งานตามสัญญาเดินไปครึ่งทางแล้ว ผู้จัดการฝั่งลูกค้าพิมพ์ในกลุ่ม LINE ว่า "พี่ช่วยเพิ่มอีกจุดนะครับ ทำเลย" ทีมหน้างานทำตามเพราะไม่อยากให้ลูกค้าไม่พอใจ ไม่มีใครพูดเรื่องราคา พอส่งใบแจ้งหนี้ส่วนเพิ่ม ลูกค้ากลับตอบว่า "นึกว่ารวมในงานเดิมแล้ว" หรือ "ผมไม่มีอำนาจอนุมัติ" และอาจแถมด้วยการอ้างว่างานเพิ่มทำให้ส่งมอบช้า
เรื่องนี้เกิดบ่อยในงานรับเหมา งานติดตั้ง งานออกแบบ และงานบริการที่ปรับขอบเขตระหว่างทาง คู่มือนี้อธิบายว่าบริษัทต้องแยกอะไร เก็บแชตอย่างไร ตรวจอำนาจของคนสั่งอย่างไร และบันทึกผลต่อกำหนดส่งมอบอย่างไร ประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงอยู่ในคู่มือสัญญาปากเปล่า ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาบริษัท และตารางมอบอำนาจอนุมัติ
คำตอบหลัก
ถ้าจะเรียกเงินค่างานเพิ่มให้ได้ บริษัทต้องพิสูจน์สี่อย่างต่อเนื่องกัน คือ งานนั้นอยู่นอกขอบเขตเดิม ลูกค้าหรือผู้แทนของลูกค้าสั่งหรือรับรู้และยอมรับงานนั้น คนสั่งมีอำนาจผูกพันบริษัทลูกค้า (หรือบริษัทลูกค้าให้สัตยาบันภายหลัง) และราคาหรือวิธีคิดราคาตกลงกันแล้ว หรืออย่างน้อยบริษัทแสดงที่มาของยอดได้อย่างสมเหตุสมผล
หลักกฎหมาย ข้อความใน LINE ไม่ถูกปฏิเสธผลทางกฎหมายเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 มาตรา 8 ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนเป็นหนังสือในกรณีที่กฎหมายต้องการหนังสือ มาตรา 9 วางเงื่อนไขของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมาตรา 11 ให้ศาลรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานและชั่งน้ำหนักตามความน่าเชื่อถือของวิธีสร้าง เก็บรักษา และสื่อสารข้อมูล ส่วนผลผูกพันของผู้สั่งงานอยู่ในเรื่องตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 ตัวแทนเชิดตามมาตรา 821 และการให้สัตยาบันตามมาตรา 823 การตีความสัญญาว่างานใดอยู่ในขอบเขตเดิมเป็นไปตามเจตนาโดยสุจริตตามมาตรา 368 ส่วนผลของความล่าช้าและเบี้ยปรับอยู่ในมาตรา 379 ถึง 383
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ข้อพิพาทเรื่องงานเพิ่มมักแพ้ที่ราคาและอำนาจ ไม่ใช่ที่ตัวข้อความ คนสั่งพิมพ์ว่า "ทำเลย" แต่ไม่มีใครเขียนราคา ไม่มีใครเขียนว่ากระทบวันส่งมอบอย่างไร เราจึงแนะนำให้ถือเป็นวินัยของบริษัทว่า งานนอกขอบเขตต้องมีข้อความยืนยันขอบเขต ราคา และผลต่อกำหนดส่งก่อนเริ่มทำเสมอ แม้เป็นข้อความสั้น ๆ ที่ลูกค้าตอบรับในแชตเดียวกัน
ตัวอย่างสมมติตลอดคู่มือ คือ บริษัทรับติดตั้งระบบโซลาร์รูฟขนาดเล็กในนครราชสีมา รับงานติดตั้งบนหลังคาโรงสีข้าวแห่งหนึ่งในราคา 860,000 บาท กำหนดส่งมอบ 45 วัน ระหว่างงาน ผู้จัดการโรงงานของลูกค้าสั่งในกลุ่ม LINE ให้ขยายแผงไปยังหลังคาโกดังอีกหลัง โดยไม่พูดถึงราคา บริษัทคำนวณค่างานเพิ่มภายหลังได้ 94,000 บาท งานเพิ่มทำให้ต้องเลื่อนส่งมอบ 12 วัน เราเรียกว่า "บริษัทโซลาร์" และ "โรงสี"
1. งานนี้อยู่ในหรือนอกขอบเขตเดิม
ก่อนคิดเรื่องหลักฐาน ต้องตอบก่อนว่าบริษัทเรียกเงินเพิ่มได้หรือไม่ ถ้างานนั้นอยู่ในขอบเขตเดิมโดยชัด บริษัทเรียกเพิ่มไม่ได้ แม้ลูกค้าสั่งผ่านแชต ให้เทียบกับเอกสารตามลำดับนี้
- สัญญาและภาคผนวก ใบเสนอราคา แบบ รายการวัสดุ (BOQ) และขอบเขตงาน
- ใบเสนอราคาหรือใบสั่งซื้อที่ขัดกัน ถ้าเอกสารสองชุดไม่ตรงกัน ดูคู่มือใบเสนอราคาและใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน
- บันทึกการประชุมหรือข้อความที่ตกลงกันก่อนหน้านี้
- ธรรมเนียมในวงการ ซึ่งศาลใช้ประกอบการตีความตามมาตรา 368 ที่ให้ตีความสัญญาตามเจตนาโดยสุจริต โดยคำนึงถึงประเพณีที่ใช้อยู่
| ลักษณะคำสั่ง | มักอยู่ที่ไหน | วิธีที่ควรทำ |
|---|---|---|
| สิ่งที่ระบุในแบบหรือรายการงานชัดเจน | ในขอบเขตเดิม | ทำตามสัญญา ไม่เรียกเพิ่ม |
| สิ่งที่ไม่มีในเอกสาร แต่จำเป็นต่อให้งานเดิมใช้งานได้ | เทา ต้องดูถ้อยคำและธรรมเนียม | แจ้งก่อนทำว่าเห็นว่าเป็นงานเพิ่ม และขอความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร |
| พื้นที่ ปริมาณ หรือรายการที่ลูกค้าขอเพิ่ม | นอกขอบเขตเดิม | ใช้ขั้นตอนใบสั่งงานเพิ่มในหัวข้อที่ 5 |
| แก้แบบเกินจำนวนครั้งที่ตกลง | ดูสัญญา | อ้างข้อสัญญาเรื่องจำนวนครั้งที่แก้ |
ในตัวอย่าง หลังคาโกดังอีกหลังไม่อยู่ในแบบและใบเสนอราคาเดิม จึงเป็นงานนอกขอบเขตโดยชัด จุดอ่อนไม่ได้อยู่ที่ขอบเขต แต่อยู่ที่ไม่มีราคา
2. ข้อความ "ทำเลย" ผูกพันลูกค้าหรือไม่
สัญญาทั่วไปไม่ต้องทำตามแบบ คำสั่งทางแชตจึงอาจเป็นคำเสนอ และการลงมือทำจนลูกค้าเห็นอยู่ อาจประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าเป็นการยอมรับ ตามที่อธิบายในคู่มือสัญญาปากเปล่า ปัญหาอยู่ที่รายละเอียด
- ขอบเขตของคำสั่ง ข้อความที่เขียนว่า "ช่วยดูอีกจุด" ต่างจาก "ทำเลย" ข้อแรกอาจเป็นเพียงการสอบถาม
- ราคา ถ้าไม่พูดเรื่องราคา ลูกค้าอาจอ้างว่าไม่เคยตกลงจ่ายเพิ่ม หรือคิดว่ารวมในราคาเดิม
- ข้อห้ามในสัญญาหลัก สัญญาหลายฉบับเขียนว่าการแก้ไขเพิ่มเติมต้องทำเป็นหนังสือและลงนามโดยผู้มีอำนาจ ข้อนี้ลูกค้าจะยกขึ้นต่อสู้ได้ทันที แม้การแก้ไขโดยพฤติกรรมอาจยังพิสูจน์ได้ในบางกรณี
- การรับงาน ถ้าลูกค้าใช้งานเพิ่มแล้ว หรือชำระบางส่วนแล้ว เป็นพยานแวดล้อมที่หนักกว่าตัวข้อความ
อย่าคาดหวังว่าศาลจะตีความ "ทำเลย" เป็นการตกลงราคาที่บริษัทคิดไว้ในใจ ถ้าราคาไม่ได้ปรากฏในแชต
3. แชต LINE ใช้เป็นหลักฐานได้อย่างไร
ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ใช้เป็นหลักฐานได้ แต่น้ำหนักขึ้นกับวิธีเก็บ ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ศาลพิจารณาความน่าเชื่อถือของวิธีสร้าง เก็บรักษา หรือสื่อสารข้อมูล วิธีรักษาความครบถ้วน และวิธีระบุผู้สร้างข้อมูล
| วิธีเก็บ | จุดแข็ง | จุดอ่อน |
|---|---|---|
| ภาพแคปหน้าจอ | ทำเร็ว ดูง่าย | เห็นเพียงบางช่วง ตัดต่อได้ง่าย พิสูจน์ที่มาได้ยาก |
| ไฟล์ส่งออกแชต (Export chat) | ครบทั้งสายสนทนา มีวันเวลาและชื่อผู้ส่ง | ต้องเก็บไฟล์ต้นฉบับ และอธิบายวิธีส่งออกได้ |
| ถ่ายหน้าจอพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ | แสดงว่ามาจากบัญชีและเครื่องนั้น | ใช้เวลา และต้องมีผู้ยืนยัน |
| ให้ลูกค้ายืนยันซ้ำในอีเมล | ลดข้อโต้แย้งเรื่องผู้ส่ง | ต้องทำตอนนั้น ไม่ใช่หลังเกิดข้อพิพาท |
แนวปฏิบัติที่เราแนะนำ
- เก็บทั้งภาพและไฟล์ส่งออก เมื่อมีคำสั่งสำคัญ ให้ส่งออกแชตของวันนั้นเก็บไว้ในโฟลเดอร์ของโครงการ พร้อมสำรองไฟล์ในที่เก็บของบริษัท ไม่ใช่เครื่องส่วนตัวของพนักงาน
- อย่าลบข้อความ และอย่าเปลี่ยนเครื่องโดยไม่สำรอง ข้อความหายไปหรือบางช่วงถูกลบ ทำให้ศาลสงสัยความครบถ้วน
- ดูว่าใครอยู่ในกลุ่ม กลุ่ม LINE ที่มีทั้งผู้จัดการ ช่างของลูกค้า และเจ้าหน้าที่จัดซื้อ แสดงว่าใครรู้เรื่องคำสั่งนี้ ควรจดรายชื่อสมาชิกและวันที่เข้าออก เพราะผู้ที่อยู่ในกลุ่มและไม่ทักท้วงอาจช่วยพิสูจน์การรับรู้
- ผูกบัญชีกับตัวบุคคล ชื่อที่แสดงใน LINE เปลี่ยนได้ ควรมีหลักฐานว่าบัญชีนั้นเป็นของใคร เช่น เบอร์โทรที่ตรงกับนามบัตร หรือเอกสารที่ลูกค้าส่งมาจากบัญชีเดียวกัน
- ลายมือชื่อ มาตรา 9 เกี่ยวกับการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุตัวผู้ลงลายมือชื่อและแสดงเจตนา แชตที่ไม่มีการลงนามยังเป็นหลักฐานของเจตนาได้ แต่เป็นคนละเรื่องกับการเซ็นสัญญา ดูคู่มือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาบริษัท
ถ้าข้อพิพาทมีมูลค่าสูง ควรให้ทนายความวางแผนการนำพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้น เช่น ใครจะเป็นพยานยืนยันที่มาของแชต
4. ใครฝั่งลูกค้ามีอำนาจอนุมัติราคา
หลายบริษัทพบว่าคนที่สั่งงานหน้างานไม่ใช่คนที่ลงนามสัญญา ลูกค้าจึงอ้างว่าผู้จัดการไม่มีอำนาจ ให้ตรวจสามชั้น
- อำนาจจริง (มาตรา 797) ตัวแทนคือผู้ที่ตัวการมอบอำนาจให้ทำการแทน ดูหนังสือมอบอำนาจ ตำแหน่งตามโครงสร้างองค์กร หนังสือรับรองบริษัทที่แสดงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และสัญญาหลักที่ระบุผู้ประสานงานหรือผู้แทนโครงการ
- ตัวแทนเชิด (มาตรา 821) ถ้าบริษัทลูกค้าเชิดบุคคลหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทน เช่น แต่งตั้งเป็นผู้จัดการโครงการ ให้เป็นผู้ติดต่อเรื่องงานตลอดมา หรือเคยอนุมัติงานเพิ่มครั้งก่อนและบริษัทลูกค้าจ่ายตาม บริษัทลูกค้าต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่สุจริต ผู้ทำงานต้องเชื่อโดยสุจริตว่าผู้นั้นมีอำนาจ
- สัตยาบัน (มาตรา 823) ถ้าคนสั่งไม่มีอำนาจจริง แต่บริษัทลูกค้ารู้เรื่องแล้วยอมรับ เช่น ใช้งานเพิ่ม จ่ายบางส่วน หรือไม่ทักท้วงทั้งที่รู้ อาจถือว่าให้สัตยาบัน ซึ่งผูกพันบริษัทลูกค้า
สิ่งที่บริษัทควรเก็บ
- ชื่อ ตำแหน่ง และหน้าที่ของคนสั่งงาน
- ครั้งก่อน ๆ ที่คนเดียวกันสั่งงานเพิ่มและลูกค้าจ่ายโดยไม่โต้แย้ง
- บันทึกประชุมที่ระบุว่าคนนี้เป็นผู้ประสานงานหรือผู้อนุมัติ
- ข้อความของผู้มีอำนาจจริงที่เห็นงานเพิ่มแล้วไม่คัดค้าน
เรื่องเดียวกันนี้มีด้านของบริษัทเราเอง ถ้าพนักงานหน้างานรับคำสั่งเพิ่มโดยไม่ผ่านใคร บริษัทก็อาจผูกพันไปแล้วโดยไม่รู้ ดูตารางมอบอำนาจอนุมัติ เพื่อกำหนดว่าใครรับงานเพิ่มและยืนยันราคาแทนบริษัทได้
5. ขั้นตอนใบสั่งงานเพิ่ม (Variation Order) ก่อนเริ่มทำ
วิธีลดข้อพิพาทที่ได้ผลที่สุดคือ ไม่เริ่มงานเพิ่มจนกว่าจะมีการยืนยันสามอย่าง คือ ขอบเขต ราคา และผลต่อกำหนดส่ง ใบสั่งงานเพิ่มไม่ต้องเป็นเอกสารยาว ข้อความสั้นที่ลูกค้าตอบรับก็พอ ถ้าสัญญาไม่ได้กำหนดแบบไว้เป็นอย่างอื่น
- รับคำขอ บันทึกว่าใครขอ เมื่อไร ขออะไร
- ประเมิน ตรวจว่าอยู่นอกขอบเขตหรือไม่ ประเมินราคา วัสดุ แรงงาน และผลต่อกำหนดส่ง
- ส่งข้อความยืนยัน ส่งให้ผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เฉพาะคนหน้างาน ระบุว่าถ้าไม่ตอบรับ บริษัทจะไม่เริ่มงานเพิ่ม
- รอการตอบรับ ให้ตอบว่า "อนุมัติ" หรือเซ็นใบสั่งงานเพิ่ม และเก็บหลักฐานว่ามาจากผู้มีอำนาจ
- เริ่มงาน และเก็บภาพถ่ายก่อนและหลัง รวมถึงรายการเวลาและวัสดุที่ใช้
- สรุปลงใบแจ้งหนี้ ออกใบแจ้งหนี้ที่อ้างอิงเลขที่ใบสั่งงานเพิ่ม
ตัวอย่างข้อความขอยืนยันงานเพิ่ม (ตัวอย่าง ปรับตามงานจริง)
เรียน คุณ ____ (ผู้มีอำนาจอนุมัติของโรงสี)
ตามที่คุณ ____ แจ้งในกลุ่ม LINE เมื่อวันที่ ____ ขอให้ขยายงานไปยังหลังคาโกดังอีกหลัง
ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตตามสัญญาเลขที่ ____ ขอเสนอใบสั่งงานเพิ่มหมายเลข VO-01 ดังนี้
1) ขอบเขต: ____ (ตามแบบที่แนบ)
2) ราคางานเพิ่ม: ____ บาท (รวม/ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) วิธีชำระ: ____
3) ผลต่อกำหนดส่งมอบ: เลื่อนจากวันที่ ____ เป็นวันที่ ____ (เพิ่ม ____ วัน)
4) บริษัทจะเริ่มงานเพิ่มเมื่อได้รับการตอบรับจากท่าน
กรุณาตอบกลับว่า "อนุมัติ VO-01" พร้อมชื่อและตำแหน่ง
ถ้าลูกค้ากดดันให้เริ่มก่อนเพราะเร่งด่วน ให้ส่งข้อความสั้นว่า "ได้รับคำสั่งให้ทำงานเพิ่มตามที่ระบุ ราคาและกำหนดส่งจะยืนยันภายใน ____ วัน ขอให้ท่านตอบรับว่าให้เริ่มทำ" แล้วติดตามราคาให้ได้โดยเร็ว
6. บันทึกผลต่อกำหนดส่งมอบ เพื่อไม่ให้ถูกปรับ
งานเพิ่มมักใช้เวลา แต่สัญญาหลักยังนับวันส่งมอบเดิม ถ้าไม่บันทึก ลูกค้าอาจหักเบี้ยปรับเต็มจำนวนในภายหลัง ซึ่งเป็นปัญหาแยกจากเรื่องราคา ดูคู่มือลูกค้าหักค่าปรับค่าเสียหายจากเงินที่ต้องจ่าย
เบี้ยปรับตามมาตรา 379 ถึง 383 เป็นข้อกำหนดที่ลูกหนี้ต้องชำระเมื่อไม่ชำระหนี้ตามที่ตกลง มาตรา 383 ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ แต่การลดเป็นดุลพินิจของศาล ไม่ควรพึ่งเป็นแผนหลัก ข้อสำคัญคือ ความล่าช้าที่เกิดจากฝ่ายลูกค้าเอง เช่น สั่งงานเพิ่ม ส่งข้อมูลช้า หรือไม่เปิดพื้นที่ให้เข้าทำงาน เป็นข้อต่อสู้ที่บริษัทควรมีหลักฐานเพื่อโต้ว่าไม่ได้เป็นความผิดของตน และถ้าลูกค้าไม่ยอมรับงานที่เสนอส่งมอบตามกำหนด อาจเป็นกรณีเจ้าหนี้ผิดนัดตามมาตรา 207
สิ่งที่ควรบันทึกเมื่อมีงานเพิ่ม
| รายการ | ตัวอย่างในกรณีโรงสี |
|---|---|
| วันที่ได้รับคำสั่งและวันที่ลูกค้าตอบรับ | คำสั่งในกลุ่ม LINE และวันที่ผู้อนุมัติยืนยัน |
| วันส่งมอบเดิมและวันส่งมอบใหม่ | จากครบ 45 วัน เป็นเพิ่มอีก 12 วัน |
| เหตุของการเลื่อน | งานเพิ่ม การรอพื้นที่ การรอข้อมูล |
| ข้อความที่ลูกค้ารับทราบการเลื่อน | ข้อความยอมรับวันส่งมอบใหม่ |
| ผลต่องานหลัก | ช่างที่ต้องย้ายไปทำงานเพิ่ม |
ควรเขียนข้อกำหนดลักษณะนี้ในสัญญาหลักด้วย ว่างานเพิ่มและเหตุที่ลูกค้าเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความล่าช้าขยายกำหนดส่งมอบให้ตามที่ตกลง โปรดปรึกษาทนายความก่อนใช้ข้อความที่มีผลต่อเบี้ยปรับ
7. เมื่อลูกค้าปฏิเสธจ่าย บริษัททำอะไรได้
ความจริงที่ต้องยอมรับ ถ้าลูกค้าสั่งงานเพิ่มและบริษัททำให้จริง แต่ไม่ได้ตกลงราคา บริษัทมักยังมีทางเรียกค่าตอบแทนที่สมควรได้ เช่น โดยอาศัยเรื่องลาภมิควรได้ตามมาตรา 406 หรือหลักสินจ้างของงานที่ลูกค้ารับมอบตามมาตรา 587 และ 602 แต่จำนวนเงินจะเป็นข้อพิพาท ลูกค้าจะโต้ว่าแพงเกินไป ว่ารวมอยู่ในงานเดิม หรือว่าไม่ได้ประโยชน์ ผลที่ได้ขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล เราจึงไม่อาจรับรองผลล่วงหน้า
ลำดับที่เราแนะนำ
- รวบรวมหลักฐาน แชตที่ส่งออกแล้ว ใบเสนอราคาเดิม แบบ ภาพถ่ายก่อนและหลัง บันทึกเวลาและวัสดุ และหลักฐานว่าลูกค้าใช้งานแล้ว
- แยกยอด ออกใบแจ้งหนี้งานเพิ่มแยกจากงานหลัก ที่มาของยอดต้องอธิบายได้ เช่น คิดจากราคาต่อหน่วยในใบเสนอราคาเดิม หรือราคาตลาดที่เทียบได้
- เรียกเก็บยอดที่ไม่มีข้อโต้แย้งก่อน ถ้าลูกค้าค้างค่างานหลัก ให้เรียกส่วนนั้นก่อน อย่านำสองเรื่องมารวมจนลูกค้ามีข้ออ้างไม่จ่ายทั้งหมด ดูคู่มือใบแจ้งหนี้ค้างชำระของลูกค้าธุรกิจ
- เจรจา เสนอทางออก เช่น ลดยอดเล็กน้อยแลกกับการยอมรับงานเป็นลายลักษณ์อักษร หรือแบ่งชำระ การตกลงยอมความควรทำเป็นเอกสาร
- ส่งหนังสือทวงถาม ระบุรายการงานเพิ่ม วันที่คำสั่ง ผู้สั่ง ยอดที่เรียกเก็บ และกำหนดชำระ บริการหนังสือทวงถาม ช่วยจัดทำให้รัดกุม
- ตั้งรับข้อกล่าวหา ถ้าลูกค้าตอบกลับว่าบริษัทผิดสัญญาหรือส่งมอบช้า ดูคู่มือเตรียมตอบหนังสือกล่าวหาว่าผิดสัญญา และอย่าหยุดงานหลักโดยไม่ตรวจสัญญา เพราะอาจถูกอ้างว่าบริษัทผิดสัญญาเอง
ถ้าลูกค้าไม่ยอมรับงานเพิ่มเพราะไม่ได้เซ็นตรวจรับ ดูคู่มือลูกค้าไม่เซ็นตรวจรับ ทำให้ออกใบแจ้งหนี้ไม่ได้
8. เช็กลิสต์งานเพิ่มและหลักฐาน
ก่อนเริ่มงานเพิ่ม
- ตรวจแล้วว่างานอยู่นอกขอบเขตตามสัญญา ใบเสนอราคา และแบบ
- มีข้อความหรือใบสั่งงานเพิ่มที่ระบุขอบเขต ราคา และผลต่อกำหนดส่ง
- ผู้ตอบรับเป็นผู้มีอำนาจ หรือมีหลักฐานว่าได้รับมอบหมาย
- บันทึกชื่อ ตำแหน่ง และเบอร์โทรของผู้สั่งงานและผู้อนุมัติ
ระหว่างทำงานและเก็บหลักฐาน
- ส่งออกแชตของวันที่สั่งงานและเก็บทั้งภาพและไฟล์ส่งออก
- จดรายชื่อสมาชิกกลุ่ม LINE และวันที่เข้าออก
- ถ่ายภาพก่อนและหลัง และบันทึกเวลา วัสดุ และแรงงานของงานเพิ่ม
- เก็บหลักฐานที่ลูกค้ารับรู้หรือใช้งานเพิ่มแล้ว
กำหนดส่งมอบ
- บันทึกวันส่งมอบเดิม วันใหม่ และเหตุผลของการเลื่อน
- ได้ข้อความรับทราบวันส่งมอบใหม่จากลูกค้า
- เก็บหลักฐานความล่าช้าที่เกิดจากฝ่ายลูกค้า
เมื่อลูกค้าปฏิเสธจ่าย
- แยกใบแจ้งหนี้งานเพิ่มออกจากงานหลัก และอธิบายที่มาของยอดได้
- เรียกเก็บยอดที่ไม่มีข้อโต้แย้งก่อน
- ส่งหนังสือทวงถามที่อ้างอิงเอกสารครบ
- ตรวจสัญญาก่อนหยุดงานหรือยึดหน่วงการส่งมอบ
อ่านเพิ่มเติม
- สัญญาปากเปล่าบังคับใช้ได้หรือไม่ — หลักเรื่องตกลงกันโดยไม่มีเอกสาร
- ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาบริษัท — ความต่างระหว่างแชตกับการเซ็นสัญญา
- ตารางมอบอำนาจอนุมัติ — กำหนดว่าใครยืนยันราคาแทนบริษัท
- ใบแจ้งหนี้ค้างชำระของลูกค้าธุรกิจ — ขั้นตอนเมื่อลูกค้าไม่จ่ายตามกำหนด
- เตรียมตอบหนังสือกล่าวหาว่าผิดสัญญา — เมื่อลูกค้าอ้างว่าบริษัทส่งมอบช้า
- ใบเสนอราคาและใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน — เมื่อเอกสารสองชุดกำหนดขอบเขตไม่ตรงกัน
- ลูกค้าหักค่าปรับค่าเสียหายจากเงินที่ต้องจ่าย — เมื่อลูกค้าหักเงินโดยอ้างความล่าช้า
งานเพิ่มที่ไม่มีราคา ไม่มีผู้อนุมัติ และไม่มีบันทึกกำหนดส่ง คือเรื่องที่ลูกค้าโต้แย้งได้ทุกข้อ ขอให้ยืนยันสามอย่างนี้ก่อนเริ่มทำเสมอ
เราช่วยตรวจสัญญาและขอบเขตงาน จัดทำแบบใบสั่งงานเพิ่ม ตรวจหลักฐานแชตและอำนาจของผู้สั่งงาน และจัดทำหนังสือทวงถามค่างานเพิ่ม ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือทวงถาม และ จัดทำสัญญาและเอกสารธุรกิจ
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

