ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายอาญา

ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เดินทาง สมัครงาน บวช ได้ไหม

คำถามที่ไม่มีใครกล้าถามตำรวจ แต่กระทบชีวิตทุกวัน ระหว่างที่คดียังไม่จบ อะไรที่ทำได้ตามปกติ อะไรที่ติดเงื่อนไขศาล และอะไรที่มีกติกาเฉพาะของตัวเอง

โดย ทีมที่ปรึกษากฎหมาย22 สิงหาคม 25693 นาที
ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เดินทาง สมัครงาน บวช ได้ไหม

คำถามที่คนตกเป็นผู้ต้องหาถามกันมากที่สุดไม่ใช่ "จะติดคุกไหม" แต่เป็นคำถามเล็ก ๆ ที่กระทบชีวิตทุกวัน จะกลับบ้านต่างจังหวัดได้ไหม จะไปทำงานต่างประเทศได้ไหม จะสมัครงานใหม่ได้ไหม แล้วถ้าอยากบวชล่ะ

คำตอบสั้น ๆ คือ การเป็นผู้ต้องหาไม่ได้ตัดสิทธิทุกอย่างโดยอัตโนมัติ สิ่งที่จำกัดชีวิตจริง ๆ มักไม่ใช่สถานะ "ผู้ต้องหา" แต่เป็น เงื่อนไขที่ผูกมากับการปล่อยชั่วคราว และ หมายที่ยังค้างอยู่

สามชั้นที่ต้องแยกให้ออก

ชั้นที่ 1 สถานะในคดี ถูกกล่าวหา ถูกแจ้งข้อหา หรือถูกฟ้องเป็นจำเลย ชั้นนี้เองไม่ได้ห้ามอะไรในชีวิตประจำวัน

ชั้นที่ 2 เงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว นี่คือชั้นที่จำกัดจริง เช่น ห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต ต้องมารายงานตัวตามกำหนด ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย การฝ่าฝืนทำให้ถูกถอนการปล่อยชั่วคราวและริบหลักประกัน

ชั้นที่ 3 หมายที่ยังค้าง ถ้ามีหมายจับที่ยังไม่ได้จัดการ ความเสี่ยงจะปรากฏตอนผ่านจุดตรวจ เช่น ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือเมื่อมีการตรวจสอบด้วยเหตุอื่น

คนจำนวนมากกังวลกับชั้นที่ 1 ซึ่งไม่ได้ห้ามอะไร แต่ไม่รู้ว่าตัวเองติดอะไรอยู่ในชั้นที่ 2 และ 3

เดินทาง

ในประเทศโดยทั่วไปทำได้ ยกเว้นมีเงื่อนไขเฉพาะกำหนดไว้ ส่วนการเดินทางออกนอกประเทศต้องตรวจสอบเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวก่อนเสมอ และถ้ามีความจำเป็น เช่น ทำงานหรือรักษาพยาบาล ให้ยื่นขออนุญาตล่วงหน้าพร้อมเอกสารประกอบ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ไปลองที่สนามบิน เพราะถ้าติดเงื่อนไขหรือมีหมายค้างอยู่ ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่เดินทางไม่ได้ แต่กระทบสถานะการปล่อยชั่วคราวทั้งหมด

สมัครงาน

การถูกกล่าวหาไม่เท่ากับการถูกพิพากษาว่ากระทำความผิด และหลักกฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ในทางปฏิบัติ นายจ้างบางแห่งขอให้ผู้สมัครไปตรวจสอบประวัติ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสถานะทางกฎหมาย สิ่งที่ควรทำคือ รู้ว่าตัวเองมีข้อมูลอะไรอยู่ในระบบ และเมื่อคดีจบแล้ว ตรวจสอบว่าผลคดีถูกบันทึกถูกต้องหรือไม่

ส่วนงานที่ทำอยู่แล้ว การเลิกจ้างเพียงเพราะถูกดำเนินคดีในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน และคดียังไม่ถึงที่สุด เป็นเรื่องที่โต้แย้งได้

บวช

การบรรพชาอุปสมบทมีกติกาของคณะสงฆ์กำกับอยู่ต่างหากจากกฎหมายบ้านเมือง โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอบวชไว้ รวมถึงประเด็นการเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ผู้ที่ประสงค์จะบวชระหว่างมีคดีจึงต้อง สอบถามพระอุปัชฌาย์หรือเจ้าคณะในพื้นที่โดยตรง ไม่ใช่ถามทนายอย่างเดียว

และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร วันนัดของศาลและเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวยังเดินอยู่ตามปกติ การบวชไม่ได้หยุดคดี

เรื่องที่คนพลาดแล้วเสียหายที่สุด

ไม่ไปตามนัดโดยไม่แจ้ง ทำให้ถูกออกหมายจับและถูกริบหลักประกัน ทั้งที่หากแจ้งล่วงหน้าพร้อมเหตุผลอาจเลื่อนได้

ย้ายที่อยู่โดยไม่แจ้ง ทำให้หมายเรียกหรือหมายนัดส่งไปไม่ถึง แล้วกลายเป็นการไม่มาตามนัด

เชื่อคำบอกเล่าว่าคดีจบแล้ว โดยไม่มีเอกสารยืนยัน

ไม่รู้ว่าตัวเองมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพราะไม่เคยอ่านเอกสารที่เซ็นในวันขอปล่อยชั่วคราว

สิ่งที่ควรทำวันนี้

  1. หาเอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวกับคดีมารวมกัน โดยเฉพาะเอกสารการปล่อยชั่วคราว
  2. เขียนวันนัดทั้งหมดลงปฏิทินพร้อมตั้งเตือนล่วงหน้า
  3. ตรวจสอบว่ามีเงื่อนไขห้ามเดินทางหรือต้องรายงานตัวหรือไม่
  4. แจ้งที่อยู่ที่ติดต่อได้จริงให้ถูกต้อง
  5. ถ้ามีเรื่องจำเป็นต้องเดินทางหรือเปลี่ยนแปลงอะไร ให้ยื่นขออนุญาตล่วงหน้าผ่านทนาย

อ่านต่อ

📌 ดูเพิ่ม: คดีอาญา

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองติดเงื่อนไขอะไรอยู่ ปรึกษาทนายได้ฟรี โทร 092-254-2045


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย เงื่อนไขในแต่ละคดีต่างกัน ควรตรวจสอบจากเอกสารของคดีตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วออกนอกประเทศได้ไหม+

โดยหลักการเป็นผู้ต้องหาไม่ได้ทำให้เสียสิทธิเดินทางโดยอัตโนมัติ แต่ต้องดูสองอย่าง อย่างแรกคือถ้าได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลหรือพนักงานสอบสวนกำหนดเงื่อนไขไว้ เช่น ห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต การฝ่าฝืนทำให้ถูกถอนการปล่อยชั่วคราวและริบหลักประกันได้ อย่างที่สองคือถ้ามีหมายจับที่ยังไม่ได้จัดการ การเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมีความเสี่ยงที่จะถูกจับที่นั่น ทางที่ปลอดภัยคือตรวจสอบเงื่อนไขที่ผูกอยู่กับตัวเองให้ชัดก่อน และถ้าจำเป็นต้องเดินทางให้ยื่นขออนุญาตล่วงหน้า

ยังไม่ถูกพิพากษา ถือว่ามีประวัติอาชญากรรมหรือยัง+

การถูกกล่าวหาไม่เท่ากับการถูกพิพากษาว่ากระทำความผิด และตามหลักกฎหมายต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ ข้อมูลประวัติที่หน่วยงานเก็บไว้กับการตรวจสอบของนายจ้างเป็นคนละเรื่องกัน จึงควรทราบว่าตัวเองมีข้อมูลอะไรอยู่ในระบบ และเมื่อคดีจบแล้วผลเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้องตามผลคดี

นายจ้างเลิกจ้างเพราะรู้ว่าถูกดำเนินคดี ทำได้ไหม+

ต้องดูว่าเรื่องที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับงานหรือไม่ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเขียนเรื่องนี้ไว้อย่างไร การเลิกจ้างเพียงเพราะมีข่าวหรือมีการแจ้งความ ทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุดและเรื่องไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน เป็นเรื่องที่โต้แย้งได้ว่าไม่เป็นธรรม ลูกจ้างที่เจอสถานการณ์นี้ควรขอหนังสือแจ้งเหตุผลการเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรไว้

อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี บวชได้ไหม+

เรื่องนี้ไม่ใช่ข้อห้ามในกฎหมายบ้านเมืองโดยตรง แต่การบรรพชาอุปสมบทมีกติกาของคณะสงฆ์กำกับอยู่ต่างหาก ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอบวชไว้ รวมถึงประเด็นการเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ผู้ที่ประสงค์จะบวชระหว่างมีคดีจึงควรสอบถามพระอุปัชฌาย์หรือเจ้าคณะในพื้นที่โดยตรง และต้องไม่ลืมว่าเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวและวันนัดของศาลยังเดินอยู่ตามปกติไม่ว่าจะบวชหรือไม่

ถ้าพลาดวันนัดศาลเพราะติดธุระ จะเกิดอะไรขึ้น+

การไม่ไปตามนัดโดยไม่แจ้งเหตุเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิด ศาลอาจออกหมายจับและถอนการปล่อยชั่วคราว ซึ่งทำให้หลักประกันที่วางไว้ถูกริบ และการขอปล่อยชั่วคราวครั้งต่อไปยากขึ้น ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงต้องแจ้งล่วงหน้าผ่านทนายพร้อมหลักฐาน ไม่ใช่แจ้งย้อนหลังหลังจากไม่ไปแล้ว

แชร์บทความFacebookLINEX

อ่านต่อ

8 ตุลาคม 2569

ลูกค้าต่างประเทศส่ง Supplier Code of Conduct มาให้เซ็น: ข้อสัญญาที่ซัพพลายเออร์ไทยต้องอ่านก่อน

จรรยาบรรณซัพพลายเออร์มักผูกพันผ่านใบสั่งซื้อหรือข้อตกลงการซื้อ และพ่วงมากับข้อชดใช้ไม่จำกัด สิทธิตรวจโรงงานโดยไม่แจ้ง และสิทธิเลิกสัญญาทันที สรุปวิธีที่ code กลายเป็นสัญญา ข้อที่เสี่ยง และวิธีเจรจา

8 ตุลาคม 2569

ทะเบียนผู้พัก ตม.30 สำเนาพาสปอร์ต และกล้องวงจรปิด: โรงแรมต้องทำ PDPA อย่างไร

โรงแรมต้องเก็บข้อมูลแขกตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่การเก็บเกินจำเป็น ส่งสำเนาพาสปอร์ตในกลุ่มไลน์ หรือติดกล้องผิดที่ ทำให้เสี่ยงผิด PDPA บทความนี้สรุปว่าข้อมูลไหนเก็บได้ ใช้ฐานอะไร เก็บนานแค่ไหน และต้องทำอะไรเมื่อข้อมูลรั่ว

8 ตุลาคม 2569

โฆษณาอาหารเสริมและเครื่องสำอาง: คำที่ห้ามใช้ ต้องขออนุญาตเมื่อไร และรีวิวเวอร์ต้องรับผิดไหม

โฆษณาอาหารเสริมที่อ้างคุณประโยชน์ต้องขออนุญาตก่อน และข้อความอย่างลดน้ำหนัก ผิวขาว หรือรักษาโรค ถูกมองว่าเป็นการโฆษณาเกินจริง เครื่องสำอางไม่ต้องขออนุญาตก่อนแต่มีเส้นห้ามเดียวกัน ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ที่รีวิวก็รับผิดได้ สรุปกฎ ตัวอย่างคำที่เสี่ยง และสิ่งที่ควรตรวจก่อนเริ่มแคมเปญ

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา