ใบแจ้งหนี้ครบกำหนดแล้ว ท่านรอเงินก้อนเต็ม แต่ยอดที่เข้าบัญชีกลับน้อยกว่าที่ควร พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า "หักค่าปรับส่งช้าและค่าเสียหายแล้ว" บางรายส่งใบกระทบยอดมาให้เซ็นรับ เจ้าของกิจการมักตัดสินใจเร็วเกินไปในจุดนี้ ไม่ว่าจะรีบรับเพราะต้องการเงินหมุนเวียน หรือรีบปฏิเสธโดยไม่ได้ตรวจว่าลูกค้ามีสิทธิอะไรอยู่บ้าง
คู่มือนี้ช่วยให้ท่านแยกเรื่องออกเป็นสามส่วนก่อนพูดตัวเลขใด ๆ และต่อจากเรื่องหนังสือกล่าวหาว่าผิดสัญญา ถ้ายอดค้างชำระทั้งก้อนเป็นปัญหา ดูใบแจ้งหนี้ค้างชำระกับลูกค้าธุรกิจ ส่วนกรณีลูกค้าหักเงินประกันผลงาน ดูเงินประกันผลงานที่ผู้ว่าจ้างไม่คืน
คำตอบหลัก
ก่อนตกลงยอดใด ให้แยกให้ได้ว่า (ก) ลูกค้ากล่าวหาว่าท่านผิดอะไร ตามข้อสัญญาข้อใด (ข) ลูกค้าเสียหายจริงเท่าไรและมีหลักฐานอะไร (ค) สัญญาให้สิทธิหักหรือเรียกเงินในลักษณะนี้หรือไม่ ภายใต้เงื่อนไข เพดาน และการบอกกล่าวอะไร แล้วตอบเป็นหนังสือภายในเวลาอันควร โดยสงวนสิทธิ ไม่เซ็นเอกสารที่ระบุว่าชำระครบหรือสละสิทธิ จนกว่าจะตรวจครบ
หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 และ 342 ให้หักกลบลบหนี้ได้เมื่อสองฝ่ายเป็นหนี้กันและกันโดยมูลหนี้อย่างเดียวกันและถึงกำหนด โดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย มาตรา 344 ห้ามนำสิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่มาหักกลบลบหนี้ เบี้ยปรับอยู่ในมาตรา 379 ถึง 383 ซึ่งรวมถึงมาตรา 381 วรรคสาม เรื่องการสงวนสิทธิเมื่อรับชำระหนี้ และมาตรา 383 เรื่องศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน ส่วนค่าเสียหายตามจริงอยู่ในมาตรา 222 และการที่ลูกค้ามีส่วนทำให้เสียหายอยู่ในมาตรา 223
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่ามองว่ายอดที่ถูกหักเป็นเรื่องเดียว ให้แยกเป็นรายการ เพราะบางรายการอาจมีเหตุจริง บางรายการไม่มีหลักฐาน และบางรายการอาจสูงเกินส่วน การยอมรับเฉพาะส่วนที่มีเหตุ พร้อมโต้แย้งส่วนที่เหลือเป็นลายลักษณ์อักษร มักได้เปรียบกว่าการรับทั้งก้อนเพื่อปิดเรื่อง หรือการปฏิเสธทั้งหมดจนกระทบความสัมพันธ์ ผลสุดท้ายยังขึ้นกับข้อสัญญา เอกสาร และดุลพินิจของศาล
ตัวอย่างสมมติตลอดคู่มือ คือ โรงสีและบรรจุข้าวถุงรายหนึ่งในร้อยเอ็ด ส่งข้าวให้ผู้จัดจำหน่ายอาหารรายใหญ่ในโคราชตามใบสั่งซื้อรายเดือน ใบแจ้งหนี้งวดล่าสุด 480,000 บาท ลูกค้าโอนมา 432,000 บาท พร้อมแจ้งว่าหัก 48,000 บาท แบ่งเป็นค่าปรับส่งช้า 30,000 บาท และค่าเสียหายจากข้าวถุงชำรุด 18,000 บาท เราเรียกโรงสีว่า "โรงสี" และผู้จัดจำหน่ายว่า "ลูกค้า"
1. ลูกค้าหักเงินออกจากยอดชำระเองได้หรือไม่
คำตอบสั้น ๆ คือ สัญญาอาจให้สิทธิไว้ หรือกฎหมายเรื่องหักกลบลบหนี้อาจรองรับ แต่การที่ลูกค้าเขียนว่า "หักแล้ว" ไม่ได้ทำให้การหักชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติ
| หลัก | ความหมายในทางปฏิบัติ |
|---|---|
| ต่างฝ่ายต่างเป็นหนี้กันและกัน (มาตรา 341) | ลูกค้าเป็นหนี้ค่าสินค้า และอ้างว่าโรงสีเป็นหนี้ค่าปรับหรือค่าเสียหาย |
| หนี้ถึงกำหนดและมีวัตถุอย่างเดียวกัน (มาตรา 341) | หนี้เงินกับเงินเข้าลักษณะนี้ แต่ต้องถึงกำหนดชำระด้วย |
| ทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย (มาตรา 342) | ลูกค้าต้องแจ้งเจตนาหักกลบ ไม่ใช่หักเงียบ ๆ แล้วให้ท่านพบเองจากสลิป |
| สิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่ หักกลบไม่ได้ (มาตรา 344) | ถ้าท่านโต้แย้งอย่างมีเหตุผลว่าไม่ผิด หรือยอดไม่ถูก ข้อเรียกร้องของลูกค้ายังเป็นข้อพิพาท ไม่ควรถูกหักไปก่อน |
จุดที่ควรใช้ให้เป็นประโยชน์คือมาตรา 344 ลูกค้าที่หักค่าปรับจากข้อกล่าวหาที่ท่านปฏิเสธ จึงอาจหักเกินสิทธิ แต่ท่านต้องโต้แย้งเป็นหนังสือ เพื่อให้เห็นว่าเรื่องนี้ "มีข้อต่อสู้" จริงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพิ่งเถียงหลังจากรับเงินไปแล้ว หมายเหตุ การตีความว่าข้อต่อสู้ใดเข้าลักษณะนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงและศาล และไม่ควรหวังว่าจะชนะเพียงเพราะอ้างมาตรานี้
นอกจากกฎหมาย ให้ตรวจสัญญาและใบสั่งซื้อด้วยว่ามีข้อที่ให้ลูกค้าหักค่าปรับจากค่าสินค้าได้หรือไม่ ถ้ามี ข้อนั้นอาจผูกพันท่านแล้ว แต่ยังต้องตรวจว่าเข้าเงื่อนไขของข้อนั้นจริงหรือไม่ เช่น ต้องแจ้งก่อนหรือไม่ มีเพดานหรือไม่ ถ้าเอกสารขัดกัน เช่น ใบสั่งซื้อของลูกค้าขัดกับใบเสนอราคาของท่าน ดูใบเสนอราคากับใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน
2. แยกสามเรื่อง: ข้อกล่าวหา หลักฐานความเสียหาย และข้อสัญญา
เมื่อลูกค้าส่งตัวเลขมา ให้ทำตารางหนึ่งแถวต่อหนึ่งรายการที่ถูกหัก แล้วตอบสามคำถามต่อไปนี้
| คำถาม | สิ่งที่ต้องหา | ตัวอย่างในกรณีโรงสี |
|---|---|---|
| (ก) ข้อกล่าวหา: ผิดอะไร ตามข้อไหน | ข้อสัญญา ใบสั่งซื้อ หรือข้อตกลงที่ลูกค้าอ้าง | ส่งช้ากว่ากำหนดในใบสั่งซื้อข้อใด กำหนดส่งนับจากวันไหน |
| (ข) ความเสียหายจริง | ใบแจ้งความเสียหาย รูปถ่าย รายงานตรวจสินค้า ใบสั่งซ่อมหรือสั่งซื้อทดแทน | ข้าวถุงชำรุดกี่ถุง ตรวจเมื่อไร ใครตรวจ ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายจากการขนส่งหรือการเก็บของลูกค้าหรือไม่ |
| (ค) ข้อสัญญา | เบี้ยปรับหรือค่าเสียหาย เพดาน ขั้นตอนบอกกล่าว สิทธิหักเงิน | สัญญากำหนดเบี้ยปรับต่อวันเท่าไร มีเพดานหรือไม่ ต้องแจ้งภายในกี่วัน |
หลักที่ช่วยตัดสินว่าท่านควรเชื่อรายการใด คือ ให้ดูว่าเอกสารที่ลูกค้าส่งมาทำให้เห็นครบสามข้อหรือไม่ รายการที่ครบทั้งสามมักต้องเจรจาจริงจัง รายการที่ขาดข้อใดข้อหนึ่ง ท่านโต้แย้งได้ เช่น ลูกค้าอ้างส่งช้า แต่วันรับของที่คลังลูกค้าล่าช้าเพราะลูกค้าเอง หรืออ้างข้าวชำรุด แต่ไม่มีรูปหรือรายงานตรวจ
ควรถามด้วยว่า ใครเป็นผู้รับรองการส่งมอบ ใบส่งของมีลายเซ็นผู้รับหรือไม่ ลูกค้าแจ้งข้อบกพร่องภายในกำหนดตามสัญญาหรือไม่ ถ้าไม่มีเอกสารรับของ ดูลูกค้าไม่เซ็นรับงานจนออกใบแจ้งหนี้ไม่ได้ และถ้าสัญญาเป็นรายเดือนที่มีเกณฑ์บริการ ดูสัญญา MSA และ SLA บริการรายเดือน เพราะบางสัญญากำหนดวิธีคิดเครดิตบริการไว้โดยเฉพาะ
3. เบี้ยปรับหรือค่าเสียหาย ต่างกันอย่างไร
เบี้ยปรับ คือจำนวนเงินที่คู่สัญญาตกลงล่วงหน้าว่าลูกหนี้จะต้องจ่ายถ้าไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง ตามมาตรา 379 ข้อดีของเจ้าหนี้คือไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหายตามจำนวน ส่วน ค่าเสียหาย ต้องพิสูจน์ว่าเสียหายจริงและเสียหายเพราะเรื่องที่กล่าวหา
- มาตรา 380 และ 381 เจ้าหนี้เรียกเบี้ยปรับแทนการชำระหนี้ได้ และถ้าเบี้ยปรับตกลงไว้สำหรับการชำระหนี้บกพร่องหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหนี้เรียกทั้งการชำระหนี้และเบี้ยปรับได้
- มาตรา 381 วรรคสาม ถ้าเจ้าหนี้รับชำระหนี้แล้ว จะเรียกเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อบอกสงวนสิทธิไว้ในขณะรับ นี่คือข้อที่ลูกค้าหลายรายพลาด ถ้าลูกค้ารับของและไม่ได้สงวนสิทธิเรื่องเบี้ยปรับไว้เลย ท่านมีประเด็นโต้แย้งได้ ขอให้ตรวจเอกสารตอนรับของ
- มาตรา 383 ถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน การลดไม่ใช่เรื่องแน่นอน และท่านไม่ควรวางแผนโดยหวังว่าศาลจะลดให้
เมื่อไม่มีข้อเบี้ยปรับ ลูกค้าต้องเรียกเป็นค่าเสียหาย มาตรา 222 ให้เรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติแห่งการไม่ชำระหนี้ และให้เรียกค่าเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษได้ถ้าฝ่ายที่ต้องรับผิดเล็งเห็นหรืออาจเล็งเห็นพฤติการณ์นั้น ส่วนมาตรา 223 ถ้าลูกค้ามีส่วนทำให้เกิดความเสียหาย เช่น เก็บข้าวไม่ถูกวิธี หรือไม่แจ้งปัญหาตั้งแต่ต้น ศาลวินิจฉัยได้ว่าลูกค้าควรได้รับค่าสินไหมหรือไม่เพียงใด
ในกรณีโรงสี ค่าปรับส่งช้า 30,000 บาทต้องมาจากข้อสัญญาที่กำหนดเบี้ยปรับ ส่วน 18,000 บาทสำหรับข้าวชำรุดต้องมีหลักฐานจำนวนถุงและเหตุชำรุด ไม่ใช่ตัวเลขที่ลูกค้าประมาณเอง ท่านจึงตอบสองรายการต่างกันได้
4. ตอบเป็นหนังสืออย่างไรก่อนตกลงยอด
ตอบเร็วและตอบเป็นลายลักษณ์อักษร แม้ท่านยังเจรจาทางโทรศัพท์ต่อ หนังสือที่ดีมีองค์ประกอบดังนี้
- ยืนยันยอดที่ได้รับจริง ระบุว่ารับเงินเมื่อใด จำนวนเท่าไร
- รับทราบว่าลูกค้าอ้างอะไร แต่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหา
- โต้แย้งการหัก ระบุว่าเรื่องนี้ยังเป็นข้อพิพาท และไม่ถือว่าเป็นการหักกลบลบหนี้ที่ชอบ
- ขอเอกสารเป็นรายการ ข้อสัญญาที่อ้าง หลักฐานความเสียหาย และวิธีคำนวณ
- สงวนสิทธิ ในส่วนที่เหลือของค่าสินค้า ดอกเบี้ย และสิทธิอื่น
- กำหนดเวลา ให้ลูกค้าตอบหรือชำระ
ตัวอย่างหนังสือตอบ (ปรับตามข้อเท็จจริงจริง)
เรื่อง ขอทราบรายละเอียดและโต้แย้งการหักเงินจากใบแจ้งหนี้เลขที่ ____
เรียน ____
อ้างถึงใบแจ้งหนี้เลขที่ ____ ลงวันที่ ____ ยอด 480,000 บาท บริษัทได้รับเงินจากท่านวันที่ ____ จำนวน 432,000 บาท
และทราบว่าท่านหักเงิน 48,000 บาท ในฐานะค่าปรับส่งช้าและค่าเสียหายจากสินค้าชำรุด
1) บริษัทไม่ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญาตามที่ท่านอ้าง และถือว่ายอดที่หักยังเป็นข้อพิพาท
ไม่ถือเป็นการหักกลบลบหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย
2) กรุณาส่งเอกสารต่อไปนี้ภายใน ____ วัน ได้แก่ ข้อสัญญาที่ท่านอ้าง วันกำหนดส่งที่ท่านถือ
หลักฐานการรับของ รายงานตรวจสินค้า รูปถ่าย และวิธีคำนวณ
3) การรับเงิน 432,000 บาท เป็นการรับชำระบางส่วน ไม่ใช่การรับชำระครบ และบริษัทสงวนสิทธิ
เรียกส่วนที่เหลือ 48,000 บาท ดอกเบี้ยผิดนัด และสิทธิอื่น รวมทั้งสงวนสิทธิตามมาตรา 381
4) บริษัทยังไม่ลงนามในเอกสารกระทบยอดหรือใบรับเงินใด ๆ จนกว่าจะตรวจเอกสารตามข้อ 2 ครบ
บริษัทพร้อมประชุมหารือภายใน ____ วัน
ถ้าท่านเห็นว่ามีบางรายการเป็นความจริง ให้เขียนแยกรายการ เช่น ยอมรับว่าส่งช้า 2 วันตามบันทึกจริง แต่ไม่ยอมรับยอดเบี้ยปรับหรือข้อกล่าวหาที่เหลือ การยอมรับบางส่วนอย่างมีหลักฐานทำให้การเจรจาน่าเชื่อถือขึ้น
5. ใบกระทบยอดและใบรับเงินชำระครบ: ระวังอะไร
สิ่งที่เจ้าของกิจการมักถูกขอให้เซ็นมีสามแบบ ได้แก่ ใบกระทบยอดหนี้ ใบรับเงินที่เขียนว่า "ชำระครบแล้ว" และข้อตกลงยุติข้อพิพาท เอกสารเหล่านี้อาจถูกอ้างว่าท่านยอมรับยอดที่ถูกหักและไม่มีสิทธิเรียกส่วนที่เหลือ
- อย่าเซ็นทันที อ่านถ้อยคำทุกบรรทัดโดยเฉพาะคำว่า "ชำระครบ" "ไม่มีข้อเรียกร้องอื่น" และ "สละสิทธิ"
- แก้เป็นการรับชำระบางส่วน ถ้าต้องเซ็นเพื่อให้ระบบบัญชีลูกค้าทำงานได้ ให้เติมข้อความว่า "รับชำระบางส่วน ไม่รวมส่วนที่หักซึ่งอยู่ระหว่างโต้แย้ง และสงวนสิทธิทั้งหมด"
- สงวนสิทธิเบี้ยปรับ ถ้าท่านเป็นฝ่ายที่มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับจากลูกค้า เช่น เบี้ยปรับล่าช้าในการชำระ ก็ต้องสงวนสิทธิในขณะรับตามมาตรา 381 วรรคสาม
- ใช้ถ้อยคำเดียวกันทุกช่องทาง อย่าตอบสั้น ๆ ในแชตว่า "โอเค" ซึ่งอาจถูกตีความว่ายอมรับ ดูหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ในคู่มือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาบริษัท
ถ้าลูกค้าบอกว่าจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือก็ต่อเมื่อท่านเซ็นเอกสารชำระครบ ให้ชั่งน้ำหนักระหว่างเงินที่ได้เร็วกับสิทธิที่เสียไป และเจรจาให้ถ้อยคำเปลี่ยนก่อน ไม่ควรตัดสินจากความรีบอย่างเดียว
6. ภาษีและเอกสาร เมื่อมีการหักเงิน
ส่วนนี้เป็นภาพกว้างเท่านั้น รายละเอียดขึ้นกับประเภทรายได้ สถานะภาษีมูลค่าเพิ่มของท่าน และวิธีลงบัญชี จึงควรให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจก่อนออกเอกสาร
- ใบลดหนี้ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบลดหนี้ได้เมื่อราคาลดลงหรือบริการหรือสินค้ามีข้อผิดพลาดตามเหตุที่ประมวลรัษฎากรกำหนด การที่ลูกค้าหักเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายที่ท่านยังโต้แย้ง ไม่ได้แปลว่าราคาลดลงเสมอไป อย่าออกใบลดหนี้เพียงเพื่อให้ยอดตรงกับที่ลูกค้าโอน เพราะเอกสารนั้นจะเป็นหลักฐานว่าท่านยอมลดราคา
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมักหักภาษีจากเงินที่จ่ายและส่งหนังสือรับรองให้ท่าน ให้ตรวจว่าหนังสือรับรองสอดคล้องกับยอดที่ลูกค้าจ่ายจริง และยอดที่ท่านถือว่ายังเป็นลูกหนี้ ถ้าตัวเลขต่างกันให้บันทึกเหตุผลไว้
- การบันทึกบัญชี ยอดที่ถูกหักแต่ท่านโต้แย้งควรบันทึกเป็นลูกหนี้ที่อยู่ในข้อพิพาท ไม่ใช่ตัดหนี้สูญหรือรับรู้ว่าได้รับชำระแล้ว จนกว่าจะตกลงกัน
- ใบแจ้งหนี้และเอกสารอ้างอิง เก็บใบแจ้งหนี้เดิม สลิป หนังสือโต้แย้ง และคำตอบของลูกค้าไว้ด้วยกัน เมื่อตกลงยอดสุดท้ายแล้ว จึงออกเอกสารปรับยอดให้ตรงกับข้อตกลงนั้น
7. เจรจาและขั้นต่อไปถ้าไม่ตกลง
เส้นทางที่ใช้บ่อย เรียงจากเบาไปหนัก
- ประชุมสองฝ่ายพร้อมเอกสาร นำตารางรายการที่แยกตามหัวข้อ 2 ไปคุยทีละรายการ ผลคือบันทึกการประชุมที่ทั้งสองฝ่ายยืนยัน
- เสนอข้อตกลงบางส่วน เช่น ยอมลดบางรายการเพื่อให้ลูกค้าจ่ายส่วนที่เหลือทันที โดยเขียนเป็นข้อตกลงที่ระบุว่าเรื่องใดยุติแล้วและเรื่องใดยังไม่ยุติ
- หนังสือทวงถามโดยทนายความ เมื่อลูกค้าเงียบหรือไม่มีเหตุผลรองรับ ดูบริการหนังสือทวงถามและบอกกล่าว
- ไกล่เกลี่ยหรืออนุญาโตตุลาการ ถ้าสัญญามีข้อกำหนดเรื่องนี้ ให้ทำตามขั้นตอนที่กำหนด ดูการระงับข้อพิพาททางเลือก
- ฟ้องคดีและบังคับคดี เมื่อทางอื่นไม่ได้ผล ดูการเรียกหนี้และบังคับคดี ผลขึ้นกับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาล จึงไม่ควรสัญญากับตัวเองว่าจะได้ยอดเต็ม
ระหว่างนั้น ให้ดูอายุความและกำหนดเวลาในสัญญาไปด้วย เช่น กำหนดแจ้งข้อบกพร่อง หรือกำหนดที่ต้องฟ้องก่อนสิทธิหมด
8. เช็กลิสต์เมื่อลูกค้าหักเงิน
ข้อกล่าวหา
- ระบุได้ว่าลูกค้าอ้างว่าท่านผิดเรื่องอะไร ตามข้อสัญญาหรือใบสั่งซื้อข้อใด
- ตรวจวันกำหนดส่งและวันส่งจริงจากใบส่งของและบันทึกการขนส่ง
- ตรวจว่าลูกค้าแจ้งข้อบกพร่องภายในกำหนดตามสัญญาหรือไม่
หลักฐานความเสียหาย
- ขอรายการความเสียหาย รูปถ่าย รายงานตรวจ และวิธีคำนวณเป็นลายลักษณ์อักษร
- ตรวจว่าความเสียหายเกิดจากท่านหรือจากลูกค้า (มาตรา 223)
- ตรวจว่าตัวเลขเป็นความเสียหายตามปกติหรือพฤติการณ์พิเศษที่ท่านเล็งเห็นได้ (มาตรา 222)
ข้อสัญญา
- อ่านข้อเบี้ยปรับ เพดาน ขั้นตอนบอกกล่าว และข้อที่ให้หักเงินได้
- ตรวจว่าเอกสารขัดกันหรือไม่ เช่น ใบสั่งซื้อกับใบเสนอราคา
- ตรวจว่ามีการสงวนสิทธิเบี้ยปรับในขณะรับของหรือไม่ (มาตรา 381 วรรคสาม)
การตอบและการเซ็นเอกสาร
- ส่งหนังสือโต้แย้งและสงวนสิทธิเป็นลายลักษณ์อักษร
- ไม่เซ็นใบกระทบยอด ใบรับเงินชำระครบ หรือข้อตกลงยุติข้อพิพาทก่อนตรวจถ้อยคำ
- เก็บหลักฐานการรับเงินบางส่วนไว้พร้อมวันที่และจำนวน
ภาษีและบัญชี
- ปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนออกใบลดหนี้
- ตรวจหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้สอดคล้องกับยอดที่จ่ายจริง
- บันทึกยอดที่ถูกหักเป็นลูกหนี้ที่อยู่ในข้อพิพาท
อ่านเพิ่มเติม
- เตรียมตอบหนังสือกล่าวหาว่าผิดสัญญา — เมื่อข้อกล่าวหาของลูกค้ามาเป็นหนังสือทางการ
- ใบแจ้งหนี้ค้างชำระกับลูกค้าธุรกิจ — ติดตามส่วนที่ลูกค้ายังไม่จ่าย
- เงินประกันผลงานที่ผู้ว่าจ้างไม่คืน — กรณีผู้ว่าจ้างหักหรือยึดเงินประกัน
- สัญญา MSA และ SLA บริการรายเดือน — เครดิตบริการและเบี้ยปรับตามเกณฑ์ SLA
- ใบเสนอราคากับใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน — เมื่อเอกสารสองฝ่ายขัดกัน ข้อใดใช้
- ลูกค้าไม่เซ็นรับงานจนออกใบแจ้งหนี้ไม่ได้ — หลักฐานการส่งมอบและการตรวจรับ
- การเรียกหนี้และบังคับคดี — เมื่อเจรจาไม่สำเร็จ
ลูกค้าหักเงินเอง ไม่ได้แปลว่าท่านต้องยอม แต่ก็ไม่ควรเงียบ ให้แยกข้อกล่าวหา หลักฐาน และข้อสัญญา แล้วตอบเป็นหนังสือโดยสงวนสิทธิก่อนตกลงยอดใด
เราช่วยตรวจข้อสัญญาเบี้ยปรับ จัดทำหนังสือโต้แย้งและสงวนสิทธิ ตรวจถ้อยคำใบกระทบยอดก่อนเซ็น และเจรจาหรือดำเนินการต่อเมื่อไม่ตกลง ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือทวงถามและบอกกล่าว และ การระงับข้อพิพาททางเลือก
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

