ที่ปรึกษา PDPA และวางระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เริ่มจากรู้ว่าองค์กรถือข้อมูลอะไรไว้บ้าง ไม่ใช่เริ่มจากหน้าเว็บ

เริ่มจากรู้ว่าองค์กรถือข้อมูลอะไรไว้บ้าง ไม่ใช่เริ่มจากหน้าเว็บ
องค์กรจำนวนมากทำเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลจบที่การมีนโยบายความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์และแบนเนอร์ขอความยินยอม ซึ่งเป็นส่วนที่เห็นได้แต่ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด หัวใจของเรื่องอยู่ที่คำถามสี่ข้อที่ต้องตอบได้ คือองค์กรเก็บข้อมูลอะไรไว้บ้าง เก็บไว้ที่ไหน ใครเข้าถึงได้ และส่งต่อให้ใคร ถ้าตอบสี่ข้อนี้ไม่ได้ ก็ตอบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลไม่ได้ และรับมือกับเหตุข้อมูลรั่วไหลไม่ทันภายในเวลาที่ควร เราจึงเริ่มจากทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลให้ตรงกับที่องค์กรทำจริง แล้วจึงค่อยจัดเอกสารส่วนที่เหลือ
ขอบเขตงาน
ขอความยินยอมทุกอย่าง ทั้งที่ไม่ต้องขอ
ความเข้าใจผิดที่พบมากที่สุดคือคิดว่าทุกการใช้ข้อมูลต้องขอความยินยอม ทั้งที่กฎหมายมีฐานอื่นที่ใช้ได้และเหมาะกว่าในหลายกรณี เช่น การประมวลผลที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือตามกฎหมาย การขอความยินยอมในเรื่องที่ไม่ควรขอ ทำให้องค์กรเสียเปรียบเอง เพราะเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ แล้วงานที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจก็สะดุด การเลือกฐานให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญกว่าการมีแบบฟอร์มยินยอมที่สวยงาม
ข้อมูลพนักงานที่มักถูกลืม
องค์กรส่วนใหญ่โฟกัสที่ข้อมูลลูกค้า ทั้งที่ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุดมักเป็นข้อมูลพนักงาน ตั้งแต่ใบสมัครและประวัติของผู้สมัครที่ไม่ได้รับ ข้อมูลสุขภาพจากการตรวจร่างกาย ไปจนถึงข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและระบบสแกนลายนิ้วมือ ข้อมูลกลุ่มนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมและมักถูกเก็บไว้นานเกินความจำเป็นโดยไม่มีใครทบทวน จึงเป็นจุดที่ควรตรวจเป็นอันดับต้น ๆ
คู่ค้าที่รับข้อมูลไปทำงานต่อ
เมื่อองค์กรส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการภายนอกทำงานต่อ ทั้งระบบบัญชีเงินเดือน ระบบขนส่ง และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ องค์กรยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบต่อข้อมูลนั้นอยู่ สิ่งที่ต้องมีคือข้อตกลงที่ระบุขอบเขตการใช้ข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย และสิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุ องค์กรที่มีเอกสารภายในครบแต่ไม่เคยทำข้อตกลงกับคู่ค้า จึงยังมีช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดเหลืออยู่
ปรึกษาเรื่องนี้กับเรา
ปรึกษาเบื้องต้นฟรี บอกเราว่าธุรกิจของท่านต้องการอะไร แล้วเราจะวางขั้นตอนและใบเสนอราคาให้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตรวจประเมินและวางระบบ PDPA
6 คำถามที่ตอบแล้ว