ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

ลาคลอด: สิทธิลูกจ้างหญิง และสิ่งที่นายจ้างต้องจัดการให้ถูก

วันลาคลอดมาจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ส่วนเงินมาจากสองทางคือนายจ้างและประกันสังคม เข้าใจว่าใครจ่ายส่วนไหน และข้อห้ามที่นายจ้างมักพลาด

โดย ทีมที่ปรึกษากฎหมาย22 สิงหาคม 25691 นาที
ลาคลอด: สิทธิลูกจ้างหญิง และสิ่งที่นายจ้างต้องจัดการให้ถูก

เรื่องลาคลอดมักถูกเข้าใจผิดตรงจุดเดียวกันเสมอ คือคิดว่าเป็นเรื่องเดียวจบ ความจริงคือมันมี สองชั้นที่มาจากคนละกฎหมาย และเงินก็มาจากคนละกระเป๋า

  • สิทธิลา มาจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องให้ลา
  • เงิน มาจากสองทาง คือค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายในช่วงหนึ่ง และเงินสงเคราะห์การหยุดงานจากประกันสังคมอีกส่วนหนึ่ง

เมื่อเข้าใจว่าเป็นสองชั้น จะเห็นทันทีว่าทำไมลูกจ้างบางคนได้เงินไม่ครบอย่างที่คิด เพราะยื่นเรื่องกับนายจ้างแล้วแต่ไม่ได้ยื่นกับประกันสังคม หรือส่งเงินสมทบไม่ครบเงื่อนไข

จำนวนวันและสัดส่วนเงิน

จำนวนวันลาและสัดส่วนที่แต่ละฝ่ายรับผิดชอบมีการแก้ไขปรับปรุงมาเป็นระยะ รวมถึงการนับรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอด ควรตรวจสอบตัวเลขที่ใช้บังคับอยู่ ณ เวลาที่จะใช้สิทธิ กับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและสำนักงานประกันสังคม แทนที่จะอ้างอิงตัวเลขที่เคยได้ยินมา

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือหลักการ นายจ้างจ่ายส่วนหนึ่ง กองทุนจ่ายอีกส่วนหนึ่ง และทั้งสองส่วนต้องยื่นเรื่องแยกกัน

สิ่งที่นายจ้างห้ามทำ

  • เลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์
  • ให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานต้องห้าม ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น งานยกของหนักเกินกำหนด งานเกี่ยวกับเครื่องจักรที่มีความสั่นสะเทือน
  • ปฏิเสธคำขอเปลี่ยนงานชั่วคราว ที่มีใบรับรองแพทย์ประกอบโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • ตัดสิทธิที่มีอยู่เดิม เช่น ตัดวันลาพักผ่อนประจำปีหรือลดสวัสดิการเพราะการลาคลอด

สิ่งที่นายจ้างควรทำ ตั้งแต่ก่อนมีเคสแรก

เขียนขั้นตอนไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ว่าต้องแจ้งใคร ล่วงหน้าเท่าไร ใช้เอกสารอะไร เพื่อไม่ให้ต้องตัดสินเป็นราย ๆ ซึ่งมักนำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่เท่ากันระหว่างพนักงาน

แยกให้ชัดว่าใครจ่ายส่วนไหน และแจ้งลูกจ้างล่วงหน้าว่าต้องไปยื่นกับประกันสังคมเองในส่วนใด

วางแผนงานแทน ล่วงหน้าเป็นเดือน ไม่ใช่สัปดาห์สุดท้าย เพราะการวางแผนกระชั้นเป็นต้นเหตุของการกดดันให้ลูกจ้างลาสั้นลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย

บันทึกวันที่ทุกอย่าง วันแจ้งตั้งครรภ์ วันยื่นใบลา วันอนุมัติ เพราะถ้าเกิดข้อพิพาทภายหลัง ลำดับเวลาคือสิ่งที่ถูกดูก่อน

ฝั่งลูกจ้าง: ควรทำอะไรบ้าง

  • แจ้งนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐานวันที่แจ้งไว้
  • ตรวจสอบสถานะผู้ประกันตนและจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ ก่อนถึงกำหนดคลอด
  • เก็บใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และเอกสารการคลอดให้ครบ
  • ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกับประกันสังคมภายในกำหนดเวลา
  • หากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือค่าจ้างหลังกลับมาทำงาน ขอเป็นหนังสือก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

📌 ดูเพิ่ม: คดีแรงงาน

หากถูกเลิกจ้างในช่วงตั้งครรภ์หรือหลังกลับจากลาคลอด ปรึกษาทนายได้ฟรี โทร 092-254-2045


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย จำนวนวันลาและอัตราเงินอาจมีการปรับปรุง ควรตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ

คำถามที่พบบ่อย

ลาคลอดได้กี่วัน และได้ค่าจ้างเต็มไหม+

ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยนับรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วย และนับรวมวันหยุดที่อยู่ในช่วงนั้น ส่วนเรื่องเงินมาจากสองทาง นายจ้างจ่ายค่าจ้างในช่วงหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด และประกันสังคมจ่ายเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรอีกส่วนหนึ่งตามหลักเกณฑ์ จำนวนวันและสัดส่วนมีการแก้ไขเป็นระยะ ควรตรวจสอบอัตราที่ใช้อยู่ปัจจุบันก่อนคำนวณ

นายจ้างเลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์ได้ไหม+

ไม่ได้ กฎหมายห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุตั้งครรภ์ไว้ชัดเจน ปัญหาที่พบในทางปฏิบัติคือการเลิกจ้างที่อ้างเหตุอื่นแต่เกิดขึ้นในจังหวะที่ตรงกับการแจ้งตั้งครรภ์พอดี ซึ่งเมื่อขึ้นสู่การพิจารณา สิ่งที่ถูกดูคือลำดับเวลาและเอกสารประกอบ ไม่ใช่ชื่อเหตุผลที่เขียนในหนังสือเลิกจ้าง ลูกจ้างที่เจอสถานการณ์นี้ควรเก็บหลักฐานวันที่แจ้งตั้งครรภ์ไว้ให้ชัด

กลับมาทำงานแล้วถูกย้ายตำแหน่งหรือลดเงินเดือน ทำได้ไหม+

การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอมเป็นเรื่องที่โต้แย้งได้ และหากการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นเพราะการลาคลอด ก็เป็นประเด็นเรื่องการเลือกปฏิบัติเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง สิ่งที่ควรทำคือขอหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงค่อยตัดสินใจ อย่าเพิ่งเซ็นยินยอมในเอกสารที่ยังไม่เข้าใจผลของมัน

ระหว่างตั้งครรภ์ ขอเปลี่ยนงานที่เสี่ยงได้ไหม+

กฎหมายกำหนดงานบางประเภทที่ห้ามให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำ เช่น งานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน งานยกของหนักเกินกำหนด และงานในเวลากลางคืนหรือทำงานล่วงเวลาในบางกรณี นอกจากนี้ลูกจ้างที่มีครรภ์ยังขอให้เปลี่ยนงานชั่วคราวได้โดยมีใบรับรองแพทย์ประกอบ นายจ้างที่ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมีความเสี่ยงทั้งทางกฎหมายแรงงานและเรื่องความปลอดภัย

เป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือรายวัน ได้สิทธิลาคลอดไหม+

สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นสิทธิของลูกจ้าง ไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกจ้างรายเดือนหรือลูกจ้างประจำ ส่วนสิทธิจากประกันสังคมขึ้นอยู่กับการเป็นผู้ประกันตนและการส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข ซึ่งเป็นคนละชั้นกัน ลูกจ้างรายวันที่นายจ้างไม่ได้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้จึงเสียสิทธิส่วนที่สองไปโดยที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเอง

แชร์บทความFacebookLINEX

อ่านต่อ

22 สิงหาคม 2569

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน: บริษัทขนาดไหนต้องมี และมีแล้วต้องทำอะไรต่อ

เมื่อมีลูกจ้างถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ไม่ใช่แค่มีไฟล์เก็บไว้ แต่ต้องประกาศให้ลูกจ้างรู้และใช้ได้จริงเมื่อมีเรื่อง

22 สิงหาคม 2569

ใครมีอำนาจผูกพันบริษัทไทยของคุณ: กรรมการ ลายมือชื่อผู้มีอำนาจ และหนังสือรับรองบริษัท

ในประเทศไทย คำถามว่าใครลงนามแทนบริษัทได้มีคำตอบที่อยู่ในเอกสาร และคู่สัญญาก็ตรวจสอบเอกสารนั้น ข้อกำหนดเรื่องกรรมการผู้มีอำนาจลงนามทำงานอย่างไร เหตุใดหนังสือรับรองบริษัทจึงสำคัญกว่าตำแหน่งงาน และจุดที่บริษัทแม่ในต่างประเทศสูญเสียการควบคุมโดยไม่รู้ตัว

22 สิงหาคม 2569

ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เดินทาง สมัครงาน บวช ได้ไหม

คำถามที่ไม่มีใครกล้าถามตำรวจ แต่กระทบชีวิตทุกวัน ระหว่างที่คดียังไม่จบ อะไรที่ทำได้ตามปกติ อะไรที่ติดเงื่อนไขศาล และอะไรที่มีกติกาเฉพาะของตัวเอง