เจ้าหนี้มีสิทธิทวงหนี้ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ลูกค้าค้างค่าสินค้า เจ้าของบ้านเช่าที่ผู้เช่าค้างค่าเช่า หรือคนที่ให้เพื่อนยืมเงิน แต่การทวงหนี้มีกติกา และการทวงผิดวิธีนอกจากจะไม่ได้เงินแล้ว ยังทำให้เจ้าหนี้กลายเป็นฝ่ายที่ถูกร้องเรียนหรือถูกฟ้องกลับ
กฎหมายทวงถามหนี้ใช้กับใคร
กฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้มุ่งคุ้มครอง ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา และใช้กับผู้ให้สินเชื่อ รวมถึงผู้ที่รับจ้างทวงหนี้ให้ผู้อื่น ธุรกิจที่ขายเชื่อหรือให้ผ่อนกับลูกค้าบุคคลเป็นประจำจึงควรถือว่ากติกานี้ใช้กับตัวเอง
ผู้ที่รับทวงหนี้ให้ผู้อื่นเป็นทางค้าต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย ส่วนทนายความที่ทวงหนี้แทนลูกความอยู่ภายใต้การกำกับของสภาทนายความ และต้องปฏิบัติตามกติกาเดียวกัน
ถ้าลูกหนี้เป็นบริษัท กติกาเรื่องเวลาและความถี่ในการติดต่อไม่ได้ใช้แบบเดียวกัน แต่กฎหมายอื่นยังใช้อยู่ครบ
ติดต่อใครได้บ้าง
- ตัวลูกหนี้ หรือบุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้ให้ติดต่อ
- บุคคลอื่น ติดต่อได้เพื่อสอบถามช่องทางติดต่อลูกหนี้เท่านั้น ต้องไม่บอกว่าติดต่อเพราะเรื่องหนี้ เว้นแต่บุคคลนั้นจะถามเอง
การทวงผ่านที่ทำงาน หัวหน้างาน หรือญาติ เพื่อให้ลูกหนี้อับอาย คือพฤติกรรมที่กฎหมายห้ามโดยตรง
ทวงได้เมื่อไร
ตามหลักเกณฑ์ที่ออกตามกฎหมาย การติดต่อลูกหนี้บุคคลธรรมดาด้วยตนเองหรือทางโทรศัพท์ ทำได้ใน วันทำการ 08.00–20.00 น. และ วันหยุดราชการ 08.00–18.00 น. และมีการจำกัดความถี่ของการติดต่อด้วย ถ้าลูกหนี้นัดหมายหรือยินยอมไว้เอง ติดต่อนอกเวลานี้ได้
สิ่งที่ห้ามทำ
- ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงใช้ถ้อยคำดูหมิ่น
- เปิดเผยเรื่องหนี้ให้คนอื่นรู้ เช่น โพสต์ในโซเชียล ปิดประกาศ หรือบอกเพื่อนร่วมงานของลูกหนี้
- ใช้ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด เช่น อ้างว่าเป็นทนายหรือเจ้าหน้าที่รัฐทั้งที่ไม่ใช่ ใช้กระดาษที่ดูเหมือนหมายศาล หรือบอกว่าจะถูกยึดทรัพย์ทันทีทั้งที่ยังไม่ได้ฟ้อง
- ขู่ว่าจะติดคุก สำหรับหนี้ทางแพ่งทั่วไป การไม่ชำระหนี้อย่างเดียวไม่ใช่ความผิดอาญา
- ส่งเอกสารที่เปิดเผยว่าเป็นการทวงหนี้ เช่น เขียนไว้บนซองจดหมายหรือไปรษณียบัตรที่คนอื่นอ่านได้
การฝ่าฝืนมีทั้งโทษทางอาญาและโทษทางปกครอง และลูกหนี้ยังฟ้องเรียกค่าเสียหายได้อีก
ทวงบริษัท: ระวังเรื่องหมิ่นประมาท
เจ้าหนี้ธุรกิจที่ทวงบริษัทคู่ค้ามักอยากเตือนคนในวงการว่าบริษัทนั้นไม่จ่ายเงิน แต่การประกาศในกลุ่มไลน์ของสมาคมหรือโพสต์ในโซเชียล มีความเสี่ยงเรื่องหมิ่นประมาท แม้ข้อความจะเป็นความจริงก็ตาม วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทวงเป็นหนังสือ และเมื่อไม่ได้ผลก็ดำเนินคดี
เมื่อไรควรให้ทนายทำแทน
- เมื่อทวงเองมาแล้วหลายครั้งและลูกหนี้เงียบ
- เมื่อต้องการหลักฐานที่ใช้ในศาลได้ว่าได้ทวงถามแล้ว
- เมื่อหนี้ใกล้ขาดอายุความ
- เมื่อเห็นสัญญาณว่าลูกหนี้กำลังโอนหรือขายทรัพย์
หนังสือทวงถามโดยทนาย มักได้ผลกับลูกหนี้ที่ยังมีเงินแต่คิดว่าเจ้าหนี้คงไม่ฟ้อง และถ้าต้องไปต่อถึงศาล งานสืบทรัพย์และบังคับคดี คือสิ่งที่ทำให้คำพิพากษากลายเป็นเงิน
📌 ดูเพิ่ม: ลูกค้าค้างชำระค่าสินค้าและค่าบริการ คู่มือสำหรับธุรกิจ · คู่มือทวงหนี้ ฟ้องลูกหนี้ และบังคับคดี
ถ้าท่านทวงเองมาแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน ปรึกษาทีมทนายของเรา เราจะช่วยดูว่าหนี้ของท่านควรไปต่อทางไหน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย

