กลุ่มบริษัทที่มีหลายนิติบุคคลมักย้ายพนักงานไปมาระหว่างบริษัทในเครือ ทั้งเพื่อปรับโครงสร้าง เปิดบริษัทใหม่ หรือรวมงานสนับสนุนไว้ที่เดียว หลายครั้งทำด้วยการออกบันทึกภายในแล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทในสลิปเงินเดือน
ในทางกฎหมาย บริษัทในเครือคือคนละนายจ้าง การย้ายพนักงานข้ามบริษัทจึงมีผลต่อสิทธิของลูกจ้างมากกว่าที่เห็น และเป็นต้นเหตุของคดีแรงงานที่พบบ่อยเมื่อพนักงานถูกเลิกจ้างในภายหลัง
ย้ายตำแหน่ง กับ ย้ายนายจ้าง ไม่เหมือนกัน
| ย้ายภายในบริษัทเดิม | ย้ายไปบริษัทในเครือ | |
|---|---|---|
| นายจ้าง | คนเดิม | เปลี่ยนเป็นนิติบุคคลใหม่ |
| ต้องได้ความยินยอมไหม | ขึ้นกับสัญญาจ้างและข้อบังคับ และต้องไม่ทำให้สภาพการจ้างด้อยลง | ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง |
| อายุงาน | ต่อเนื่องตามปกติ | ต่อเนื่องได้ถ้าโอนโดยความยินยอม และควรเขียนยืนยัน |
ทำไมต้องได้ความยินยอม
กฎหมายกำหนดว่านายจ้างจะโอนสิทธิของตนในสัญญาจ้างให้บุคคลภายนอกไม่ได้ หากลูกจ้างไม่ยินยอม บริษัทในเครือแม้มีผู้ถือหุ้นชุดเดียวกัน ก็เป็นบุคคลภายนอกในความหมายนี้
ส่วนกฎหมายคุ้มครองแรงงานวางหลักว่า เมื่อมีการเปลี่ยนตัวนายจ้าง โอน หรือควบรวมกิจการ และลูกจ้างยินยอม สิทธิที่ลูกจ้างมีอยู่กับนายจ้างเดิมย่อมตกไปยังนายจ้างใหม่ และนายจ้างใหม่ต้องรับผิดชอบต่อสิทธินั้นทุกประการ
ถ้าลูกจ้างยินยอม: สิทธิอะไรต้องตามไป
- อายุงาน นับต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญที่สุดเพราะค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างคำนวณจากอายุงาน
- ค่าจ้างและสวัสดิการ ไม่ต่ำกว่าเดิม
- วันลาพักผ่อนสะสม ที่ยังไม่ได้ใช้
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้ามี ต้องจัดการโอนหรือคงสมาชิกภาพให้ถูกต้อง
- ประกันสังคม แจ้งออกจากนายจ้างเดิมและขึ้นทะเบียนกับนายจ้างใหม่ให้ต่อเนื่อง
- สัญญาห้ามแข่งขันหรือรักษาความลับเดิม ต้องตกลงว่าจะมีผลต่ออย่างไร
ถ้าลูกจ้างไม่ยินยอม
การไม่ยอมเปลี่ยนนายจ้าง ไม่ใช่การลาออก และไม่ใช่การขัดคำสั่ง บริษัทเดิมยังเป็นนายจ้างอยู่ ทางเลือกของบริษัทคือ
- จ้างต่อในบริษัทเดิม
- ส่งไปช่วยงานบริษัทในเครือโดยยังเป็นลูกจ้างบริษัทเดิม
- เลิกจ้าง ซึ่งต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อไม่ได้บอกกล่าวตามกำหนด และสิทธิอื่น และเสี่ยงถูกฟ้องว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
สามรูปแบบที่กลุ่มบริษัทใช้ และความเสี่ยงของแต่ละแบบ
โอนย้ายโดยนับอายุงานต่อ ทำข้อตกลงสามฝ่ายระหว่างบริษัทเดิม บริษัทใหม่ และลูกจ้าง ระบุว่านับอายุงานต่อเนื่องและสภาพการจ้างไม่ด้อยลง เป็นรูปแบบที่ข้อพิพาทน้อยที่สุด
เลิกจ้างแล้วจ้างใหม่ บริษัทเดิมจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานให้ครบ แล้วบริษัทใหม่เริ่มนับอายุงานใหม่ ทำได้ แต่ต้องจ่ายจริงและครบ ถ้าเลิกจ้างโดยไม่จ่ายแล้วให้เริ่มนับใหม่ ลูกจ้างยังเรียกร้องสิทธิได้
ส่งไปช่วยงานชั่วคราว ลูกจ้างยังเป็นลูกจ้างบริษัทเดิม แต่ทำงานให้บริษัทในเครือ ต้องตกลงให้ชัดว่าใครจ่ายค่าจ้าง ใครสั่งงาน และเมื่อไรจะกลับ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ให้เซ็นใบลาออก จากบริษัทเดิมเพื่อเข้าบริษัทใหม่ ทำให้เกิดข้อโต้แย้งว่าอายุงานเดิมจบลง
- ลดค่าจ้างหรือสวัสดิการ ในสัญญาใหม่ โดยอ้างว่าเป็นบริษัทใหม่
- ย้ายสถานที่ทำงานไปไกล พร้อมกับการเปลี่ยนนายจ้าง ซึ่งอาจกระทบการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างและก่อสิทธิตามกฎหมายเพิ่มเติม
- ลืมใบอนุญาตทำงาน ของพนักงานต่างชาติ ซึ่งผูกกับนายจ้างเดิม
- ไม่ได้แจ้งประกันสังคม ทำให้ความคุ้มครองขาดช่วง
เอกสารที่ควรมี
- ข้อตกลงโอนย้ายสามฝ่าย ลงนามโดยผู้มีอำนาจของทั้งสองบริษัทและลูกจ้าง
- ข้อความยืนยันการนับอายุงานต่อเนื่อง พร้อมระบุวันเริ่มงานเดิม
- สภาพการจ้างใหม่ที่ไม่ด้อยกว่าเดิม
- รายการสิทธิที่โอนไป เช่น วันลาสะสม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- หลักฐานการแจ้งประกันสังคมและใบอนุญาตทำงาน (ถ้ามี)
สำหรับลูกจ้างที่ถูกขอให้เซ็นเอกสารโอนย้าย
อ่านให้ครบก่อนเซ็นว่า นับอายุงานต่อหรือไม่ ค่าจ้างและสวัสดิการเท่าเดิมหรือไม่ และเอกสารที่ให้เซ็นเป็นข้อตกลงโอนย้ายหรือใบลาออก ถ้าไม่แน่ใจ ขอสำเนาไปอ่านก่อนได้
อ่านเพิ่มเติม: ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง · ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
📌 ดูเพิ่ม: กฎหมายแรงงาน · กฎหมายธุรกิจ
หากกลุ่มบริษัทกำลังจะย้ายพนักงานข้ามนิติบุคคล หรือท่านถูกขอให้เซ็นเอกสารโอนย้าย ปรึกษาทีมทนายของเรา ก่อนลงนาม
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย
