ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือกฎหมายมรดก

แบ่งมรดกไปแล้ว เพิ่งพบบัญชีธนาคารหรือที่ดินอีกแปลง ต้องเริ่มใหม่หรือไม่

พบทรัพย์มรดกเพิ่มหลังแบ่งมรดกเสร็จ ให้ตรวจคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อน ว่ายังมีผลและครอบคลุมทรัพย์ใหม่หรือไม่ แล้วจึงทำสัญญาแบ่งทรัพย์ฉบับใหม่ หรือยื่นคำร้องใหม่

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมคดีครอบครัวและมรดก29 ตุลาคม 256913 นาที
แบ่งมรดกไปแล้ว เพิ่งพบบัญชีธนาคารหรือที่ดินอีกแปลง ต้องเริ่มใหม่หรือไม่

พี่น้องช่วยกันแบ่งมรดกจนเรียบร้อยแล้ว ปิดบัญชีที่รู้จัก โอนที่ดินที่ทราบ แต่หลายเดือนหรือหลายปีต่อมา มีจดหมายจากธนาคารที่ไม่เคยได้ยินชื่อ หรือมีคนบอกว่าผู้ตายมีที่ดินอีกแปลงในอีกอำเภอหนึ่ง คำถามแรกคือ ต้องไปศาลใหม่ทั้งหมดหรือไม่ คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยัง ไม่ต้องตัดสินใจ ให้ตรวจคำสั่งศาลเดิมและเอกสารที่มีอยู่ก่อน

คู่มือนี้พูดเฉพาะกรณี "พบทรัพย์ภายหลังการแบ่ง" สำหรับภาพรวมของมรดก ดูคู่มือหลักเรื่องมรดก ขั้นตอนยื่นคำร้องดูการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และเรื่องที่ดินโดยเฉพาะดูการโอนที่ดินมรดกที่สำนักงานที่ดิน

คำตอบหลัก

ลำดับที่ควรทำคือ หนึ่ง อ่านคำสั่งศาลที่ตั้งผู้จัดการมรดกและเอกสารสรุปการแบ่งเดิม สอง ตัดสินว่าผู้จัดการมรดกเดิมยังดำเนินการกับทรัพย์ใหม่ได้หรือไม่ สาม ถ้าได้ ให้ทายาททำข้อตกลงแบ่งทรัพย์ใหม่เป็นหนังสือ ถ้าไม่ได้ ให้พิจารณายื่นคำร้องใหม่ และสี่ ตรวจวันที่เพื่อดูอายุความก่อนปล่อยเวลาผ่านไป

หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1732 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกจัดการ ทำรายงานบัญชี และแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ระบุในมาตรา 1728 เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดเป็นอย่างอื่น มาตรา 1733 กำหนดว่าการให้อนุมัติหรือปลดเปลื้องความรับผิดเกี่ยวกับรายงานบัญชีจะสมบูรณ์ต่อเมื่อส่งรายงานให้ทายาทล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน และทายาทจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินห้าปีนับแต่การจัดการสิ้นสุดไม่ได้ มาตรา 1745 ให้ทายาทหลายคนมีสิทธิและหน้าที่ร่วมกันในทรัพย์มรดกจนกว่าจะแบ่งเสร็จ และให้ใช้บทเรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาตรา 1356 ถึง 1366 เท่าที่ไม่ขัดกัน มาตรา 1750 วางวิธีแบ่ง คือทายาทเข้าครอบครองเป็นส่วนสัด หรือขายแล้วแบ่งเงิน หรือแบ่งโดยสัญญาซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงฟ้องบังคับได้ ส่วนอายุความของคดีมรดกอยู่ในมาตรา 1754

ความเห็นเชิงปฏิบัติของเรา ทรัพย์ที่เพิ่งพบมักเป็นเรื่องเอกสาร ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง ถ้าทายาทยังคุยกันได้ งานที่ต้องทำจริง ๆ มักมีสองอย่าง คือพิสูจน์ต่อธนาคารหรือสำนักงานที่ดินว่าใครมีอำนาจ และบันทึกข้อตกลงแบ่งเฉพาะทรัพย์ใหม่ให้ชัด เราไม่อยากให้ใครยื่นคำร้องใหม่โดยไม่จำเป็น และก็ไม่อยากให้ใครแบ่งกันเองด้วยปากเปล่าแล้วมาทะเลาะกันทีหลัง

ตัวอย่างสมมติ ตลอดคู่มือนี้ คือครอบครัวหนึ่งในขอนแก่น คุณพ่อสมบูรณ์ถึงแก่ความตาย มีบุตรสามคน คือ พรทิพย์ ธนากร และศิริพร ศาลตั้งพรทิพย์เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อสองปีก่อน พี่น้องแบ่งบ้านและบัญชีที่รู้จักกันเสร็จแล้ว ต่อมาธนากรพบสมุดบัญชีเก่าที่สาขาหนึ่งในอุดรธานี และญาติบอกว่าคุณพ่อเคยซื้อที่ดินแปลงเล็กในอำเภอใกล้เคียง

1. เริ่มที่คำสั่งศาลเดิม: ยังมีผล และครอบคลุมทรัพย์ใหม่หรือไม่

หยิบสำเนาคำสั่งที่ศาลรับรองและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (ถ้ามี) ขึ้นมาอ่านเอง แล้วตอบสามข้อ

  1. การตั้งผู้จัดการมรดกยังมีผลอยู่หรือไม่ ผู้จัดการมรดกยังมีชีวิตและยังไม่ถูกถอนหรือลาออกหรือไม่ มีเอกสารใดแสดงว่าหน้าที่สิ้นสุดแล้วหรือไม่ เช่น ศาลสั่งปลดหรือมีคำสั่งให้เสร็จการจัดการ
  2. คำสั่งครอบคลุมทรัพย์ใดบ้าง เขียนว่า "ทรัพย์มรดกทั้งหมดของผู้ตาย" หรือระบุรายการทรัพย์เฉพาะ ถ้าระบุเฉพาะรายการ ทรัพย์ที่ไม่อยู่ในรายการอาจอยู่นอกขอบเขตของคำสั่ง
  3. การจัดการเสร็จสิ้นหรือไม่ ผู้จัดการมรดกทำบัญชีและแบ่งปันครบแล้วหรือยัง ตามมาตรา 1732 กำหนดเวลาปกติคือหนึ่งปี เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดเป็นอย่างอื่น

ข้อควรระวังคือ ตัวบทมาตรา 1732 กำหนดหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งปี แต่ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าครบปีแล้วการแต่งตั้งสิ้นผลโดยอัตโนมัติ ผลในทางปฏิบัติขึ้นกับถ้อยคำในคำสั่ง ข้อเท็จจริง และการตีความของหน่วยงานที่รับเรื่อง เราจึงไม่ยืนยันแทนท่านว่ายังมีอำนาจหรือหมดอำนาจ ให้นำคำสั่งไปให้ทนายความหรือฝ่ายธุรการของศาลดูก่อน

ในตัวอย่างสมมติ คำสั่งที่พรทิพย์ได้รับเขียนว่าตั้งเป็นผู้จัดการมรดก "ของผู้ตาย" โดยไม่ได้จำกัดรายการทรัพย์ และไม่มีเอกสารใดแสดงว่ามีการปลดหรือจบหน้าที่ ข้อนี้ทำให้พี่น้องมีเหตุผลสอบถามธนาคารและสำนักงานที่ดินก่อนว่าใช้คำสั่งเดิมได้หรือไม่ ยังไม่ต้องรีบไปศาล

2. พบอะไร ต้องตรวจอะไร ทางไหนที่เป็นไปได้

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ผลจริงขึ้นกับถ้อยคำในคำสั่ง เอกสารของทรัพย์นั้น และข้อกำหนดของหน่วยงาน

พบอะไรต้องตรวจอะไรทางที่มักเป็นไปได้
บัญชีธนาคารเก่าที่ไม่รู้จักคำสั่งเดิมเขียนครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมดหรือไม่ ผู้จัดการมรดกยังอยู่หรือไม่ ธนาคารขอเอกสารอะไรผู้จัดการมรดกเดิมแสดงคำสั่งและเอกสารต่อธนาคาร แล้วทายาททำข้อตกลงแบ่งเงินในบัญชีนั้น
ที่ดินอีกแปลง เอกสารสิทธิยังเป็นชื่อผู้ตายคำสั่งครอบคลุมหรือไม่ สำนักงานที่ดินขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดหรือไม่ ทายาทเปลี่ยนไปหรือไม่ถ้าคำสั่งครอบคลุมและผู้จัดการมรดกยังดำเนินการได้ ให้ยื่นต่อสำนักงานที่ดินพร้อมข้อตกลงแบ่ง ถ้าไม่ ให้พิจารณาคำร้องใหม่
คำสั่งเดิมระบุเฉพาะรายการทรัพย์ทรัพย์ใหม่อยู่ในรายการหรือไม่มักต้องขอศาลให้ครอบคลุมเพิ่มหรือยื่นคำร้องใหม่ตามที่ศาลแนะนำ
ผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย ลาออก หรือถูกถอนใครมีสิทธิร้องขอ ทายาทอื่นเต็มใจหรือไม่มักต้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่
ไม่เคยมีผู้จัดการมรดก ทายาทแบ่งกันเองทรัพย์ใหม่เป็นที่ดินหรือบัญชีธนาคาร หน่วยงานขอคำสั่งศาลหรือไม่ที่ดินอาจใช้ทางทายาทยื่นเองได้ตามที่สำนักงานที่ดินกำหนด บัญชีธนาคารหลายแห่งขอคำสั่งศาลเมื่อมีทายาทหลายคน ให้สอบถามก่อน
ทรัพย์ที่ผู้ตายขายไปแล้ว หรือชื่อไม่ใช่ผู้ตายหลักฐานการซื้อขาย หรือใครเป็นเจ้าของตามทะเบียนถ้าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ตายก็ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ให้ทนายความตรวจเอกสารก่อน
เงินจากประกันชีวิตหรือกองทุนที่มีผู้รับผลประโยชน์ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ตามเอกสารคือใครอาจจ่ายให้ผู้รับประโยชน์โดยตรง ไม่เข้ากองมรดก ให้ตรวจเอกสารของผู้ให้บริการ
ทรัพย์อยู่ต่างประเทศกฎหมายของประเทศนั้นและขั้นตอนของผู้จัดการมรดกที่นั่นคำสั่งศาลไทยอาจใช้ไม่ได้โดยตรง ควรหาที่ปรึกษากฎหมายของประเทศนั้น และดูคู่มือมรดกสำหรับชาวต่างชาติ

3. เมื่อไรผู้จัดการมรดกเดิมทำต่อได้ และเมื่อไรต้องยื่นคำร้องใหม่

มักทำต่อได้ เมื่อคำสั่งเดิมให้อำนาจจัดการทรัพย์มรดกโดยไม่จำกัดรายการ ผู้จัดการมรดกยังอยู่ ไม่มีเอกสารแสดงว่าหน้าที่สิ้นสุด และหน่วยงานที่รับเรื่องยอมรับคำสั่งเดิม

มักต้องยื่นคำร้องใหม่ เมื่อคำสั่งเดิมจำกัดเฉพาะรายการอื่น ผู้จัดการมรดกไม่อยู่หรือไม่ยอมทำ ศาลมีคำสั่งให้สิ้นสุดหน้าที่ หรือหน่วยงานไม่ยอมรับคำสั่งเดิมกับทรัพย์ใหม่ และทายาทเห็นว่าควรมีคำสั่งที่ชัดเจน

ต้องย้ำว่า "ผู้จัดการมรดกทำต่อได้" ไม่ได้แปลว่าผู้จัดการมรดกตัดสินเรื่องการแบ่งเอง ผู้จัดการมรดกเป็นผู้จัดการแทนทายาท ทรัพย์ใหม่ยังต้องแบ่งตามสิทธิของทายาทหรือพินัยกรรม และควรทำบัญชีทรัพย์ที่พบเพิ่มให้ทายาททุกคนเห็นตรงกัน ถ้าผู้จัดการมรดกไม่แจ้งทายาทหรือเงียบ ดูผู้จัดการมรดกไม่แบ่งและไม่ตอบทายาท

4. ธนาคารและสำนักงานที่ดินมักขออะไร

ธนาคารและสำนักงานที่ดินแต่ละแห่งขอเอกสารไม่เท่ากัน ตามที่เรารวบรวมจากแนวปฏิบัติทั่วไป รายการที่พบบ่อยมีดังนี้

  • สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่ศาลรับรอง
  • หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ซึ่งศาลออกให้เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่ศาลกำหนด
  • มรณบัตรของเจ้ามรดก และบัตรประชาชนของผู้จัดการมรดก
  • หลักฐานของทรัพย์ เช่น เลขที่บัญชี หรือโฉนดและเลขที่ดิน
  • บางแห่งขอหนังสือยินยอมของทายาท หรือเอกสารแสดงการแบ่งที่ทายาทลงชื่อ
  • ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกคนเดิม บางแห่งอาจขอให้แสดงว่าหน้าที่ยังไม่สิ้นสุด

วิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดคือโทรหรือส่งหนังสือสอบถามก่อน แล้วเก็บคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อรู้ว่าต้องใช้เอกสารใดจริง ๆ ก่อนเสียเวลาไปศาล หมายเหตุ ท่านไม่ควรพยายามเข้าถึงบัญชีของผู้ตายด้วยตนเอง เช่น ใช้รหัสหรือแอปของผู้ตาย การเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5 ถึง 7 ให้ใช้เฉพาะช่องทางที่ธนาคารกำหนด

ตัวอย่างหนังสือสอบถามธนาคาร ปรับข้อความให้ตรงกับกรณีของท่าน

เรื่อง ขอทราบรายละเอียดบัญชีเงินฝากของผู้ถึงแก่ความตายและเอกสารที่ธนาคารต้องการ
เรียน ผู้จัดการธนาคาร ____ สาขา ____

ข้าพเจ้า ____ เป็น [ผู้จัดการมรดก / ทายาท] ของ นาย/นาง ____ ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ____
ข้าพเจ้าพบหลักฐานว่าผู้ตายอาจมีบัญชีเงินฝากที่ธนาคารของท่าน (เลขที่บัญชี ____ ถ้าทราบ)
ศาล ____ ได้มีคำสั่งตั้งข้าพเจ้าเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ ____ (คดีหมายเลข ____)
ข้าพเจ้าแนบสำเนาคำสั่ง มรณบัตร และบัตรประชาชนมาพร้อมหนังสือนี้

ขอให้ธนาคารโปรดแจ้งข้าพเจ้าเป็นหนังสือว่า
1. ธนาคารมีบัญชีของผู้ตายหรือไม่ และสถานะของบัญชีเป็นอย่างไร
2. เอกสารที่ธนาคารต้องการเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทดำเนินการต่อได้
3. ธนาคารรับคำสั่งศาลฉบับเดิมสำหรับบัญชีนี้หรือไม่ หรือต้องการเอกสารอื่นเพิ่ม

ข้าพเจ้ายังไม่ได้ขอถอนเงินหรือปิดบัญชี และขอให้ธนาคารโปรดระงับการเคลื่อนไหวบัญชีไว้ก่อน
จนกว่าจะได้รับเอกสารครบถ้วน ติดต่อกลับได้ที่ ____ (โทรศัพท์ ____)

ขอแสดงความนับถือ
____ (ลงชื่อ)  วันที่ ____

5. แบ่งทรัพย์ใหม่: ทายาทยังเป็นเจ้าของร่วมกันจนกว่าจะแบ่ง

มาตรา 1745 ให้ทายาทหลายคนมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกร่วมกันจนกว่าจะแบ่งเสร็จ และให้ใช้เรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาตรา 1356 ถึง 1366 เท่าที่ไม่ขัดกับบรรพมรดก ผลคือทรัพย์ที่เพิ่งพบยังเป็นของทายาทร่วมกัน ไม่ใช่ว่าใครพบก่อนเป็นเจ้าของ และไม่ใช่ว่าแบ่งเสร็จไปแล้วทรัพย์ใหม่จะตกเป็นของคนที่ถือเอกสารไว้

มาตรา 1750 ให้แบ่งได้ด้วยวิธีที่ทายาทเข้าครอบครองเป็นส่วนสัด หรือขายแล้วแบ่งเงิน ถ้าแบ่งด้วยสัญญา จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ เว้นแต่มีหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อฝ่ายที่รับผิดหรือตัวแทน และให้นำมาตรา 850 กับ 852 เรื่องประนีประนอมยอมความมาใช้โดยอนุโลม

ในทางปฏิบัติจึงควรทำ สัญญาแบ่งทรัพย์มรดกเพิ่มเติม แยกฉบับ ระบุ

  • คำสั่งศาลเดิมและวันที่ ผู้ตาย และทายาททุกคนที่มีสิทธิ
  • ทรัพย์ที่พบ รายละเอียดที่ตรวจสอบได้ (เลขบัญชี ธนาคาร สาขา หรือเลขโฉนด)
  • สัดส่วนหรือวิธีแบ่ง ใครรับทรัพย์ใด หรือขายแล้วแบ่งเงิน
  • ใครเป็นผู้ติดต่อธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน และใครรับค่าใช้จ่ายส่วนใด
  • ข้อความว่าตนไม่ได้ปกปิดทรัพย์อื่น และถ้ามีทรัพย์ใหม่อีกจะแบ่งกันอย่างไร
  • ลายมือชื่อทายาททุกคนและพยาน

ถ้าทายาทบางคนไม่ลงชื่อ หรือมีคนคัดค้านสัดส่วน ข้อตกลงฉบับนี้ใช้ไม่ได้ครบ และการเจรจาอาจต้องมีตัวกลาง หรือสุดท้ายเป็นคดีแบ่งมรดก โปรดดูเรื่องพี่น้องไม่ยอมแบ่งในคู่มือหลัก

ในตัวอย่างสมมติ พรทิพย์ ธนากร และศิริพรตกลงว่าเงินในบัญชีที่พบแบ่งเท่า ๆ กันสามส่วน ส่วนที่ดินแปลงเล็กจะขายแล้วแบ่งเงิน พวกเขาเขียนข้อตกลงฉบับเดียว ลงชื่อพร้อมพยานสองคน แล้วนำไปประกอบกับคำสั่งศาลเดิมเมื่อไปติดต่อธนาคารและสำนักงานที่ดิน

6. อายุความและกรอบเวลา: ตรวจวันที่ก่อน

อย่าเพิ่งสรุปว่า "ผ่านมานานแล้วไม่ได้" หรือ "ยังไม่ขาดอายุความ" ให้ตรวจสามเรื่อง

  1. มาตรา 1754 หลักทั่วไปของคดีมรดกคือ 1 ปี และโดยหลักเรียกร้องเลยเพดาน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายไม่ได้ เว้นแต่มีข้อยกเว้นเฉพาะกรณี เช่น ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกตามมาตรา 1748 ซึ่งยังเรียกให้แบ่งทรัพย์ที่ตนครอบครองได้แม้พ้นกำหนดตามมาตรา 1754
  2. มาตรา 1733 ทายาทจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงไม่ได้ กรอบนี้เกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ทายาทเห็นว่าผู้จัดการมรดกทำผิด ไม่ใช่กรอบเดียวกับการเรียกส่วนแบ่งทรัพย์ที่เพิ่งพบ
  3. วันที่จริง จดวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย วันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก วันที่ทายาทแต่ละคนรู้เรื่องทรัพย์ใหม่ และวันที่การจัดการเดิมสิ้นสุด

คำเตือนที่สำคัญ หนังสือทวงถามฝ่ายเดียวโดยลำพังปกติไม่ได้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง อย่ารอเพียงเพราะส่งหนังสือไปแล้ว และถ้าวันที่ใดวันหนึ่งใกล้ครบกำหนด ให้ปรึกษาทนายความทันที เราตอบไม่ได้จากเรื่องเล่า ต้องดูวันที่จริงและเอกสาร

7. ภาษีการรับมรดก

พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เก็บภาษีเฉพาะส่วนของมรดกที่ผู้รับแต่ละรายได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายซึ่งเกิน 100 ล้านบาท และคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น ครอบครัวส่วนใหญ่จึงไม่ถึงเกณฑ์ การพบบัญชีหรือที่ดินแปลงเล็กเพิ่มจึงมักไม่ทำให้ต้องเสียภาษีนี้ แต่ถ้าทรัพย์รวมสูงมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเกณฑ์ล่าสุดและประเภททรัพย์ที่นับ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนที่ดินเป็นเรื่องแยก และกำหนดโดยสำนักงานที่ดินตามกรณี

8. เช็กลิสต์

ก่อนทำอะไร

  • เก็บหลักฐานที่พบ ถ่ายภาพสมุดบัญชีหรือเอกสารที่ดิน และจดว่าพบเมื่อใด จากใคร
  • จดวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย วันที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดก และวันที่ทายาทรู้เรื่อง
  • หาสำเนาคำสั่งศาลที่รับรอง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และเอกสารสรุปการแบ่งเดิม
  • อ่านว่าคำสั่งเขียนครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมดหรือเฉพาะรายการ

ตรวจอำนาจ

  • ผู้จัดการมรดกเดิมยังอยู่และยังไม่สิ้นสุดหน้าที่หรือไม่
  • สอบถามธนาคารหรือสำนักงานที่ดินเป็นหนังสือว่าใช้คำสั่งเดิมได้หรือไม่
  • ถ้าต้องยื่นใหม่ ดูการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

แบ่งและบันทึก

  • แจ้งทายาททุกคนเรื่องทรัพย์ที่พบ ไม่เว้นใคร
  • ทำสัญญาแบ่งทรัพย์เพิ่มเติมเป็นหนังสือ ลงชื่อทุกคน มีพยาน
  • ดำเนินการกับธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน เก็บใบเสร็จและเอกสารที่ได้รับ
  • ตรวจอายุความก่อน ถ้าใกล้ครบกำหนดให้ปรึกษาทนายความทันที

อ่านเพิ่มเติม

ตรวจคำสั่งศาลเดิมก่อน แล้วค่อยตัดสินว่าต้องเริ่มใหม่หรือไม่ ทรัพย์ที่เพิ่งพบมักไม่ต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ แต่ต้องมีเอกสารที่ถูกต้องและข้อตกลงแบ่งที่เป็นหนังสือ

เราช่วยทายาทและผู้จัดการมรดกตรวจคำสั่งศาลเดิม ติดต่อธนาคารและสำนักงานที่ดิน ร่างสัญญาแบ่งทรัพย์ และยื่นคำร้องใหม่เมื่อจำเป็น ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานมรดก


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

แบ่งมรดกเสร็จแล้ว พบบัญชีธนาคารเพิ่ม ต้องไปศาลใหม่เสมอหรือไม่+

ไม่เสมอไป ให้ตรวจคำสั่งศาลเดิมก่อน ถ้าศาลตั้งผู้จัดการมรดกให้จัดการ "ทรัพย์มรดกทั้งหมด" และยังไม่มีการสิ้นสุดหน้าที่ตามที่ปรากฏในเอกสาร ผู้จัดการมรดกอาจดำเนินการกับทรัพย์ใหม่ต่อได้ แต่ถ้าคำสั่งจำกัดเฉพาะทรัพย์ที่ระบุ หรือผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย ถูกถอน หรือหน้าที่สิ้นสุดแล้ว อาจต้องยื่นคำร้องใหม่ ธนาคารแต่ละแห่งตีความเอกสารต่างกัน จึงควรให้ทนายความอ่านคำสั่งและเอกสารที่ธนาคารขอก่อนตัดสินใจ ดูหัวข้อ 1 และ 3

มาตรา 1732 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกทำให้เสร็จภายใน 1 ปี เมื่อครบปีแล้วอำนาจสิ้นสุดเลยหรือไม่+

ตัวบทมาตรา 1732 ระบุหน้าที่ต้องจัดการ ทำรายงานบัญชี และแบ่งปันให้เสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่อ้างถึงในมาตรา 1728 เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดเป็นอย่างอื่น ตัวบทไม่ได้เขียนไว้ตรง ๆ ว่าครบปีแล้วการแต่งตั้งสิ้นผลโดยอัตโนมัติ ผลในทางปฏิบัติขึ้นกับถ้อยคำในคำสั่ง พฤติการณ์ และการตีความของหน่วยงานที่รับเรื่อง จึงควรสอบถามศาลหรือทนายความก่อนอ้างว่ายังมีอำนาจหรือไม่มี

ทายาทที่ตกลงแบ่งทรัพย์ใหม่กันเอง ต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่+

ควรทำเป็นหนังสือเสมอ มาตรา 1750 วรรคสองกำหนดว่า ถ้าการแบ่งไม่ได้ทำโดยทายาทเข้าครอบครองเป็นส่วนสัดหรือขายแล้วแบ่งเงิน แต่ทำโดยสัญญา จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ เว้นแต่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่รับผิดหรือตัวแทน และให้นำมาตรา 850 และ 852 เรื่องประนีประนอมยอมความมาใช้โดยอนุโลม สำหรับที่ดินยังต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินตามขั้นตอนของสำนักงานนั้นด้วย

ทายาทฟ้องเรียกส่วนแบ่งทรัพย์ที่เพิ่งพบ ต้องระวังอายุความอย่างไร+

ต้องดูวันที่จริงสองวัน คือวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย และวันที่ทายาทรู้หรือควรรู้ถึงสิทธิของตน หลักทั่วไปของคดีมรดกตามมาตรา 1754 คือ 1 ปี และโดยหลักเรียกร้องเลยเพดาน 10 ปีนับแต่ความตายไม่ได้ แต่มีข้อยกเว้น เช่น ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกตามมาตรา 1748 และคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ทายาทฟ้องผู้จัดการมรดกมีกำหนดห้าปีนับแต่การจัดการสิ้นสุดตามมาตรา 1733 อย่าสรุปเองว่าขาดอายุความหรือไม่ขาด ให้ทนายความตรวจวันที่ทั้งหมดก่อน

พบทรัพย์เพิ่ม ต้องเสียภาษีการรับมรดกหรือไม่+

ภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เก็บเฉพาะส่วนของมรดกที่ผู้รับแต่ละรายได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายซึ่งเกิน 100 ล้านบาท และคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น ครอบครัวส่วนใหญ่จึงไม่ถึงเกณฑ์ แต่ถ้ามรดกรวมทรัพย์ที่เพิ่งพบแล้วมีมูลค่าสูงมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเกณฑ์ล่าสุดและประเภททรัพย์ที่ต้องนับ ส่วนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนที่ดินเป็นเรื่องแยกต่างหาก

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา