ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

แขกบาดเจ็บหรือทรัพย์สินหายในโรงแรม เจ้าของต้องรับผิดแค่ไหน

คู่มือสำหรับเจ้าของโรงแรม รีสอร์ต และวิลล่าให้เช่า ว่าเมื่อแขกลื่นล้มข้างสระ ตกบันได หรือของหายในห้องพัก ความรับผิดเกิดจากอะไร ป้ายเตือนและใบสละสิทธิ์ช่วยได้แค่ไหน เพดาน 5,000 บาทสำหรับของมีค่าใช้เมื่อไร ต้องทำอะไรใน 24 ชั่วโมงแรก และรับมืออย่างไรเมื่อทนายหรือบริษัทประกันของแขกต่างชาติส่งหนังสือมา

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ8 ตุลาคม 256910 นาที
แขกบาดเจ็บหรือทรัพย์สินหายในโรงแรม เจ้าของต้องรับผิดแค่ไหน

ความรับผิดของโรงแรมมีสองเรื่องที่ใช้กฎต่างกัน

เจ้าของที่พักมักรวมทุกเหตุการณ์ไว้ในคำว่า "แขกเรียกร้อง" แต่ในทางกฎหมายมีสองเรื่องที่แยกจากกันชัดเจน

  • แขกบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ใช้หลักความรับผิดทั่วไป คือโรงแรมรับผิดเมื่อมีความประมาท ทั้งของโรงแรมเอง ของพนักงาน และจากอาคารหรืออุปกรณ์ที่ดูแลไม่ดี
  • ทรัพย์สินของแขกหายหรือเสียหาย มีกฎเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรม ซึ่งเข้มกว่าหลักทั่วไป โรงแรมรับผิดแม้ไม่ได้ประมาท แต่มีเพดานสำหรับของมีค่าและมีกำหนดเวลาที่แขกต้องปฏิบัติ

แยกสองเรื่องนี้ให้ออกก่อน แล้วระบบป้องกัน การเก็บหลักฐาน และประกันภัยจะวางได้ตรงจุด

1. แขกบาดเจ็บ: โรงแรมรับผิดเมื่อมีความประมาท

โรงแรมมีหน้าที่ดูแลให้พื้นที่ที่ตนควบคุมปลอดภัยตามสมควรสำหรับแขก จุดที่เกิดเหตุบ่อยคือ

  • สระว่ายน้ำและสไลเดอร์ พื้นรอบสระลื่น ไม่มีป้ายบอกความลึก ไม่มีรั้วกันเด็ก ไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต
  • บันได ระเบียง และราวกันตก ราวต่ำหรือหลวม ขั้นบันไดไม่เท่ากัน แสงสว่างไม่พอ
  • ห้องน้ำและพื้นเปียก โดยเฉพาะห้องน้ำแบบเปิดและพื้นหินขัดมัน
  • ประตูกระจก ที่ไม่มีสติกเกอร์หรือแถบให้มองเห็น
  • ไฟฟ้า เครื่องทำน้ำอุ่น และฟิตเนส อุปกรณ์ชำรุดที่ไม่ได้ตรวจตามรอบ

ความรับผิดอาจมาได้หลายทาง

  • ความประมาทของโรงแรมเอง เช่น รู้ว่าพื้นลื่นแต่ไม่วางป้ายหรือไม่เช็ด
  • ความประมาทของพนักงาน ที่กระทำในทางการที่จ้าง โรงแรมในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดด้วย
  • ความชำรุดบกพร่องของอาคาร หรือการบำรุงรักษาไม่เพียงพอ ผู้ครอบครองและเจ้าของอาคารต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ถ้าแขกมีส่วนผิดเอง เช่น เมาแล้วปีนราวระเบียง หรือกระโดดลงส่วนน้ำตื้นทั้งที่มีป้ายห้าม ศาลจะพิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากฝ่ายใดมากน้อยเพียงไร ค่าเสียหายอาจลดลง หรือโรงแรมอาจไม่ต้องรับผิดเลย

เหตุร้ายแรงยังอาจมีประเด็นทางอาญาเรื่องกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย ซึ่งตำรวจอาจสอบสวนผู้จัดการหรือพนักงานที่รับผิดชอบจุดนั้น

2. ป้ายเตือนและใบสละสิทธิ์ช่วยได้แค่ไหน

ป้ายเตือน เป็นหลักฐานว่าโรงแรมแจ้งความเสี่ยงแล้ว และช่วยมากในประเด็นว่าแขกมีส่วนผิดหรือไม่ แต่ป้ายไม่ได้แทนการแก้ความเสี่ยง ถ้าราวระเบียงหลวม การติดป้ายว่า "ห้ามพิง" ไม่ทำให้โรงแรมพ้นความรับผิด

ใบสละสิทธิ์และเงื่อนไขการเข้าพัก มีข้อจำกัดสำคัญ ข้อตกลงหรือประกาศที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ที่เกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของโรงแรมหรือคนที่โรงแรมต้องรับผิดแทน ยกขึ้นอ้างไม่ได้ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

ใบสละสิทธิ์จึงยังมีประโยชน์ในแง่

  • บันทึกว่าแขกรับทราบกติกาและความเสี่ยงของกิจกรรม เช่น พายเรือคายัค ดำน้ำตื้น ขี่จักรยาน
  • ยืนยันข้อมูลสุขภาพหรือข้อจำกัดที่แขกแจ้งไว้
  • ใช้เป็นหลักฐานเมื่อโต้แย้งว่าแขกฝ่าฝืนกติกาเอง

แต่อย่าคาดหวังว่าลายเซ็นของแขกจะปิดความรับผิดจากความประมาทของโรงแรมได้

3. ทรัพย์สินของแขกหาย: กฎเฉพาะของเจ้าสำนักโรงแรม

กฎหมายแพ่งมีหมวดเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรม หอพัก และสถานที่ทำนองเดียวกัน หลักสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้คือ

  • โรงแรมรับผิดแม้ของหายเพราะคนอื่น รวมถึงคนที่เดินเข้าออกโรงแรม ไม่ต้องพิสูจน์ว่าโรงแรมประมาท
  • เพดาน 5,000 บาทสำหรับของมีค่า ได้แก่ เงินทอง ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น อัญมณี และของมีค่าอื่น โรงแรมรับผิดไม่เกิน 5,000 บาท เว้นแต่แขกได้ฝากไว้กับโรงแรมและบอกราคาไว้ชัดแจ้ง (เอกสารเก่าบางแห่งยังเขียนว่า 500 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขก่อนแก้ไข)
  • ทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของมีค่า เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา ไม่อยู่ใต้เพดานนี้ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของมีค่า โรงแรมจึงอาจรับผิดเต็มมูลค่ารถที่หายจากที่จอดของโรงแรม
  • ข้อยกเว้น โรงแรมไม่ต้องรับผิดถ้าความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัย จากสภาพของทรัพย์สินเอง หรือจากความผิดของแขก ผู้ติดตาม หรือคนที่แขกพามา
  • แขกต้องแจ้งทันที สำหรับทรัพย์สินที่ไม่ได้ฝากไว้พร้อมบอกราคา ถ้าแขกพบว่าของหายแล้วไม่แจ้งโรงแรมทันที โรงแรมหลุดพ้นความรับผิด และศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการแจ้งผู้จัดการโรงแรมถือเป็นการแจ้งแล้ว
  • ป้ายปฏิเสธความรับผิดเป็นโมฆะ ประกาศที่ติดไว้เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเรื่องทรัพย์สินของแขก ไม่มีผล เว้นแต่แขกตกลงด้วยโดยชัดแจ้ง
  • อายุความหกเดือน การฟ้องเรื่องของหายหรือบุบสลายต้องทำภายในหกเดือนนับแต่วันที่แขกออกจากโรงแรม

สิ่งที่ควรทำจากกฎเหล่านี้คือ เปิดบริการรับฝากของมีค่าที่เคาน์เตอร์ พร้อมใบรับฝากที่ให้แขกระบุรายการและราคา ติดป้ายแจ้งว่ามีบริการนี้ และฝึกพนักงานต้อนรับให้บันทึกการแจ้งของหายทันทีพร้อมเวลา

4. 24 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ

สิ่งที่ทำในวันแรกมักตัดสินผลของข้อพิพาทที่ตามมาอีกหลายเดือน

  1. ดูแลผู้บาดเจ็บก่อน ปฐมพยาบาล เรียกรถพยาบาล และบันทึกเวลาที่ทำแต่ละขั้น
  2. ถ่ายภาพที่เกิดเหตุก่อนเก็บกวาด สภาพพื้น ป้ายเตือน แสงสว่าง ราว อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  3. ดึงภาพกล้องวงจรปิดออกมาเก็บทันที ระบบส่วนใหญ่บันทึกทับภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ ให้เก็บช่วงก่อนและหลังเหตุพอสมควร ไม่ใช่เฉพาะวินาทีที่เกิดเหตุ
  4. ทำบันทึกเหตุการณ์ ใครเห็น ใครช่วย แขกพูดอะไร เมาหรือไม่ อยู่กับใคร ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเขียนด้วยตนเองในวันเดียวกัน
  5. รวบรวมบันทึกการดูแลรักษา ตารางเช็ดพื้น ตารางตรวจสระ ใบแจ้งซ่อม ใบรับรองระบบไฟฟ้า
  6. แจ้งบริษัทประกัน ตามระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด
  7. อย่ารับผิดหรือสัญญาจ่ายเงินเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนคุยกับบริษัทประกัน กรมธรรม์ความรับผิดส่วนใหญ่ห้ามผู้เอาประกันยอมรับผิดหรือตกลงจ่ายเองโดยไม่ได้รับความยินยอม การแสดงความเห็นใจและช่วยเหลือแขกทำได้และควรทำ แต่แยกจากการยอมรับผิด
  8. แจ้งตำรวจ ถ้าบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิต หรือเป็นคดีลักทรัพย์ที่แขกต้องใช้บันทึกประจำวันไปเคลมประกันของตนเอง

ภาพกล้องวงจรปิดและข้อมูลแขกเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การส่งให้ทนายหรือบริษัทประกันของอีกฝ่ายควรทำผ่านช่องทางและเหตุผลที่ถูกต้อง ดูเพิ่มที่ ทะเบียนผู้พัก ตม.30 กล้องวงจรปิด และ PDPA สำหรับโรงแรม

5. เมื่อทนายหรือบริษัทประกันของแขกต่างชาติติดต่อมา

แขกต่างชาติส่วนใหญ่มีประกันการเดินทาง บริษัทประกันจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้ว รับช่วงสิทธิ มาเรียกคืนจากโรงแรม หนังสือมักมาเป็นภาษาอังกฤษหลังเกิดเหตุหลายเดือน และอ้างค่าใช้จ่ายตามอัตราของประเทศแขก เช่น ค่าเคลื่อนย้ายทางอากาศ ค่ารักษาต่อเนื่อง และค่าขาดรายได้

สิ่งที่ควรทำ

  • อย่าเพิกเฉย เพราะคิดว่าแขกกลับประเทศไปแล้ว คดีฟ้องในศาลไทยได้ และแขกในฐานะผู้ใช้บริการอาจฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะ เช่น การดูแลรักษาสระหรืออาคาร ภาระพิสูจน์ตกอยู่กับโรงแรม
  • ส่งต่อบริษัทประกันของโรงแรมทันที และให้ประกันหรือทนายเป็นผู้ตอบ
  • ขอเอกสารประกอบ เช่น รายงานแพทย์ ใบเสร็จ และหนังสือรับช่วงสิทธิ ก่อนเจรจาตัวเลข
  • ถ้าตกลงกันได้ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนังสือ ระบุว่าเป็นการชำระครั้งเดียวจบ ครอบคลุมทั้งแขกและผู้รับช่วงสิทธิ และใช้ภาษาที่ทุกฝ่ายเข้าใจ

6. ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (public liability) เป็นเครื่องมือหลักที่ทำให้เหตุร้ายครั้งเดียวไม่กลายเป็นภาระที่ธุรกิจรับไม่ไหว เวลาอ่านกรมธรรม์ให้ดู

  • วงเงินต่อครั้งและต่อปี เพียงพอกับค่ารักษาและค่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของแขกต่างชาติหรือไม่
  • แขกผู้เข้าพักอยู่ในความคุ้มครอง และครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่แขกใช้ รวมสระ ฟิตเนส ชายหาดหน้าโรงแรม
  • ข้อยกเว้น เช่น กิจกรรมทางน้ำ การให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งานของผู้รับเหมา
  • ความคุ้มครองทรัพย์สินของแขก ซึ่งมักต้องซื้อเพิ่มแยกจากความรับผิดต่อการบาดเจ็บ
  • ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี รวมอยู่ในวงเงินหรือแยกต่างหาก
  • ชื่อผู้เอาประกันตรงกับผู้ประกอบการ ถ้าโรงแรมดำเนินการในนามบริษัท แต่กรมธรรม์อยู่ในชื่อเจ้าของที่ดิน อาจเกิดปัญหาตอนเคลม

ถ้ากิจกรรมบางอย่างให้ผู้ประกอบการภายนอกทำ เช่น สปา ทัวร์ หรือกีฬาทางน้ำ ให้ตรวจว่าผู้ประกอบการนั้นมีประกันของตนเอง และสัญญาระบุว่าใครรับผิดเมื่อแขกบาดเจ็บ ดูเพิ่มที่ เคลมประกันถูกปฏิเสธ ทำอย่างไร

7. วิลล่าและบ้านพักให้เช่าก็มีความเสี่ยงแบบเดียวกัน

ความรับผิดจากความประมาท ไม่ขึ้นกับขนาดหรือใบอนุญาต เจ้าของพูลวิลล่าไม่กี่หลังที่ให้เช่ารายวันมีความเสี่ยงเรื่องแขกจมน้ำหรือตกระเบียงไม่ต่างจากโรงแรม และมักไม่มีพนักงานอยู่ประจำ จึงยิ่งต้องพึ่งการออกแบบและป้าย

  • รั้วหรือประตูกั้นสระสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก
  • ป้ายบอกความลึกและกติกาการใช้สระเป็นภาษาอังกฤษและภาษาของกลุ่มแขกหลัก
  • เบอร์ฉุกเฉินและที่ตั้งโรงพยาบาลใกล้ที่สุดในห้อง
  • ประกันภัยที่ครอบคลุมการให้เช่าเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ประกันบ้านอยู่อาศัยทั่วไป

ถ้าที่พักยังไม่ได้ขอใบอนุญาตหรือแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด เหตุที่แขกบาดเจ็บจะเปิดประเด็นนั้นขึ้นมาด้วย อ่านลำดับใบอนุญาตที่ จะเปิดโรงแรมหรือที่พัก ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง

รายการตรวจสอบสำหรับเจ้าของที่พัก

  1. เดินตรวจจุดเสี่ยงทุกไตรมาส สระ ระเบียง บันได ห้องน้ำ ประตูกระจก และเก็บบันทึกการตรวจ
  2. มีตารางดูแลพื้นเปียกและสระที่พนักงานลงชื่อจริง
  3. ป้ายบอกความลึก กติกาสระ และทางหนีไฟ อ่านเข้าใจได้สำหรับแขกต่างชาติ
  4. ตั้งค่ากล้องวงจรปิดให้เก็บภาพนานพอ และมีคนที่ดึงภาพออกมาเก็บได้ทันที
  5. มีแบบฟอร์มบันทึกเหตุการณ์และขั้นตอนแจ้งประกันที่พนักงานกะดึกใช้ได้
  6. เปิดบริการรับฝากของมีค่าพร้อมใบรับฝากระบุราคา และติดป้ายแจ้งบริการ
  7. ทบทวนเงื่อนไขการเข้าพักและใบสละสิทธิ์ไม่ให้มีข้อยกเว้นความรับผิดที่ใช้ไม่ได้
  8. ตรวจวงเงิน ข้อยกเว้น และชื่อผู้เอาประกันในกรมธรรม์ความรับผิด
  9. ตรวจสัญญาและประกันของผู้ให้บริการภายนอกที่ทำกิจกรรมให้แขก

อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อย

แขกลื่นล้มข้างสระว่ายน้ำ โรงแรมต้องรับผิดทุกกรณีไหม+

ไม่ทุกกรณี ความรับผิดต่อการบาดเจ็บขึ้นกับว่าโรงแรมประมาทเลินเล่อหรือไม่ เช่น พื้นลื่นโดยไม่มีการดูแล อุปกรณ์ชำรุดที่รู้แล้วไม่ซ่อม หรือไม่มีป้ายบอกความลึก ถ้าแขกมีส่วนผิดเอง เช่น วิ่งข้างสระหรือกระโดดในส่วนน้ำตื้นทั้งที่มีป้ายห้าม ค่าเสียหายอาจลดลงตามส่วน หรือโรงแรมอาจไม่ต้องรับผิดเลย ข้อเท็จจริงและหลักฐานในวันเกิดเหตุจึงสำคัญมาก

ให้แขกเซ็นใบสละสิทธิ์ก่อนใช้สระหรือกิจกรรม ช่วยให้โรงแรมไม่ต้องรับผิดได้ไหม+

ช่วยได้จำกัด ข้อตกลงหรือประกาศที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ซึ่งเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของโรงแรมหรือพนักงาน ยกขึ้นอ้างไม่ได้ตามกฎหมายว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เอกสารนี้ยังมีประโยชน์ในการพิสูจน์ว่าโรงแรมแจ้งความเสี่ยงและกติกาให้แขกทราบแล้ว แต่ไม่ใช่เกราะกันความประมาทของโรงแรมเอง

ของมีค่าของแขกหายในห้อง โรงแรมต้องชดใช้เท่าไร+

สำหรับเงินทอง ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น อัญมณี และของมีค่าอื่น กฎหมายจำกัดความรับผิดของโรงแรมไว้ไม่เกิน 5,000 บาท เว้นแต่แขกได้ฝากของไว้กับโรงแรมและบอกราคาไว้ชัดแจ้ง ถ้าฝากพร้อมบอกราคาแล้ว โรงแรมรับผิดตามราคาที่แจ้ง ส่วนทรัพย์สินทั่วไปที่ไม่ใช่ของมีค่า ไม่อยู่ใต้เพดานนี้ และศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของมีค่าตามความหมายนี้

ติดป้ายว่าโรงแรมไม่รับผิดชอบของหายทุกกรณี ใช้ได้ไหม+

โดยทั่วไปใช้ไม่ได้ ประกาศที่โรงแรมติดไว้เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเรื่องทรัพย์สินของแขก เป็นโมฆะ เว้นแต่แขกได้ตกลงด้วยโดยชัดแจ้ง ป้ายที่ควรติดคือป้ายแจ้งว่ามีบริการรับฝากของมีค่าและวิธีฝาก ซึ่งช่วยให้แขกใช้บริการและช่วยโรงแรมเมื่อเกิดข้อพิพาท

แขกต้องแจ้งของหายภายในเวลาเท่าไร และฟ้องได้ภายในกี่เดือน+

ทรัพย์สินที่ไม่ได้ฝากไว้กับโรงแรมพร้อมบอกราคา แขกต้องแจ้งโรงแรมทันทีที่รู้ว่าหายหรือเสียหาย มิฉะนั้นโรงแรมหลุดพ้นความรับผิด และการฟ้องเรียกค่าเสียหายเรื่องของหายหรือบุบสลายต้องทำภายในหกเดือนนับแต่วันที่แขกออกจากโรงแรม

ทำวิลล่าพูลวิลล่าให้เช่าไม่กี่หลัง ต้องรับผิดเหมือนโรงแรมไหม+

ความรับผิดต่อการบาดเจ็บจากความประมาทใช้กับผู้ให้เช่าที่พักทุกขนาด ไม่ว่าจะได้รับใบอนุญาตโรงแรมหรือไม่ ส่วนหลักเรื่องทรัพย์สินของแขกใช้กับโรงแรม หอพัก และสถานที่ทำนองเดียวกันที่รับคนเดินทางเข้าพัก วิลล่าที่ให้เช่ารายวันแก่นักท่องเที่ยวจึงควรวางระบบความปลอดภัยและประกันภัยไม่ต่างจากโรงแรม

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา