ท่านและอีกฝ่ายเคยตกลงกันว่าท่านจะได้พบลูกในวันและเวลาใดวันหนึ่ง วันนี้อีกฝ่ายบอกว่าลูกไม่ว่าง ลูกไม่อยากไป หรือไม่ตอบข้อความเลย ท่านจึงสงสัยว่าข้อตกลงนั้นมีผลอย่างไร ไปแจ้งความได้หรือไม่ และควรรอหรือควรไปศาล
คู่มือนี้ตอบเฉพาะเรื่อง การพบบุตรที่ตกลงกันแล้วแต่ไม่ได้พบ ส่วนกฎเรื่องค่าเลี้ยงดูอ่านที่คู่มือค่าเลี้ยงดูบุตรและอำนาจปกครอง ภาพรวมการหย่าและสินสมรสอยู่ในคู่มือฟ้องหย่าและสิทธิเลี้ยงดูบุตร และถ้าอีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ ดูคู่มือหย่ากับชาวต่างชาติ
คำตอบหลัก
ข้อตกลงเรื่องการพบบุตรมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าท่านถืออะไรอยู่ ข้อตกลงที่ทำกันเองเป็นหลักฐาน บันทึกท้ายทะเบียนหย่ามีน้ำหนักกว่า แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องเดินต่อได้จริงคือคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล ทางที่เหมาะส่วนใหญ่จึงไม่ใช่การไปรับลูกเอง แต่คือบันทึกเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ลองเจรจาหรือไกล่เกลี่ย แล้วขอให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกำหนดการพบให้ชัด
หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา และเมื่อบิดามารดาแยกกัน อำนาจปกครองอาจอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกันหรือศาลสั่ง ในกรณีหย่าโดยความยินยอม มาตรา 1520 ให้คู่สมรสทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้าตกลงไม่ได้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด โดยถือประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ มาตรา 1584/1 ให้บิดาหรือมารดามีสิทธิติดต่อกับบุตรของตนได้ตามควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง และมาตรา 1521 ให้ศาลเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้เมื่อมีเหตุตามกฎหมาย
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ศาลครอบครัวมองที่ตัวเด็กก่อน การบอกศาลว่า "อีกฝ่ายผิดสัญญา" ได้ผลน้อยกว่าการแสดงว่าเด็กขาดการติดต่อกับพ่อหรือแม่อีกคนไปนานเท่าใด เด็กเป็นอย่างไร และท่านพยายามแก้ไขอย่างสุภาพมาแล้วเพียงใด บันทึกที่เขียนเรียบร้อยและไม่มีคำด่าจึงช่วยท่านได้มากกว่าข้อความโกรธ ๆ หลายสิบฉบับ
ตัวอย่างสมมติ ธนากับอรุณีเป็นครอบครัวในขอนแก่น หย่ากันโดยความยินยอมที่อำเภอเมืองขอนแก่น ตกลงเป็นหนังสือให้น้องภูมิ อายุ 7 ปี อยู่กับอรุณี และธนาพบลูกได้ทุกเสาร์ที่สองและสี่ของเดือน สามเดือนต่อมาอรุณีเริ่มอ้างว่าลูกไม่สบายหรือมีกิจกรรม ธนาพบลูกได้เพียงครั้งเดียวในสองเดือน ธนาโมโหจนอยากไปรอรับลูกหน้าโรงเรียน เรื่องของเขาจะใช้เป็นตัวอย่างตลอดคู่มือนี้
1. ผู้ที่ไม่ได้ใช้อำนาจปกครองยังมีสิทธิพบลูกหรือไม่
มี มาตรา 1584/1 ให้สิทธิติดต่อกับบุตรแก่บิดาและมารดาทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าอำนาจปกครองจะอยู่กับใคร คำว่า "ตามควรแก่พฤติการณ์" หมายความว่าต้องดูเด็กเป็นรายคน เช่น อายุ สุขภาพ ตารางเรียน ระยะทาง และความปลอดภัยของเด็ก เด็กเล็กอาจต้องเริ่มทีละน้อย เด็กโตอาจมีความเห็นของตัวเอง ซึ่งศาลอาจรับฟังตามวัยและวุฒิภาวะ
มีสองข้อที่ควรเข้าใจให้ตรงกัน ข้อแรก สิทธิพบบุตรไม่ใช่สิทธิพาเด็กไปเมื่อใดก็ได้ ข้อสอง เรื่องที่ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกำหนดที่อยู่อาศัยและดูแลเด็กประจำวัน ไม่ได้ให้เขาตัดการติดต่อของอีกฝ่ายตามอำเภอใจ เหตุผลที่ฟังขึ้น เช่น เด็กป่วยหนักจริงหรือมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเด็ก ควรมีหลักฐานรองรับ
2. ข้อตกลงส่วนตัว บันทึกหย่า และคำสั่งศาล: ได้อะไรเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ
คนมักเรียกทุกอย่างรวมกันว่า "ตกลงกันแล้ว" แต่เอกสารสามแบบนี้ให้ผลต่างกันมาก
| ชนิดของการตกลง | สถานะโดยสรุป | เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ ท่านทำอะไรได้ |
|---|---|---|
| ข้อตกลงส่วนตัว (ไลน์ กระดาษที่เซ็นกันเอง ข้อความยืนยันวันนัด) | เป็นหลักฐานว่าเคยตกลงอะไร ไม่ใช่คำสั่งศาล | ใช้ประกอบการเจรจาและยื่นคำร้อง ขอให้ศาลกำหนดการพบ บังคับให้ส่งตัวเด็กโดยตรงไม่ได้ |
| ข้อตกลงที่บันทึกในการหย่า (บันทึกท้ายทะเบียนหย่าโดยความยินยอม ตามมาตรา 1520 ที่ทำเป็นหนังสือ) | เป็นข้อตกลงเป็นหนังสือที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้ตอนหย่า น้ำหนักสูงกว่าข้อตกลงส่วนตัว | ใช้เป็นหลักฐานหลักว่าตกลงเรื่องบุตรอย่างไร ยื่นศาลขอให้กำหนดรายละเอียดการพบหรือขอเปลี่ยนแปลงตามพฤติการณ์ใหม่ได้ แต่ถ้าบันทึกเขียนไว้กว้าง ๆ ต้องให้ศาลกำหนดวันเวลาให้ชัด |
| คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล (รวมถึงคำพิพากษาตามยอม) | เป็นคำบังคับของศาล กำหนดชัดว่าใครใช้อำนาจปกครองและพบได้อย่างไร | ใช้เป็นฐานขอให้ศาลดำเนินการตามคำบังคับ ปรึกษาทนายว่าจะใช้กลไกใดเหมาะกับเด็กคนนั้น ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามคำสั่งอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นข้อเท็จจริงที่ใช้ขอปรับคำสั่งหรือขอเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา 1521 |
ข้อควรจำคือ การบังคับให้ส่งตัวเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ศาลครอบครัวมักเลือกวิธีที่กระทบเด็กน้อยที่สุดก่อน เช่น กำหนดตารางให้ชัด ให้ส่งมอบที่จุดกลาง หรือเริ่มด้วยการพบแบบมีผู้ใหญ่ที่เป็นกลางอยู่ด้วย จึงไม่ควรคาดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ไปรับเด็กมาให้ทันที เรื่องการบังคับคดีเพื่อให้ได้ผลต้องดูถ้อยคำในคำสั่งของท่านเป็นรายกรณี
บันทึกที่อำเภอแต่ละแบบต่างกัน อ่านต่อในคู่มือค่าเลี้ยงดูบุตร หัวข้อว่าด้วยบันทึกที่อำเภอกับคำสั่งศาล
3. อีกฝ่ายผิดข้อตกลงแล้ว ศาลจะทำอะไรได้บ้าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวมีทางเลือกหลายระดับ ไม่ได้มีแค่ลงโทษหรือไม่ลงโทษ ตามลำดับที่พบบ่อย
- กำหนดหรือปรับตารางการพบ ให้ชัดเจนขึ้น เช่น วัน เวลา สถานที่รับส่ง วันหยุดและปิดเทอม
- กำหนดเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของเด็ก เมื่อมีข้อกังวลที่หนักแน่น เช่น เริ่มจากการพบสั้น ๆ หรือมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย
- ให้เจ้าหน้าที่ของศาลสืบเสวนาหรือทำรายงาน เรื่องสภาพความเป็นอยู่ของเด็กและครอบครัว ซึ่งศาลอาจใช้ประกอบการตัดสิน
- เปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา 1521 เมื่อผู้ใช้อำนาจปกครองประพฤติไม่สมควรหรือพฤติการณ์เปลี่ยนไป โดยถือประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ศาลใช้อย่างระมัดระวัง
อย่าคาดว่าการไม่ให้พบสองสามครั้งจะทำให้ศาลเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองทันที ศาลดูภาพรวม เช่น พฤติกรรมต่อเนื่องหรือไม่ มีเหตุผลที่ฟังได้หรือไม่ และการที่เด็กอยู่กับฝ่ายนั้นต่อไปดีต่อเด็กหรือไม่ ผลขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล เราไม่อาจรับรองผลล่วงหน้า
4. สิ่งที่ไม่ควรทำ และควรทำอะไรแทน
ความโกรธเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่การกระทำบางอย่างทำให้ท่านเสียทั้งเด็กและคดี
| สิ่งที่ไม่ควรทำ | เพราะอะไร | ทำอะไรแทน |
|---|---|---|
| ไปรับเด็กจากโรงเรียนหรือจากบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือพาเด็กซ่อนไว้ | เด็กตกใจและสับสน ผู้ใช้อำนาจปกครองอาจใช้เรื่องนี้ต่อสู้ในศาล และอาจเกิดปัญหาทางกฎหมายตามมา | ส่งข้อความสุภาพขอวันพบใหม่ เก็บบันทึก ยื่นคำร้องต่อศาล |
| หยุดจ่ายค่าเลี้ยงดูเพื่อตอบโต้ | การพบบุตรกับค่าเลี้ยงดูเป็นคนละเรื่อง การหยุดจ่ายทำให้ท่านเสียน้ำหนัก และเด็กเป็นผู้เดือดร้อน | จ่ายตามข้อตกลงต่อไป เก็บหลักฐานการโอน และใช้ช่องทางศาลเรื่องการพบแยกต่างหาก |
| โพสต์ประจานอีกฝ่ายออนไลน์ หรือเล่าให้เด็กฟังว่าอีกฝ่ายผิด | อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เด็กถูกดึงเข้ามาในความขัดแย้ง และศาลมองว่าท่านไม่ยึดประโยชน์ของเด็ก | เก็บเรื่องไว้กับทนายและศาล พูดถึงอีกฝ่ายต่อหน้าเด็กอย่างเป็นกลาง |
| เข้าไปดูโทรศัพท์ บัญชีออนไลน์หรืออีเมลของอีกฝ่ายเพื่อหาหลักฐาน | การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และผิดกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล | ใช้เฉพาะข้อความและหลักฐานที่ท่านได้รับมาโดยชอบ และให้ศาลสั่งเรียกข้อมูลที่จำเป็น |
| ส่งข้อความรัวหรือขู่อีกฝ่าย | กลายเป็นหลักฐานต่อต้านท่านเอง | ส่งข้อความสั้น สุภาพ ระบุวันเวลาที่ขอพบ แล้วหยุด |
หากมีความรุนแรง การคุกคาม หรือเด็กตกอยู่ในอันตราย เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องข้อตกลงการพบ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
5. ทางที่ทำงานจริง: ศาลเยาวชนและครอบครัวและการไกล่เกลี่ย
ลำดับต่อไปนี้อธิบายภาพรวม รายละเอียดจริงต่างกันไปตามศาลและตามคดี
- รวบรวมเอกสารตั้งต้น ได้แก่ บันทึกท้ายทะเบียนหย่าหรือคำพิพากษา ข้อตกลงส่วนตัว ข้อความขอพบและคำตอบ และบันทึกเหตุการณ์ตามหัวข้อ 6
- ส่งหนังสือหรือข้อความสุภาพ ถึงอีกฝ่าย ขอยืนยันวันพบครั้งต่อไป เก็บสำเนาไว้ บางครั้งการมีทนายทำหนังสือให้ก็ช่วยให้อีกฝ่ายกลับมาคุยกัน
- ลองไกล่เกลี่ย ศาลเยาวชนและครอบครัวมีกระบวนการไกล่เกลี่ยและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยให้พ่อแม่ตกลงเรื่องบุตร และมีการไกล่เกลี่ยนอกศาลได้ด้วย ดูงานระงับข้อพิพาททางเลือก การตกลงที่ได้ผลควรเขียนให้ชัดเรื่องวัน เวลา สถานที่รับส่ง และวิธีแจ้งเมื่อมีเหตุจำเป็น
- ยื่นคำร้องหรือคำฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลกำหนดหรือปรับการพบ หรือเมื่อมีคำสั่งอยู่แล้วก็ขอให้ศาลดำเนินการให้ทำตามคำสั่ง เรื่องนี้ยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ
- ระหว่างพิจารณา ศาลอาจนัดฟังทั้งสองฝ่าย อาจให้เจ้าหน้าที่สืบเสวนาและทำรายงาน และอาจฟังความเห็นของเด็กตามวัย
- หลังศาลสั่ง ทำตามตารางอย่างตรงเวลา และบันทึกต่อไป เพราะคำสั่งอาจขอปรับได้เมื่อเด็กโตขึ้นหรือชีวิตเปลี่ยน
ถ้าท่านอยู่ต่างประเทศหรือกำลังกังวลว่าเด็กจะถูกพาออกนอกประเทศ ดูคู่มือเรื่องพาเด็กไปต่างประเทศ
6. บันทึกที่ยึดประโยชน์ของเด็ก: เขียนอย่างไร
บันทึกที่ดีเขียนสั้น ตรงวันที่ และบอกแต่ข้อเท็จจริง ไม่ใส่คำด่า ไม่คาดเดาแรงจูงใจของอีกฝ่าย และไม่ใช้เด็กเป็นสายสืบ นอกจากนี้ควรบันทึกด้วยว่าเด็กเป็นอย่างไรบ้าง เพราะศาลเยาวชนและครอบครัวให้ความสำคัญกับเด็กเป็นหลัก เก็บภาพหน้าจอข้อความของท่านเองไว้ด้วย อย่าให้เด็กต้องเห็นหรืออ่านบันทึกนี้
ตัวอย่างต่อไปนี้ดัดแปลงใช้ได้
บันทึกการพบบุตร (เก็บส่วนตัว ไม่แสดงให้เด็กเห็น)
เด็ก: น้องภูมิ อายุ 7 ปี
วันที่/เวลา : เสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น.
ข้อตกลงเดิม : พบทุกเสาร์ที่สองและสี่ของเดือน (บันทึกท้ายทะเบียนหย่า)
สิ่งที่ขอ : ส่งข้อความเมื่อ 8 พ.ย. 2569 ขอรับลูกเวลา 10.00 น. ที่หน้าบ้าน
สิ่งที่เกิดขึ้น : ไปถึง 9.55 น. ได้รับข้อความตอบ 9.40 น. ว่าลูกไม่สบาย
ไม่มีใบรับรองแพทย์หรือข้อมูลเพิ่ม ขอโทรหาลูก ไม่ได้รับอนุญาต
ผลต่อเด็ก : ไม่ทราบอาการจริง ไม่ได้คุยกับลูกในสัปดาห์นี้
สิ่งที่ผมทำต่อ : ส่งข้อความขอวันชดเชย 21 พ.ย. 2569 และขอให้แจ้งอาการลูก
หลักฐานแนบ : ภาพหน้าจอข้อความ 2 ฉบับ (แชตของผมเอง)
ครั้งที่ไม่ได้พบนับจากเดือนก่อน : 2 ครั้ง
บันทึกนี้ไม่ใช่เอกสารที่ต้องส่งให้ใคร เป็นไว้ให้ท่านและทนายเห็นภาพรวมเมื่อถึงเวลาต้องยื่นศาล
7. เช็กลิสต์ก่อนไปปรึกษาทนายหรือยื่นศาล
เอกสารเรื่องการตกลง
- บันทึกท้ายทะเบียนหย่าหรือสำเนาคำพิพากษา (ถ้ามี)
- ข้อตกลงส่วนตัวหรือข้อความที่ตกลงวันพบ
- ทะเบียนบ้านและสูติบัตรของเด็ก
หลักฐานเหตุการณ์
- บันทึกเหตุการณ์ตามแบบหัวข้อ 6 ย้อนหลังให้ครบที่สุด
- ภาพหน้าจอข้อความที่ท่านส่งและที่ได้รับ
- หลักฐานการจ่ายค่าเลี้ยงดูตามข้อตกลง (เพื่อแสดงว่าท่านทำหน้าที่ของตน)
เรื่องเด็ก
- ชื่อโรงเรียน ตารางเรียน และกิจกรรมของเด็ก
- ข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
- ข้อเสนอการพบที่ท่านพร้อมทำได้จริง เช่น วัน เวลา สถานที่
ความพร้อมของท่านเอง
- งดโพสต์เรื่องนี้ในโซเชียลมีเดีย
- ไม่ติดต่อเด็กในทางที่ทำให้เด็กต้องเลือกข้าง
อ่านเพิ่มเติม
- ไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ทำอย่างไร — เรื่องค่าเลี้ยงดู บันทึกที่อำเภอกับคำสั่งศาล และกรณีอีกฝ่ายพาเด็กไป
- ฟ้องหย่า แบ่งสินสมรส และสิทธิเลี้ยงดูบุตร — ภาพรวมการหย่าโดยความยินยอมกับโดยคำพิพากษา
- หย่ากับชาวต่างชาติในไทย — เมื่ออีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศหรือเป็นชาวต่างชาติ
- พาเด็กไปต่างประเทศ ต้องมีความยินยอมอย่างไร — เมื่อกังวลเรื่องการพาเด็กออกนอกประเทศ
- ข้อตกลงก่อนสมรส — ตกลงเรื่องทรัพย์สินล่วงหน้า แยกจากเรื่องบุตร
การได้พบลูกตามที่ตกลงกันเดินต่อได้ด้วยเอกสารที่ชัด บันทึกที่สงบ และคำสั่งศาลที่กำหนดวันเวลา ไม่ใช่ด้วยการแย่งตัวเด็ก
เราช่วยครอบครัวในเรื่องสิทธิพบบุตร การขอให้ศาลกำหนดหรือปรับการพบ และการไกล่เกลี่ย หากต้องการปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มที่งานคดีครอบครัว และงานระงับข้อพิพาททางเลือก
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

