ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

นายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป เลือกโมเดลขายแบบไหนให้ถูกกฎหมาย

เปรียบเทียบนายหน้า ตัวแทน ตัวแทนค้าต่าง และผู้ซื้อมาขายไป ความเสี่ยงสต็อกและเครดิต การเลิกสัญญา และข้อควรระวังสำหรับบริษัทต่างชาติ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 25699 นาที
นายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป เลือกโมเดลขายแบบไหนให้ถูกกฎหมาย

คำตอบหลัก

เมื่อธุรกิจอยากขายให้ไกลกว่าที่ทีมตัวเองไปถึง มักมีสามทางที่เรียกชื่อปนกัน คือให้นายหน้าพาลูกค้ามา ตั้งตัวแทนไปขายแทน หรือขายส่งให้ผู้ซื้อไปขายต่อเอง ในทางกฎหมายแต่ละทางมีสถานะ หน้าที่ และความเสี่ยงต่างกัน และชื่อที่เขียนในสัญญาไม่ได้เป็นตัวตัดสินเสมอไป ศาลดูข้อเท็จจริงว่าใครมีอำนาจทำอะไรแทนใคร

หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 16 ว่าด้วยตัวแทน (มาตรา 797 เป็นต้นไป) และลักษณะ 18 ว่าด้วยนายหน้า (มาตรา 845 เป็นต้นไป) ตัวแทนมีอำนาจทำการแทนตัวการ นายหน้าเพียงชี้ช่องหรือจัดการให้ได้ทำสัญญาและมีสิทธิค่านายหน้าเมื่อสัญญาสำเร็จ ตัวแทนค้าต่างตามมาตรา 833 ทำการในนามของตนเองแต่เพื่อตัวการ ส่วนผู้ซื้อมาขายไปไม่ใช่ทั้งนายหน้าและตัวแทน แต่เป็นคู่สัญญาซื้อขายที่ซื้อเป็นของตนเองแล้วขายต่อ

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา เลือกโมเดลจากคำถามว่าใครควรรับความเสี่ยงสต็อก เครดิต และชื่อเสียง ถ้าไม่อยากรับ ให้ผู้ซื้อมาขายไปรับ แต่เราคุมลูกค้าและราคาได้น้อย ถ้าอยากควบคุม ใช้ตัวแทน แต่เรารับผิดต่อสิ่งที่ตัวแทนทำในขอบอำนาจ และต้องระวังการเลิกสัญญา ถ้าต้องการเพียงหาลูกค้าใหม่ นายหน้าคือโมเดลที่มีภาระน้อยที่สุด และบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติต้องตรวจเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน

ผู้ที่มีสัญญาตัวแทนจำหน่ายอยู่แล้วและกำลังจะเลิก ควรอ่านเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย สต็อก แบรนด์ และลูกค้า ส่วนผู้ที่คิดจะขยายไปมากกว่าการหาตัวแทน อ่านขยายธุรกิจด้วยสาขา แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย

1. สามโมเดล และโมเดลที่สี่ที่คนมักลืม

โมเดลทำอะไรใครทำสัญญากับลูกค้าใครถือสต็อกและเครดิตรายได้
นายหน้าชี้ช่องหรือจัดการให้ผู้ว่าจ้างได้เข้าทำสัญญาผู้ว่าจ้างกับลูกค้าโดยตรงผู้ว่าจ้างค่านายหน้าเมื่อสัญญาสำเร็จ
ตัวแทนทำการแทนตัวการตามอำนาจที่ได้รับตัวการผูกพันกับลูกค้าผ่านตัวแทนตัวการค่าตอบแทนหรือค่าคอมมิชชันตามตกลง
ตัวแทนค้าต่างทำการในนามตนเองแต่เพื่อตัวการตัวแทนค้าต่างเป็นคู่สัญญา ต่อมาโอนผลไปยังตัวการตามที่ตกลงและตามหลักของตัวแทนค้าต่างค่าตอบแทนตามตกลง
ผู้ซื้อมาขายไปซื้อสินค้าเป็นของตนแล้วขายต่อผู้ซื้อมาขายไปกับลูกค้าของตนผู้ซื้อมาขายไปส่วนต่างราคาซื้อขาย

ตารางนี้ช่วยแยกแนวคิด ในความเป็นจริงมีโมเดลผสม เช่น ผู้จัดจำหน่ายที่ซื้อสินค้าแต่ก็รับค่านายหน้าจากโครงการบางประเภท จึงต้องเขียนให้ชัดว่ารายได้แต่ละอย่างอยู่ภายใต้ข้อสัญญาใด

2. นายหน้า (มาตรา 845 และ 846)

มาตรา 845 อธิบายว่านายหน้าคือผู้ที่ตกลงจะชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญา หรือจัดการให้ได้เข้าทำสัญญา โดยมีค่านายหน้า ลักษณะสำคัญ

  • นายหน้าไม่มีอำนาจทำสัญญาแทนผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ตัดสินใจเข้าทำสัญญาเอง
  • ตามมาตรา 846 ค่านายหน้าเกิดสิทธิเมื่อสัญญาที่ชี้ช่องหรือจัดการนั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว ถ้าสัญญามีเงื่อนไขบังคับก่อน ต้องรอเงื่อนไขสำเร็จ
  • ถ้าไม่มีสัญญาเกิดขึ้น นายหน้าโดยหลักไม่มีสิทธิค่านายหน้า แต่สัญญาอาจกำหนดค่าใช้จ่ายที่ชดใช้ให้ ซึ่งต้องระบุไว้ชัด

ข้อพิพาทที่พบบ่อยคือ ลูกค้าที่นายหน้าแนะนำไปทำสัญญาโดยตรงกับผู้ว่าจ้างภายหลังโดยไม่ผ่านนายหน้า หรือนายหน้าอ้างว่าลูกค้ารายนั้นเป็นรายที่ตนพาเข้ามา สัญญาจึงควรกำหนด

  1. วิธีบันทึกลูกค้าที่นายหน้าแนะนำ เช่น ชื่อและวันที่ส่งต่อเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ระยะเวลาที่ลูกค้าที่แนะนำไว้ถือเป็นของนายหน้า
  3. ค่านายหน้าสำหรับการสั่งซ้ำ หรือเฉพาะคำสั่งซื้อแรก
  4. เวลาจ่ายและผลเมื่อมีการคืนสินค้าหรือยกเลิก
  5. ข้อห้ามนายหน้ารับเงินหรือทำสัญญาแทน ถ้าไม่ได้ให้อำนาจ

3. ตัวแทน (มาตรา 797)

มาตรา 797 กำหนดว่าตัวแทนคือผู้ที่มีอำนาจทำการแทนตัวการ และตกลงจะทำเช่นนั้น เมื่อตัวแทนทำสัญญาในขอบอำนาจในนามของตัวการ ผลผูกพันตัวการโดยตรงต่อบุคคลภายนอก ดังนั้น

  • ขอบอำนาจต้องชัด ตัวแทนทำสัญญา รับเงิน ให้ส่วนลด หรือรับคืนสินค้าได้หรือไม่ ยิ่งไม่ชัด ตัวการยิ่งเสี่ยงถูกผูกพันเกินที่ตั้งใจ ดูใครผูกพันบริษัทได้บ้าง
  • การออกหนังสือมอบอำนาจ ควรระบุกิจการ ขอบเขต ระยะเวลา และข้อจำกัด
  • การแสดงออกต่อบุคคลภายนอก ถ้าตัวการปล่อยให้ผู้อื่นใช้ชื่อหรือแสดงตนเป็นตัวแทน ลูกค้าที่สุจริตอาจอ้างว่าตัวการต้องผูกพัน จึงควรแจ้งขอบเขตให้ลูกค้าและตรวจการใช้ชื่อ
  • หน้าที่ของตัวแทน ทำตามคำสั่ง รายงาน แยกทรัพย์สินของตัวการ และไม่ทำให้ตนเองมีผลประโยชน์ขัดกัน
  • หน้าที่ของตัวการ จ่ายค่าตอบแทนและคืนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามที่ตกลง

3.1 ตัวแทนค้าต่าง (มาตรา 833)

ตัวแทนค้าต่างทำการค้าในนามของตนเองแต่เพื่อตัวการ โดยมีค่าตอบแทน ต่างจากตัวแทนทั่วไปตรงที่ลูกค้าอาจเห็นตัวแทนค้าต่างเป็นคู่สัญญา ไม่ทราบว่ามีตัวการอยู่เบื้องหลัง ผลทางสัญญาจึงต่างกัน และควรปรึกษาทนายความหากโมเดลของคุณเข้าลักษณะนี้ ทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจว่าใครรับผิดต่อลูกค้า

4. การเลิกตัวแทน (มาตรา 826 และ 827)

โดยหลัก ตัวการถอนตัวแทนได้ และตัวแทนบอกเลิกได้ แต่หากการเลิกเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม และก่อความเสียหายแก่อีกฝ่าย ผู้เลิกอาจต้องรับผิดตามที่มาตรา 826 และ 827 วางหลักไว้ ประเด็นที่ควรรู้

  • ประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติแบบสหภาพยุโรปที่ให้ตัวแทนได้ค่าชดเชยเมื่อสิ้นสุดสัญญาโดยอัตโนมัติ (เช่น ค่าชดเชยลูกค้าที่ตัวแทนสร้างไว้) หากต้องการ ต้องเขียนในสัญญา
  • ความเสียหายจากการเลิกไม่เหมาะสมต้องพิสูจน์ ไม่ใช่เกิดทุกครั้ง
  • สัญญาควรกำหนดระยะบอกกล่าวล่วงหน้า เหตุเลิกทันที และผลต่อค่าตอบแทนที่ยังไม่จ่าย
  • เมื่อเลิก ตัวแทนต้องคืนเอกสารและทรัพย์สินของตัวการ และตัวการต้องแจ้งลูกค้าว่าอำนาจสิ้นสุด

เรื่องการเลิกในกรณีตัวแทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าไปขาย ซึ่งไม่ใช่ตัวแทนตามกฎหมายแท้ ๆ แต่มีปัญหาคล้ายกัน ดูเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย

5. ผู้ซื้อมาขายไป

ผู้ซื้อมาขายไปเป็นคู่สัญญาซื้อขาย ไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ขาย ดังนั้น

  • ผู้ซื้อรับความเสี่ยงของสต็อก ราคา และลูกหนี้ของตนเอง
  • ผู้ผลิตได้เงินจากการขายส่ง และไม่รับผิดต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อต่อลูกค้าของตน ถ้าไม่ได้ให้อำนาจหรือแสดงตนเป็นตัวแทน
  • ผู้ผลิตควบคุมราคาขายต่อและลูกค้าได้ยากกว่า
  • ความรับผิดต่อลูกค้าปลายทางขึ้นกับว่าใครเป็นผู้ขาย และผู้ผลิตให้การรับประกันโดยตรงหรือไม่

ข้อควรระวังคือ ผู้ผลิตอาจทำตัวเหมือนควบคุมผู้ซื้อมาขายไปมากเกินไป เช่น กำหนดวิธีขาย ลูกค้า และการรับประกัน จนข้อเท็จจริงเข้าใกล้ความสัมพันธ์แบบตัวแทน หรือสร้างความรับผิดต่อลูกค้า จึงควรให้เอกสารและการปฏิบัติตรงกับโมเดลที่เลือก

5.1 ราคาขายต่อและกฎหมายแข่งขันทางการค้า

การกำหนดราคาขายต่อให้ผู้ซื้อมาขายไปต้องทำตาม (resale price maintenance) เป็นประเด็นที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเข้าข่ายความเสี่ยงตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ขึ้นกับอำนาจตลาดและข้อเท็จจริง การให้ราคาแนะนำที่ผู้ซื้อไม่ต้องทำตามต่างจากการบังคับ ควรปรึกษาทนายความก่อนใส่ข้อสัญญาเรื่องราคา

6. เลือกโมเดลอย่างไร

  1. ต้องการให้ใครรับสต็อกและลูกหนี้ ถ้าไม่ต้องการรับเอง เลือกผู้ซื้อมาขายไป
  2. ต้องการคุมราคาและลูกค้าเพียงใด ถ้าต้องการมาก เลือกตัวแทนหรือสาขาของตัวเอง
  3. ต้องการผูกพันตัวเองกับลูกค้าที่ใครพามาหรือไม่ ถ้าไม่ เลือกนายหน้า
  4. สินค้ามีใบอนุญาตหรือการรับประกันซับซ้อนหรือไม่ ถ้ามี ผู้ซื้อมาขายไปต้องมีคุณสมบัติและความรับผิดต่อลูกค้าที่ชัด
  5. ผู้ที่จะเป็นนายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป เป็นนิติบุคคลต่างชาติหรือไม่ ดูหัวข้อ 8
  6. ถ้าตลาดต่างประเทศ ดูขายเข้าไทยผ่านผู้จัดจำหน่ายหรือตั้งนิติบุคคลเอง

7. ข้อสัญญาที่ควรมีทุกโมเดล

  • คำนิยามสถานะ ว่าเป็นนายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป พร้อมข้อความว่าไม่ได้เป็นตัวแทนหากเป็นผู้ซื้อมาขายไป
  • ขอบเขตอำนาจและข้อห้าม
  • พื้นที่ ลูกค้า และเอกสิทธิ์
  • ค่าตอบแทน เวลาจ่าย และผลเมื่อมีการคืนสินค้า
  • การใช้เครื่องหมายการค้าและวัสดุการขาย
  • ข้อมูลลับและข้อมูลลูกค้า
  • ระยะเวลา การบอกกล่าว การเลิก และผลหลังเลิก
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การต่อต้านการให้สินบน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

8. บริษัทต่างชาติ และกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

หากผู้ที่จะเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในไทยเป็นบริษัทที่เข้าข่ายคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องระวังว่ากิจการนายหน้าและตัวแทนอยู่ในบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติ โดยมีข้อยกเว้นบางประการ ซึ่งหมายความว่าอาจต้องขอใบอนุญาตก่อนประกอบธุรกิจ ถ้าไม่เข้าข้อยกเว้น ควรตรวจโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แท้จริงและกิจกรรมจริงที่จะทำ เพราะบริษัทที่ถือหุ้นโดยบุคคลสัญชาติไทยตามชื่อ แต่ข้อเท็จจริงมีผู้อื่นควบคุม อาจมีความเสี่ยงอีกแบบ ดูใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าวสำหรับบริษัทบริการ และรายละเอียดการขออนุญาต

บริษัทไทยที่ใช้นายหน้าหรือตัวแทนที่เป็นต่างชาติในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ประกอบธุรกิจในไทย ก็ควรตรวจกฎหมายของประเทศนั้นและเงื่อนไขภาษีกับผู้ทำบัญชี

9. เช็กลิสต์

  • ตัดสินใจว่าใครรับสต็อก เครดิต และชื่อเสียง แล้วเลือกโมเดล
  • สัญญาระบุสถานะชัดเจน (นายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป) และไม่ขัดกับการปฏิบัติจริง
  • ขอบเขตอำนาจของตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งลูกค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ค่านายหน้ากำหนดวิธีนับลูกค้า เวลาจ่าย และผลเมื่อยกเลิก
  • ข้อสัญญาเลิกกำหนดระยะบอกกล่าวและผลต่อสต็อก ลูกค้า และเครื่องหมายการค้า
  • ไม่ใส่ข้อสัญญาเรื่องราคาขายต่อโดยไม่ตรวจกับทนายความ
  • ตรวจสถานะต่างชาติของคู่สัญญาที่จะประกอบธุรกิจในไทย
  • ปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องผลทางภาษีของแต่ละโมเดล

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนเลือกนายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป ให้ตัดสินใจว่าใครรับสต็อก เครดิต และความผูกพันต่อลูกค้า แล้วเขียนสัญญาและปฏิบัติให้ตรงกับโมเดลนั้น

เราร่างและตรวจสัญญานายหน้า ตัวแทน และตัวแทนจำหน่าย รวมถึงตรวจเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

นายหน้ากับตัวแทนต่างกันอย่างไร+

นายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 คือผู้ที่ตกลงจะชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญา หรือจัดการให้ได้เข้าทำสัญญา โดยมีค่านายหน้า นายหน้าไม่ได้ทำสัญญาแทนผู้ว่าจ้าง ส่วนตัวแทนตามมาตรา 797 มีอำนาจทำการแทนตัวการและผูกพันตัวการกับบุคคลภายนอก ความแตกต่างอยู่ที่อำนาจทำสัญญาแทน ไม่ใช่ชื่อที่ใช้เรียก

ค่านายหน้าต้องจ่ายเมื่อใด+

ตามมาตรา 846 ค่านายหน้าจะต้องจ่ายเมื่อสัญญาที่นายหน้าชี้ช่องหรือจัดการนั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว ถ้าสัญญานั้นมีเงื่อนไขบังคับก่อน ต้องรอจนเงื่อนไขสำเร็จ สัญญาควรกำหนดวิธีนับว่ายอดขายใดเกิดจากนายหน้า เวลาที่จ่าย และผลเมื่อลูกค้าเลิกหรือคืนสินค้า เพื่อไม่ให้เถียงกัน

ตัวการเลิกสัญญาตัวแทนได้เมื่อใดก็ได้หรือไม่+

โดยหลักตัวการถอนอำนาจหรือเลิกตั้งตัวแทนได้ แต่ถ้าการเลิกกระทำในเวลาที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อีกฝ่าย อาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามหลักในมาตรา 826 และ 827 ประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติแบบสหภาพยุโรปที่ให้ตัวแทนได้ค่าชดเชยเมื่อสิ้นสุดสัญญาโดยอัตโนมัติ สิทธิจึงขึ้นกับสัญญาและข้อเท็จจริง ควรเขียนระยะบอกกล่าวและเงื่อนไขการเลิกไว้ให้ชัด

ผู้ซื้อมาขายไปมีความเสี่ยงต่างจากตัวแทนอย่างไร+

ผู้ซื้อมาขายไปซื้อสินค้าเป็นของตนเองแล้วขายต่อ จึงรับความเสี่ยงเรื่องสต็อก ราคา และลูกหนี้ของตนเอง ผู้ผลิตได้เงินจากการขายส่งทันที ส่วนตัวแทนมักไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้า ผู้ผลิตหรือตัวการรับความเสี่ยงสินค้าและลูกหนี้มากกว่า แต่ควบคุมราคาและลูกค้าได้มากกว่าในทางข้อเท็จจริง

บริษัทที่ต้องการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในไทยแต่ผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติ ต้องระวังอะไร+

กิจการนายหน้าและตัวแทนอยู่ในบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยมีข้อยกเว้นบางประการ บริษัทที่เข้าข่ายคนต่างด้าวตามกฎหมายอาจต้องขอใบอนุญาตก่อนประกอบธุรกิจ จึงควรตรวจสถานะการถือหุ้นและขอบเขตกิจกรรมจริงก่อนเริ่ม

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา