เริ่มจากตรงนี้
ถ้ายังไม่ได้ยื่นที่ไหนเลย ให้เลือกช่องทางก่อนที่ ร้องพนักงานตรวจแรงงาน หรือฟ้องศาลแรงงานดี ถ้ามีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานอยู่ในมือแล้ว ให้อ่านหัวข้อถัดไปทันที
⚠️ สิ่งที่ทำให้ลูกจ้างเสียคดีมากที่สุดไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นกระบวนการ คือ การขาดนัด และ การลงชื่อในข้อตกลงทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่ามันปิดสิทธิอะไร
กำหนดเวลาสามช่องที่พลาดแล้วแก้ยากที่สุด
| เรื่อง | กำหนด | เริ่มนับจาก |
|---|---|---|
| นำคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานขึ้นสู่ศาล | 30 วัน | วันที่ทราบคำสั่ง |
| ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับประกันสังคม | ไม่เกิน 30 วัน | วันสิ้นสุดการจ้าง |
| อุทธรณ์คำพิพากษาศาลแรงงาน | 15 วัน | วันที่อ่านคำพิพากษา |
ถ้าผ่านชั้นพนักงานตรวจแรงงานมาแล้ว นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มิฉะนั้นคำสั่งจะถึงที่สุด หากนายจ้างเป็นผู้ฟ้อง ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่ง ส่วนลูกจ้างหรือทายาทไม่ต้องวางเงินนี้ และถ้าฝ่ายนายจ้างเป็นผู้นำคดีขึ้นศาล ท่านจะเป็นจำเลยในคดีนั้น
ระหว่างรอคดี ผู้ประกันตนควรขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทันทีและไม่เกิน 30 วันนับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง เพราะการขึ้นทะเบียนล่าช้าอาจทำให้ไม่ได้รับเงินย้อนหลัง กรณีถูกเลิกจ้างได้รับร้อยละ 60 ไม่เกิน 180 วันต่อปี ส่วนกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญามีกำหนดเวลาได้รับร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วันต่อปี ทั้งนี้ต้องมีระยะส่งเงินสมทบครบและไม่เข้าเหตุที่กฎหมายตัดสิทธิ หากนายจ้างยังไม่แจ้งออก ไม่ควรรอ ให้ขึ้นทะเบียนและนำหลักฐานไปติดต่อสำนักงานประกันสังคมทันที
อายุความของแต่ละข้อเรียกร้องยาวกว่านี้ แต่ อย่ารอจนใกล้ครบอายุความ เพราะเงินแต่ละงวดเริ่มนับไม่พร้อมกัน และกำหนด 30 วันสำหรับคัดค้านคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นอีกกำหนดหนึ่งที่สั้นกว่าอายุความมาก
ศาลแรงงานไม่เหมือนศาลอื่น
การยื่นฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล แต่คู่ความอาจยังมีค่าใช้จ่ายจริงบางประเภท เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร หรือค่าใช้จ่ายพิเศษในการบังคับคดี ผู้ที่ไม่มีทนายสามารถฟ้องด้วยวาจาต่อศาลได้ โดยศาลจะสอบถามและจดบันทึกเป็นคำฟ้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทนายหรือรับผิดชอบวางรูปคดีแทนผู้ฟ้อง
การยกเว้นนี้ติดกับตัวคดีแรงงาน ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของลูกจ้าง ส่วนการฟ้องด้วยวาจาเป็นสิทธิที่มีจริง แต่สิ่งที่ศาลจดคือเรื่องที่ท่านเล่า เล่าไม่ครบ คำฟ้องก็ไม่ครบ
ยื่นที่ศาลไหน และเตรียมอะไรไป
โดยหลักให้ฟ้องศาลแรงงานในท้องที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงสถานที่ที่ลูกจ้างทำงาน ลูกจ้างที่ย้ายกลับบ้านเกิดอาจขออนุญาตฟ้องต่อศาลแรงงานในเขตภูมิลำเนาของตนได้ หากแสดงว่าการพิจารณาที่นั่นสะดวก แต่ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติและศาลต้องอนุญาตก่อน จังหวัดขอนแก่นอยู่ในเขตศาลแรงงานภาค 4 ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี และสามารถสอบถามการยื่นผ่านศาลจังหวัดในพื้นที่ได้
ใช้ชื่อนิติบุคคลเต็มตามที่จดทะเบียน และ ตั้งข้อเรียกร้องให้ครบตั้งแต่ต้น เพราะคนที่ไปเองมักฟ้องเฉพาะค่าชดเชย แล้วลืมสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าล่วงเวลา หรือค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งเพิ่มทีหลังยากกว่า — ดู ค่าชดเชย และ สิทธิของลูกจ้าง
ถ้าเคยยื่นเรื่องเดียวกันไว้กับพนักงานตรวจแรงงาน อย่าเดินสองทางพร้อมกัน สำหรับเงินตามกฎหมายรายการเดียวกัน การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นฟ้องศาลอาจถือเป็นการเลือกช่องทางตั้งแต่วันที่ยื่น จึงไม่ควรดำเนินสองทางซ้ำกัน หากจะถอนคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อไปฟ้องศาล ควรถอนให้เสร็จและเก็บหลักฐานการถอนก่อนยื่นฟ้อง ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นคนละฐานสิทธิและต้องยื่นต่อศาลแรงงาน โดยต้องแยกรายการเงินไม่ให้ซ้ำกับเรื่องที่อยู่ต่อพนักงานตรวจแรงงาน
วันนัดแรกคือวันไกล่เกลี่ย ไม่ใช่วันตัดสิน
วันนั้นเปิดโอกาสให้ตกลงกัน ถ้าตกลงไม่ได้ศาลจะกำหนดประเด็นแล้วนัดสืบพยาน คดีแรงงานจำนวนมากจบที่ขั้นนี้ ท่านจึงควรไปพร้อมตัวเลขที่เรียกร้อง ตัวเลขต่ำสุดที่รับได้จริงซึ่งตัดสินใจไว้ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน และแฟ้มเอกสาร ก่อนรับข้อเสนอให้ชั่งสี่อย่าง คือสิทธิเต็มจำนวน ความเสี่ยงและเวลาถ้าสู้ต่อ ถ้าชนะแล้วเก็บเงินได้จริงหรือไม่ และขอบเขตของข้อตกลงกับเงื่อนไขการจ่าย
สัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลไม่ใช่กระดาษธรรมดา เมื่อมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว โดยหลักท่านฟ้องเรื่องเดิมใหม่ไม่ได้ การขอเวลาอ่านก่อนลงชื่อเป็นคำขอที่ขอได้
ถ้าไปไม่ได้ หรือขาดนัดไปแล้ว
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าไปไม่ได้ ให้แจ้งศาลก่อนวันนัดพร้อมเหตุผลและหลักฐาน ไม่ใช่หายไปเฉย ๆ
ถ้าขาดนัดไปแล้วและศาลสั่งจำหน่ายคดี อย่าเพิ่งสรุปว่าจบ ศาลอาจถือว่าฝ่ายที่ไม่มาไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อ แต่ผู้ที่มีเหตุอันสมควรยังมีช่องทางยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ช่องทางนี้มีอยู่จริง แต่ กำหนดเวลาสั้นมาก ไม่ได้มาโดยอัตโนมัติ และต้องอธิบายพร้อมหลักฐานว่าทำไมจึงไม่มา คู่มือนี้ไม่ระบุจำนวนวันเพราะขึ้นกับคำสั่งในสำนวนของท่าน สิ่งที่ต้องทำคือ ขอคัดคำสั่งศาลและติดต่อทนายในวันที่รู้ตัว ไม่ใช่รอไปหลายสัปดาห์เพราะคิดว่าหมดหวังแล้ว
วันสืบพยาน และการไปเองโดยไม่มีทนาย
ในห้องพิจารณา ให้ ตอบเฉพาะที่ถูกถาม ไม่รู้ให้บอกว่าไม่รู้ จำไม่ได้ให้บอกว่าจำไม่ได้ และอย่ารับรองเอกสารที่ท่านไม่เคยเห็น คดีแรงงานตัดสินด้วยเอกสารมากกว่าคำพูด ชุดที่ควรมีคือหลักฐานการจ้าง สลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชี วันเริ่มงานและวันสุดท้าย บันทึกเวลาทำงาน และแชตกับฝ่ายบุคคลช่วงที่ถูกให้ออก เนื่องจากอีเมลบริษัทและกลุ่มแชตของงานมักถูกปิดทันทีที่พ้นสภาพ จึงต้องดาวน์โหลดเก็บไว้ก่อน
ศาลต้องวางตัวเป็นกลาง จึงไม่ได้ไล่หาข้อเรียกร้องที่ท่านลืมใส่ ไม่ได้ถามค้านพยานฝ่ายนายจ้างแทนท่าน และไม่ได้บอกว่าข้อเสนอยอมความคุ้มหรือไม่ จุดที่ไปเองเสียเปรียบชัดคือเมื่อนายจ้างมีทนายครบมือ หรือสู้ว่าท่านลาออกเองหรือไม่ใช่ลูกจ้าง
หลังคำพิพากษา บังคับคดีและอุทธรณ์
ถ้าท่านชนะ คำพิพากษาไม่ได้ทำให้เงินเข้าบัญชีเอง ถ้านายจ้างไม่จ่าย ท่านต้องตั้งเรื่องบังคับคดีต่อ ซึ่งต้องสืบหาทรัพย์สินเพื่อยึดหรืออายัด และมีค่าใช้จ่ายจริงคนละส่วนกับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม คำพิพากษาจึงมีค่าเท่ากับทรัพย์สินที่ตามยึดได้จริง ถ้าบริษัทเลิกกิจการและไม่มีทรัพย์เหลือ สิ่งที่ได้อาจน้อยกว่ายอดในคำพิพากษามาก และบางกรณีอาจไม่ได้เลย
ช่องทางที่ควรรู้คู่กันมีสอง ช่องแรก ถ้าเรื่องของท่านผ่านคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานมาแล้วและนายจ้างยังไม่จ่าย ลูกจ้างอาจขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ โดยไม่ต้องบังคับคดีจนพิสูจน์ว่านายจ้างไม่มีทรัพย์ก่อน วงเงินเป็นเพียงเงินสงเคราะห์และอาจต่ำกว่ายอดที่นายจ้างค้าง ช่องที่สอง ถ้านายจ้างล้มละลายหรือเข้าฟื้นฟูกิจการ ลูกจ้างต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกำหนดของคดีนั้น การร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องคดีแรงงานอย่างเดียวไม่ได้รักษากำหนดนั้นให้ท่าน
ถ้าท่านแพ้ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย โดยต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง การขยายเวลาเป็นดุลพินิจของศาลและควรขอก่อนครบกำหนด ส่วนการอุทธรณ์ไม่ทำให้การบังคับคดีหยุดโดยอัตโนมัติ ผลในทางปฏิบัติคือวันสืบพยานเป็นโอกาสหลักของท่าน ไม่ใช่ยกแรกของหลายยก และควรให้ทนายอ่านคำพิพากษาทันทีเพื่อดูว่ามีประเด็นข้อกฎหมายให้ยกขึ้นจริงหรือไม่
ถ้าได้วันนัดมาแล้ว มีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานอยู่ในมือ หรือเพิ่งขาดนัดไป ปรึกษาเบื้องต้นกับทีมคดีแรงงานของเราไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-254-2045 หรือเขียนมาที่ ติดต่อเรา — เราจะดูให้ว่ากรอบเวลาเหลือเท่าไร และข้อเรียกร้องใดอาจตกหล่น
ถ้าชนะแล้วนายจ้างยังไม่จ่าย
คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ถึงที่สุด ยังไม่ใช่หมายบังคับคดีสำหรับนำไปยึดทรัพย์โดยตรง หากนายจ้างไม่จ่าย ลูกจ้างควรนำคำสั่งกลับไปแจ้งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอให้ติดตามและดำเนินคดีอาญาฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง พร้อมขอความช่วยเหลือดำเนินคดีต่อศาลแรงงานเพื่อให้ได้คำพิพากษาที่ใช้ยึดหรืออายัดทรัพย์ได้
ทั้งนี้ ลูกจ้างอาจยื่นขอเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างควบคู่กันได้หากเข้าเงื่อนไข โดยยื่นแบบ สกล.1 ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด พร้อมคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน บัตรประชาชน หลักฐานบัญชีธนาคาร และหลักฐานความเดือดร้อน
หากนายจ้างเข้าสู่คดีล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดของคดีนั้น การร้องพนักงานตรวจแรงงานอย่างเดียวไม่รักษากำหนดในคดีล้มละลาย
อ่านต่อ
- ร้องพนักงานตรวจแรงงาน หรือฟ้องศาลแรงงานดี
- สิทธิของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง
- ค่าชดเชยเลิกจ้าง คำนวณอย่างไร
- คู่มือเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
คู่มือนี้จัดทำโดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในขอนแก่น ก่อตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงของคดีนั้น กำหนดเวลาควรตรวจสอบกับทนายความ