ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

สัญญารับงานบริการรายเดือน MSA และ SLA ต้องระบุอะไรบ้าง

วิธีวางสัญญาบริการรายเดือนระหว่างธุรกิจ โครงสร้าง MSA SOW SLA ค่าปรับกับเครดิตบริการ เพดานความรับผิด ข้อกำหนด PDPA การเลิกสัญญา และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ16 ตุลาคม 256914 นาที
สัญญารับงานบริการรายเดือน MSA และ SLA ต้องระบุอะไรบ้าง

คำตอบหลัก

ธุรกิจที่รับงานบริการรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที ทำการตลาดให้เอเจนซี่ หรือรับจ้างบริหารงานบางส่วน ไม่ควรใช้ใบเสนอราคาใบเดียวหรือแม่แบบที่ก๊อปมา ควรแยกเป็นสามชั้น คือ สัญญาบริการหลัก (MSA) ที่เก็บข้อตกลงที่ไม่เปลี่ยน SOW หรือใบสั่งบริการ สำหรับแต่ละแพ็กเกจ และ SLA ที่กำหนดระดับบริการที่วัดได้พร้อมผลเมื่อทำไม่ถึงเกณฑ์

หลักกฎหมาย ไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับ MSA หรือ SLA เอกสารเหล่านี้เป็นสัญญาทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีสี่เรื่องที่กำหนดวิธีร่าง คือ ศาลลดเบี้ยปรับได้ (มาตรา 383) ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพราะกลฉ้อฉลหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นโมฆะ (มาตรา 373) ข้อสัญญาในสัญญาสำเร็จรูปที่ทำให้ผู้ร่างได้เปรียบเกินสมควรมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540) และผู้ให้บริการที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามักเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA มาตรา 40

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ข้อพิพาทเรื่องบริการรายเดือนส่วนใหญ่วนอยู่สามเรื่อง คืองานอยู่ในขอบเขตหรือไม่ ระดับบริการถึงเกณฑ์หรือไม่ และถ้าไม่ถึงต้องจ่ายเท่าไร ถ้าเขียนสามเรื่องนี้เป็นตัวเลขที่ชัด ส่วนอื่นของสัญญาจะป้องกันง่ายขึ้นมาก

ถ้างานของคุณเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะงาน ให้อ่านสัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์และซอร์สโค้ดควบคู่กัน บทความนี้เน้นงานบริการที่ทำต่อเนื่อง

1. MSA, SOW และ SLA ควรเชื่อมกันอย่างไร

เอกสารเนื้อหาแก้ไขบ่อยแค่ไหน
MSAความรับผิด ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลส่วนบุคคล วิธีชำระเงิน การเลิกสัญญา กฎหมายที่ใช้น้อยมาก
SOW / ใบสั่งบริการขอบเขต งานส่งมอบ ค่าบริการ วันเริ่ม ระยะเวลา ผู้ติดต่อทุกแพ็กเกจหรือทุกครั้งที่ต่ออายุ
SLAตัวชี้วัด เป้าหมาย วิธีวัด เครดิต ข้อยกเว้น รายงานปีละครั้งหรือเมื่อต่ออายุ

ควรเขียน ลำดับความสำคัญของเอกสาร ใน MSA เช่น SOW ก่อนสำหรับขอบเขตและราคา ต่อด้วย SLA สำหรับระดับบริการ แล้วจึง MSA ถ้าไม่เขียน เงื่อนไขในใบสั่งซื้อของลูกค้าหรือใบเสนอราคาเก่าอาจมาแข่งกับสัญญาของคุณ และควรระบุด้วยว่าเงื่อนไขมาตรฐานของลูกค้าไม่ใช้บังคับ

มาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ความหมายจ้างทำของว่าเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างตกลงทำการงานจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างให้สินจ้างตอบแทนเมื่อการที่ทำนั้นสำเร็จผล แพ็กเกจรายเดือนมักผสมงานที่วัดที่ผลสำเร็จ (รายงาน การแก้ไขที่ส่งมอบ) กับงานที่เป็นความพยายามต่อเนื่อง (เฝ้าระวังระบบ ชั่วโมงซัพพอร์ต) จึงควรระบุใน SOW ว่าส่วนไหนเป็นผลสำเร็จและส่วนไหนเป็นความพยายาม เพราะผลทางกฎหมายของ "ทำไม่เสร็จ" ไม่เหมือนกัน

2. กำหนดขอบเขตและจัดการคำขอเปลี่ยนแปลงอย่างไร

  • ระบุสิ่งที่ รวม และสิ่งที่ ไม่รวม อย่างชัด เช่น ความเสียหายของฮาร์ดแวร์ ระบบล่มของบุคคลที่สาม การอบรมผู้ใช้
  • ระบุปริมาณ เช่น ชั่วโมงซัพพอร์ต จำนวนตั๋ว จำนวนโพสต์หรือแคมเปญ จำนวนผู้ใช้ และบอกว่าเกินปริมาณแล้วคิดตามอัตราที่ตกลงหรือต้องทำคำขอเปลี่ยนแปลง
  • วางขั้นตอน คำขอเปลี่ยนแปลง (change request) คือขอเป็นหนังสือ ประเมินผลต่อขอบเขต ค่าบริการและเวลา และไม่นับว่าอยู่ในขอบเขตจนทั้งสองฝ่ายอนุมัติเป็นหนังสือ อนุมัติทางอีเมลได้ถ้าสัญญาเขียนรับรองไว้
  • ระบุหน้าที่ของลูกค้า เช่น การให้สิทธิเข้าถึงระบบ ข้อมูล และการตัดสินใจภายในจำนวนวันทำการที่กำหนด และระบุว่า เวลา SLA หยุดนับ ระหว่างรอลูกค้า

มาตรา 602 กำหนดว่าสินจ้างพึงใช้เมื่อรับมอบการที่ทำ ถ้ากำหนดส่งมอบเป็นส่วน ๆ พร้อมสินจ้างแต่ละส่วนก็ใช้เมื่อรับมอบส่วนนั้น สำหรับแพ็กเกจรายเดือน ควรเขียนวันออกใบแจ้งหนี้และระยะเวลาชำระไว้เองในสัญญา

3. เขียนระดับบริการและเครดิตอย่างไร

เลือกตัวชี้วัดไม่กี่ตัวที่นับได้จริง และระบุว่าใครเป็นผู้วัดและวัดอย่างไร

ตัวชี้วัดตัวอย่างข้อความจุดที่มักพลาด
ความพร้อมใช้งาน99.5% ต่อเดือนปฏิทิน ไม่รวมการบำรุงรักษาที่แจ้งล่วงหน้าไม่นิยามการบำรุงรักษาที่แจ้งล่วงหน้า
เวลาตอบรับตอบรับครั้งแรกภายใน 4 ชั่วโมงทำการสำหรับระดับความรุนแรง 1ไม่ระบุว่า "ชั่วโมงทำการ" คือกี่โมงและเขตเวลาใด
เวลาแก้ไขเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่คำรับประกัน สำหรับระดับ 2 และ 3สัญญาเวลาแก้ไขที่ตนควบคุมไม่ได้
รายงานส่งรายงานภายในวันที่ 5 ของเดือนไม่มีผลเมื่อส่งช้า

หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) มาตรา 379 ถึง 383 ว่าด้วยเบี้ยปรับ เจ้าหนี้เรียกเบี้ยปรับแทนการชำระหนี้ได้ (มาตรา 380) และถ้าเบี้ยปรับตกลงไว้สำหรับการชำระหนี้บกพร่องหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหนี้เรียกทั้งการชำระหนี้และเบี้ยปรับได้ (มาตรา 381) แต่ถ้าเจ้าหนี้รับชำระหนี้ที่ล่าช้าแล้ว จะเรียกเบี้ยปรับได้ก็ต่อเมื่อได้บอกสงวนสิทธิไว้ในขณะรับ ตามมาตรา 383 ถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยพิเคราะห์ถึงทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะทรัพย์สินที่เป็นเงิน และเมื่อชำระเบี้ยปรับไปแล้วก็ขอให้ลดไม่ได้

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา เครดิตบริการปลอดภัยที่สุดเมื่อดูเป็นการปรับราคาเพราะได้บริการต่ำลง ไม่ใช่การลงโทษ กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าบริการส่วนที่กระทบ ตั้งเพดานเครดิตรวมต่อเดือน และระบุว่าเครดิตเป็น การเยียวยาเพียงอย่างเดียว สำหรับความบกพร่องประเภทนั้นหรือไม่ เพิ่มสิทธิเลิกสัญญาเมื่อพลาดซ้ำ (เช่น พลาดเกณฑ์เดียวกัน 3 เดือนจาก 6 เดือน) ศาลยังตรวจสอบตัวเลขได้ จึงไม่ควรวางแผนธุรกิจโดยหวังว่าเครดิตก้อนใหญ่จะบังคับได้เต็มจำนวน

ตัวอย่างสมมติ แพ็กเกจซัพพอร์ตเดือนละ 100,000 บาท SLA ให้เครดิต 5% ทุก 0.5% ที่ความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเป้า สูงสุดไม่เกิน 20% ของค่าบริการเดือนนั้น เครดิตแบบนี้อธิบายง่ายว่าเป็นการลดราคา และไม่น่าจะดูสูงเกินส่วน ส่วนข้อที่ให้ปรับเท่ากับ 100% ของค่าบริการเมื่อระบบล่มครั้งใดก็ตาม เสี่ยงถูกโต้แย้ง

4. ค่าบริการ การปรับราคา และการชำระล่าช้า

  • ระบุว่าค่าบริการ ไม่รวม VAT และใครรับภาระค่าธรรมเนียมธนาคาร
  • ให้ปรับราคาได้เฉพาะเมื่อแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าตามจำนวนวันก่อนวันต่ออายุ และให้ลูกค้ามีสิทธิไม่ต่อแทนการยอมรับราคาใหม่ ข้อที่ให้ผู้ให้บริการขึ้นราคาเมื่อใดก็ได้เป็นข้อสัญญาประเภทที่อาจถูกลดผลบังคับหากอยู่ในสัญญาสำเร็จรูป (ดูหัวข้อ 5)
  • เรื่องชำระล่าช้า ให้ระบุอัตราดอกเบี้ยและสิทธิระงับบริการหลังบอกกล่าวเป็นหนังสือ ถ้าสัญญาไม่เขียน จะใช้อัตราตามกฎหมาย โปรดให้เราตรวจอัตราปัจจุบันก่อนอ้างตัวเลข
  • เรื่องการตรวจรับ ให้เขียนว่าอะไรถือว่ารับมอบแล้ว (เช่น เซ็นแบบฟอร์ม หรือเงียบเกิน 7 วัน) และใครมีอำนาจรับ มาตรา 598 กำหนดว่าถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบงานที่ชำรุดบกพร่องแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ความชำรุดนั้นเป็นเช่นไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบ หรือผู้รับจ้างปิดบังความนั้น และมาตรา 600 ถ้าสัญญาไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างรับผิดเฉพาะความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งมอบ (ห้าปีสำหรับสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน ซึ่งไม่เกี่ยวกับงานบริการทั่วไป) ผู้ให้บริการจำนวนมากจึงเขียนระยะเวลานี้ใหม่ใน SLA
  • มาตรา 599 ให้ผู้ว่าจ้างยึดหน่วงสินจ้างได้เมื่อส่งมอบล่าช้าหรือชำรุดบกพร่อง เว้นแต่ผู้รับจ้างให้ประกันตามสมควร ผู้ให้บริการควรกำหนดขั้นตอนโต้แย้งใบแจ้งหนี้ให้ชัด เพื่อไม่ให้ลูกค้าอ้างข้อโต้แย้งไม่จ่ายทั้งก้อน

5. จำกัดหรือยกเว้นความรับผิดได้แค่ไหน

หลักกฎหมาย (มาตรา 373) ข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นความรับผิดของลูกหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ใช้กลฉ้อฉลหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นโมฆะ มาตรานี้ไม่ได้ใช้คำว่า "จงใจ" ในทางปฏิบัติเราจึงมักเขียนข้อยกเว้นให้ครอบคลุมการผิดสัญญาโดยเจตนาและการกระทำโดยมิชอบด้วย เพื่อตัดข้อถกเถียง

หลักกฎหมาย (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540) มาตรา 4 ใช้กับสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ สัญญาสำเร็จรูป (สัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งกำหนดข้อสาระสำคัญไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในกิจการของตน) และสัญญาขายฝาก ข้อตกลงที่ทำให้ผู้ร่างได้เปรียบเกินสมควรมีผลเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี และถ้าสงสัยให้ตีความให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่ไม่ได้ร่าง ตัวอย่างที่กฎหมายยกไว้รวมข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อตกลงให้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และข้อตกลงให้อีกฝ่ายรับภาระเพิ่มขึ้นกว่าตอนทำสัญญา มาตรา 10 ให้พิจารณาความสุจริต อำนาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ความรู้ความเข้าใจ ความคาดหมาย แนวทางที่เคยปฏิบัติ และทางเลือกอื่นของคู่สัญญา มาตรา 8 ห้ามอ้างข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่นอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ และข้อตกลงล่วงหน้าในกรณีอื่นที่ไม่เป็นโมฆะมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ถ้อยคำของมาตรา 8 ไม่ได้จำกัดเฉพาะสัญญาสำเร็จรูป เราจึงไม่ถือว่าเพดานที่เจรจากันจริงจะอยู่นอกกฎหมายนี้โดยอัตโนมัติ

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ถ้า MSA ของคุณเป็นแม่แบบที่ยื่นให้ลูกค้าโดยไม่เปิดให้ต่อรอง ให้ถือว่าเป็นสัญญาสำเร็จรูป และร่างเพดานให้อธิบายเหตุผลได้ โครงสร้างที่ใช้บ่อย

  1. เพดานรวมต่อปีสัญญา มักผูกกับค่าบริการที่ได้รับในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า
  2. ข้อยกเว้นที่อยู่นอกเพดาน คือกลฉ้อฉล ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การกระทำโดยเจตนา การผิดความลับหรือการชดใช้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหากตกลงกัน และความรับผิดที่กฎหมายไม่ให้จำกัด
  3. ยกเว้นความเสียหายทางอ้อมและความเสียหายต่อเนื่องด้วยถ้อยคำที่ชัด
  4. ใช้เพดานแบบสองฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะฝั่งผู้ให้บริการ

เพดานที่เจรจากันจริงป้องกันได้ง่ายกว่าข้อสัญญาในแม่แบบ จึงควรเก็บบันทึกการต่อรอง (ฉบับแก้ไขและอีเมล) ไว้กับสัญญา

6. ต้องมีข้อกำหนดคุ้มครองข้อมูลอะไรบ้าง

หลักกฎหมาย (PDPA มาตรา 40) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม แจ้งผู้ควบคุมข้อมูลเมื่อเกิดเหตุละเมิด และจัดทำบันทึกรายการประมวลผล โดยผู้ประมวลผลที่เป็นองค์กรขนาดเล็กอาจได้รับยกเว้นหน้าที่บันทึกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เว้นแต่การประมวลผลมีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้ทำเป็นครั้งคราว หรือเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว ผู้ประมวลผลที่ทำนอกเหนือคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการประมวลผลนั้น และผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผล

หลักกฎหมาย (PDPA มาตรา 37(4)) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า และเท่าที่ทำได้ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่การละเมิดไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคล

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ควรมีภาคผนวกการประมวลผลข้อมูลที่ครอบคลุม วัตถุประสงค์และคำสั่ง ประเภทข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย ผู้ประมวลผลช่วง การลบหรือส่งคืนเมื่อสัญญาสิ้นสุด การช่วยตอบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล และ การแจ้งเหตุละเมิดแก่ลูกค้าภายในเวลาสั้นที่กำหนดแน่นอน (นับเป็นชั่วโมง ไม่ใช่วัน) เพื่อให้ลูกค้ายังทัน 72 ชั่วโมงของตน และตรวจด้วยว่าคุณเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองในข้อมูลบางประเภทหรือไม่ เช่น ข้อมูลพนักงานหรือรายชื่อลูกค้าเป้าหมายของคุณเอง ดูเช็กลิสต์ PDPA

7. ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลและเครื่องมือของลูกค้า

  • ระบุว่า วัสดุที่มีอยู่ก่อน (เครื่องมือ แม่แบบ ความรู้ของคุณ) ยังเป็นของคุณ และให้สิทธิลูกค้าใช้งานส่งมอบ
  • ระบุว่าใครเป็นเจ้าของ งานที่สร้างเฉพาะ และกรรมสิทธิ์โอนเมื่อใด (เมื่อชำระเงินครบเป็นแนวทางที่พบบ่อย) งานอันมีลิขสิทธิ์ที่สร้างให้ลูกค้าไม่ควรพึ่งหลักเริ่มต้น การเขียนสัญญาโอนไว้ชัดป้องกันข้อพิพาท บทความเรื่องสัญญาซอฟต์แวร์ข้างต้นอธิบายประเด็นนี้
  • ระบุว่า ข้อมูลและบัญชี ของลูกค้ายังเป็นของลูกค้า และคุณใช้ได้เพื่อให้บริการเท่านั้น
  • ครอบคลุมส่วนประกอบของบุคคลที่สามและโอเพนซอร์ส และบอกว่าใครถือใบอนุญาต

8. การเลิกสัญญาและการส่งมอบงานต่อ

  • ระยะเวลาและการต่ออายุ แบบมีกำหนดและต่ออัตโนมัติ หรือรายเดือนต่อเนื่อง ระบุระยะเวลาบอกกล่าว (เช่น 30 หรือ 60 วัน) และวิธีส่งหนังสือ
  • เลิกสัญญาเพราะผิดสัญญา ผิดอย่างร้ายแรงและไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ล้มละลาย หรือไม่ถึงเกณฑ์ SLA ซ้ำ
  • เลิกโดยไม่ต้องมีเหตุ ถ้าให้ทำได้ ระบุระยะเวลาบอกกล่าวและค่าธรรมเนียมเลิกก่อนกำหนด และทำให้ใช้ได้ทั้งสองฝ่ายหากต้องการให้ข้อนี้ดูสมดุล
  • ช่วยส่งมอบงานต่อ กำหนดช่วงเวลาหลังสัญญาสิ้นสุด การส่งมอบเอกสารและรหัสผ่าน การส่งคืนหรือลบข้อมูลพร้อมหนังสือยืนยัน และอัตราค่าช่วยเหลือเพิ่มเติม
  • ข้อที่ยังมีผลหลังสัญญาสิ้นสุด ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา ค่าบริการค้างชำระ ความรับผิด กฎหมายที่ใช้
  • ค่าบริการที่ถึงกำหนดและเครดิตที่ค้างให้ชำระหรือหักกลบถึงวันสิ้นสุดสัญญา

9. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากค่าบริการ

หลักกฎหมาย (กรมสรรพากร) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ว่าด้วยค่าบริการ บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่จ่ายค่าบริการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ประกอบกิจการในประเทศไทยหรือบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ 3 โดยหักเมื่อจำนวนเงินที่จ่ายตามสัญญาหนึ่งฉบับรวมแล้วตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่ายเงินได้ หน้าเว็บเดียวกันบันทึกด้วยว่าเคยมีการลดอัตราชั่วคราวในบางช่วงเวลา จึงต้องตรวจอัตราปัจจุบันก่อนระบุตัวเลขในสัญญา

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา สัญญาควรเขียนว่า (ก) ค่าบริการไม่รวม VAT (ข) ลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดและจ่ายส่วนที่เหลือ (ค) ลูกค้าส่งหนังสือรับรองการหักภาษีภายในวันที่กำหนด และ (ง) ผู้ให้บริการไม่ต้องรับภาระภาษีหากลูกค้าไม่นำส่ง ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทต่างประเทศ การวิเคราะห์จะต่างออกไป ให้อ่านการจ่ายค่าบริการให้ต่างประเทศ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อน

10. เช็กลิสต์ก่อนลงนาม

  1. MSA, SOW และ SLA แยกเป็นเอกสาร และมีลำดับความสำคัญเขียนไว้
  2. ขอบเขตระบุสิ่งที่รวม สิ่งที่ไม่รวม และปริมาณ และมีขั้นตอนคำขอเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือ
  3. ตัวชี้วัด SLA นับได้ มีแหล่งวัดที่ระบุชื่อ และมีข้อยกเว้นที่ตกลงกัน
  4. เครดิตบริการพอเหมาะ มีเพดาน และระบุว่าเป็นการเยียวยาเพียงอย่างเดียวหรือไม่
  5. มีสิทธิเลิกสัญญาเมื่อพลาด SLA ซ้ำ
  6. ระบุค่าบริการ การปรับราคา ระยะเวลาชำระ ดอกเบี้ยชำระล่าช้า และสิทธิระงับบริการ
  7. เพดานความรับผิดเป็นแบบสองฝ่าย อธิบายเหตุผลได้ และยกเว้นสิ่งที่กฎหมายไม่ให้ยกเว้น
  8. มีภาคผนวกการประมวลผลข้อมูล พร้อมเวลาแจ้งเหตุละเมิดที่แน่นอน
  9. จัดสรรทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลลูกค้า และส่วนประกอบของบุคคลที่สามแล้ว
  10. เขียนการบอกกล่าว การเลิก การช่วยส่งมอบงานต่อ และข้อที่ยังมีผลต่อเนื่องแล้ว
  11. ข้อความเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ตรงกับการออกเอกสารจริง
  12. ผู้ลงนามมีอำนาจ และเก็บฉบับที่ลงนามไว้ ดูการลงนามสัญญาบริษัทด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

อ่านเพิ่มเติม

สัญญาบริการรายเดือนจะป้องกันได้จริงเมื่อขอบเขต ระดับบริการ และต้นทุนของการทำไม่ถึงเกณฑ์ ถูกเขียนเป็นข้อกำหนดที่ชัดและนับได้ ภายใน MSA, SOW และ SLA ที่สอดคล้องกัน

เราร่างและตรวจ MSA, SOW และ SLA ให้บริษัทไอที เอเจนซี่ และผู้ให้บริการระหว่างธุรกิจ และดูแลต่อเนื่องแบบที่ปรึกษากฎหมายประจำได้ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 092-254-2045 หรือส่งรายละเอียดให้เรา ดูบริการจัดทำสัญญาและเอกสารและที่ปรึกษากฎหมายประจำ


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

MSA, SOW และ SLA ต่างกันอย่างไร+

MSA (สัญญาบริการหลัก) เก็บข้อตกลงที่ใช้ตลอดความสัมพันธ์ เช่น ความรับผิด ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลส่วนบุคคล และการเลิกสัญญา ส่วน SOW หรือใบสั่งบริการระบุงานหรือแพ็กเกจรายเดือนแต่ละชุด ได้แก่ ขอบเขต ค่าบริการ วันเริ่ม และระยะเวลา และ SLA กำหนดระดับการให้บริการที่วัดได้พร้อมผลเมื่อทำไม่ถึงเกณฑ์ กฎหมายไทยไม่มีบทบัญญัติเฉพาะสำหรับเอกสารเหล่านี้ จึงใช้บังคับเหมือนสัญญาทั่วไป ควรเขียนลำดับความสำคัญของเอกสารไว้ใน MSA

เครดิตบริการใน SLA ถูกศาลลดเหมือนเบี้ยปรับได้หรือไม่+

ได้ มาตรา 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ โดยพิเคราะห์ถึงทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะที่เป็นเงิน เครดิตแต่ละข้อจะถือเป็นเบี้ยปรับหรือการปรับราคาขึ้นกับข้อเท็จจริง จึงควรกำหนดให้พอเหมาะกับมูลค่าบริการที่บกพร่องจริง และระบุชัดว่าเครดิตเป็นการเยียวยาเพียงอย่างเดียวสำหรับความบกพร่องนั้นหรือไม่

จำกัดความรับผิดไว้ไม่เกินค่าบริการ 1 เดือนได้หรือไม่+

ตกลงเพดานความรับผิดระหว่างธุรกิจได้ในทางปฏิบัติ แต่มีขีดจำกัด มาตรา 373 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทำให้ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพราะกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกหนี้เป็นโมฆะ และถ้าเป็นสัญญาสำเร็จรูปที่ฝ่ายผู้ให้บริการเป็นผู้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 อาจให้ข้อจำกัดความรับผิดมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม จึงควรเขียนเพดานพร้อมข้อยกเว้นและเตรียมเหตุผลของตัวเลขไว้

บริษัทไทยต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการรายเดือนหรือไม่+

ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ผู้จ่ายค่าบริการที่เป็นบริษัทหรือนิติบุคคลต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยปกติอัตราร้อยละ 3 เมื่อจำนวนเงินตามสัญญาหนึ่งฉบับตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่าย ควรเขียนในสัญญาว่าค่าบริการจ่ายสุทธิหลังหักภาษี และผู้ให้บริการได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ทั้งนี้ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนระบุตัวเลขในสัญญา

บริษัทไอทีหรือเอเจนซี่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA หรือไม่+

ถ้าคุณใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามคำสั่งของลูกค้าเท่านั้น โดยทั่วไปคุณเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล รักษาความมั่นคงปลอดภัย แจ้งเหตุละเมิดแก่ผู้ควบคุมข้อมูล และจัดทำบันทึกรายการประมวลผล ส่วนผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผล ลูกค้าจึงมักขอข้อกำหนดการประมวลผลข้อมูลในสัญญา

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา