ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือสำหรับนายจ้าง

ขอและต่อ Work Permit ให้พนักงานต่างชาติ: คู่มือฝ่ายบุคคล 2569 — คุณสมบัติบริษัท โควตา และเอกสาร

คู่มือสำหรับ HR และผู้บริหารบริษัทที่ต้องยื่นขอหรือต่อใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติ — เกณฑ์ทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนลูกจ้างไทย อาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เอกสารฝั่งบริษัทที่มักขาด และลำดับงานที่ทำให้พนักงานเริ่มงานได้ตรงวันที่ตกลงไว้

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มแผนกตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายแรงงาน1 กันยายน 256914 นาที

คู่มือนี้เขียนให้ใครอ่าน

คู่มือส่วนใหญ่เรื่องใบอนุญาตทำงานเขียนให้ชาวต่างชาติอ่าน คือเล่าว่าตัวบุคคลต้องเตรียมอะไร ต้องไปที่ไหน ถืออะไรไปบ้าง แต่ในทางปฏิบัติ ใบอนุญาตทำงานออกโดยอิงกับนายจ้างไม่น้อยไปกว่าตัวลูกจ้าง และเรื่องที่ทำให้คำขอสะดุดเกือบทั้งหมดอยู่ฝั่งบริษัท ไม่ใช่ฝั่งพนักงาน

คู่มือนี้จึงเขียนให้ฝ่ายบุคคล ผู้จัดการฝ่ายบริหาร และเจ้าของกิจการที่ต้องรับผิดชอบว่าพนักงานต่างชาติจะเริ่มงานได้ตรงวันที่ตกลงกับเขาไว้ เนื้อหาเรียงตามลำดับที่งานเกิดขึ้นจริง คือเริ่มจากตรวจว่าบริษัทรองรับได้กี่คน ก่อนจะไปถึงเอกสารของตัวพนักงาน

หากท่านกำลังมองหาภาพรวมของระบบวีซ่าทั้งหมด รวมถึงเส้นทางสำหรับผู้เกษียณ คู่สมรส และผู้พำนักระยะยาว ให้อ่านคู่มือวีซ่าและใบอนุญาตทำงานฉบับสมบูรณ์ ควบคู่กัน คู่มือหน้านี้ตัดเรื่องเหล่านั้นออกทั้งหมดเพื่อเจาะเฉพาะมุมนายจ้าง

ข้อจำกัดความรับผิด: เอกสารนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการวางแผน ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย หลักเกณฑ์ ตัวเลข และรายการเอกสารมีการปรับปรุงเป็นระยะ และแตกต่างกันตามประเภทกิจการ โปรดยืนยันเกณฑ์ที่ใช้อยู่จริงกับกรณีของบริษัทท่านก่อนดำเนินการ

ทำไมคำขอถึงสะดุดที่บริษัท ไม่ใช่ที่พนักงาน

รูปแบบที่เห็นซ้ำ ๆ คือแบบนี้ บริษัทสัมภาษณ์ผู้สมัครต่างชาติ ตกลงเงินเดือน ออกหนังสือเสนอจ้าง กำหนดวันเริ่มงาน แล้วจึงส่งเรื่องมาให้ดำเนินการเอกสาร ถึงตอนนั้นจึงพบว่าบริษัทยังไม่ได้ยื่นงบการเงินของปีที่ผ่านมา หรือจำนวนผู้ประกันตนคนไทยไม่ถึงเกณฑ์ที่จะรองรับใบอนุญาตเพิ่มอีกหนึ่งใบ

ปัญหาทั้งสองข้อแก้ได้ แต่แก้ไม่ทันวันเริ่มงานที่ประกาศไปแล้ว ผลคือบริษัทต้องเลือกระหว่างเลื่อนวันเริ่มงาน ซึ่งเสียหน้ากับผู้สมัครและบางครั้งเสียตัวผู้สมัครไปเลย กับปล่อยให้เข้ามาทำงานก่อนโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเปลี่ยนปัญหาการบริหารเวลาให้กลายเป็นความรับผิดของนายจ้าง

ลำดับที่ถูกต้องคือกลับหัวกัน ตรวจว่าบริษัทรองรับได้จริงกี่ใบ ก่อน จะให้สัญญากับใคร งานตรวจนี้ใช้เอกสารที่บริษัทมีอยู่แล้วทั้งหมด ไม่ต้องรอหน่วยงานตอบ และใช้เวลาน้อยกว่าการแก้ปัญหาย้อนหลังมาก

บริษัทของเรารองรับพนักงานต่างชาติได้กี่คน

นี่คือคำถามแรกที่ต้องตอบ และตอบได้จากเอกสารในมือ

ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว — ไม่ใช่ทุนจดทะเบียนที่ปรากฏในหนังสือรับรอง แต่เป็นส่วนที่ชำระแล้วจริง บริษัทจำนวนมากจดทะเบียนด้วยทุนสูงแต่เรียกชำระเพียงบางส่วน ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกับที่ใช้พิจารณา

จำนวนลูกจ้างคนไทยที่นำส่งประกันสังคมจริง — จุดที่พลาดบ่อยที่สุดในทั้งคู่มือนี้ ฝ่ายบุคคลมักนับจากบัญชีเงินเดือน แต่เกณฑ์ดูจากรายชื่อผู้ประกันตนที่นำส่งจริง พนักงานที่เพิ่งเริ่มงานและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ลูกจ้างรายวันที่ไม่ได้นำส่ง หรือคนที่ลาออกไปแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งออก ทำให้ตัวเลขสองชุดไม่ตรงกันเสมอ ตรวจจากรายการนำส่งเดือนล่าสุด ไม่ใช่จากไฟล์เงินเดือน

ความต่อเนื่องของการยื่นแบบและงบการเงิน — งบการเงินที่ยื่นแล้ว แบบภาษีที่นำส่งครบ และไม่มีเดือนที่ขาดการนำส่งประกันสังคม ความไม่ต่อเนื่องตรงนี้ไม่ได้ทำให้คำขอถูกปฏิเสธเสมอไป แต่ทำให้ต้องชี้แจงเพิ่ม ซึ่งแปลว่าเสียเวลา

วัตถุประสงค์ของบริษัทต้องครอบคลุมงานที่จะจ้าง — บริษัทที่จดวัตถุประสงค์ไว้แคบ แล้วจะจ้างตำแหน่งที่อยู่นอกขอบเขตนั้น ต้องแก้ที่หนังสือบริคณห์สนธิก่อน ซึ่งเป็นงานคนละชิ้นและใช้เวลาของตัวเอง

แนวปฏิบัติทั่วไปสำหรับบริษัทจำกัดของไทยคือพิจารณาทุนชำระแล้วราว 2 ล้านบาท และลูกจ้างคนไทยประมาณ 4 คน ต่อใบอนุญาตของคนต่างด้าว 1 ใบ แต่ตัวเลขชุดนี้ใช้ไม่ได้กับทุกกรณี บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน กิจการในนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานผู้แทน สาขาของบริษัทต่างประเทศ และกรณีที่คนต่างด้าวสมรสกับคนไทย ล้วนใช้เกณฑ์คนละชุด ดูรายละเอียดของสองเส้นทางแรกได้ที่คู่มือ work permit สาย BOI และคู่มือวีซ่าและ work permit ในนิคมอุตสาหกรรม

ตำแหน่งที่จะจ้าง เขียนชื่ออย่างไรไม่ให้ติด

กฎหมายกำหนดงานบางประเภทที่ห้ามคนต่างด้าวทำ และอีกกลุ่มที่ทำได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไข รายการนี้ปรับปรุงเป็นระยะ จึงต้องตรวจฉบับที่ใช้อยู่ ณ วันยื่น

แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำให้คำขอถูกขอให้แก้ไขบ่อยกว่ารายการต้องห้าม คือชื่อตำแหน่งที่บริษัทเลือกใช้เอง ตำแหน่งอย่าง "ผู้จัดการทั่วไป" หรือ "เจ้าหน้าที่ประสานงาน" กว้างจนอ่านได้หลายแบบ และบางแบบไปทับกับงานที่สงวนไว้ ทางที่เสียเวลาน้อยกว่าคือตั้งชื่อให้ตรงกับหน้าที่จริงและเฉพาะเจาะจง พร้อมคำบรรยายลักษณะงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบริษัทและกับสิ่งที่พนักงานจะทำจริง

จุดนี้สำคัญกว่าที่หลายบริษัทคิด เพราะชื่อตำแหน่งและสถานที่ทำงานที่ระบุไว้ จะกลายเป็นขอบเขตที่พนักงานทำงานได้อย่างถูกต้องไปตลอดอายุใบอนุญาต ตั้งชื่อไว้แคบเกินไปวันนี้ แปลว่าต้องยื่นเรื่องใหม่เมื่อมีการปรับโครงสร้างในอีกหกเดือน

ลำดับงานที่ทำให้พนักงานเริ่มงานได้ตรงวัน

  1. ตรวจฐานะบริษัท — ทุนชำระแล้ว รายการนำส่งประกันสังคมเดือนล่าสุด งบการเงินและแบบภาษีที่ยื่นแล้ว วัตถุประสงค์ที่จดไว้ ทำก่อนคุยเรื่องวันเริ่มงานกับผู้สมัคร
  2. กำหนดตำแหน่งและสถานที่ทำงาน — ตั้งชื่อตำแหน่งให้ตรงหน้าที่จริง ระบุสถานที่ทำงานให้ครบทุกแห่งที่พนักงานจะต้องไป รวมโรงงาน คลังสินค้า และไซต์งานลูกค้า
  3. จัดการฝั่งวีซ่าก่อนหรือคู่ขนาน — ให้พนักงานอยู่ในสถานะที่ถูกต้องก่อนยื่นขอใบอนุญาต หลายกรณีนายจ้างต้องขอเอกสารรับรองจากฝั่งแรงงานไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับการขอวีซ่า
  4. ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน — พร้อมชุดเอกสารบริษัทฉบับล่าสุดและเอกสารของพนักงาน
  5. ตั้งปฏิทินหลังได้รับอนุมัติ — วันหมดอายุใบอนุญาต วันหมดอายุการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร รอบรายงานตัวทุก 90 วัน และการแจ้งที่พักอาศัย สามเรื่องนี้มีวันครบกำหนดคนละชุดและไม่ได้เตือนกันเอง

ข้อ 5 เป็นข้อที่บริษัทละเลยมากที่สุด เพราะเมื่อได้ใบอนุญาตมาแล้วเรื่องดูจบ ทั้งที่ภาระหลังจากนั้นเกิดต่อเนื่องทุกปีและมักไปตกอยู่กับพนักงานคนหนึ่งที่ไม่มีใครรับช่วงต่อเมื่อเขาลาออก

เอกสารฝั่งบริษัทที่ต้องเตรียม

ชุดที่ถูกขอเกือบทุกครั้ง และเป็นชุดที่ทำให้เสียเวลาที่สุดเมื่อไม่พร้อม

  • หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด และหนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • งบการเงินที่ยื่นแล้วของปีล่าสุด
  • แบบแสดงรายการภาษีที่นำส่งแล้ว
  • รายการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมของลูกจ้างคนไทย เดือนล่าสุด
  • ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากบริษัทจดทะเบียนไว้
  • แผนที่และหลักฐานสถานประกอบการ
  • สัญญาจ้างและคำบรรยายลักษณะงานของตำแหน่งที่ขอ
  • ใบอนุญาตเฉพาะทางของกิจการ หากมี เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

ส่วนของพนักงานคือหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ เอกสารการศึกษาและใบรับรองประสบการณ์ที่ผ่านการรับรองตามที่กำหนด รูปถ่ายตามแบบ และใบรับรองแพทย์ตามเงื่อนไขที่ใช้อยู่

จุดที่ควรระวังคือเอกสารการศึกษาและใบรับรองประสบการณ์ที่ออกจากต่างประเทศ มักต้องผ่านขั้นตอนรับรองเอกสารก่อน ซึ่งใช้เวลาของตัวเองและอยู่นอกการควบคุมของบริษัท เป็นชิ้นที่ควรเริ่มเร็วที่สุดในชุดทั้งหมด หากต้องการทราบว่าเอกสารชิ้นไหนต้องรับรอง อ่านเอกสารที่ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อ

การต่ออายุ ทำไมถึงควรเริ่มเร็วกว่าที่คิด

การต่ออายุดูเหมือนงานประจำที่ทำซ้ำจากปีก่อน แต่สิ่งที่เปลี่ยนทุกปีคือเอกสารฝั่งบริษัท งบการเงินต้องเป็นของปีล่าสุดที่ยื่นแล้ว รายการประกันสังคมต้องเป็นเดือนล่าสุด และอัตราส่วนลูกจ้างไทยต้องยังเข้าเกณฑ์อยู่ ณ วันยื่น

บริษัทที่มีพนักงานคนไทยลาออกไปหลายคนระหว่างปี อาจพบว่าอัตราส่วนที่เคยผ่านเมื่อปีก่อนไม่ผ่านแล้วในปีนี้ ทั้งที่จำนวนพนักงานต่างชาติเท่าเดิม กรณีแบบนี้แก้ได้ถ้ารู้ล่วงหน้า และแก้ไม่ทันถ้ามารู้ตอนใบอนุญาตเหลืออายุไม่กี่วัน

การตรวจอัตราส่วนสองครั้งต่อปี แทนที่จะตรวจตอนใกล้ต่ออายุ เป็นการเปลี่ยนวิธีทำงานที่ต้นทุนต่ำที่สุดและป้องกันปัญหานี้ได้เกือบทั้งหมด

เปลี่ยนตำแหน่ง ย้ายสาขา หรือย้ายบริษัทในเครือ

เรื่องนี้แยกเป็นคู่มืออีกฉบับเพราะเป็นสาเหตุของปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในบริษัทที่มีพนักงานต่างชาติหลายคน ใจความสั้น ๆ คือ ใบอนุญาตทำงานผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานที่ระบุไว้ การเปลี่ยนสามอย่างนี้ไม่ใช่การแก้ไขข้อมูล แต่หลายกรณีต้องดำเนินการก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะมีผลจริง

รูปแบบที่ควรเลี่ยงคือประกาศปรับโครงสร้างภายในก่อน แล้วค่อยตามแก้เอกสารทีหลัง รายละเอียดอยู่ในคู่มือเปลี่ยนนายจ้าง เปลี่ยนตำแหน่ง และเพิ่มสถานที่ทำงาน

เมื่อไรที่ควรให้ทนายเข้ามาช่วย

งานยื่นเอกสารประจำที่บริษัทมีทีมที่ทำมานานและฐานะบริษัทมั่นคง มักไม่จำเป็นต้องใช้ทนาย สถานการณ์ที่ต่างออกไปคือ

  • บริษัทเพิ่งตั้ง ยังไม่มีงบการเงินปีเต็ม หรืออัตราส่วนลูกจ้างยังไม่เข้าเกณฑ์
  • ตำแหน่งที่จะจ้างอยู่ใกล้เส้นแบ่งของงานที่สงวนไว้
  • บริษัทถือสิทธิส่งเสริมการลงทุนหรืออยู่ในนิคมอุตสาหกรรม และไม่แน่ใจว่าพนักงานคนไหนใช้ช่องทางไหน
  • มีการปรับโครงสร้าง ควบรวม หรือย้ายพนักงานระหว่างบริษัทในเครือ
  • เคยถูกปฏิเสธคำขอมาก่อน หรือมีประวัติการทำงานนอกเงื่อนไขที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนยื่นใหม่
  • มีการตรวจสอบจากหน่วยงาน และต้องชี้แจงรายการจ้างงานทั้งชุด

เรารับงานทั้งแบบดูแลรายกรณีและแบบดูแลทั้งทะเบียนพนักงานต่างชาติของบริษัทต่อเนื่อง ดูขอบเขตงานฝั่งบริษัทได้ที่บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับนายจ้าง หรือหากต้องการให้ตรวจทั้งระบบการจ้างงานไปพร้อมกัน ดูการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

หากบริษัทของท่านต้องการให้ประเมินว่ารองรับพนักงานต่างชาติได้กี่คนภายใต้ฐานะปัจจุบัน โทร 092-254-2045 การประเมินใช้เอกสารที่บริษัทมีอยู่แล้วทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ถึงจะขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติได้?+

เกณฑ์หลักที่หน่วยงานดูคือฐานะของบริษัทผู้ยื่น ไม่ใช่ตัวพนักงาน โดยทั่วไปจะพิจารณาทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว จำนวนลูกจ้างคนไทยที่อยู่ในระบบประกันสังคมจริง การยื่นงบการเงินและแบบภาษีตามกำหนด และความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของบริษัทกับตำแหน่งที่จะจ้าง เกณฑ์เหล่านี้แตกต่างกันตามประเภทกิจการและสิทธิที่บริษัทถืออยู่ เช่น กิจการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI หรือตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมใช้เกณฑ์คนละชุดกับบริษัทจำกัดทั่วไป จึงควรตรวจฐานะบริษัทก่อนออกหนังสือเสนอจ้างเสมอ

ต้องมีลูกจ้างคนไทยกี่คน ต่อพนักงานต่างชาติหนึ่งคน?+

สำหรับบริษัทจำกัดของไทยทั่วไป แนวปฏิบัติที่พบคือพิจารณาทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วราว 2 ล้านบาท และลูกจ้างคนไทยประมาณ 4 คน ต่อใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว 1 ใบ จุดที่บริษัทมักพลาดคือนับหัวจากบัญชีเงินเดือน ทั้งที่หน่วยงานดูจากรายชื่อผู้ประกันตนที่นำส่งประกันสังคมจริง พนักงานที่เพิ่งเข้าและยังไม่ถูกนำส่ง หรือลูกจ้างรายวันที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะไม่ถูกนับ ทำให้จำนวนที่บริษัทเข้าใจกับจำนวนที่ใช้พิจารณาไม่ตรงกัน

พนักงานต่างชาติเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานได้ไหม?+

ในทางปฏิบัติเส้นทางมาตรฐานคือให้พนักงานถือหรือเปลี่ยนเข้าสู่สถานะ non-immigrant ที่ถูกต้อง (ส่วนใหญ่คือ Non-B) ก่อน จึงจะยื่นขอใบอนุญาตทำงานได้ และหลายกรณีนายจ้างต้องขอเอกสารรับรองจากฝั่งแรงงานไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับการขอวีซ่าหรือการเปลี่ยนประเภท การให้พนักงานบินเข้ามาก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ทีหลังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเลื่อนวันเริ่มงาน เพราะบางเส้นทางต้องกลับออกไปยื่นที่สถานทูตในต่างประเทศ

มีอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือไม่?+

มี กฎหมายกำหนดงานบางประเภทที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด และอีกกลุ่มที่ทำได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไข เช่น ต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือต้องทำร่วมกับคนไทย รายการนี้มีการปรับปรุงเป็นระยะ ประเด็นที่กระทบบริษัทมากกว่าตัวรายการคือชื่อตำแหน่งที่ระบุในคำขอ ตำแหน่งที่ตั้งชื่อกว้างเกินไปหรือใกล้เคียงงานที่สงวนไว้ มักถูกขอให้แก้ไขคำขอ ซึ่งกินเวลามากกว่าการตั้งชื่อให้ตรงกับหน้าที่จริงตั้งแต่แรก

ต่อใบอนุญาตทำงานต้องเริ่มล่วงหน้ากี่วัน?+

ควรเริ่มรวบรวมเอกสารก่อนหมดอายุพอสมควร เพราะงานที่กินเวลาจริงไม่ใช่การกรอกแบบฟอร์ม แต่เป็นเอกสารฝั่งบริษัทที่ต้องเป็นฉบับล่าสุด เช่น หนังสือรับรองบริษัท งบการเงินที่ยื่นแล้ว แบบภาษี และรายการนำส่งประกันสังคม หากงบยังไม่ได้ยื่นหรือมีเดือนที่ขาดการนำส่ง จะต้องแก้ที่ต้นทางก่อน ซึ่งใช้เวลานานกว่าการต่ออายุเอง และเป็นเหตุผลที่การเริ่มช้าทำให้เกิดช่วงที่พนักงานทำงานไม่ได้

ถ้าพนักงานต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต บริษัทมีความเสี่ยงอย่างไร?+

ความรับผิดตกที่ทั้งสองฝ่าย ฝั่งพนักงานกระทบสถานะการพำนักและการเข้าประเทศครั้งต่อไป ส่วนฝั่งบริษัทเป็นความรับผิดของนายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และมักตามมาด้วยการตรวจสอบรายการจ้างงานทั้งชุด ไม่ใช่เฉพาะรายที่พบ กรณีที่พบบ่อยไม่ใช่การจ้างโดยไม่มีใบอนุญาตเลย แต่เป็นการทำงานนอกเงื่อนไขที่ระบุไว้ เช่น เปลี่ยนตำแหน่ง ย้ายสาขา หรือไปช่วยงานบริษัทในเครือ โดยไม่ได้ปรับเอกสารตาม