปเรื่องขั้นตอน ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสารของท่านเอง กำหนดเวลาที่ใช้จริงควรตรวจสอบกับพนักงานตรวจแรงงานหรือทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

ร้องพนักงานตรวจแรงงานกับฟ้องศาลแรงงาน ต่างกันอย่างไร+

พนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งได้เฉพาะเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนการวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอกลับเข้าทำงาน หรือค่าเสียหายแทนการรับกลับ โดยทั่วไปต้องยื่นต่อศาลแรงงาน ทั้งนี้ หากการเลิกจ้างเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสหภาพแรงงานหรือการยื่นข้อเรียกร้อง อาจมีกระบวนการตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย

ยื่นทั้งสองทางพร้อมกันสำหรับเงินก้อนเดียวกันได้ไหม+

ไม่ควร เพราะการยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นฟ้องศาลอาจถือเป็นการเลือกช่องทางตั้งแต่วันที่ยื่น หากจะถอนคำร้องไปฟ้องศาล ควรถอนให้เสร็จและเก็บหลักฐานการถอนก่อนยื่นฟ้อง

พนักงานตรวจแรงงานสั่งยกคำร้อง หรือสั่งให้น้อยกว่าที่ขอ ยังทำอะไรได้ไหม+

ได้ และต้องรีบ ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง เช่นเดียวกับนายจ้าง มิฉะนั้นคำสั่งถึงที่สุด เงื่อนไขวางเงินต่อศาลใช้กับนายจ้างผู้ฟ้องเท่านั้น

คำสั่งถึงที่สุดแล้วแต่นายจ้างยังไม่จ่าย ทำอย่างไร+

คำสั่งที่ถึงที่สุดยังไม่ใช่หมายบังคับคดีสำหรับยึดทรัพย์โดยตรง ควรนำคำสั่งกลับไปแจ้งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอให้ติดตามและดำเนินคดีอาญา พร้อมขอความช่วยเหลือดำเนินคดีต่อศาล และยื่นขอกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างควบคู่กันได้

เรื่องผ่านมาหลายเดือนแล้ว ยังเรียกร้องได้ไหม+

ค่าจ้างและค่าล่วงเวลามีอายุความ 2 ปี นับแยกตามวันที่แต่ละงวดถึงกำหนดจ่าย ส่วนค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 10 ปี แต่ไม่ควรรอ

บริการที่เกี่ยวข้อง