คำตอบหลัก
เจ้าของร้านหรือบริษัทที่กำลังคิดเปิดสาขาที่สองมักเริ่มจากทำเลและงบตกแต่ง แต่คำถามที่ควรถามก่อนคือ สาขาแรกเดินได้เพราะระบบ หรือเดินได้เพราะเจ้าของยืนอยู่ตรงนั้นทุกวัน ถ้าเป็นอย่างหลัง สาขาที่สองจะไม่ได้เพิ่มรายได้เป็นสองเท่า แต่จะแบ่งเวลาเจ้าของออกเป็นสองส่วน และปัญหาที่ซ่อนอยู่จะโผล่พร้อมกัน
หลักกฎหมาย สาขาไม่ใช่นิติบุคคลใหม่ ภาระผูกพัน หนี้ และความรับผิดทั้งหมดยังเป็นของบริษัทหรือเจ้าของรายเดียวกัน การเปิดสาขามีขั้นตอนทางทะเบียนและภาษี (จดทะเบียนสาขา แจ้งสถานประกอบการเพิ่มเพื่อภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบอนุญาตท้องถิ่น) สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ส่วนนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา เปิดสาขาที่สองเมื่อผ่านสามด่านตามลำดับ ด่านแรกคือสาขาแรกเดินได้โดยไม่มีเจ้าของ ด่านที่สองคือตัวเลขรายสาขาแยกออกมาได้ชัดว่าสาขาแรกกำไรจริงหลังหักเงินเดือนผู้จัดการที่ต้องจ้างแทนเจ้าของ และด่านที่สามคือเอกสารกฎหมายพร้อม ได้แก่ สัญญาเช่า การจดทะเบียน อำนาจลงนาม และเอกสารพนักงาน หากด่านใดยังไม่ผ่าน การรออีกไม่กี่เดือนมักถูกกว่าการเปิดแล้วต้องปิด
คู่มือนี้พูดเรื่องความพร้อมก่อนเปิดสาขา ส่วนการควบคุมสัญญาและเอกสารพนักงานเมื่อมีหลายสาขาแล้ว ดูขยายหลายสาขา ควบคุมสัญญาและเอกสารพนักงานให้เป็นระบบอย่างไร และหากยังไม่แน่ใจว่าจะขยายด้วยสาขาของตัวเองหรือวิธีอื่น ดูขยายด้วยสาขาของตัวเอง แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย
1. สาขาแรกพึ่งเจ้าของมากแค่ไหน
ลองตอบคำถามต่อไปนี้ให้ตรงกับความเป็นจริง ไม่ใช่ตามที่อยากให้เป็น
- ถ้าเจ้าของไม่เข้าร้านหรือไม่เข้าสำนักงานติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์ ยอดขาย คุณภาพ และบรรยากาศเปลี่ยนไปหรือไม่
- ใครสั่งซื้อของ ใครรับเงิน ใครปิดกะ ใครแก้ปัญหาลูกค้าที่โมโห ถ้าคำตอบทุกข้อคือ "เจ้าของ" ระบบยังไม่เกิด
- ลูกค้าประจำมาเพราะสินค้าและบริการ หรือมาเพราะรู้จักเจ้าของเป็นการส่วนตัว
- พนักงานที่เก่งที่สุดเป็นคนเดียวที่ทำบางอย่างได้ใช่หรือไม่ ถ้าเขาลาออกหรือย้ายไปสาขาใหม่ สาขาแรกจะเป็นอย่างไร
- มีใครสักคนนอกครอบครัวที่ไว้ใจให้ถือเงินสดและกุญแจได้จริงหรือไม่
ข้อสังเกตที่ใช้ได้จริงคือ ให้ทดลองให้เจ้าของไม่อยู่ก่อน โดยกำหนดช่วงเวลาและตัวชี้วัดล่วงหน้า หากสาขาแรกผ่านช่วงทดลองได้ ถึงค่อยลงทุนสาขาที่สอง ผลทดลองยังบอกด้วยว่าผู้จัดการคนไหนพร้อมจะดูแลสาขาใหม่
2. เขียนขั้นตอนงานให้คนอื่นทำซ้ำได้
ขั้นตอนงานมาตรฐาน (SOP) ไม่จำเป็นต้องเป็นเล่มหนา สำหรับ SME ที่มีสองสาขา แผ่นเดียวต่อหนึ่งงานก็พอ ถ้าครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้
| งาน | สิ่งที่ SOP ต้องตอบ |
|---|---|
| เปิดและปิดสาขา | ใครถือกุญแจ ใครนับเงิน ใครตรวจสต็อก เอกสารปิดกะส่งให้ใคร |
| การสั่งซื้อและรับของ | ใครสั่งได้ ตรวจรับอย่างไร ใครเซ็นรับ ของเสียหายทำอย่างไร |
| การรับเงินและออกเอกสารภาษี | ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และเงินสดเข้าบัญชีใคร ภายในกี่วัน |
| ลูกค้าร้องเรียน คืนสินค้า รับประกัน | ผู้จัดการสาขาตัดสินเองได้ถึงขอบเขตไหน เรื่องใดต้องส่งขึ้นมา |
| พนักงานใหม่ | ใครสอน ใครประเมินช่วงทดลองงาน เอกสารใดต้องเซ็นก่อนเริ่มงาน |
| ข้อมูลลูกค้า | เก็บอะไร เก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ |
สิ่งที่ควรเก็บเป็นหลักฐานคือ ตัวเอกสาร SOP ฉบับที่ใช้จริง และบันทึกว่าพนักงานคนไหนได้รับการอบรมเมื่อไร หากภายหลังเกิดข้อพิพาทกับลูกค้าหรือพนักงาน หลักฐานเหล่านี้ช่วยแสดงว่าบริษัทมีระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละสาขาทำตามความเคยชิน
3. ตัวเลขรายสาขา: สาขาแรกกำไรจริงหรือไม่
เรื่องนี้เป็นเรื่องบัญชีและการเงิน ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาการเงิน คู่มือนี้บอกเฉพาะคำถามที่เจ้าของควรถาม
- แยกรายได้และต้นทุนของสาขาแรกออกมาได้หรือไม่ โดยแยกจากค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เจ้าของจ่ายผ่านบริษัท
- ต้นทุนแรงงานรวมค่าตอบแทนผู้จัดการ ซึ่งเจ้าของเคยทำเองโดยไม่ได้นับเป็นต้นทุนหรือไม่
- กำไรของสาขาแรกพอจะรับภาระเช่า เงินเดือน และเงินลงทุนของสาขาใหม่ในช่วงที่ยังไม่มีรายได้เต็มที่หรือไม่ โดยไม่ต้องดึงเงินหมุนเวียนของสาขาแรก
- ถ้าสาขาที่สองขายได้น้อยกว่าที่คาด จะทนไปได้นานเท่าไรก่อนตัดสินใจปิด และการปิดมีต้นทุนอะไรบ้าง (ค่าเลิกจ้าง ค่าเช่าที่ค้างตามสัญญา ค่ารื้อถอน)
- กำไรที่เห็นเป็นกำไรทางบัญชี แต่เงินสดพอหรือไม่ ปัญหาเงินสดไม่พอทั้งที่มีกำไรเป็นเรื่องที่พบบ่อย ดูกำไรแต่เงินไม่พอ
อย่าลืมต้นทุนที่มองไม่เห็น เช่น เวลาของเจ้าของ ค่าเสียโอกาสของพนักงานดีที่ย้ายไป และต้นทุนของการเรียนรู้ที่ผิดพลาดในสาขาใหม่
4. จดทะเบียนสาขาและแจ้งสถานประกอบการเพิ่ม
การเปิดสถานที่ประกอบการแห่งใหม่ของนิติบุคคลมักเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน รายละเอียดและแบบฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจกับหน่วยงานหรือผู้ทำบัญชีก่อนยื่นทุกครั้ง
- ทะเบียนนิติบุคคล สาขาของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมักต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ตรวจกับสำนักงานทะเบียนในพื้นที่ว่าใช้เอกสารใด) ส่วนหนังสือรับรองและวัตถุประสงค์ของบริษัทต้องครอบคลุมกิจการที่จะทำที่สาขา หากไม่ครอบคลุมให้ดูการแก้ไขวัตถุประสงค์ในหลังการจดทะเบียน: การเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทุน ที่อยู่ หรือวัตถุประสงค์ของบริษัทไทย
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สถานประกอบการแห่งใหม่ต้องแจ้งกับกรมสรรพากร (โดยทั่วไปใช้แบบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ เช่น แบบ ภ.พ.09) และสาขาจะมีลำดับที่สาขาหรือเลขที่สาขาที่ต้องแสดงในใบกำกับภาษีตามที่กรมสรรพากรกำหนด ควรให้ผู้ทำบัญชีตั้งค่าระบบออกเอกสารให้ถูกต้องก่อนวันแรกที่ขาย
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบ หากสาขาจ่ายเงินเดือนหรือค่าบริการเอง ให้ตกลงกับผู้ทำบัญชีว่าจะยื่นรวมที่สำนักงานใหญ่หรือแยกสาขา และพนักงานที่ประจำสาขาต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมอย่างไร
- ใบอนุญาตท้องถิ่นและใบอนุญาตเฉพาะ ป้ายโฆษณา สุขลักษณะ ร้านอาหาร ความปลอดภัยอาคาร หรือกิจการที่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ ใช้ตามสถานที่จริง ใบอนุญาตของสาขาแรกไม่ครอบคลุมสาขาใหม่ ดูใบอนุญาตธุรกิจ
- ที่อยู่และป้ายหน้าร้าน ชื่อและที่ตั้งที่แสดงต่อสาธารณะและบนเอกสารภาษีควรตรงกับที่จดไว้ ดูเรื่องที่ตั้งของบริษัทในที่อยู่จดทะเบียนของบริษัท
ถ้าเป็นกิจการของบุคคลธรรมดาที่ยังไม่จดบริษัท การเปิดสาขาที่สองเป็นจุดที่ควรพิจารณาจดบริษัทด้วย เพราะความรับผิดของเจ้าของยังไม่จำกัดและสัญญาหลายฉบับจะอยู่ในชื่อเดียวกันหมด
ส่วนความแตกต่างระหว่างสาขา สำนักงานผู้แทน และบริษัทย่อย (กรณีที่สนใจจะแยกเป็นอีกนิติบุคคล) ดูสำนักงานผู้แทน สาขา หรือบริษัทย่อย ซึ่งเป็นการเลือกที่มีผลต่อความรับผิด ภาษี และการบริหาร
5. สัญญาเช่าสถานที่สาขาใหม่
สาขาที่เปิดได้ดีมักต้องลงทุนตกแต่งและติดตั้งอุปกรณ์ จึงควรอ่านสัญญาเช่าให้ละเอียดกว่าสัญญาซื้อของทั่วไป
หลักกฎหมาย (มาตรา 538) การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ และถ้าเช่ามีกำหนดเกินสามปีหรือตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะฟ้องบังคับได้เพียงสามปี นอกจากนี้ตามที่ปรากฏในตัวบท การเช่าอสังหาริมทรัพย์ยังมีเพดานระยะเวลาตามกฎหมาย ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันเมื่อเจรจาสัญญาระยะยาว
ข้อควรตรวจเมื่อจะเช่า
- ระยะเวลาและการต่อสัญญา ผู้เช่าที่ลงทุนตกแต่งมากควรได้สิทธิต่อสัญญาหรืออย่างน้อยสิทธิเจรจาก่อน
- ผู้ให้เช่ามีสิทธิให้เช่าจริงหรือไม่ ตรวจโฉนดและหนังสืออนุญาตของเจ้าของที่ดิน หากผู้ให้เช่าเป็นผู้เช่าช่วง ตรวจว่าสัญญาเช่าหลักอนุญาตให้เช่าช่วงหรือไม่
- การปรับค่าเช่า ตกลงกลไกชัดเจน เลี่ยงข้อสัญญาที่เปิดให้ผู้ให้เช่ากำหนดฝ่ายเดียว
- การบอกเลิกก่อนครบกำหนด ถ้าสาขาไปไม่รอด ผู้เช่าออกได้หรือไม่ ต้องบอกล่วงหน้านานเท่าไร ต้องจ่ายอะไรเมื่อออก
- เงินประกัน เงื่อนไขการคืน และสิ่งที่ผู้ให้เช่าหักได้
- การตกแต่งและการรื้อถอน ใครเป็นเจ้าของส่วนที่ปรับปรุง ต้องรื้อออกหรือไม่ เมื่อสิ้นสุดสัญญา
- การใช้พื้นที่ วัตถุประสงค์การใช้ตรงกับธุรกิจและใบอนุญาตที่ต้องขอหรือไม่ (ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่ห้ามประกอบกิจการอาหารหรือห้ามติดป้าย)
- ผลเมื่อผู้ให้เช่าขายทรัพย์ ระยะเวลาเช่าที่จดทะเบียนช่วยให้ผู้เช่ามีหลักประกันมากกว่า
ภาพรวมสิทธิและข้อพิพาทของผู้เช่าและผู้ให้เช่า ดูเช่าบ้าน เช่าหอ เช่าร้าน: สิทธิผู้เช่าและผู้ให้เช่าที่มักเข้าใจผิด ก่อนลงนาม ควรให้ผู้ที่เข้าใจกฎหมายอ่านสัญญา โดยเฉพาะเมื่อสัญญามีระยะยาวและมีเงินลงทุนสูง ดูสัญญาและเอกสาร
6. พนักงานและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
เมื่อมีสาขาที่สอง จำนวนลูกจ้างรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นทันที และภาระตามกฎหมายอาจเปลี่ยนตามจำนวน
หลักกฎหมาย (มาตรา 108) นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย อย่างน้อยต้องมีรายการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น วันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก วันหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และต้องประกาศใช้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวน ข้อความของมาตรานี้เคยถูกแก้ไขเมื่อปี พ.ศ. 2560 จึงควรตรวจฉบับล่าสุดกับกระทรวงแรงงานก่อนทำ
ข้อที่ต้องคิดเมื่อขยายสาขา
- นับลูกจ้างทั้งบริษัท ผู้ใช้กฎหมายโดยทั่วไปนับลูกจ้างของนายจ้างรายเดียวกันรวมทุกสถานที่ทำงาน เมื่อรวมสองสาขาแล้วถึงสิบคน ควรเริ่มทำข้อบังคับ
- ปิดประกาศที่ทุกสาขา ข้อบังคับต้องเปิดเผยให้ลูกจ้างเห็นได้ ณ สถานที่ทำงาน
- เอกสารพนักงานต้องใช้ชุดเดียวกัน สัญญาจ้าง ใบสมัคร เอกสารรับทราบข้อบังคับ และบันทึกการลงโทษ ควรเป็นฟอร์มกลาง
- ค่าจ้างและเวลาทำงานแต่ละสาขาต่างกันได้เพียงเท่าที่กฎหมายอนุญาต อย่าปล่อยให้ผู้จัดการแต่ละสาขากำหนดวันหยุดและค่าล่วงเวลาเอง
- การย้ายพนักงานไปสาขาใหม่ การย้ายสถานที่ทำงานที่กระทบสิทธิของลูกจ้างอย่างมาก (เช่น ย้ายต่างจังหวัด) ต้องขอความยินยอม หรือระบุไว้ในสัญญาจ้างอย่างชัดเจน และควรตรวจผลของข้อตกลงนั้นกับเรื่องที่ลูกจ้างอาจมีสิทธิตามกฎหมาย
ภาระอื่นที่เปลี่ยนตามจำนวนลูกจ้าง เช่น คณะกรรมการสวัสดิการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และสัดส่วนการจ้างคนพิการ อ่านได้ในลูกจ้างกี่คน ต้องมีอะไร และเรื่องข้อบังคับโดยตรงในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือให้เราจัดทำเอกสารผ่านเอกสารบุคคล และแรงงานและการปฏิบัติตามกฎหมาย
7. อำนาจลงนามของผู้จัดการสาขา
เมื่อเจ้าของไม่อยู่ ผู้จัดการจะต้องตัดสินใจและเซ็นเอกสาร ควรกำหนดอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ก่อนเปิดสาขา
- สัญญาที่ผู้จัดการสาขาเซ็นได้ เช่น ใบสั่งซื้อประจำ ใบรับของ ใบส่งของ ภายในขอบเขตที่บริษัทกำหนด ส่วนจะเรียกเป็นระดับ (ปกติ สูง สูงมาก) ไม่ต้องพูดถึงตัวเลขก็ได้ถ้ากำหนดชัดในเอกสารภายใน
- สัญญาที่ต้องให้กรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของบริษัทเซ็นเอง เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างระยะยาว การกู้ยืม การค้ำประกัน
- หนังสือมอบอำนาจ ระบุผู้มอบ ผู้รับมอบ ขอบเขต ระยะเวลา และเก็บสำเนา
- ผู้ถือบัญชีธนาคารและเงินสดของสาขา แยกจากอำนาจเซ็นสัญญา และตั้งวงเงินที่ผู้จัดการเบิกได้
- อย่าให้ผู้จัดการทำตัวเหมือนมีอำนาจเต็มโดยไม่มีเอกสาร หากบริษัทปล่อยให้ผู้จัดการเซ็นสัญญาเรื่องใหญ่เป็นประจำ คู่ค้าอาจเข้าใจโดยสุจริตว่ามีอำนาจ แล้วบริษัทอาจถูกผูกพัน ดูระบบตรวจสัญญาในการตรวจและอนุมัติสัญญาเมื่อไม่มีฝ่ายกฎหมาย
8. สัญญากับคู่ค้าและลูกค้า: ใช้ชุดเดียวกันทุกสาขา
- ใช้แบบฟอร์มกลางสำหรับสัญญาสั่งซื้อ ใบเสนอราคา เงื่อนไขรับประกัน และเงื่อนไขการคืนสินค้า ไม่ให้แต่ละสาขาเขียนเอง
- ตกลงกับซัพพลายเออร์ว่าราคาและเงื่อนไขที่ตกลงไว้ใช้กับทุกสาขา และใครเป็นผู้รับของและรับผิดชอบการชำระเงิน
- ระบุคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ไม่ใช่ชื่อสาขาหรือชื่อผู้จัดการ
- เก็บสัญญาและเอกสารสำคัญของทุกสาขาไว้ที่ส่วนกลางหรือสำเนาไว้ในระบบเดียวกัน
- ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน ถ้าสาขาใหม่เก็บข้อมูลเพิ่ม ดูการปฏิบัติตาม PDPA
9. ทรัพย์สินทางปัญญาและแบรนด์
เมื่อเปิดสาขาในจังหวัดใหม่ ชื่อร้านหรือแบรนด์จะเจอลูกค้ากลุ่มใหม่และคู่แข่งกลุ่มใหม่ ก่อนลงทุนติดป้ายควรตรวจว่าเครื่องหมายการค้าที่ใช้จดทะเบียนไว้ในนามบริษัทแล้วหรือไม่ และชื่อโดเมน บัญชีโซเชียล และเลขที่บัญชี Google Maps ของสาขาอยู่ในชื่อบริษัท ไม่ใช่ชื่อพนักงานคนใดคนหนึ่ง ดูจดเครื่องหมายการค้า
10. ถ้าตั้งใจให้คนอื่นเปิดสาขาแทน
หากสาขาที่สองจะให้หุ้นส่วนหรือผู้ลงทุนรายอื่นดูแล สิ่งนั้นไม่ใช่สาขาธรรมดาอีกต่อไป อาจกลายเป็นการร่วมลงทุน แฟรนไชส์ หรือการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ซึ่งสัญญาและความเสี่ยงต่างกัน ดูขยายด้วยสาขาของตัวเอง แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย และการร่วมลงทุน
11. เช็กลิสต์ก่อนเปิดสาขาที่สอง
- ทดลองให้เจ้าของไม่อยู่สาขาแรกตามช่วงที่กำหนด และผลเป็นที่ยอมรับได้
- มี SOP ของงานหลักที่คนอื่นทำตามได้ และบันทึกการอบรมพนักงาน
- มีตัวเลขรายสาขาที่แยกต้นทุนจริง รวมค่าตอบแทนผู้จัดการ
- ผู้ทำบัญชีรับทราบแผน และตรวจเรื่องการจดทะเบียนสาขาและเลขที่สาขาสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- วัตถุประสงค์ของบริษัทครอบคลุมกิจการของสาขา
- ใบอนุญาตท้องถิ่นและใบอนุญาตเฉพาะของสถานที่ใหม่ขอครบก่อนเปิดขาย
- สัญญาเช่าอ่านแล้ว มีระยะเวลา เงื่อนไขเลิกก่อนกำหนด การรื้อถอน และการจดทะเบียน (เมื่อเกินสามปี)
- นับลูกจ้างรวมทั้งบริษัทแล้วเทียบกับภาระตามจำนวน และมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเมื่อถึงเกณฑ์
- อำนาจลงนามของผู้จัดการสาขาและวงเงินเบิกเงินกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร
- แบบฟอร์มสัญญาและเอกสารพนักงานชุดเดียวกันทุกสาขา
- เครื่องหมายการค้า โดเมน และบัญชีออนไลน์ของสาขาอยู่ในชื่อบริษัท
- มีแผนสำรองหากสาขาใหม่ไม่เป็นไปตามคาด รวมถึงต้นทุนการปิด
อ่านเพิ่มเติม
- ขยายหลายสาขา ควบคุมสัญญาและเอกสารพนักงานให้เป็นระบบอย่างไร — เมื่อมีหลายสาขาแล้ว ควบคุมเอกสารอย่างไร
- ขยายด้วยสาขาของตัวเอง แฟรนไชส์ หรือตัวแทนจำหน่าย — เปรียบเทียบวิธีขยายและความเสี่ยงทางกฎหมาย
- ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน: บริษัทขนาดไหนต้องมี — รายละเอียดเมื่อถึงเกณฑ์ลูกจ้าง
- ลูกจ้างกี่คน ต้องมีอะไร — ภาระตามจำนวนลูกจ้าง
- สำนักงานผู้แทน สาขา หรือบริษัทย่อย — เลือกรูปแบบการจัดตั้งให้ตรงจุดประสงค์
- ที่อยู่จดทะเบียนของบริษัท — ที่อยู่ในเอกสารต้องตรงกับความเป็นจริง
สาขาที่สองควรเปิดเมื่อสาขาแรกเดินได้โดยไม่มีเจ้าของ ตัวเลขรายสาขาชัด และเอกสารกฎหมายครบ ไม่ใช่เมื่อทำเลดีหรือเงินเหลือ
เราช่วยตรวจสัญญาเช่า จดทะเบียนสาขา จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและเอกสารพนักงาน และกำหนดอำนาจลงนามให้สำหรับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ การจดทะเบียนบริษัท และ เอกสารบุคคล
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

