ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ขยายธุรกิจด้วยสาขาของตัวเอง แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบสาขาของตัวเอง แฟรนไชส์ และตัวแทนจำหน่ายเรื่องการควบคุม เงินลงทุน ความเร็ว พร้อมกฎหมายแฟรนไชส์ และการจดทะเบียนสัญญาใช้เครื่องหมายการค้า

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 256911 นาที
ขยายธุรกิจด้วยสาขาของตัวเอง แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย เลือกแบบไหนดี

คำตอบหลัก

เมื่อธุรกิจเดียวเริ่มขายดีในที่เดียว ความคิดแรกที่มักตามมาคือขยาย ไม่ว่าจะเปิดสาขาเอง ขายแฟรนไชส์ หรือหาตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดอื่น ทั้งสามทางใช้ชื่อและสินค้าเดียวกัน แต่ต่างกันมากเรื่องใครลงทุน ใครคุมคุณภาพ ใครรับความเสี่ยง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หลักกฎหมาย ประเทศไทยไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ สัญญาแฟรนไชส์และสัญญาตัวแทนจำหน่ายอยู่ภายใต้หลักสัญญาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอื่นตามลักษณะธุรกิจ เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 และเงื่อนไขที่ผู้ให้สิทธิกำหนดต้องไม่เป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าออกแนวทางสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ไว้โดยเฉพาะ

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าเลือกจากความอยากโตเร็วอย่างเดียว ให้ถามก่อนว่าธุรกิจพร้อมถูกทำซ้ำหรือยัง ถ้ายังต้องพึ่งตัวเจ้าของ ไม่มีคู่มือ ไม่มีระบบ และยังไม่เห็นกำไรของหน้าร้านเดียวชัด การขยายแบบไหนก็ทำให้ปัญหาโตตามไปด้วย ทางที่เหมาะมักขึ้นกับสามเรื่อง คือจะคุมประสบการณ์ลูกค้าได้แค่ไหน จะลงทุนเองได้แค่ไหน และต้องการโตเร็วเพียงใด

คู่มือนี้ช่วยเลือกทางและชี้จุดสัญญาที่ต้องเตรียม ส่วนการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดสาขาจริงอ่านที่ก่อนเปิดสาขาที่ 2 เช็กลิสต์ความพร้อม และสำหรับผู้ที่เป็นฝ่ายซื้อแฟรนไชส์ อ่านที่ตรวจสัญญาแฟรนไชส์ก่อนซื้อ

1. สามทางต่างกันอย่างไร

เรื่องสาขาของตัวเองแฟรนไชส์ตัวแทนจำหน่าย
ใครลงทุนหน้าร้านและสต็อกเราผู้รับสิทธิเป็นหลักตัวแทน
การควบคุมประสบการณ์ลูกค้าสูงที่สุดปานกลาง ต้องอาศัยสัญญา คู่มือ และการตรวจต่ำ ตัวแทนตัดสินใจเองหลายเรื่อง
ความเร็วในการขยายช้าที่สุด จำกัดด้วยเงินทุนและคนเร็ว ถ้าระบบพร้อมและมีผู้สนใจเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่ขายต่อได้ง่าย
ความเสี่ยงด้านเงินทุนสูง เรารับเต็มต่ำกว่า แต่ยังมีต้นทุนวางระบบและสนับสนุนต่ำ ตัวแทนซื้อสต็อกเอง
รายได้ของเรากำไรจากหน้าร้านโดยตรงค่าสิทธิและส่วนแบ่งตามที่ตกลงกำไรจากการขายส่ง
ความเสี่ยงต่อชื่อเสียงอยู่ในมือเราสูง ถ้าผู้รับสิทธิทำไม่ได้มาตรฐานสูงในพื้นที่ที่ไม่มีใครดูแล
ภาระกฎหมายหลักสัญญาเช่า พนักงาน ใบอนุญาตสาขาสัญญาแฟรนไชส์ เครื่องหมายการค้า แนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมสัญญาตัวแทนจำหน่าย พื้นที่ ราคา เลิกสัญญา

ตารางนี้เป็นภาพรวม ไม่ใช่คำตอบตายตัว ธุรกิจที่ขายบริการที่ต้องใช้ฝีมือเจ้าของมักขยายผ่านแฟรนไชส์ยาก ส่วนสินค้าที่เก็บ ขนส่ง และขายต่อได้ง่ายมักเหมาะกับตัวแทนจำหน่าย

2. ถามตัวเองก่อนเลือก

  1. ธุรกิจทำซ้ำได้โดยไม่ต้องมีเจ้าของอยู่หรือไม่ มีขั้นตอน มาตรฐาน และเอกสารให้ผู้อื่นทำตามได้ไหม
  2. หน้าร้านเดิมกำไรจริงหรือเปล่า ดูจากต้นทุนจริงของสาขาเดียว ไม่ใช่ยอดขายอย่างเดียว ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องกำไรต่อหน่วยและกระแสเงินสด
  3. ชื่อและเครื่องหมายการค้าเป็นของเราแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่จด ผู้อื่นอาจจดตัดหน้าได้เมื่อแบรนด์ขยาย ดูจดเครื่องหมายการค้า
  4. เรายอมสูญเสียการควบคุมได้แค่ไหน ถ้าลูกค้าบ่นเรื่องคุณภาพของสาขาที่ไม่ใช่ของเรา เราจะทำอะไรได้
  5. มีคนและระบบสนับสนุนหรือไม่ แฟรนไชส์และตัวแทนจำหน่ายต้องการทีมฝึกอบรม ตรวจคุณภาพ และจัดส่ง
  6. ความเสี่ยงอะไรรับไม่ได้ เช่น คุณภาพตก ชื่อเสียงเสียหาย หรือเงินจมกับสต็อก

ถ้าตอบข้อ 1 และ 2 ไม่ได้ ควรกลับไปแก้ธุรกิจเดิมก่อน การขยายด้วยวิธีใดก็ไม่ช่วย

3. ขยายด้วยสาขาของตัวเอง

สาขาให้การควบคุมสูงสุด แต่เงินและภาระกฎหมายอยู่กับเรา สิ่งที่ต้องดู

  • รูปแบบกฎหมาย สาขาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเดิม หรือตั้งบริษัทใหม่ แต่ละแบบมีผลต่อความรับผิดและภาษี ปรึกษาผู้ทำบัญชีและทนายความ
  • จดทะเบียนสาขา มักต้องแจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และมีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มของสถานประกอบการแต่ละแห่ง รายละเอียดดูก่อนเปิดสาขาที่ 2
  • สัญญาเช่า สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ถ้าไม่ทำ จะฟ้องบังคับได้เพียงสามปี
  • พนักงานและข้อบังคับ ตรวจว่าจำนวนพนักงานรวมถึงเกณฑ์ที่ต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่ และสัญญาจ้างสอดคล้องกันทุกสาขา ดูข้อบังคับการทำงาน
  • สัญญาและเอกสารที่ใช้ร่วมกัน ใครลงนามแทนบริษัทในแต่ละสาขา และมีเอกสารมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ดูควบคุมสัญญาและเอกสารพนักงานเมื่อมีหลายสาขา
  • การควบคุมเงิน การนับเงิน การนำส่ง และการตรวจสต็อก ควรมีขั้นตอนที่ไม่ขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง

ข้อดีคือ ถ้าสาขาใหม่ไม่เวิร์ก เราตัดสินใจปิดหรือปรับได้เอง ข้อเสียคือ เงินและคนที่ใช้เปิดสาขาหนึ่งแห่งมักมากกว่าที่คิด และทำให้เจ้าของเหนื่อยตามไป

4. ขยายด้วยแฟรนไชส์

แฟรนไชส์คือการอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า ระบบ และความรู้ในการดำเนินธุรกิจ โดยผู้รับสิทธิจ่ายค่าตอบแทนตามที่ตกลง เราเป็นผู้ให้สิทธิ จึงต้องส่งมอบสิ่งที่ขาย และต้องควบคุมให้ผู้รับสิทธิทำตามมาตรฐาน

4.1 ความพร้อมก่อนขาย

  • ธุรกิจต้นแบบที่มีกำไรจริงและมีข้อมูลยืนยันได้ ไม่ใช่เพียงคำพูด
  • เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วในประเภทสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง
  • คู่มือการปฏิบัติงาน ระบบฝึกอบรม และทีมสนับสนุน
  • เอกสารข้อมูลที่ให้ผู้สนใจก่อนตัดสินใจ และไม่โฆษณาเกินจริง เช่น ไม่รับประกันผลตอบแทนที่ไม่มีหลักฐาน
  • สัญญาแฟรนไชส์ที่เป็นธรรมและชัดเจน

4.2 ไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ แต่มีแนวทางการแข่งขันทางการค้า

ในประเทศไทยไม่มีพระราชบัญญัติแฟรนไชส์ที่บังคับให้ผู้ให้สิทธิต้องเปิดเผยข้อมูลหรือจดทะเบียน (ต่างจากบางประเทศ) สัญญาจึงเป็นเครื่องมือหลัก อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ห้ามการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นการเอาเปรียบ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้ออกแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งมีผลใช้ราวต้นปี 2563 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง ชื่อและฉบับล่าสุดควรตรวจจากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ผู้ให้สิทธิควรอ่านแนวทางนี้ก่อนร่างสัญญา เพราะเงื่อนไขที่ดูเอาเปรียบ เช่น บังคับซื้อวัตถุดิบจากผู้ให้สิทธิรายเดียวโดยไม่มีเหตุผลสมควร ห้ามผู้รับสิทธิทำธุรกิจอื่นอย่างกว้างเกินไป หรือเปลี่ยนเงื่อนไขฝ่ายเดียว อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รายการที่ครบถ้วนของแนวทาง)

4.3 การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 กำหนดให้การอนุญาตให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับนายทะเบียน ดังนั้นหากสัญญาแฟรนไชส์เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ควรจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ซึ่งมีรายละเอียดตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด และผู้ให้สิทธิยังคงต้องควบคุมคุณภาพการใช้ มิฉะนั้นอาจกระทบความมั่นคงของสิทธิในเครื่องหมาย

4.4 ข้อสัญญาที่ผู้ให้สิทธิควรพิจารณา

  • ขอบเขตสิทธิ พื้นที่ ระยะเวลา และการต่อสัญญา
  • ค่าตอบแทนและกำหนดเวลาชำระ ซึ่งต้องระบุตามหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน
  • มาตรฐานการดำเนินงาน การฝึกอบรม การตรวจ และผลของการไม่ปฏิบัติตาม
  • การใช้เครื่องหมายการค้า ข้อมูลลับ และข้อห้ามหลังสิ้นสุดสัญญา (ข้อห้ามต้องเหมาะสมและไม่กว้างเกินไป)
  • การเลิกสัญญา การซื้อคืน การโอนสิทธิ และสิ่งที่ผู้รับสิทธิต้องคืนหรือเลิกใช้
  • ความรับผิดต่อลูกค้า ประกัน และข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
  • การระงับข้อพิพาท

ฝั่งผู้ซื้อแฟรนไชส์ควรอ่านอีกแบบหนึ่ง ดูที่ตรวจสัญญาแฟรนไชส์ก่อนซื้อ และบริการที่ปรึกษาเรื่องแฟรนไชส์

5. ขยายด้วยตัวแทนจำหน่าย

ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้จัดจำหน่ายในทางปฏิบัติมักซื้อสินค้าไปขายต่อ ตัวเองลงทุนสต็อกและหน้าร้าน และขายในนามของตัวเอง ผู้ผลิตจึงได้ขยายตลาดโดยไม่ต้องลงทุนสาขา แต่แลกกับการควบคุมที่น้อยลง

5.1 ข้อสัญญาสำคัญ

  • พื้นที่และเอกสิทธิ์ ระบุพื้นที่ชัด ว่าเป็นเอกสิทธิ์หรือไม่ ตัวแทนห้ามขายนอกพื้นที่หรือไม่ ผู้ผลิตขายเองในพื้นที่ได้หรือไม่
  • เป้าหมายและการประเมิน ยอดขั้นต่ำ ระยะเวลาประเมิน และผลหากไม่ถึง
  • การสั่งซื้อและการชำระเงิน เงื่อนไขเครดิต การส่งมอบ กรรมสิทธิ์ และความเสี่ยงระหว่างขนส่ง
  • การใช้ชื่อและเครื่องหมายการค้า ใช้ได้เฉพาะเพื่อขายสินค้าที่ได้รับมอบ และห้ามจดชื่อที่คล้ายกัน
  • การบริการหลังการขาย ใครรับประกัน ซ่อม รับคืน และรับเรื่องร้องเรียน
  • ข้อมูลลูกค้า ใครเป็นเจ้าของ ใช้ได้เพียงใด และเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
  • ระยะเวลาและการเลิก เมื่อเลิกสัญญา ใครซื้อคืนสต็อก ใครจัดการลูกค้าและสินค้าคงเหลือ

ข้อสุดท้ายนี้สร้างข้อพิพาทบ่อยที่สุด ดูเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย สต็อก แบรนด์ และลูกค้า ส่วนความแตกต่างระหว่างผู้ซื้อมาขายไป นายหน้า และตัวแทน ดูนายหน้า ตัวแทน หรือผู้ซื้อมาขายไป

5.2 ระวังข้อจำกัดเรื่องราคาและการแข่งขัน

การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดการแข่งขัน เช่น กำหนดราคาขายต่อ หรือห้ามขายให้ลูกค้าบางกลุ่ม อาจเข้าข่ายความเสี่ยงตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ขึ้นกับข้อเท็จจริงและอำนาจตลาด จึงควรตรวจกับทนายความก่อนใส่ข้อสัญญาลักษณะนี้

6. ตัวเลือกผสม

ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้เลือกทางเดียว ตัวอย่างสมมติ ร้านอาหารเปิดสาขาเองในจังหวัดเดียวกันเพื่อรักษามาตรฐาน แล้วให้แฟรนไชส์ในจังหวัดไกลที่ไม่มีทีมดูแล หรือผู้ผลิตสินค้าอุปโภคขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างจังหวัด และเปิดช่องทางออนไลน์เอง ข้อสำคัญคือสัญญาแต่ละแบบต้องไม่ขัดกัน เช่น ตัวแทนจำหน่ายได้เอกสิทธิ์ในพื้นที่ ผู้ผลิตก็ต้องไม่ไปขายออนไลน์ชนตัวแทนโดยไม่ตกลง

7. ความรับผิดต่อลูกค้าและชื่อเสียง

  • ทำให้ลูกค้าเห็นชัดว่าใครเป็นผู้ขาย ใบเสร็จ ป้ายหน้าร้าน และเว็บไซต์ควรระบุนิติบุคคลที่แท้จริง
  • กำหนดเรื่องประกัน การรับประกัน และการรับเรื่องร้องเรียนในสัญญา
  • ตรวจมาตรฐานเป็นรอบ ถ้าเห็นปัญหาแล้วไม่ทำอะไร ชื่อเสียงเสียหายก่อนสัญญา
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าต้องมีข้อตกลงว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ดูPDPA

8. ลำดับการทดลอง

  1. แก้ธุรกิจเดิมให้มีกำไรและทำซ้ำได้
  2. จดเครื่องหมายการค้า
  3. เขียนคู่มือและมาตรฐาน
  4. ทดลองเปิดสาขาที่สองหรือตัวแทนหนึ่งราย
  5. ทบทวนผลและปรับสัญญาก่อนขยายต่อ
  6. ขยายเมื่อระบบรองรับ ไม่ใช่เมื่อมีผู้ขอ

9. เช็กลิสต์

  • ธุรกิจเดิมทำกำไรจริง และทำซ้ำได้โดยไม่ต้องมีเจ้าของ
  • เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในนามเจ้าของแบรนด์
  • เลือกรูปแบบขยายตามการควบคุม เงินทุน และความเร็วที่ต้องการ
  • สัญญาแฟรนไชส์หรือตัวแทนจำหน่ายร่างให้เป็นธรรม และอ่านแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมแล้ว
  • สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน
  • ระบุพื้นที่ เอกสิทธิ์ เป้าหมาย และผลหากไม่ถึงเป้า
  • กำหนดการเลิกสัญญา สต็อก ลูกค้า และการเลิกใช้ชื่อ
  • ใบเสร็จ ป้าย และเว็บไซต์ระบุผู้ขายที่แท้จริง
  • ปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องกำไรและภาษีของแต่ละรูปแบบ

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนเลือกว่าจะขยายด้วยสาขา แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย ควรแน่ใจว่าธุรกิจเดิมทำซ้ำได้ ชื่อเป็นของเรา และสัญญาบอกชัดว่าใครรับผิดชอบอะไรเมื่อเลิกกัน

เราร่างและตรวจสัญญาแฟรนไชส์ สัญญาตัวแทนจำหน่าย และช่วยดูแลการจดเครื่องหมายการค้าและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ แฟรนไชส์ และ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศไทยมีกฎหมายแฟรนไชส์โดยเฉพาะหรือไม่+

ไม่มีพระราชบัญญัติแฟรนไชส์เป็นการเฉพาะ สัญญาแฟรนไชส์จึงอยู่ภายใต้หลักสัญญาทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายเครื่องหมายการค้า กฎหมายการแข่งขันทางการค้า และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่วนคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้ออกแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้ให้สิทธิและผู้รับสิทธิควรศึกษา ควรตรวจฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าก่อนใช้

ต้องจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือไม่+

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 กำหนดว่าการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับนายทะเบียน ผลของการไม่จดทะเบียนควรตรวจจากตัวบทฉบับล่าสุดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จึงควรจดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเมื่อมีผู้รับสิทธิหลายราย

ตัวแทนจำหน่ายกับแฟรนไชส์ต่างกันอย่างไร+

ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้จัดจำหน่ายมักซื้อสินค้าไปขายต่อในพื้นที่ที่ตกลงกัน โดยใช้ชื่อและกิจการของตนเอง ส่วนแฟรนไชส์ผู้รับสิทธิทำธุรกิจภายใต้ชื่อ ระบบ และมาตรฐานของผู้ให้สิทธิ จึงมักมีข้อกำหนดเรื่องการดำเนินงาน การฝึกอบรม และการควบคุมคุณภาพมากกว่า ความแตกต่างจริงขึ้นกับข้อสัญญา ไม่ใช่ชื่อที่ใช้เรียก

ถ้าลูกค้าฟ้องร้องหรือร้องเรียนสาขา ผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ต้องรับผิดด้วยหรือไม่+

สาขาที่เป็นส่วนหนึ่งของนิติบุคคลเดียวกันผูกพันบริษัทโดยตรง ส่วนผู้รับสิทธิหรือตัวแทนจำหน่ายที่เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นโดยปกติรับผิดต่อลูกค้าของตนเอง แต่ผู้ให้สิทธิอาจถูกฟ้องร่วมได้หากข้อเท็จจริงแสดงว่าเข้าควบคุมหรือเป็นตัวแทนในลักษณะที่ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นกิจการเดียวกัน การโฆษณา หน้าร้าน ใบเสร็จ และการแสดงตนมีผลต่อการประเมิน ควรกำหนดให้ชัดว่าใครเป็นผู้ขาย ผู้รับประกัน และผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้า

สัญญาตัวแทนจำหน่ายควรกำหนดพื้นที่แบบเอกสิทธิ์หรือไม่+

ขึ้นกับเป้าหมาย เอกสิทธิ์ในพื้นที่ช่วยให้ตัวแทนลงทุนเต็มที่ แต่ผูกมือผู้ผลิตหากตัวแทนทำยอดไม่ถึง จึงควรกำหนดเป้าหมายขั้นต่ำ ระยะเวลาประเมิน และสิทธิที่จะเปลี่ยนเป็นไม่เอกสิทธิ์หรือเลิกสัญญา และตรวจกฎหมายแข่งขันทางการค้าด้วยหากมีข้อจำกัดเรื่องราคาหรือลูกค้า

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา