คำตอบหลัก
ธุรกิจที่รับงานบริการรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที ทำการตลาดให้เอเจนซี่ หรือรับจ้างบริหารงานบางส่วน ไม่ควรใช้ใบเสนอราคาใบเดียวหรือแม่แบบที่ก๊อปมา ควรแยกเป็นสามชั้น คือ สัญญาบริการหลัก (MSA) ที่เก็บข้อตกลงที่ไม่เปลี่ยน SOW หรือใบสั่งบริการ สำหรับแต่ละแพ็กเกจ และ SLA ที่กำหนดระดับบริการที่วัดได้พร้อมผลเมื่อทำไม่ถึงเกณฑ์
หลักกฎหมาย ไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับ MSA หรือ SLA เอกสารเหล่านี้เป็นสัญญาทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีสี่เรื่องที่กำหนดวิธีร่าง คือ ศาลลดเบี้ยปรับได้ (มาตรา 383) ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพราะกลฉ้อฉลหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นโมฆะ (มาตรา 373) ข้อสัญญาในสัญญาสำเร็จรูปที่ทำให้ผู้ร่างได้เปรียบเกินสมควรมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540) และผู้ให้บริการที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามักเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA มาตรา 40
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ข้อพิพาทเรื่องบริการรายเดือนส่วนใหญ่วนอยู่สามเรื่อง คืองานอยู่ในขอบเขตหรือไม่ ระดับบริการถึงเกณฑ์หรือไม่ และถ้าไม่ถึงต้องจ่ายเท่าไร ถ้าเขียนสามเรื่องนี้เป็นตัวเลขที่ชัด ส่วนอื่นของสัญญาจะป้องกันง่ายขึ้นมาก
ถ้างานของคุณเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะงาน ให้อ่านสัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์และซอร์สโค้ดควบคู่กัน บทความนี้เน้นงานบริการที่ทำต่อเนื่อง
1. MSA, SOW และ SLA ควรเชื่อมกันอย่างไร
| เอกสาร | เนื้อหา | แก้ไขบ่อยแค่ไหน |
|---|---|---|
| MSA | ความรับผิด ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลส่วนบุคคล วิธีชำระเงิน การเลิกสัญญา กฎหมายที่ใช้ | น้อยมาก |
| SOW / ใบสั่งบริการ | ขอบเขต งานส่งมอบ ค่าบริการ วันเริ่ม ระยะเวลา ผู้ติดต่อ | ทุกแพ็กเกจหรือทุกครั้งที่ต่ออายุ |
| SLA | ตัวชี้วัด เป้าหมาย วิธีวัด เครดิต ข้อยกเว้น รายงาน | ปีละครั้งหรือเมื่อต่ออายุ |
ควรเขียน ลำดับความสำคัญของเอกสาร ใน MSA เช่น SOW ก่อนสำหรับขอบเขตและราคา ต่อด้วย SLA สำหรับระดับบริการ แล้วจึง MSA ถ้าไม่เขียน เงื่อนไขในใบสั่งซื้อของลูกค้าหรือใบเสนอราคาเก่าอาจมาแข่งกับสัญญาของคุณ และควรระบุด้วยว่าเงื่อนไขมาตรฐานของลูกค้าไม่ใช้บังคับ
มาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ความหมายจ้างทำของว่าเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างตกลงทำการงานจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างให้สินจ้างตอบแทนเมื่อการที่ทำนั้นสำเร็จผล แพ็กเกจรายเดือนมักผสมงานที่วัดที่ผลสำเร็จ (รายงาน การแก้ไขที่ส่งมอบ) กับงานที่เป็นความพยายามต่อเนื่อง (เฝ้าระวังระบบ ชั่วโมงซัพพอร์ต) จึงควรระบุใน SOW ว่าส่วนไหนเป็นผลสำเร็จและส่วนไหนเป็นความพยายาม เพราะผลทางกฎหมายของ "ทำไม่เสร็จ" ไม่เหมือนกัน
2. กำหนดขอบเขตและจัดการคำขอเปลี่ยนแปลงอย่างไร
- ระบุสิ่งที่ รวม และสิ่งที่ ไม่รวม อย่างชัด เช่น ความเสียหายของฮาร์ดแวร์ ระบบล่มของบุคคลที่สาม การอบรมผู้ใช้
- ระบุปริมาณ เช่น ชั่วโมงซัพพอร์ต จำนวนตั๋ว จำนวนโพสต์หรือแคมเปญ จำนวนผู้ใช้ และบอกว่าเกินปริมาณแล้วคิดตามอัตราที่ตกลงหรือต้องทำคำขอเปลี่ยนแปลง
- วางขั้นตอน คำขอเปลี่ยนแปลง (change request) คือขอเป็นหนังสือ ประเมินผลต่อขอบเขต ค่าบริการและเวลา และไม่นับว่าอยู่ในขอบเขตจนทั้งสองฝ่ายอนุมัติเป็นหนังสือ อนุมัติทางอีเมลได้ถ้าสัญญาเขียนรับรองไว้
- ระบุหน้าที่ของลูกค้า เช่น การให้สิทธิเข้าถึงระบบ ข้อมูล และการตัดสินใจภายในจำนวนวันทำการที่กำหนด และระบุว่า เวลา SLA หยุดนับ ระหว่างรอลูกค้า
มาตรา 602 กำหนดว่าสินจ้างพึงใช้เมื่อรับมอบการที่ทำ ถ้ากำหนดส่งมอบเป็นส่วน ๆ พร้อมสินจ้างแต่ละส่วนก็ใช้เมื่อรับมอบส่วนนั้น สำหรับแพ็กเกจรายเดือน ควรเขียนวันออกใบแจ้งหนี้และระยะเวลาชำระไว้เองในสัญญา
3. เขียนระดับบริการและเครดิตอย่างไร
เลือกตัวชี้วัดไม่กี่ตัวที่นับได้จริง และระบุว่าใครเป็นผู้วัดและวัดอย่างไร
| ตัวชี้วัด | ตัวอย่างข้อความ | จุดที่มักพลาด |
|---|---|---|
| ความพร้อมใช้งาน | 99.5% ต่อเดือนปฏิทิน ไม่รวมการบำรุงรักษาที่แจ้งล่วงหน้า | ไม่นิยามการบำรุงรักษาที่แจ้งล่วงหน้า |
| เวลาตอบรับ | ตอบรับครั้งแรกภายใน 4 ชั่วโมงทำการสำหรับระดับความรุนแรง 1 | ไม่ระบุว่า "ชั่วโมงทำการ" คือกี่โมงและเขตเวลาใด |
| เวลาแก้ไข | เป็นเป้าหมาย ไม่ใช่คำรับประกัน สำหรับระดับ 2 และ 3 | สัญญาเวลาแก้ไขที่ตนควบคุมไม่ได้ |
| รายงาน | ส่งรายงานภายในวันที่ 5 ของเดือน | ไม่มีผลเมื่อส่งช้า |
หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) มาตรา 379 ถึง 383 ว่าด้วยเบี้ยปรับ เจ้าหนี้เรียกเบี้ยปรับแทนการชำระหนี้ได้ (มาตรา 380) และถ้าเบี้ยปรับตกลงไว้สำหรับการชำระหนี้บกพร่องหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหนี้เรียกทั้งการชำระหนี้และเบี้ยปรับได้ (มาตรา 381) แต่ถ้าเจ้าหนี้รับชำระหนี้ที่ล่าช้าแล้ว จะเรียกเบี้ยปรับได้ก็ต่อเมื่อได้บอกสงวนสิทธิไว้ในขณะรับ ตามมาตรา 383 ถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยพิเคราะห์ถึงทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะทรัพย์สินที่เป็นเงิน และเมื่อชำระเบี้ยปรับไปแล้วก็ขอให้ลดไม่ได้
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา เครดิตบริการปลอดภัยที่สุดเมื่อดูเป็นการปรับราคาเพราะได้บริการต่ำลง ไม่ใช่การลงโทษ กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าบริการส่วนที่กระทบ ตั้งเพดานเครดิตรวมต่อเดือน และระบุว่าเครดิตเป็น การเยียวยาเพียงอย่างเดียว สำหรับความบกพร่องประเภทนั้นหรือไม่ เพิ่มสิทธิเลิกสัญญาเมื่อพลาดซ้ำ (เช่น พลาดเกณฑ์เดียวกัน 3 เดือนจาก 6 เดือน) ศาลยังตรวจสอบตัวเลขได้ จึงไม่ควรวางแผนธุรกิจโดยหวังว่าเครดิตก้อนใหญ่จะบังคับได้เต็มจำนวน
ตัวอย่างสมมติ แพ็กเกจซัพพอร์ตเดือนละ 100,000 บาท SLA ให้เครดิต 5% ทุก 0.5% ที่ความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเป้า สูงสุดไม่เกิน 20% ของค่าบริการเดือนนั้น เครดิตแบบนี้อธิบายง่ายว่าเป็นการลดราคา และไม่น่าจะดูสูงเกินส่วน ส่วนข้อที่ให้ปรับเท่ากับ 100% ของค่าบริการเมื่อระบบล่มครั้งใดก็ตาม เสี่ยงถูกโต้แย้ง
4. ค่าบริการ การปรับราคา และการชำระล่าช้า
- ระบุว่าค่าบริการ ไม่รวม VAT และใครรับภาระค่าธรรมเนียมธนาคาร
- ให้ปรับราคาได้เฉพาะเมื่อแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าตามจำนวนวันก่อนวันต่ออายุ และให้ลูกค้ามีสิทธิไม่ต่อแทนการยอมรับราคาใหม่ ข้อที่ให้ผู้ให้บริการขึ้นราคาเมื่อใดก็ได้เป็นข้อสัญญาประเภทที่อาจถูกลดผลบังคับหากอยู่ในสัญญาสำเร็จรูป (ดูหัวข้อ 5)
- เรื่องชำระล่าช้า ให้ระบุอัตราดอกเบี้ยและสิทธิระงับบริการหลังบอกกล่าวเป็นหนังสือ ถ้าสัญญาไม่เขียน จะใช้อัตราตามกฎหมาย โปรดให้เราตรวจอัตราปัจจุบันก่อนอ้างตัวเลข
- เรื่องการตรวจรับ ให้เขียนว่าอะไรถือว่ารับมอบแล้ว (เช่น เซ็นแบบฟอร์ม หรือเงียบเกิน 7 วัน) และใครมีอำนาจรับ มาตรา 598 กำหนดว่าถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบงานที่ชำรุดบกพร่องแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ความชำรุดนั้นเป็นเช่นไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบ หรือผู้รับจ้างปิดบังความนั้น และมาตรา 600 ถ้าสัญญาไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างรับผิดเฉพาะความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งมอบ (ห้าปีสำหรับสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน ซึ่งไม่เกี่ยวกับงานบริการทั่วไป) ผู้ให้บริการจำนวนมากจึงเขียนระยะเวลานี้ใหม่ใน SLA
- มาตรา 599 ให้ผู้ว่าจ้างยึดหน่วงสินจ้างได้เมื่อส่งมอบล่าช้าหรือชำรุดบกพร่อง เว้นแต่ผู้รับจ้างให้ประกันตามสมควร ผู้ให้บริการควรกำหนดขั้นตอนโต้แย้งใบแจ้งหนี้ให้ชัด เพื่อไม่ให้ลูกค้าอ้างข้อโต้แย้งไม่จ่ายทั้งก้อน
5. จำกัดหรือยกเว้นความรับผิดได้แค่ไหน
หลักกฎหมาย (มาตรา 373) ข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นความรับผิดของลูกหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ใช้กลฉ้อฉลหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นโมฆะ มาตรานี้ไม่ได้ใช้คำว่า "จงใจ" ในทางปฏิบัติเราจึงมักเขียนข้อยกเว้นให้ครอบคลุมการผิดสัญญาโดยเจตนาและการกระทำโดยมิชอบด้วย เพื่อตัดข้อถกเถียง
หลักกฎหมาย (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540) มาตรา 4 ใช้กับสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ สัญญาสำเร็จรูป (สัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งกำหนดข้อสาระสำคัญไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในกิจการของตน) และสัญญาขายฝาก ข้อตกลงที่ทำให้ผู้ร่างได้เปรียบเกินสมควรมีผลเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี และถ้าสงสัยให้ตีความให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่ไม่ได้ร่าง ตัวอย่างที่กฎหมายยกไว้รวมข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อตกลงให้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และข้อตกลงให้อีกฝ่ายรับภาระเพิ่มขึ้นกว่าตอนทำสัญญา มาตรา 10 ให้พิจารณาความสุจริต อำนาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ความรู้ความเข้าใจ ความคาดหมาย แนวทางที่เคยปฏิบัติ และทางเลือกอื่นของคู่สัญญา มาตรา 8 ห้ามอ้างข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่นอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ และข้อตกลงล่วงหน้าในกรณีอื่นที่ไม่เป็นโมฆะมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ถ้อยคำของมาตรา 8 ไม่ได้จำกัดเฉพาะสัญญาสำเร็จรูป เราจึงไม่ถือว่าเพดานที่เจรจากันจริงจะอยู่นอกกฎหมายนี้โดยอัตโนมัติ
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ถ้า MSA ของคุณเป็นแม่แบบที่ยื่นให้ลูกค้าโดยไม่เปิดให้ต่อรอง ให้ถือว่าเป็นสัญญาสำเร็จรูป และร่างเพดานให้อธิบายเหตุผลได้ โครงสร้างที่ใช้บ่อย
- เพดานรวมต่อปีสัญญา มักผูกกับค่าบริการที่ได้รับในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า
- ข้อยกเว้นที่อยู่นอกเพดาน คือกลฉ้อฉล ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การกระทำโดยเจตนา การผิดความลับหรือการชดใช้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหากตกลงกัน และความรับผิดที่กฎหมายไม่ให้จำกัด
- ยกเว้นความเสียหายทางอ้อมและความเสียหายต่อเนื่องด้วยถ้อยคำที่ชัด
- ใช้เพดานแบบสองฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะฝั่งผู้ให้บริการ
เพดานที่เจรจากันจริงป้องกันได้ง่ายกว่าข้อสัญญาในแม่แบบ จึงควรเก็บบันทึกการต่อรอง (ฉบับแก้ไขและอีเมล) ไว้กับสัญญา
6. ต้องมีข้อกำหนดคุ้มครองข้อมูลอะไรบ้าง
หลักกฎหมาย (PDPA มาตรา 40) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม แจ้งผู้ควบคุมข้อมูลเมื่อเกิดเหตุละเมิด และจัดทำบันทึกรายการประมวลผล โดยผู้ประมวลผลที่เป็นองค์กรขนาดเล็กอาจได้รับยกเว้นหน้าที่บันทึกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เว้นแต่การประมวลผลมีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้ทำเป็นครั้งคราว หรือเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว ผู้ประมวลผลที่ทำนอกเหนือคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการประมวลผลนั้น และผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผล
หลักกฎหมาย (PDPA มาตรา 37(4)) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า และเท่าที่ทำได้ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่การละเมิดไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคล
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ควรมีภาคผนวกการประมวลผลข้อมูลที่ครอบคลุม วัตถุประสงค์และคำสั่ง ประเภทข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย ผู้ประมวลผลช่วง การลบหรือส่งคืนเมื่อสัญญาสิ้นสุด การช่วยตอบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล และ การแจ้งเหตุละเมิดแก่ลูกค้าภายในเวลาสั้นที่กำหนดแน่นอน (นับเป็นชั่วโมง ไม่ใช่วัน) เพื่อให้ลูกค้ายังทัน 72 ชั่วโมงของตน และตรวจด้วยว่าคุณเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองในข้อมูลบางประเภทหรือไม่ เช่น ข้อมูลพนักงานหรือรายชื่อลูกค้าเป้าหมายของคุณเอง ดูเช็กลิสต์ PDPA
7. ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลและเครื่องมือของลูกค้า
- ระบุว่า วัสดุที่มีอยู่ก่อน (เครื่องมือ แม่แบบ ความรู้ของคุณ) ยังเป็นของคุณ และให้สิทธิลูกค้าใช้งานส่งมอบ
- ระบุว่าใครเป็นเจ้าของ งานที่สร้างเฉพาะ และกรรมสิทธิ์โอนเมื่อใด (เมื่อชำระเงินครบเป็นแนวทางที่พบบ่อย) งานอันมีลิขสิทธิ์ที่สร้างให้ลูกค้าไม่ควรพึ่งหลักเริ่มต้น การเขียนสัญญาโอนไว้ชัดป้องกันข้อพิพาท บทความเรื่องสัญญาซอฟต์แวร์ข้างต้นอธิบายประเด็นนี้
- ระบุว่า ข้อมูลและบัญชี ของลูกค้ายังเป็นของลูกค้า และคุณใช้ได้เพื่อให้บริการเท่านั้น
- ครอบคลุมส่วนประกอบของบุคคลที่สามและโอเพนซอร์ส และบอกว่าใครถือใบอนุญาต
8. การเลิกสัญญาและการส่งมอบงานต่อ
- ระยะเวลาและการต่ออายุ แบบมีกำหนดและต่ออัตโนมัติ หรือรายเดือนต่อเนื่อง ระบุระยะเวลาบอกกล่าว (เช่น 30 หรือ 60 วัน) และวิธีส่งหนังสือ
- เลิกสัญญาเพราะผิดสัญญา ผิดอย่างร้ายแรงและไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ล้มละลาย หรือไม่ถึงเกณฑ์ SLA ซ้ำ
- เลิกโดยไม่ต้องมีเหตุ ถ้าให้ทำได้ ระบุระยะเวลาบอกกล่าวและค่าธรรมเนียมเลิกก่อนกำหนด และทำให้ใช้ได้ทั้งสองฝ่ายหากต้องการให้ข้อนี้ดูสมดุล
- ช่วยส่งมอบงานต่อ กำหนดช่วงเวลาหลังสัญญาสิ้นสุด การส่งมอบเอกสารและรหัสผ่าน การส่งคืนหรือลบข้อมูลพร้อมหนังสือยืนยัน และอัตราค่าช่วยเหลือเพิ่มเติม
- ข้อที่ยังมีผลหลังสัญญาสิ้นสุด ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา ค่าบริการค้างชำระ ความรับผิด กฎหมายที่ใช้
- ค่าบริการที่ถึงกำหนดและเครดิตที่ค้างให้ชำระหรือหักกลบถึงวันสิ้นสุดสัญญา
9. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากค่าบริการ
หลักกฎหมาย (กรมสรรพากร) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ว่าด้วยค่าบริการ บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่จ่ายค่าบริการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ประกอบกิจการในประเทศไทยหรือบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ 3 โดยหักเมื่อจำนวนเงินที่จ่ายตามสัญญาหนึ่งฉบับรวมแล้วตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่ายเงินได้ หน้าเว็บเดียวกันบันทึกด้วยว่าเคยมีการลดอัตราชั่วคราวในบางช่วงเวลา จึงต้องตรวจอัตราปัจจุบันก่อนระบุตัวเลขในสัญญา
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา สัญญาควรเขียนว่า (ก) ค่าบริการไม่รวม VAT (ข) ลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดและจ่ายส่วนที่เหลือ (ค) ลูกค้าส่งหนังสือรับรองการหักภาษีภายในวันที่กำหนด และ (ง) ผู้ให้บริการไม่ต้องรับภาระภาษีหากลูกค้าไม่นำส่ง ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทต่างประเทศ การวิเคราะห์จะต่างออกไป ให้อ่านการจ่ายค่าบริการให้ต่างประเทศ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อน
10. เช็กลิสต์ก่อนลงนาม
- MSA, SOW และ SLA แยกเป็นเอกสาร และมีลำดับความสำคัญเขียนไว้
- ขอบเขตระบุสิ่งที่รวม สิ่งที่ไม่รวม และปริมาณ และมีขั้นตอนคำขอเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือ
- ตัวชี้วัด SLA นับได้ มีแหล่งวัดที่ระบุชื่อ และมีข้อยกเว้นที่ตกลงกัน
- เครดิตบริการพอเหมาะ มีเพดาน และระบุว่าเป็นการเยียวยาเพียงอย่างเดียวหรือไม่
- มีสิทธิเลิกสัญญาเมื่อพลาด SLA ซ้ำ
- ระบุค่าบริการ การปรับราคา ระยะเวลาชำระ ดอกเบี้ยชำระล่าช้า และสิทธิระงับบริการ
- เพดานความรับผิดเป็นแบบสองฝ่าย อธิบายเหตุผลได้ และยกเว้นสิ่งที่กฎหมายไม่ให้ยกเว้น
- มีภาคผนวกการประมวลผลข้อมูล พร้อมเวลาแจ้งเหตุละเมิดที่แน่นอน
- จัดสรรทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลลูกค้า และส่วนประกอบของบุคคลที่สามแล้ว
- เขียนการบอกกล่าว การเลิก การช่วยส่งมอบงานต่อ และข้อที่ยังมีผลต่อเนื่องแล้ว
- ข้อความเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ตรงกับการออกเอกสารจริง
- ผู้ลงนามมีอำนาจ และเก็บฉบับที่ลงนามไว้ ดูการลงนามสัญญาบริษัทด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
อ่านเพิ่มเติม
- สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์และซอร์สโค้ด
- เช็กลิสต์ PDPA
- การจ่ายค่าบริการให้ต่างประเทศ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- การลงนามสัญญาบริษัทด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
- วิธีเลือกที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท
สัญญาบริการรายเดือนจะป้องกันได้จริงเมื่อขอบเขต ระดับบริการ และต้นทุนของการทำไม่ถึงเกณฑ์ ถูกเขียนเป็นข้อกำหนดที่ชัดและนับได้ ภายใน MSA, SOW และ SLA ที่สอดคล้องกัน
เราร่างและตรวจ MSA, SOW และ SLA ให้บริษัทไอที เอเจนซี่ และผู้ให้บริการระหว่างธุรกิจ และดูแลต่อเนื่องแบบที่ปรึกษากฎหมายประจำได้ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 092-254-2045 หรือส่งรายละเอียดให้เรา ดูบริการจัดทำสัญญาและเอกสารและที่ปรึกษากฎหมายประจำ
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

