คำตอบหลัก
บริษัทไม่ควรตั้งระยะเก็บเอกสารด้วยตัวเลขเดียว เพราะเอกสารหนึ่งฉบับถูกกำกับด้วยเวลาสามชุดที่เดินไม่เท่ากัน ชุดแรกคือระยะเก็บขั้นต่ำที่กฎหมายบังคับ เช่น เอกสารบัญชีและใบกำกับภาษีอย่างน้อยห้าปี เอกสารค่าจ้างและทะเบียนลูกจ้างอย่างน้อยสองปี ชุดที่สองคืออายุความของสิทธิเรียกร้อง ซึ่งทำให้บริษัทอยากเก็บหลักฐานไว้นานกว่าขั้นต่ำ เช่น สัญญาที่อาจถูกฟ้องภายในสิบปี ชุดที่สามคือหน้าที่ตาม PDPA ที่ห้ามเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็นและต้องมีระบบลบเมื่อครบกำหนด
วิธีที่ใช้ได้จริงคือทำตารางแยกตามชนิดเอกสาร ระบุฐานทางกฎหมายหรือเหตุผลทางธุรกิจ ระยะที่เก็บ และผู้รับผิดชอบ แล้วเพิ่มกลไกหนึ่งข้อที่ตารางห้ามขาดคือ การระงับการลบ เมื่อคาดได้ว่าจะมีข้อพิพาท เพราะตารางที่ลบเอกสารตามกำหนดอัตโนมัติอาจลบพยานหลักฐานของบริษัทเองในวันที่ต้องใช้มากที่สุด
ตารางในบทความนี้เป็นตัวอย่างให้แต่ละบริษัทนำไปปรับ ตัวเลขที่มาจากบทบัญญัติระบุมาตราไว้ ตัวเลขที่เป็นข้อเสนอทางปฏิบัติของเราระบุไว้ชัดว่าเป็นข้อเสนอ
1. ทำไมเอกสารฉบับเดียวมีนาฬิกาสามเรือน
ลองดูใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าหนึ่งใบ ในมุมบัญชีและภาษี บริษัทต้องเก็บตามพ.ร.บ.การบัญชีและประมวลรัษฎากร ในมุมคดี ใบแจ้งหนี้คือหลักฐานการเรียกเงินหรือการต่อสู้ว่าชำระแล้ว ซึ่งมีประโยชน์ตราบที่สิทธิเรียกร้องยังไม่ขาดอายุความ ในมุม PDPA ถ้าใบแจ้งหนี้มีชื่อ ที่อยู่ ของบุคคลธรรมดา บริษัทต้องมีเหตุผลที่จะเก็บต่อและต้องลบเมื่อพ้นเหตุนั้น
| นาฬิกา | ถามว่า | ผลต่อตาราง |
|---|---|---|
| 1. ขั้นต่ำตามกฎหมาย | กฎหมายบังคับให้เก็บอย่างน้อยกี่ปี และนับจากเมื่อใด | เป็นพื้นของตาราง ลบก่อนไม่ได้ |
| 2. อายุความ | สิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวกับเอกสารนี้ยังฟ้องกันได้อีกนานแค่ไหน | ดันระยะเก็บให้ยาวกว่าขั้นต่ำเมื่อเอกสารเป็นหลักฐานสำคัญ |
| 3. PDPA | ยังจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารนี้อยู่หรือไม่ | เป็นเพดานของตาราง ต้องมีเหตุผลรองรับทุกช่วงที่เก็บ |
ระยะที่ตั้งจึงเป็น "ยาวกว่าขั้นต่ำตามกฎหมาย เท่าที่อายุความและความจำเป็นจริงรองรับ แล้วลบอย่างมีบันทึก" ไม่ใช่ "เก็บทุกอย่างตลอดไป" และไม่ใช่ "ลบเมื่อครบขั้นต่ำ"
2. นาฬิกาที่ 1: กฎหมายบังคับให้เก็บอย่างน้อยกี่ปี
เอกสารบัญชี พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 ให้เก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี หรือจนกว่าจะมีการส่งมอบตามมาตรา 17 และอธิบดีอาจกำหนด (โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี) ให้ธุรกิจบางประเภทเก็บนานกว่าห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปี
เอกสารภาษี ประมวลรัษฎากร มาตรา 87/3 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บรายงาน ใบกำกับภาษี สำเนาใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบไว้ ณ สถานประกอบการหรือสถานที่ที่อธิบดีกำหนด ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันยื่นแบบหรือวันทำรายงาน อธิบดีอาจกำหนดให้เก็บเกินห้าปีได้แต่ไม่เกินเจ็ดปี และกรณีเลิกกิจการให้เก็บเอกสารที่มีอยู่ ณ วันเลิกต่อไปอีกสองปี
เอกสารค่าจ้างและทะเบียนลูกจ้าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 114 ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด (อย่างน้อยต้องมีวันและเวลาทำงาน ผลงานสำหรับค่าจ้างตามผลงาน และอัตรากับจำนวนเงินที่แต่ละคนได้รับ) หากจ่ายโดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร ให้ถือหลักฐานการโอนเป็นเอกสารการจ่ายเงินนั้น มาตรา 115 กำหนดว่า
- ทะเบียนลูกจ้าง ต้องเก็บไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสิ้นสุดการจ้างของลูกจ้างแต่ละราย
- เอกสารการจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลาดังกล่าว ต้องเก็บไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจ่ายเงิน
- ถ้ามีคำร้องตามหมวด 12 มีข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ หรือมีการฟ้องคดีแรงงาน ต้องเก็บทั้งสองอย่างไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
วรรคสุดท้ายของมาตรา 115 คือการระงับการลบเมื่อคาดว่าจะมีข้อพิพาทที่กฎหมายแรงงานเขียนไว้เองสำหรับเอกสารกลุ่มนี้ และเป็นตัวอย่างที่ดีของแนวคิดเดียวกันที่ควรใช้กับเอกสารอื่นด้วย
ไม่มีกฎหมายทั่วไปฉบับใดกำหนดระยะเดียวสำหรับสัญญาทั่วไป อีเมล แชต กล้องวงจรปิด และแฟ้มประวัติพนักงานส่วนอื่น ระยะของเอกสารเหล่านี้จึงมาจากนาฬิกาที่ 2 และ 3 ส่วนทะเบียนผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุม ป.พ.พ. มาตรา 1138 บังคับให้มีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และมาตรา 1207 บังคับให้จดรายงานการประชุมและเก็บสมุดไว้ ณ สำนักงานที่จดทะเบียนของบริษัท โดยสองมาตรานี้ไม่กำหนดระยะเวลา จึงเสนอเป็นแนวปฏิบัติว่าเก็บตลอดอายุบริษัท
3. นาฬิกาที่ 2: อายุความบอกว่าจะถูกเรียกร้องได้อีกนานแค่ไหน
อายุความคือเวลาที่ผู้มีสิทธิเรียกร้องต้องใช้สิทธิทางศาล ถ้าล่วงเลยฝ่ายที่ถูกเรียกร้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ เมื่อสิ้นอายุความบริษัทที่เก็บเอกสารไว้ไม่ได้ประโยชน์ทางคดีอีก แต่ก่อนหน้านั้นเอกสารคือสิ่งที่ทำให้ชนะหรือแพ้
- อายุความทั่วไปสิบปี ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ระบุว่าอายุความ ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี สัญญาและข้อตกลงที่ไม่มีบทเฉพาะจึงต้องคิดเผื่อสิบปี
- อายุความสองปีสำหรับสิทธิเรียกร้องบางกลุ่ม มาตรา 193/34 กำหนดสองปีสำหรับสิทธิเรียกร้องที่ระบุไว้ เช่น ผู้ประกอบการค้าเรียกค่าของที่ส่งมอบหรือค่าการงานที่ทำ ผู้ให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกค่าเช่า และลูกจ้างเรียกค่าจ้าง ชนิดของสิทธิเรียกร้องและผู้ที่เกี่ยวข้องมีรายละเอียดมาก ท่านไม่ควรสรุปเองว่าเรื่องของท่านอยู่ในสองปีหรือสิบปี
- เวลาเริ่มนับ อายุความไม่ได้เริ่มนับจากวันทำเอกสาร ขึ้นอยู่กับวันที่เริ่มใช้สิทธิเรียกร้องได้ และอาจสะดุดหรือหยุดนับในบางกรณี จึงเป็นเหตุผลให้เริ่มนับระยะเก็บจากวันที่เหตุการณ์สิ้นสุด เช่น วันสัญญาสิ้นสุดหรือวันชำระครบ ไม่ใช่วันเซ็น
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท A ทำสัญญาจ้างผลิตระยะสามปี สัญญาสิ้นสุดปี 2569 หากบริษัทกำหนดเก็บสัญญา แบบฟอร์ม และเอกสารส่งมอบหนึ่งชุดถึงปี 2579 (สิ้นสุดสัญญา บวกสิบปี) ก็จะครอบคลุมอายุความทั่วไปที่มาตรา 193/30 วางไว้ แต่ถ้ากำหนดเพียงห้าปีตามเอกสารบัญชี บริษัทอาจไม่มีสัญญาฉบับเซ็นไว้เมื่อถูกฟ้องปีที่หก
4. นาฬิกาที่ 3: PDPA กำหนดเพดาน
PDPA ไม่ได้ระบุว่าข้อมูลประเภทใดเก็บกี่ปี แต่ผูกหน้าที่ไว้สามจุด
- แจ้งระยะเก็บ (มาตรา 23) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมว่าจะเก็บข้อมูลอะไรและนานเท่าใด ถ้ากำหนดระยะชัดเจนไม่ได้ ให้กำหนดระยะที่คาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม ประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัทจึงควรสอดคล้องกับตารางนี้
- ระบบลบเมื่อครบกำหนด (มาตรา 37 (3)) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีระบบตรวจสอบเพื่อลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาเก็บรักษา (มาตรา 37 (1) ยังให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมด้วย)
- สิทธิขอให้ลบ (มาตรา 33) เจ้าของข้อมูลขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ในบางกรณี เช่น ข้อมูลไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์เดิม หรือถอนความยินยอมโดยไม่มีฐานอื่น แต่สิทธินี้ไม่ใช้ในส่วนที่จำเป็นต้องเก็บไว้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อวัตถุประสงค์บางประการด้านจดหมายเหตุ วิจัย สถิติ ประโยชน์สาธารณะหรือสาธารณสุข เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือป้องกันสิทธิเรียกร้อง หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อสรุปเชิงปฏิบัติ: เหตุผลที่ใช้เก็บเอกสารต่อต้องเขียนได้ เช่น "ต้องเก็บตามมาตรา 87/3" หรือ "เก็บไว้ป้องกันสิทธิเรียกร้องจนถึงสิ้นสิบปีนับจากสิ้นสุดสัญญา" ถ้าเขียนเหตุผลไม่ได้ ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยลำดับแรกที่ควรลบ แนวทางสำหรับข้อมูลพนักงานดูเพิ่มที่ PDPA สำหรับงานทรัพยากรบุคคล
5. ตัวอย่างตารางระยะเก็บเอกสารตามชนิด
ตารางนี้เป็นตัวอย่างเริ่มต้น แต่ละบริษัทต้องปรับตามอุตสาหกรรม ขนาด สัญญาที่มี และประกาศที่ใช้กับตน คอลัมน์ "ฐาน" แยกให้เห็นว่าระยะใดมาจากบทบัญญัติและระยะใดเป็นข้อเสนอของเรา
| ชนิดเอกสาร | ฐาน | ระยะที่แนะนำ | เจ้าของ |
|---|---|---|---|
| สัญญาและเอกสารแก้ไขเพิ่มเติม (รวมใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ และเอกสารส่งมอบที่เป็นหลักฐานการปฏิบัติตามสัญญา) | อายุความทั่วไปสิบปี (ป.พ.พ. 193/30) ส่วนระยะเป็นข้อเสนอ | สิบปีนับแต่สัญญาสิ้นสุดหรือชำระครบ ไม่นับจากวันเซ็น | กฎหมาย (ถ้าไม่มีฝ่ายกฎหมาย ให้ผู้จัดการฝ่ายธุรการหรือเจ้าของ) |
| ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สมุดบัญชี และเอกสารประกอบ | พ.ร.บ.การบัญชี ม.14 และประมวลรัษฎากร ม.87/3 ห้าปี ขยายได้ถึงเจ็ดปี | อย่างน้อยห้าปีตามกฎหมาย แนะนำใช้เจ็ดปีเป็นค่าตั้งต้นเพื่อความปลอดภัย และยาวกว่านั้นหากสัญญาที่เกี่ยวข้องยังไม่ขาดอายุความ | บัญชี |
| เอกสารจ่ายเงินเดือน ค่าล่วงเวลา ใบลงเวลา สลิปโอนเงิน | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.114 และ 115 (สองปีนับแต่วันจ่าย) และเอกสารบัญชีภาษีที่ซ้อนกันอยู่ | ไม่น้อยกว่าห้าปี (ตามเอกสารบัญชีและภาษี) ต้องไม่ต่ำกว่าสองปีตามกฎหมายแรงงาน และเก็บจนคดีหรือข้อพิพาทถึงที่สุดหากมี | HR ร่วมกับบัญชี |
| ทะเบียนลูกจ้าง | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.115 (สองปีนับแต่สิ้นสุดการจ้างแต่ละราย) | อย่างน้อยสองปีนับแต่วันที่พนักงานออก แนะนำเก็บชุดย่อ (ชื่อ ตำแหน่ง ช่วงจ้าง เหตุสิ้นสุด) นานกว่านั้นตามสิทธิเรียกร้องที่อาจเกิด | HR |
| แฟ้มประวัติพนักงาน ใบเตือน บันทึกวินัย และบันทึกสอบสวน | ไม่มีบทกำหนดระยะแน่ชัด เหตุผลคือป้องกันข้อพิพาทเลิกจ้าง และ PDPA | แนะนำสองถึงห้าปีนับแต่ออก (กรณีเลิกจ้างด้วยเหตุร้ายแรงหรือมีข้อพิพาท ให้ถือว่าอยู่ในการระงับการลบจนกว่าจะจบ) แล้วทบทวน | HR |
| เอกสารสมัครงานของผู้ไม่ผ่านการคัดเลือก | PDPA (ความจำเป็นและแจ้งระยะเก็บ) ไม่มีบทกำหนดระยะแน่ชัด | แนะนำหกถึงสิบสองเดือนนับแต่ปิดตำแหน่ง ถ้าจะเก็บในคลังผู้สมัครให้ขอความยินยอมและระบุระยะ | HR |
| อีเมลองค์กร | ไม่มีบทกำหนดระยะทั่วไป ขึ้นกับเนื้อหา | ให้เก็บตามชนิดของเนื้อหา อีเมลที่เป็นสัญญาหรือเอกสารบัญชีให้ย้ายไปเก็บกับแฟ้มนั้น กล่องจดหมายทั่วไปแนะนำกำหนดอายุ (เช่น สามถึงห้าปี) ยกเว้นรายการที่อยู่ในการระงับการลบ | ไอทีกำหนดเครื่องมือ ฝ่ายเจ้าของเนื้อหากำหนดระยะ |
| LINE และแชตอื่นที่ใช้ทำงาน | ไม่มีบทกำหนดระยะทั่วไป หลักฐานการสั่งงานและตกลงซื้อขาย | ข้อความที่เป็นการตกลงเงื่อนไข สั่งงานเพิ่ม หรือยืนยันส่งมอบ ให้ส่งออกไปเก็บกับแฟ้มสัญญาหรือแฟ้มโครงการ ส่วนแชตทั่วไปกำหนดการลบตามนโยบาย | ผู้จัดการโครงการและไอที |
| ภาพกล้องวงจรปิด | PDPA (ความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ความปลอดภัย) ไม่มีบทกำหนดระยะแน่ชัด | แนะนำสามสิบถึงเก้าสิบวัน และคัดแยกเก็บเฉพาะช่วงที่เป็นเหตุการณ์สำคัญไว้ในแฟ้มเหตุการณ์ | ไอที/ความปลอดภัย |
| ทะเบียนผู้ถือหุ้น รายงานการประชุม มติกรรมการ และเอกสารจดทะเบียนบริษัท | ป.พ.พ. มาตรา 1138 (ต้องมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น) และมาตรา 1207 (เก็บสมุดรายงานการประชุมไว้ที่สำนักงานที่จดทะเบียน) ไม่กำหนดระยะเวลา ให้ถือเป็นเอกสารถาวรของนิติบุคคลตามแนวปฏิบัติ | ตลอดอายุบริษัท และหลังเลิกบริษัทตามที่ผู้ชำระบัญชีหรือที่ปรึกษากำหนด | เลขานุการบริษัท/กฎหมาย |
หมายเหตุ ถ้ามีประกาศของอธิบดีกำหนดให้ธุรกิจของท่านเก็บนานกว่าห้าปี ให้ใช้ระยะตามประกาศนั้น ก่อนปรับตัวเลขในตารางให้ตรวจประกาศปัจจุบันกับผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชี
6. อีเมลและแชตในฐานะพยานหลักฐาน
อีเมลและ LINE มักเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของข้อตกลงที่ไม่ได้ทำเป็นสัญญาฉบับทางการ เช่น การสั่งงานเพิ่ม การยืนยันราคา การรับมอบงาน แต่สิ่งที่ศาลมักถามคือหลักฐานนั้นเป็นของจริงและครบหรือไม่ การเก็บให้ถูกวิธีจึงสำคัญพอ ๆ กับการเก็บให้นาน
- ส่งออกทั้งบทสนทนาพร้อมข้อมูลกำกับ ใช้ฟังก์ชันส่งออกของแอป (วันเวลา ชื่อบัญชี) และสำหรับอีเมลเก็บไฟล์ต้นฉบับพร้อมส่วนหัว ภาพหน้าจอใช้เสริมได้ แต่ภาพหน้าจอเดี่ยว ๆ ตัดต่อได้ง่ายและมักขาดบริบท
- เก็บต้นฉบับไว้ อย่าลบข้อความออกจากเครื่องหรือบัญชีต้นฉบับหลังส่งออก และอย่าเปลี่ยนเครื่องโดยไม่สำรอง
- บันทึกการส่งออก ใครส่งออก วันที่ เครื่องใด เก็บไว้ที่ใด ไม่ต้องซับซ้อน ใช้แบบฟอร์มหน้าเดียว
- อย่าให้เรื่องสำคัญอยู่ในบัญชีส่วนตัวของพนักงาน เมื่อพนักงานลาออกบัญชีหายไปพร้อมหลักฐาน ควรใช้บัญชีบริษัท (เช่น LINE Official Account หรืออีเมลโดเมนบริษัท) และกำหนดนโยบายการใช้
- ระวังสิทธิส่วนบุคคลของคนที่อยู่ในแชต การส่งออกแชตกลุ่มมีข้อมูลของผู้อื่น ใช้เท่าที่จำเป็นและเปิดเผยเฉพาะผู้ที่ต้องรู้
เรื่องการใช้ LINE สั่งงานและการพิสูจน์งานเพิ่ม อ่านต่อใน สั่งงานเพิ่มผ่าน LINE แล้วไม่ได้เงิน
7. การระงับการลบเมื่อคาดว่าจะมีข้อพิพาท
การระงับการลบคือคำสั่งภายในที่หยุดการลบเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้วหรือคาดได้ว่าจะเกิด ชื่อมาจากการปฏิบัติของต่างประเทศ ในไทย มาตรา 115 วรรคสามของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเขียนหลักเดียวกันไว้เฉพาะเอกสารค่าจ้างและทะเบียนลูกจ้าง ส่วนเอกสารอื่นไม่มีมาตราทั่วไปที่บังคับตรง ๆ แต่การลบหลักฐานหลังรู้ว่าจะมีคดีอาจทำให้บริษัทเสียเปรียบในการพิสูจน์ และบางกรณีอาจมีความรับผิดอื่นตามข้อเท็จจริง
เมื่อใดควรออกคำสั่งระงับ
- ได้รับหนังสือทวงถามหรือบอกเลิกสัญญา หรือเริ่มมีการขู่ฟ้อง
- พนักงานยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน หรือมีการเลิกจ้างที่คาดว่าจะถูกโต้แย้ง
- มีเหตุทุจริต อุบัติเหตุร้ายแรง หรือเหตุข้อมูลรั่วไหล
- ได้รับหมายเรียก หนังสือจากหน่วยงานรัฐ หรือคำขอเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น
คำสั่งระงับควรมีอะไร
- เรื่องที่เกี่ยวข้อง ช่วงเวลา และตัวบุคคลหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
- ประเภทข้อมูลที่ต้องเก็บ อีเมล แชต ไฟล์ร่วม กล้องวงจรปิด สำรองข้อมูล เครื่องของพนักงาน
- คำสั่งปิดการลบอัตโนมัติ และงดทำความสะอาดเครื่อง/บัญชีของผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อลาออก
- ผู้รับผิดชอบ (ปกติคือฝ่ายกฎหมายหรือเจ้าของ) วันที่ออก และผู้ได้รับแจ้ง
- เงื่อนไขการยกเลิก คือเมื่อเรื่องจบ และบันทึกวันที่ยกเลิก
ระงับแล้ว กลับมาใช้กำหนดตามตารางตามปกติเมื่อเรื่องถึงที่สุด คำสั่งนี้ไม่ได้ทำให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลได้ตลอดไป ต้องมีวันสิ้นสุดและเหตุผลรองรับตามหลัก PDPA
8. ใครเป็นเจ้าของตารางนี้ (RACI)
ตารางระยะเก็บมักล้มเหลวเพราะทุกฝ่ายคิดว่าเป็นหน้าที่ของอีกฝ่าย แยกหน้าที่ให้ชัด
| งาน | กฎหมาย | บัญชี | HR | ไอที |
|---|---|---|---|---|
| ร่างและอนุมัติตาราง | A | C | C | C |
| ระยะเอกสารบัญชีและภาษี | C | R | I | I |
| ระยะเอกสารพนักงานและค่าจ้าง | C | C | R | I |
| ตั้งค่าระบบลบ สำรอง และกล้อง | I | I | I | R |
| ออกคำสั่งระงับการลบ | A/R | I | R (ส่วนของ HR) | R (ทำจริงในระบบ) |
| ทบทวนตารางปีละครั้ง | A | R | R | R |
| บันทึกการทำลาย | C | R (ส่วนบัญชี) | R (ส่วน HR) | R (ส่วนดิจิทัล) |
R คือผู้ทำ A คือผู้รับผิดชอบสุดท้าย C คือผู้ให้ความเห็น I คือผู้รับแจ้ง บริษัทเล็กที่ไม่มีฝ่ายกฎหมายอาจให้เจ้าของหรือกรรมการเป็น A และจ้างที่ปรึกษาเป็น C
9. ทำลายอย่างปลอดภัยและบันทึกการทำลาย
มาตรา 37 (3) ต้องการ "ระบบ" ตรวจสอบ ไม่ใช่การลบเป็นครั้งคราว ระบบที่ตรวจสอบได้มีองค์ประกอบดังนี้
- ตรวจรอบวันที่ครบกำหนด อย่างน้อยปีละครั้ง ดึงรายการที่ครบกำหนดในตารางและกรองรายการที่อยู่ภายใต้การระงับการลบ
- อนุมัติก่อนทำลาย เจ้าของเอกสารตรวจและลงชื่อ
- ทำลายให้กู้คืนไม่ได้ กระดาษใช้เครื่องทำลายเอกสารหรือผู้รับทำลายที่มีหนังสือรับรอง ข้อมูลดิจิทัลลบรวมถึงสำเนา สำรองข้อมูล ถังขยะ และพื้นที่คลาวด์ ตามที่ไอทีดูแล
- บันทึกการทำลาย ควรมี ชนิดเอกสารและช่วงวันที่ จำนวนโดยประมาณ วันที่ทำลาย วิธี ผู้อนุมัติ ผู้ทำ และเหตุผลตามตาราง ไม่ต้องเก็บเนื้อหาที่ทำลาย
- เก็บบันทึกการทำลายไว้เอง เพื่อพิสูจน์ได้ว่าการลบเป็นไปตามระบบตามปกติ ไม่ใช่ลบเพื่อซ่อนหลักฐาน
10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ตัวเลขเดียวทั้งบริษัท เช่น "เก็บทุกอย่างห้าปี" ทำให้เอกสารสัญญาที่ต้องอยู่สิบปีถูกลบ และเอกสารที่ไม่จำเป็นค้างเกินควร
- นับระยะจากวันทำเอกสาร แทนที่จะนับจากวันเหตุการณ์สิ้นสุด
- ลบอัตโนมัติโดยไม่มีช่องระงับ ระบบลบอีเมลหรือแชตทุกหกเดือนเดินต่อแม้บริษัทกำลังมีข้อพิพาท
- ให้พนักงานเก็บหลักฐานสำคัญในเครื่องส่วนตัว ออกจากงานแล้วหลักฐานหายหรือเข้าไม่ถึง
- เก็บทุกอย่างตลอดไป "เผื่อใช้" ขัดกับ PDPA และเพิ่มพื้นที่รั่วไหลเมื่อถูกโจมตีทางไซเบอร์
- ภาพหน้าจอเป็นหลักฐานเดียว ไม่ส่งออกและไม่เก็บต้นฉบับ
- ลืมสำรองข้อมูล ลบในระบบหลักแล้วแต่สำเนาในสำรองข้อมูลหรือคลาวด์ยังอยู่ ทำให้ตารางไม่ตรงความจริง
- ไม่มีเจ้าของตาราง จัดทำครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวน ไม่ตรงกับระบบและข้อกำหนดที่เปลี่ยนไป
- ทำลายเอกสารบัญชีก่อนครบกำหนดเมื่อเปลี่ยนผู้ทำบัญชีหรือย้ายสำนักงาน ดู เปลี่ยนผู้ทำบัญชีแล้วพบว่ายื่นไม่ครบ ประกอบ
11. เช็กลิสต์เริ่มทำตารางภายในสิบสี่วัน
- ทำรายการชนิดเอกสารที่มีในบริษัท (อย่างน้อยตามตารางในหัวข้อ 5) และระบุว่าอยู่ที่ใด (ตู้เอกสาร เซิร์ฟเวอร์ อีเมล LINE คลาวด์ เครื่องส่วนตัว)
- ให้บัญชีตรวจระยะเอกสารบัญชีและภาษีที่ใช้กับธุรกิจ รวมถึงประกาศที่ขยายระยะ
- ให้ HR ตรวจว่าเอกสารค่าจ้างและทะเบียนลูกจ้างเก็บครบ ตามมาตรา 114 และ 115 และระยะที่ซ้อนกับเอกสารบัญชี
- ให้ฝ่ายกฎหมายหรือที่ปรึกษากำหนดระยะสัญญาและตัวอย่างเรื่องที่ต้องใช้อายุความสิบปี
- ให้ไอทีตรวจการลบอัตโนมัติของอีเมล แชต กล้อง และสำรองข้อมูล และทำช่องระงับการลบ
- กำหนดเจ้าของตาราง (ตาม RACI) และวันทบทวนประจำปี
- ทำแบบคำสั่งระงับการลบหนึ่งหน้า และกำหนดว่าใครออกได้
- ทำแบบบันทึกการทำลาย และกำหนดรอบตรวจ
- ปรับประกาศความเป็นส่วนตัวให้ตรงกับระยะเก็บในตาราง (มาตรา 23)
- ตั้งนโยบายห้ามเก็บเรื่องงานสำคัญในบัญชีส่วนตัว และวิธีส่งออกแชต
อ่านเพิ่มเติม
- PDPA สำหรับงานทรัพยากรบุคคล (HR) ในประเทศไทย — ข้อมูลพนักงาน กล้องวงจรปิด และผู้สมัครงานตาม PDPA
- รายการตรวจสอบการปฏิบัติตาม PDPA — ภาพรวมหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล
- สั่งงานเพิ่มผ่าน LINE แล้วไม่ได้เงิน — แชตเป็นหลักฐานการสั่งงานเพิ่ม
- เปลี่ยนผู้ทำบัญชีแล้วพบว่ายื่นไม่ครบ — เอกสารบัญชีและภาระของบริษัทเมื่อเปลี่ยนผู้ทำบัญชี
- กระบวนการตรวจสัญญาและอนุมัติเมื่อไม่มีฝ่ายกฎหมาย — ใครควรเก็บและตรวจสัญญา
เอกสารแต่ละชนิดมีนาฬิกาสามเรือนคือ ขั้นต่ำตามกฎหมาย อายุความ และ PDPA ตั้งระยะให้ยาวกว่าขั้นต่ำเท่าที่จำเป็น ลบอย่างมีบันทึก และระงับการลบทันทีที่คาดได้ว่าจะมีข้อพิพาท
สำนักงานช่วยร่างตารางระยะเก็บเอกสารให้เหมาะกับธุรกิจ ตรวจสัญญาและประกาศความเป็นส่วนตัวให้ตรงกัน ทำแบบคำสั่งระงับการลบและบันทึกการทำลาย และช่วยรวบรวมหลักฐานเมื่อมีข้อพิพาท โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา งานบัญชีและภาษีดูที่ บริการบัญชีและภาษี และการปรับระบบข้อมูลส่วนบุคคลดูที่ บริการ PDPA
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

