ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

พนักงานใช้ ChatGPT กับข้อมูลลูกค้า บริษัทต้องมีนโยบาย AI อะไรบ้าง

สำหรับเจ้าของและผู้บริหาร SME ที่พนักงานเริ่มวางข้อมูลลูกค้าและเอกสารงานลงในเครื่องมือ AI แล้ว แยกให้เห็นว่าอะไรคือหน้าที่ตามกฎหมาย (PDPA ความลับทางการค้า) อะไรคือแนวปฏิบัติที่ดี พร้อมเนื้อหานโยบายและข้อสัญญากับผู้ให้บริการ AI

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ13 ตุลาคม 256910 นาที
พนักงานใช้ ChatGPT กับข้อมูลลูกค้า บริษัทต้องมีนโยบาย AI อะไรบ้าง

คู่มือนี้สำหรับใคร และประเด็นหลักคืออะไร

คู่มือนี้เขียนสำหรับ SME และบริษัทที่พนักงานใช้เครื่องมือ AI สร้างข้อความอยู่แล้ว เช่น ให้ช่วยร่างอีเมลถึงลูกค้า สรุปสัญญา หรือวิเคราะห์ตารางยอดขาย โดยที่ผู้บริหารยังไม่เคยกำหนดว่าอะไรวางได้และอะไรวางไม่ได้

ประเด็นหลักมีสามข้อ

  1. การใช้ AI ไม่ได้ผิดกฎหมายในตัวเอง แต่ข้อมูลที่ใส่เข้าไปอาจทำให้บริษัทฝ่าฝืน PDPA หรือเสียความคุ้มครองความลับทางการค้า
  2. ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะด้าน AI ที่ใช้บังคับ ภาระส่วนใหญ่จึงมาจากกฎหมายเดิม
  3. สิ่งที่บริษัทควบคุมได้ทันทีคือนโยบายที่เขียนสั้น ชัด และใช้จริง

คู่มือนี้แยกเป็นสองป้ายตลอดเรื่อง คือ [กฎหมาย] หมายถึงหน้าที่ที่ฝ่าฝืนแล้วมีผลทางกฎหมาย และ [แนวปฏิบัติ] หมายถึงข้อแนะนำที่ดี แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ

ประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะด้าน AI หรือยัง

[กฎหมาย] ณ วันที่ตรวจ คือ 13 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบว่ามีกฎหมายเฉพาะด้าน AI ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับ ETDA จัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเน้นควบคุมการใช้งานที่เสี่ยงสูง ตามรายงานของ Policy Watch ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ร่างผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และต้องผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎรต่อไป รัฐบาลตั้งเป้าเริ่มกระบวนการนิติบัญญัติภายในเดือนกันยายน 2569 จากการตรวจยังไม่พบข่าวว่าร่างผ่านขั้นใดแล้วหลังจากนั้น และเนื้อหายังอาจเปลี่ยน จึงไม่ควรวางนโยบายโดยอ้างข้อความในร่าง

ระหว่างนี้ใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ PDPA, พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545, กฎหมายลิขสิทธิ์ และกฎหมายแรงงาน

ETDA มีแนวทางเรื่องนี้อย่างไร

[แนวปฏิบัติ] ETDA ผ่านศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AIGC) ออกเอกสารที่ใช้อ้างอิงได้ ได้แก่

  • แนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารองค์กร ภาพรวมสำหรับผู้บริหารที่จะนำ AI มาใช้
  • แนวทางการประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร ประกาศเมื่อ 30 ตุลาคม 2567 ครอบคลุมการทำงานของ Gen AI ข้อดีและข้อจำกัด ความเสี่ยงและวิธีจัดการ และแนวทางนำไปใช้ในองค์กร
  • ชุดเครื่องมือ AI Governance Guideline & Toolkits ที่เผยแพร่ผ่าน AIGC

เอกสารเหล่านี้เป็นแนวทางที่ ETDA เผยแพร่ให้องค์กรนำไปปรับใช้ ไม่ใช่กฎหมายบังคับ แต่บอกทิศทางที่หน่วยงานกำกับและคู่ค้าใหญ่มักใช้เป็นเกณฑ์ ได้แก่ การใช้ AI ให้ปลอดภัย โปร่งใส มีผู้รับผิดชอบ และประเมินความเสี่ยงตามระดับของงาน ผู้ที่จะเขียนนโยบายควรเปิดเอกสารฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ ETDA มาประกอบ เพราะรายละเอียดอาจปรับปรุงได้

พนักงานใส่อะไรลงใน AI ได้ และอะไรห้าม

นี่คือแนวปฏิบัติที่แปลงหน้าที่ตามกฎหมายในหัวข้อถัดไปให้พนักงานใช้ได้ทันที จัดข้อมูลเป็นชั้นแล้วกำหนดว่าชั้นไหนใส่เครื่องมือใดได้

ชั้นข้อมูลตัวอย่างเครื่องมือ AI สาธารณะเครื่องมือที่บริษัทอนุมัติ
เปิดเผยได้ข้อความโฆษณา ข้อมูลที่ประกาศบนเว็บแล้วได้ได้
ใช้ภายในร่างอีเมลทั่วไป โครงรายงานที่ไม่มีชื่อบุคคลหรือตัวเลขจริงได้เมื่อตัดชื่อและตัวเลขที่ระบุตัวตนออกได้
ข้อมูลส่วนบุคคลชื่อ เบอร์ติดต่อ ประวัติสั่งซื้อของลูกค้าห้ามได้เมื่อผ่านเงื่อนไข PDPA
ข้อมูลอ่อนไหว ข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตน และความลับสำคัญสุขภาพ ชีวภาพ เลขบัตร สูตร ต้นทุน ซอร์สโค้ด สัญญาที่มีข้อห้ามเปิดเผยห้ามห้ามเว้นแต่ได้รับอนุมัติเป็นรายกรณี

ข้อควรสอนพนักงานเพิ่ม คือการลบชื่ออย่างเดียวอาจไม่พอ หากข้อมูลที่เหลือยังชี้ไปยังตัวบุคคลได้ เช่น ตำแหน่งงานร่วมกับเหตุการณ์เฉพาะ ให้ถือว่ายังเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

PDPA: บริษัทมีหน้าที่อะไรเมื่อส่งข้อมูลลูกค้าให้ AI

[กฎหมาย] เมื่อบริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูล การที่พนักงานส่งข้อมูลลูกค้าให้ผู้ให้บริการ AI ถือเป็นการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของบริษัท มีหน้าที่หลักดังนี้

  1. วัตถุประสงค์ต้องตรงกับที่แจ้งไว้ (มาตรา 21) บริษัทต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งก่อนหรือขณะเก็บ หากเป็นวัตถุประสงค์ใหม่ที่ต่างไป ต้องแจ้งและขอความยินยอมก่อน เว้นแต่กฎหมายให้ทำได้
  2. ต้องมีฐานทางกฎหมาย เช่น ความยินยอม การปฏิบัติตามสัญญา หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 24 ว่าด้วยฐานที่ไม่ต้องขอความยินยอม) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายใช้ไม่ได้เมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลสำคัญกว่า
  3. ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูล (มาตรา 23) ก่อนหรือขณะเก็บ ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ประเภทบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจได้รับข้อมูล ระยะเวลาเก็บ และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัทที่ไม่เคยพูดถึงผู้ให้บริการ AI ควรปรับปรุง
  4. ต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม (มาตรา 37) และเมื่อส่งข้อมูลให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูล ต้องดำเนินการป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
  5. ถ้าผู้ให้บริการ AI ประมวลผลตามคำสั่งบริษัท ต้องมีข้อตกลงกัน (มาตรา 40) กฎหมายกำหนดให้ผู้ประมวลผลทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น รักษาความปลอดภัย แจ้งเหตุละเมิด และให้ผู้ควบคุมข้อมูลจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน หากผู้ให้บริการนำข้อมูลไปใช้เองนอกเหนือคำสั่ง เช่น เพื่อฝึกโมเดลของตน ผู้ให้บริการอาจไม่ใช่ผู้ประมวลผลล้วน ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องอ่านเงื่อนไขของแต่ละราย
  6. ส่งข้อมูลไปต่างประเทศ (มาตรา 28) หากผู้ให้บริการเก็บหรือประมวลผลข้อมูลนอกประเทศ ปลายทางต้องมีมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น เช่น เจ้าของข้อมูลยินยอมหลังได้รับแจ้งว่ามาตรฐานปลายทางไม่เพียงพอ หรือเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญากับเจ้าของข้อมูล

ข้อมูลอ่อนไหวมีกติกาเข้มกว่านี้ และเหตุข้อมูลรั่วมีขั้นตอนแจ้งหน่วยงาน อ่านภาพรวมที่ เช็กลิสต์ทำ PDPA ให้ธุรกิจ และกรณีข้อมูลพนักงานที่ PDPA สำหรับงาน HR ส่วนการจัดระบบ PDPA ทั้งองค์กรดูที่ บริการ PDPA

ความลับทางการค้าเสียไปได้อย่างไรเมื่อใช้ AI

[กฎหมาย] พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 นิยามความลับทางการค้าว่าเป็นข้อมูลการค้าที่ยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป มีประโยชน์เชิงพาณิชย์เนื่องจากเป็นความลับ และเจ้าของใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ ขาดองค์ประกอบใดไปก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายนี้

องค์ประกอบสุดท้ายคือจุดเสี่ยงของ AI หากบริษัทปล่อยให้พนักงานวางสูตร รายชื่อลูกค้า ต้นทุน หรือซอร์สโค้ดลงเครื่องมือสาธารณะที่ผู้ให้บริการเก็บหรือนำไปฝึกโมเดลได้ โดยไม่มีกติกาหรือการควบคุมใด ๆ คู่กรณีในคดีอาจโต้ว่าบริษัทไม่ได้ใช้มาตรการที่เหมาะสม ศาลพิจารณาเป็นรายกรณี ตามประเภทและมูลค่าของข้อมูล ขนาดธุรกิจ และความง่ายในการเข้าถึง จึงตอบแน่ชัดไม่ได้ว่าการวางข้อมูลครั้งเดียวทำให้สิทธิหมดไปหรือไม่ แต่การไม่มีนโยบายเลยทำให้พิสูจน์ได้ยากว่ามีมาตรการ

[แนวปฏิบัติ] มาตรการที่ควรทำเพื่อพิสูจน์ได้ ได้แก่ ติดป้ายชั้นความลับ ให้พนักงานลงชื่อรับนโยบาย จำกัดเครื่องมือที่อนุมัติ เก็บบันทึกการเข้าถึง และมีข้อห้ามเปิดเผยในสัญญาจ้างและสัญญากับคู่ค้า ดูพื้นฐานการเลือกระหว่างจดสิทธิบัตรกับเก็บเป็นความลับได้ที่ จดสิทธิบัตรหรือเก็บเป็นความลับทางการค้า ข้อมูลของลูกค้าที่บริษัทผูกพันด้วย NDA ยังมีหน้าที่ตามสัญญาแยกต่างหาก ซึ่งการวางลง AI อาจเป็นการเปิดเผยแก่บุคคลที่สามโดยตรง

คำตอบจาก AI ต้องมีคนตรวจก่อนส่งลูกค้าไหม

[แนวปฏิบัติ] กฎหมายไทยยังไม่มีข้อบังคับทั่วไปว่าต้องมีคนตรวจ แต่ในทางความรับผิด บริษัทเป็นผู้ส่งเอกสารถึงลูกค้า ไม่ว่าใครเป็นผู้ร่าง AI อาจให้ข้อมูลผิด อ้างมาตราที่ไม่มีอยู่ หรือแต่งข้อเท็จจริงขึ้นเอง

ควรกำหนดอย่างน้อยสามข้อ

  • เนื้อหาที่ออกนอกบริษัทต้องมีคนตรวจและลงชื่อรับผิดชอบก่อนส่ง
  • ตัวเลข ข้อกฎหมาย และคำรับรองคุณสมบัติสินค้า ต้องตรวจกับแหล่งต้นทางเสมอ
  • งานที่ตัดสินเรื่องสำคัญของบุคคล เช่น คัดเลือกคนเข้าทำงาน หรือปฏิเสธบริการ ต้องมีมนุษย์เป็นผู้ตัดสินสุดท้าย

หากใช้ AI สร้างภาพ ข้อความ หรือโค้ดเพื่อเผยแพร่ ควรตรวจเรื่องลิขสิทธิ์และเงื่อนไขการใช้ผลงานของเครื่องมือด้วย

สัญญากับผู้ให้บริการ AI ต้องดูอะไร

[แนวปฏิบัติ] (ส่วนที่เกี่ยวกับ PDPA ตามข้อ 5 และ 6 ข้างต้นเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย) ก่อนอนุมัติเครื่องมือ ขอเอกสารเงื่อนไขของผู้ให้บริการแล้วตรวจหัวข้อเหล่านี้

  1. การนำข้อมูลไปฝึกโมเดล ห้ามหรือปิดได้หรือไม่ โดยค่าเริ่มต้นเป็นอย่างไร
  2. ระยะเวลาเก็บ เก็บข้อความที่ป้อนและผลลัพธ์นานเท่าใด และมีผู้ตรวจทานโดยมนุษย์หรือไม่
  3. สถานที่เก็บข้อมูล ประเทศใด และใช้ผู้ให้บริการช่วงต่อรายใดบ้าง
  4. ความมั่นคงปลอดภัย การเข้ารหัส การควบคุมการเข้าถึง และการแจ้งเหตุข้อมูลรั่วภายในเวลาที่ตกลง
  5. การลบข้อมูล ลบเมื่อบริษัทร้องขอหรือสัญญาสิ้นสุดได้หรือไม่ และยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรได้หรือไม่
  6. ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล ผู้ให้บริการทำตามคำสั่งของบริษัทเท่านั้น และรองรับการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
  7. ความรับผิดและการชดใช้ ผู้ให้บริการจำกัดความรับผิดไว้อย่างไร และใครรับผิดหากข้อมูลรั่วจากฝั่งผู้ให้บริการ

เงื่อนไขมาตรฐานของบริการสาธารณะมักต่อรองไม่ได้ ถ้าไม่ผ่านข้อใด ให้เลือกแผนองค์กรที่ตั้งค่าได้หรือจำกัดการใช้เฉพาะข้อมูลชั้นที่ไม่เสี่ยง ช่วยร่างและตรวจได้ที่ บริการร่างและตรวจสัญญา

นโยบาย AI ของบริษัทควรมีอะไรบ้าง

[แนวปฏิบัติ] ไม่ต้องยาว ควรอ่านจบใน 1 ถึง 2 หน้า

  1. ขอบเขต ใช้กับพนักงาน ผู้รับเหมา และเครื่องมือ AI ทุกชนิด รวมถึงฟังก์ชัน AI ในโปรแกรมที่ใช้อยู่
  2. รายการเครื่องมือที่อนุมัติ และบัญชีที่ใช้ได้ (ห้ามใช้บัญชีส่วนตัวกับงานบริษัท)
  3. ชั้นข้อมูล ตามตารางข้างต้น พร้อมตัวอย่างที่พนักงานในบริษัทเจอจริง
  4. ขั้นตอนขออนุมัติ เครื่องมือใหม่หรือการใช้กับข้อมูลชั้นสูง ต้องขอใคร ใครตัดสิน
  5. การตรวจก่อนส่งออก ตามหัวข้อก่อนหน้า
  6. การบันทึก เก็บทะเบียนเครื่องมือและโครงการที่ใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประกอบบันทึกกิจกรรมตาม PDPA
  7. การอบรม อบรมพนักงานเมื่อเริ่มงานและทบทวนเป็นระยะ พร้อมเก็บหลักฐานการเข้าอบรม
  8. ช่องทางรายงานเหตุ พนักงานที่วางข้อมูลผิดต้องรู้ว่าแจ้งใคร และได้รับการสนับสนุนให้แจ้งเร็ว ไม่ใช่ซ่อน
  9. ผลของการฝ่าฝืน อ้างถึงข้อบังคับการทำงาน ดู สัญญาจ้างและคู่มือพนักงาน เพราะการลงโทษทางวินัยต้องมีข้อบังคับรองรับ

ถ้าพนักงานวางข้อมูลผิดไปแล้วควรทำอย่างไร

  1. ให้พนักงานหยุดใช้และรายงานทันที โดยไม่ลงโทษก่อนทราบข้อเท็จจริง
  2. บันทึกว่าข้อมูลอะไร ของใคร ใส่เมื่อไร เครื่องมือใด และใช้บัญชีประเภทใด
  3. ตรวจเงื่อนไขของเครื่องมือว่านำไปฝึกโมเดลหรือไม่ แล้วขอลบข้อมูลหรือปิดการฝึกตามที่ผู้ให้บริการเปิดให้
  4. ประเมินว่าเป็นเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องแจ้งหรือไม่ ซึ่งมีกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ควรปรึกษาทนายทันที
  5. หากเกี่ยวกับข้อมูลลับของลูกค้าตาม NDA ตรวจหน้าที่แจ้งลูกค้า
  6. ปรับนโยบายและอบรมซ้ำ พร้อมเก็บหลักฐานการแก้ไข

อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานวางข้อมูลลูกค้าลงใน ChatGPT ผิด PDPA หรือไม่+

ขึ้นอยู่กับว่ามีฐานทางกฎหมายและได้แจ้งวัตถุประสงค์ไว้ครอบคลุมการส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการ AI หรือไม่ รวมถึงผู้ให้บริการอยู่ในฐานะผู้ประมวลผลที่มีข้อตกลงกับบริษัทหรือไม่ และหากเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ ต้องเข้าเงื่อนไขการส่งข้อมูลไปต่างประเทศด้วย การวางข้อมูลเพราะสะดวกโดยไม่ผ่านการพิจารณาเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่บริษัทต้องรับ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของพนักงาน

ตอนนี้ประเทศไทยมีกฎหมาย AI ที่บังคับใช้แล้วหรือยัง+

จากการตรวจเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบว่ามีกฎหมายเฉพาะด้าน AI ประกาศใช้ ร่างกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้วและอยู่ระหว่างขั้นตอนก่อนเข้าสู่สภา บริษัทจึงยังต้องใช้กฎหมายที่มีอยู่ เช่น PDPA และกฎหมายความลับทางการค้า ควบคู่กับแนวทางของ ETDA

เปิดเครื่องมือ AI แบบองค์กรหรือแบบจ่ายเงิน แล้วถือว่าปลอดภัยพอหรือไม่+

ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ต้องอ่านเงื่อนไขว่าผู้ให้บริการนำข้อมูลไปฝึกโมเดลหรือไม่ เก็บไว้นานเท่าใด เก็บที่ใด และลบได้หรือไม่ แล้วจึงทำเป็นข้อตกลงที่บริษัทยืนยันได้ การจ่ายเงินช่วยให้ต่อรองและเลือกตั้งค่าได้มากขึ้น แต่ไม่แทนการตรวจสัญญา

ข้อมูลที่พนักงานวางลงเครื่องมือ AI ทำให้ความลับทางการค้าหมดสิทธิ์ได้ไหม+

มีความเสี่ยง เพราะกฎหมายคุ้มครองเฉพาะข้อมูลที่เจ้าของใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความลับ การปล่อยให้พนักงานใส่สูตร ราคา หรือซอร์สโค้ดลงเครื่องมือสาธารณะโดยไม่มีกติกา อาจถูกฝ่ายตรงข้ามอ้างว่าบริษัทไม่ได้ดูแลอย่างเหมาะสม ศาลจะพิจารณาเป็นรายกรณี การมีนโยบายที่ใช้จริงจึงเป็นหลักฐานสำคัญ

ต้องให้คนตรวจคำตอบของ AI ก่อนส่งให้ลูกค้าไหม+

กฎหมายไทยยังไม่มีข้อบังคับทั่วไปเรื่องนี้ แต่บริษัทยังต้องรับผิดต่อลูกค้าต่อสิ่งที่ส่งออกไป ไม่ว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ร่าง จึงควรกำหนดเป็นนโยบายว่าเนื้อหาที่ส่งภายนอก โดยเฉพาะตัวเลข ข้อกฎหมาย และคำรับรอง ต้องมีคนตรวจและรับผิดชอบก่อนส่งทุกครั้ง

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา