ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
อุตสาหกรรมและกฎหมายปกครอง

สินค้าต้องมี มอก. ไหม และถ้าไม่ได้มาตรฐาน ใครรับผิด

มาตรฐานบังคับต่างจากมาตรฐานทั่วไปอย่างไร ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายรับผิดคนละส่วนตรงไหน ทำไมการติดแบรนด์ตัวเองบนสินค้าที่จ้างผลิตถึงย้ายความรับผิดมาที่ท่าน และต้องเขียนอะไรไว้ในสัญญาซัพพลายเออร์

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์มทีมกฎหมายธุรกิจและอุตสาหกรรม11 สิงหาคม 25697 นาที

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เจอเรื่อง มอก. ครั้งแรกในสองสถานการณ์ คือของติดอยู่ที่ด่านศุลกากร หรือมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจร้าน ทั้งสองกรณีสายเกินกว่าจะแก้ด้วยเอกสาร คู่มือนี้จึงไม่ได้ตอบว่า "ขอ มอก. อย่างไร" ซึ่งเป็นงานเอกสารทางเทคนิค แต่ตอบคำถามที่เป็นงานกฎหมาย คือ สินค้าของท่านเข้าข่ายบังคับหรือไม่ ถ้ามีปัญหาแล้วใครรับผิดบ้าง และจะผลักความเสี่ยงกลับไปที่คนที่ควรรับได้อย่างไร

มาตรฐานทั่วไปกับมาตรฐานบังคับ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

มอก. คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กำหนดโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยแบ่งได้เป็นสองกลุ่มที่ผลทางกฎหมายต่างกันคนละเรื่อง

มาตรฐานทั่วไปเป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบการขอการรับรองโดยสมัครใจเพื่อใช้เป็นจุดขายและสร้างความเชื่อมั่น ส่วนมาตรฐานบังคับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยการทำหรือการนำเข้าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ต้องได้รับใบอนุญาตก่อน และห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การฝ่าฝืนมีทั้งมาตรการทางปกครองและโทษทางอาญา

ข้อผิดพลาดที่พบมากคือดูจากชื่อสินค้าแล้วสรุปเอง ทั้งที่การพิจารณาต้องดูจากลักษณะและการใช้งานจริงของผลิตภัณฑ์ สินค้าที่ดูคล้ายกันในสายตาผู้ขายอาจอยู่คนละสถานะทางกฎหมาย และการเข้าใจผิดตรงนี้จะไปโผล่ที่ด่านศุลกากรพร้อมกับค่าเสียเวลาและค่าฝากเก็บ (การถูกตรวจสอบย้อนหลังหลังผ่านพิธีการ)

จุดที่ต้องตรวจคือก่อนสั่งผลิตหรือก่อนเปิดออร์เดอร์ ไม่ใช่ตอนของมาถึงท่าเรือ เพราะเมื่อผลิตหรือสั่งไปแล้ว ทางเลือกที่เหลือมักมีแต่การส่งกลับ ทำลาย หรือแก้ไขสินค้าทั้งล็อต

ใครรับผิดบ้าง คำตอบไม่ใช่ "โรงงาน" อย่างเดียว

ความรับผิดในเรื่องนี้มาจากกฎหมายคนละฉบับที่ทำงานพร้อมกัน จึงต้องแยกดูทีละชั้น

ฝ่ายด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านความรับผิดต่อผู้บริโภค
ผู้ทำในประเทศต้องมีใบอนุญาตสำหรับมาตรฐานบังคับเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว
ผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาตสำหรับมาตรฐานบังคับเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว
ผู้จำหน่ายห้ามจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานบังคับรับผิดอย่างผู้ประกอบการ หากระบุตัวผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไม่ได้
เจ้าของแบรนด์ที่จ้างผลิตขึ้นกับว่าเป็นผู้ทำหรือผู้นำเข้าตามข้อเท็จจริงรับผิดอย่างผู้ประกอบการ เพราะใช้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของตน

แถวล่างสุดคือแถวที่ทำให้ธุรกิจไทยจำนวนมากเสียหายโดยไม่รู้ตัว

กฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ถือว่าผู้ที่ใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า หรือข้อความอื่นใดอันมีลักษณะทำให้เข้าใจได้ว่าตนเป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องรับผิดอย่างผู้ประกอบการด้วย และผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้ ก็ต้องรับผิดในฐานะผู้ประกอบการเช่นกัน

พูดให้ตรงคือ การติดโลโก้ของตัวเองลงบนสินค้าที่จ้างโรงงานผลิต ย้ายความรับผิดมาที่ท่าน เจ้าของแบรนด์ที่คิดว่าตนเป็นเพียงคนขาย จึงมักตกใจเมื่อพบว่าตนเป็นจำเลยที่หนึ่ง ไม่ใช่โรงงาน

ทำไมคดีสินค้าไม่ปลอดภัยจึงสู้ยากกว่าที่คิด

กฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย กำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายไม่ต้องพิสูจน์ว่าผู้ประกอบการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เพียงแต่ต้องพิสูจน์ว่าได้รับความเสียหายจากสินค้าและมีการใช้หรือเก็บรักษาตามปกติ ส่วนผู้ประกอบการที่จะไม่ต้องรับผิดมีหน้าที่พิสูจน์ข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ข้อตกลงที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อผู้บริโภคล่วงหน้าย่อมใช้บังคับไม่ได้

สองประโยคนี้เปลี่ยนรูปคดีทั้งหมด ประโยคแรกทำให้ภาระการพิสูจน์กลับด้าน ประโยคที่สองทำให้ข้อความ "บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ" ที่พิมพ์ไว้บนกล่องหรือในใบรับประกัน ใช้ปัดผู้บริโภคไม่ได้ ข้อจำกัดความรับผิดยังใช้ได้อยู่ แต่ใช้ได้ ระหว่างคู่สัญญาทางธุรกิจด้วยกัน เช่นระหว่างท่านกับโรงงานผู้ผลิต ไม่ใช่ใช้กับผู้บริโภค

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทางป้องกันที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การเขียนข้อความปฏิเสธความรับผิดให้ยาวขึ้น แต่คือการวางสัญญาไล่เบี้ยกับต้นทางให้ใช้ได้จริง

สิ่งที่ต้องมีในสัญญาซัพพลายเออร์และสัญญาจ้างผลิต

สัญญาจ้างผลิตส่วนใหญ่ที่เราเห็นมีแต่ราคา ปริมาณ และกำหนดส่ง ซึ่งไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อเกิดเรื่อง ข้อที่ควรมีคือ

  • สเปกและมาตรฐานที่อ้างอิงได้ ระบุมาตรฐานที่สินค้าต้องเป็นไปตาม พร้อมหน้าที่ของโรงงานในการส่งมอบผลทดสอบและเอกสารรับรองทุกล็อต
  • คำรับรองว่าสินค้าถูกกฎหมาย รวมถึงว่าเป็นไปตามมาตรฐานบังคับที่ใช้กับสินค้านั้น และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
  • สิทธิตรวจสอบและสุ่มตรวจ ทั้งก่อนส่งมอบและระหว่างสัญญา พร้อมสิทธิปฏิเสธการรับมอบ
  • ข้อไล่เบี้ยและชดใช้ ครอบคลุมค่าเสียหายที่ท่านต้องจ่ายให้ผู้บริโภคหรือหน่วยงานรัฐ ค่าเรียกคืนสินค้า ค่าทนาย และค่าปรับ
  • หน้าที่ร่วมมือเมื่อถูกตรวจสอบหรือต้องเรียกคืนสินค้า พร้อมกำหนดเวลาที่ชัดเจน
  • ประกันภัยความรับผิดต่อสินค้า โดยระบุวงเงินขั้นต่ำและให้ท่านเป็นผู้เอาประกันภัยร่วม
  • การตามรอยสินค้า ให้มีเลขล็อตและเอกสารที่ระบุแหล่งที่มาได้ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผู้จำหน่ายไม่ต้องรับผิดแทนผู้ผลิต

ถ้าโรงงานอยู่ต่างประเทศ ข้อไล่เบี้ยที่บังคับไม่ได้จริงมีค่าเท่ากับไม่มี จึงต้องดูเรื่องกฎหมายที่ใช้บังคับ เวทีระงับข้อพิพาท และหลักประกัน ควบคู่ไปด้วย (ขายเข้าไทยผ่านดิสทริบิวเตอร์หรือตั้งบริษัทเอง)

ถูกตรวจ ถูกยึด หรือมีผู้บริโภคร้องเรียน ทำอะไรก่อน

เรื่องเดียวกันอาจเดินได้พร้อมกันสามทาง คือมาตรการทางปกครองจาก สมอ. โทษทางอาญา และการเรียกร้องทางแพ่งจากผู้เสียหายหรือผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้อยคำที่ให้ไว้ในทางหนึ่งถูกนำไปใช้ในอีกทางได้

ลำดับที่ปลอดภัยคือ ขอสำเนาบันทึกการตรวจและรายการสินค้าที่ถูกยึดหรืออายัดไว้ให้ครบ ตรวจว่าสินค้านั้นอยู่ในกลุ่มมาตรฐานบังคับจริงหรือไม่ รวบรวมใบอนุญาต ผลทดสอบ ใบขนสินค้า และสัญญาซื้อขายกับต้นทาง หยุดจำหน่ายสินค้าล็อตที่เป็นปัญหาไว้ก่อน แล้วจึงให้ทนายเป็นผู้ประสานการให้ถ้อยคำ อย่าเซ็นเอกสารรับข้อกล่าวหาหรือยินยอมให้ทำลายสินค้าก่อนตรวจสิทธิ เพราะบางกรณีมีทางโต้แย้งพิกัดหรือลักษณะสินค้าอยู่

สรุป

มอก. ดูเหมือนเรื่องเอกสารทางเทคนิค แต่ผลทางกฎหมายที่ตามมาเป็นเรื่องความรับผิดล้วน ๆ จุดที่ธุรกิจพลาดมากที่สุดมีสองจุด คือไม่ตรวจสถานะมาตรฐานบังคับก่อนสั่งผลิตหรือนำเข้า และคิดว่าการจ้างผลิตทำให้ความรับผิดอยู่ที่โรงงาน ทั้งที่การติดแบรนด์ตัวเองดึงความรับผิดมาที่เจ้าของแบรนด์ ทางป้องกันที่ได้ผลจริงคือสัญญาที่ไล่เบี้ยได้ และเอกสารตามรอยสินค้าที่เก็บไว้ตั้งแต่วันแรก

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม รับตรวจสถานะทางกฎหมายของสินค้า วางสัญญาจ้างผลิตและสัญญาซัพพลายเออร์ที่ไล่เบี้ยได้ และดูแลคดีที่เกี่ยวกับสินค้าไม่ได้มาตรฐานทั้งชั้นเจ้าหน้าที่และชั้นศาล ปรึกษาทีมกฎหมายธุรกิจ หรือดูงานที่ปรึกษาด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการทำความเข้าใจ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย สถานะมาตรฐานบังคับและข้อกำหนดของแต่ละผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนสั่งผลิตหรือนำเข้า

คำถามที่พบบ่อย

สินค้าของเราต้องมี มอก. หรือไม่ ดูจากอะไร+

ดูว่าสินค้านั้นถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมีทั้งแบบทั่วไปซึ่งเป็นความสมัครใจ และแบบบังคับซึ่งกำหนดโดยกฎหมายเป็นรายผลิตภัณฑ์ ถ้าอยู่ในกลุ่มบังคับ การทำหรือนำเข้าจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อน และห้ามจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การตรวจสอบต้องดูจากพิกัดและลักษณะสินค้าจริง ไม่ใช่ชื่อทางการค้า จึงควรตรวจก่อนสั่งผลิตหรือเปิดออร์เดอร์นำเข้า

เราเป็นแค่คนขาย ไม่ได้ผลิตเอง ยังต้องรับผิดไหม+

อาจต้องรับผิดได้ กฎหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมห้ามจำหน่ายสินค้าที่อยู่ในมาตรฐานบังคับซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และในทางแพ่ง กฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยยังกำหนดให้ผู้ขายที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้ ต้องรับผิดอย่างผู้ประกอบการด้วย การเก็บเอกสารว่าซื้อจากใครและสินค้าผ่านมาตรฐานอย่างไร จึงไม่ใช่แค่งานบัญชี แต่เป็นเกราะทางกฎหมาย

จ้างโรงงานผลิตแล้วติดแบรนด์เราเอง ความรับผิดอยู่ที่โรงงานใช่ไหม+

ไม่ใช่ กฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ถือว่าผู้ที่ใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า หรือข้อความอื่นที่ทำให้เข้าใจว่าตนเป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องรับผิดอย่างผู้ประกอบการเช่นกัน การติดแบรนด์ตัวเองบนสินค้าที่จ้างผลิตจึงดึงความรับผิดมาที่เจ้าของแบรนด์โดยตรง ทางแก้ไม่ใช่การหลบ แต่คือการทำสัญญาไล่เบี้ยกับโรงงาน กำหนดสเปกและการตรวจรับให้ชัด และมีประกันภัยความรับผิดต่อสินค้า

ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าเราประมาทไหม+

โดยหลักไม่ต้อง กฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยกำหนดให้ผู้ประกอบการรับผิดร่วมกันต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย โดยผู้เสียหายไม่ต้องพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เพียงพิสูจน์ความเสียหาย การใช้สินค้าตามปกติ และความเชื่อมโยงกับสินค้านั้น ผู้ประกอบการที่จะพ้นความรับผิดต้องพิสูจน์ข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นภาระที่หนักกว่าคดีละเมิดทั่วไปมาก

ถูกเจ้าหน้าที่ยึดหรืออายัดสินค้า ต้องทำอย่างไร+

อย่าเพิ่งเซ็นรับข้อกล่าวหาหรือให้การในรายละเอียดก่อนตรวจเอกสาร สิ่งที่ต้องทำทันทีคือขอสำเนาบันทึกการตรวจยึดและรายการสินค้าที่ยึดไว้ ตรวจว่าสินค้านั้นอยู่ในมาตรฐานบังคับจริงหรือไม่ รวบรวมใบอนุญาต ผลทดสอบ และเอกสารการนำเข้าหรือสั่งซื้อ แล้วปรึกษาทนายก่อนให้ถ้อยคำ เพราะเรื่องเดียวกันอาจมีทั้งมาตรการทางปกครอง โทษอาญา และการเรียกร้องทางแพ่งจากผู้บริโภคตามมา