ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือสำหรับนายจ้าง

ยื่น Work Permit และวีซ่าผ่านช่องทาง BOI: คู่มือบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน 2569

บริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ใช้ช่องทางขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานคนละชุดกับบริษัททั่วไป — คู่มือนี้อธิบายว่าต่างกันตรงไหน ต้องขออนุมัติตำแหน่งก่อนอย่างไร ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานทำอะไรได้บ้าง และจุดที่บริษัทที่มีทั้งกิจการที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริมมักพลาด

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มแผนกการลงทุนและตรวจคนเข้าเมือง1 กันยายน 256913 นาที

ทำไมบริษัท BOI ถึงต้องอ่านคนละคู่มือ

คู่มือเรื่องใบอนุญาตทำงานทั่วไปจะเริ่มจากสูตรเดียวกันเสมอ คือทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเท่าไร ลูกจ้างคนไทยกี่คน ต่อใบอนุญาตของคนต่างด้าวหนึ่งใบ สูตรนั้นถูกต้องสำหรับบริษัทจำกัดของไทยทั่วไป และใช้ไม่ได้กับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

เหตุผลคือช่องทางของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมไม่ได้จำกัดจำนวนพนักงานต่างชาติด้วยอัตราส่วนลูกจ้าง แต่จำกัดด้วยตำแหน่งที่โครงการได้รับอนุมัติไว้ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมและกำลังนับหัวพนักงานคนไทยเพื่อหาว่าจ้างต่างชาติได้อีกกี่คน กำลังตอบคำถามผิดข้อ

คู่มือนี้เขียนให้ฝ่ายบุคคลและผู้จัดการโครงการของบริษัทที่ถือบัตรส่งเสริมอยู่แล้ว หรือกำลังจะได้รับ หากบริษัทของท่านไม่ได้รับการส่งเสริม ให้อ่านคู่มือฝ่ายบุคคลสำหรับการขอและต่อ work permit แทน และหากโรงงานของท่านตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม มีอีกช่องทางหนึ่งที่ทำงานคนละแบบ อธิบายไว้ในคู่มือวีซ่าและ work permit ในนิคมอุตสาหกรรม

ข้อจำกัดความรับผิด: เอกสารนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการวางแผน ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย เงื่อนไข ขั้นตอน และสิทธิประโยชน์ของแต่ละโครงการแตกต่างกันตามประเภทกิจการและบัตรส่งเสริมที่ถืออยู่ โปรดยืนยันกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมของบริษัทท่านก่อนดำเนินการ

หลักการที่ต่างจากช่องทางปกติ

สามข้อนี้อธิบายความแตกต่างเกือบทั้งหมด

หนึ่ง สิทธิผูกกับโครงการ ไม่ใช่กับบริษัท — บัตรส่งเสริมออกให้กับกิจกรรมที่ระบุไว้ ไม่ใช่ให้กับนิติบุคคลโดยรวม บริษัทหนึ่งอาจมีทั้งสายการผลิตที่ได้รับการส่งเสริมและสายที่ไม่ได้รับ พนักงานต่างชาติจึงต้องถูกจัดว่าอยู่ฝั่งไหน และการจัดผิดฝั่งเป็นปัญหาที่โผล่ตอนตรวจสอบ ไม่ใช่ตอนยื่น

สอง ต้องมีตำแหน่งก่อนจึงมีคน — ลำดับคือขออนุมัติจำนวนและตำแหน่งของช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการต่างชาติในโครงการก่อน แล้วจึงบรรจุบุคคลเข้าตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติ บริษัทที่คุ้นกับช่องทางปกติมักคิดกลับด้าน คือหาคนก่อนแล้วค่อยยื่น ซึ่งทำให้ต้องรอขั้นตอนอนุมัติตำแหน่งที่ควรทำเสร็จไปก่อนหน้านั้นแล้ว

สาม ปัญหาเกิดเป็นชุด ไม่ใช่ทีละราย — เมื่อโครงการมีเงื่อนไขที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ครบ หรือมีรายงานที่ยังไม่ได้นำส่ง ผลไม่ได้กระทบพนักงานคนใดคนหนึ่ง แต่กระทบทุกคนที่อยู่ในโครงการนั้นพร้อมกัน นี่คือความเสี่ยงที่ต่างจากบริษัททั่วไปมากที่สุด และเป็นเหตุผลที่สถานะการปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการควรถูกตรวจตามรอบ ไม่ใช่ตรวจตอนมีพนักงานคนหนึ่งจะต่ออายุ

ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานช่วยอะไรได้จริง

จุดที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคิดว่าศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จแปลว่าเอกสารน้อยลง ในทางปฏิบัติเอกสารไม่ได้ลดลงมาก สิ่งที่ได้คือการไม่ต้องเดินสองหน่วยงานแยกกัน และการที่งานฝั่งตรวจคนเข้าเมืองกับฝั่งใบอนุญาตทำงานเดินไปด้วยกันแทนที่จะเรียงต่อกัน

สิ่งที่ศูนย์บริการไม่ได้ทำแทนคือขั้นตอนการอนุมัติตำแหน่งในโครงการ นั่นเป็นงานฝั่ง BOI ที่ต้องเสร็จก่อน บริษัทที่พาพนักงานไปที่ศูนย์บริการโดยยังไม่มีตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติ จะถูกส่งกลับมาเริ่มที่ขั้นตอนแรก

ประโยชน์ที่แท้จริงจึงตกกับบริษัทที่วางลำดับงานไว้ถูกต้องอยู่แล้ว และเสียเวลาเปล่าสำหรับบริษัทที่ใช้มันเป็นทางลัดข้ามขั้นตอน

บริษัทที่มีทั้งส่วนที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม

นี่คือกรณีที่ซับซ้อนที่สุดและพบมากที่สุดในโรงงานที่ดำเนินการมาหลายปี

โครงการแรกได้รับการส่งเสริม แล้วบริษัทขยายไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ได้ขอส่งเสริม หรือรับจ้างผลิตให้ลูกค้ารายอื่นเพิ่มเติมจากสายการผลิตเดิม เมื่อถึงจุดนั้น พนักงานต่างชาติในบริษัทเดียวกันจะอยู่คนละช่องทางกัน

สิ่งที่ต้องทำให้ชัดก่อนยื่นคำขอใด ๆ

  • พนักงานแต่ละคนทำงานให้กิจกรรมไหน ระบุเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่เข้าใจตรงกันในทีม
  • ตำแหน่งที่ระบุในเอกสารตรงกับกิจกรรมนั้นจริงหรือไม่
  • พนักงานที่ทำงานคาบเกี่ยวสองส่วน จะจัดอย่างไรและมีอะไรรองรับ
  • ส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริม มีทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนลูกจ้างรองรับพนักงานต่างชาติในส่วนนั้นเพียงพอหรือไม่

ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่บริษัทลืมบ่อยที่สุด เพราะเมื่อชินกับการที่โครงการที่ได้รับการส่งเสริมไม่ต้องใช้อัตราส่วน ก็ลืมไปว่าส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมยังต้องใช้อยู่

SMART Visa และ LTR — คนละเส้นทาง ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่า

บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมมักถามว่าควรให้พนักงานใช้ SMART Visa แทนหรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับตัวพนักงานมากกว่าตัวบริษัท

SMART Visa มุ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร นักลงทุน และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จุดเด่นคือผู้ถือไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงานแยกสำหรับกิจกรรมที่ได้รับการรับรอง และมีเงื่อนไขเรื่องการรายงานตัวที่ผ่อนคลายกว่า แต่ผู้สมัครต้องผ่านการรับรองคุณสมบัติซึ่งเป็นขั้นตอนของตัวเอง

วีซ่า LTR เป็นอีกเส้นทางหนึ่งสำหรับผู้พำนักระยะยาว ซึ่งรวมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงด้วย ผู้ถือ LTR ที่เข้าทำงานกับนิติบุคคลในไทยยังต้องได้รับอนุญาตทำงาน แต่ผ่านกระบวนการของระบบ LTR เอง

ในทางปฏิบัติ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมขนาดกลางขึ้นไปมักมีพนักงานหลายเส้นทางอยู่พร้อมกัน และงานที่ยากไม่ใช่การเลือกเส้นทาง แต่คือการรู้ว่าใครอยู่เส้นทางไหน เมื่อไรต้องทำอะไร และใครในบริษัทเป็นคนดูแลปฏิทินนั้น

ลำดับงานสำหรับบริษัทที่เพิ่งได้รับบัตรส่งเสริม

  1. อ่านเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมให้ครบ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากรต่างชาติและกำหนดเวลาที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข
  2. ขออนุมัติตำแหน่ง จำนวนและตำแหน่งของช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการที่โครงการต้องการ ทำก่อนเริ่มสรรหาบุคคล
  3. จัดคนเข้าตำแหน่ง พร้อมเอกสารคุณวุฒิและประสบการณ์ที่ผ่านการรับรองตามที่กำหนด ขั้นตอนรับรองเอกสารจากต่างประเทศใช้เวลาของตัวเองและควรเริ่มเร็วที่สุด
  4. จัดการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้สอดคล้องกัน ผ่านช่องทางที่บริษัทมีสิทธิใช้
  5. ตั้งปฏิทินสองชั้น ชั้นแรกคือวันครบกำหนดของพนักงานแต่ละคน ชั้นที่สองคือกำหนดเวลาตามเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งเป็นชั้นที่กระทบทุกคนพร้อมกันหากพลาด

เมื่อไรที่ควรให้ทนายเข้ามาช่วย

  • บริษัทมีทั้งกิจกรรมที่ได้รับและไม่ได้รับการส่งเสริม และยังไม่ได้แบ่งพนักงานให้ชัด
  • กำลังจะปรับโครงสร้าง ควบรวม หรือย้ายสายการผลิตระหว่างนิติบุคคลในเครือ
  • โครงการมีเงื่อนไขที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ครบ และมีพนักงานที่ต้องต่ออายุในระยะเวลาอันใกล้
  • เคยถูกปฏิเสธคำขอ หรือถูกขอให้ชี้แจงเรื่องคุณสมบัติของตำแหน่ง
  • ต้องการวางระบบให้ฝ่ายบุคคลดูแลเองได้ต่อเนื่อง แทนที่จะพึ่งคนคนเดียวในบริษัท

ดูขอบเขตงานฝั่งบริษัทได้ที่บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับนายจ้าง และหากกำลังพิจารณาโครงสร้างการลงทุนตั้งแต่ต้น อ่านคู่มือนักลงทุนต่างชาติในไทย ประกอบ

ต้องการให้ประเมินว่าบริษัทของท่านควรใช้ช่องทางไหนกับพนักงานคนไหน โทร 092-254-2045

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ยังต้องใช้อัตราส่วนลูกจ้างไทย 4 คน ต่อต่างชาติ 1 คน หรือไม่?+

โดยหลักไม่ใช่ ช่องทางของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมไม่ได้ผูกกับสูตรทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนลูกจ้างแบบเดียวกับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ผูกกับตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติไว้ในโครงการ กล่าวคือ บริษัทต้องได้รับอนุมัติจำนวนและตำแหน่งของช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการต่างชาติก่อน แล้วจึงบรรจุบุคคลเข้าตำแหน่งนั้น สิ่งที่จำกัดจำนวนจึงเป็นตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่จำนวนพนักงานคนไทย

ถ้าบริษัทมีทั้งกิจการที่ได้รับส่งเสริมและกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริม พนักงานต่างชาติใช้ช่องทางไหน?+

แยกตามกิจกรรมที่พนักงานคนนั้นทำ ไม่ใช่ตามนิติบุคคล สิทธิประโยชน์ผูกกับโครงการที่ได้รับการส่งเสริม พนักงานที่ทำงานให้กิจกรรมที่ได้รับส่งเสริมจึงใช้ช่องทางของโครงการ ส่วนพนักงานที่ทำงานให้ส่วนที่ไม่ได้รับส่งเสริมต้องใช้ช่องทางปกติซึ่งกลับไปดูทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนลูกจ้าง ประเด็นที่ต้องระวังคือพนักงานที่ทำงานคาบเกี่ยวทั้งสองส่วน ซึ่งควรกำหนดขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ก่อนยื่น ไม่ใช่ตอนถูกตรวจสอบ

ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานคืออะไร ต่างจากไปยื่นที่สำนักงานจัดหางานอย่างไร?+

เป็นจุดบริการที่รวมงานฝั่งตรวจคนเข้าเมืองและฝั่งใบอนุญาตทำงานไว้ที่เดียว สำหรับผู้ที่มีสิทธิใช้บริการตามเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงบุคลากรของกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ข้อได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่การลดเอกสาร แต่อยู่ที่การไม่ต้องเดินสองหน่วยงานแยกกันและไม่ต้องรอให้ขั้นตอนหนึ่งเสร็จก่อนเริ่มอีกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การใช้บริการยังต้องมีการอนุมัติตำแหน่งจากฝั่ง BOI มาก่อน ศูนย์บริการไม่ได้ทำหน้าที่แทนขั้นตอนนั้น

ต่อใบอนุญาตทำงานของพนักงาน BOI ต้องเตรียมอะไรที่บริษัททั่วไปไม่ต้องเตรียม?+

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือหลักฐานว่าตำแหน่งนั้นยังอยู่ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริม และบริษัทยังปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมอยู่ ในทางปฏิบัติ ปัญหาที่พบไม่ใช่การต่ออายุตัวใบอนุญาต แต่เป็นสถานะของโครงการ เช่น เงื่อนไขที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ครบ หรือรายงานที่ยังไม่ได้นำส่ง ซึ่งกระทบทั้งชุดของพนักงานพร้อมกัน ไม่ใช่ทีละราย

SMART Visa กับการขอ work permit ผ่าน BOI ต่างกันอย่างไร?+

เป็นคนละเส้นทาง การขอใบอนุญาตทำงานผ่านช่องทางของกิจการที่ได้รับการส่งเสริม เป็นการบรรจุคนเข้าตำแหน่งที่โครงการได้รับอนุมัติ ส่วน SMART Visa เป็นวีซ่าประเภทหนึ่งที่มุ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร นักลงทุน และสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยผู้ถือไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงานแยกสำหรับกิจกรรมที่ได้รับการรับรอง บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจึงอาจมีพนักงานทั้งสองแบบอยู่พร้อมกัน และการจัดคนผิดเส้นทางตั้งแต่ต้นทำให้ต้องเริ่มใหม่

พนักงานยังอยู่ต่างประเทศและมีวีซ่าอยู่แล้ว จะยื่นขอใบอนุญาตทำงานล่วงหน้าได้ไหม?+

ลำดับที่ใช้ได้ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าที่ถืออยู่และสถานะของตำแหน่งในโครงการ กรณีที่พบบ่อยคือบริษัทขออนุมัติตำแหน่งไว้ก่อนขณะที่ผู้สมัครยังอยู่ต่างประเทศ แล้วจึงจัดการฝั่งวีซ่าให้สอดคล้องก่อนเดินทางเข้ามา ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุดคือให้เดินทางเข้ามาด้วยสถานะที่ไม่รองรับ แล้วต้องออกไปยื่นใหม่ที่สถานทูตในต่างประเทศ ควรยืนยันลำดับที่ถูกต้องกับกรณีเฉพาะก่อนซื้อตั๋ว