พี่น้องช่วยกันแบ่งมรดกจนเรียบร้อยแล้ว ปิดบัญชีที่รู้จัก โอนที่ดินที่ทราบ แต่หลายเดือนหรือหลายปีต่อมา มีจดหมายจากธนาคารที่ไม่เคยได้ยินชื่อ หรือมีคนบอกว่าผู้ตายมีที่ดินอีกแปลงในอีกอำเภอหนึ่ง คำถามแรกคือ ต้องไปศาลใหม่ทั้งหมดหรือไม่ คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยัง ไม่ต้องตัดสินใจ ให้ตรวจคำสั่งศาลเดิมและเอกสารที่มีอยู่ก่อน
คู่มือนี้พูดเฉพาะกรณี "พบทรัพย์ภายหลังการแบ่ง" สำหรับภาพรวมของมรดก ดูคู่มือหลักเรื่องมรดก ขั้นตอนยื่นคำร้องดูการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และเรื่องที่ดินโดยเฉพาะดูการโอนที่ดินมรดกที่สำนักงานที่ดิน
คำตอบหลัก
ลำดับที่ควรทำคือ หนึ่ง อ่านคำสั่งศาลที่ตั้งผู้จัดการมรดกและเอกสารสรุปการแบ่งเดิม สอง ตัดสินว่าผู้จัดการมรดกเดิมยังดำเนินการกับทรัพย์ใหม่ได้หรือไม่ สาม ถ้าได้ ให้ทายาททำข้อตกลงแบ่งทรัพย์ใหม่เป็นหนังสือ ถ้าไม่ได้ ให้พิจารณายื่นคำร้องใหม่ และสี่ ตรวจวันที่เพื่อดูอายุความก่อนปล่อยเวลาผ่านไป
หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1732 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกจัดการ ทำรายงานบัญชี และแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ระบุในมาตรา 1728 เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดเป็นอย่างอื่น มาตรา 1733 กำหนดว่าการให้อนุมัติหรือปลดเปลื้องความรับผิดเกี่ยวกับรายงานบัญชีจะสมบูรณ์ต่อเมื่อส่งรายงานให้ทายาทล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน และทายาทจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินห้าปีนับแต่การจัดการสิ้นสุดไม่ได้ มาตรา 1745 ให้ทายาทหลายคนมีสิทธิและหน้าที่ร่วมกันในทรัพย์มรดกจนกว่าจะแบ่งเสร็จ และให้ใช้บทเรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาตรา 1356 ถึง 1366 เท่าที่ไม่ขัดกัน มาตรา 1750 วางวิธีแบ่ง คือทายาทเข้าครอบครองเป็นส่วนสัด หรือขายแล้วแบ่งเงิน หรือแบ่งโดยสัญญาซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงฟ้องบังคับได้ ส่วนอายุความของคดีมรดกอยู่ในมาตรา 1754
ความเห็นเชิงปฏิบัติของเรา ทรัพย์ที่เพิ่งพบมักเป็นเรื่องเอกสาร ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง ถ้าทายาทยังคุยกันได้ งานที่ต้องทำจริง ๆ มักมีสองอย่าง คือพิสูจน์ต่อธนาคารหรือสำนักงานที่ดินว่าใครมีอำนาจ และบันทึกข้อตกลงแบ่งเฉพาะทรัพย์ใหม่ให้ชัด เราไม่อยากให้ใครยื่นคำร้องใหม่โดยไม่จำเป็น และก็ไม่อยากให้ใครแบ่งกันเองด้วยปากเปล่าแล้วมาทะเลาะกันทีหลัง
ตัวอย่างสมมติ ตลอดคู่มือนี้ คือครอบครัวหนึ่งในขอนแก่น คุณพ่อสมบูรณ์ถึงแก่ความตาย มีบุตรสามคน คือ พรทิพย์ ธนากร และศิริพร ศาลตั้งพรทิพย์เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อสองปีก่อน พี่น้องแบ่งบ้านและบัญชีที่รู้จักกันเสร็จแล้ว ต่อมาธนากรพบสมุดบัญชีเก่าที่สาขาหนึ่งในอุดรธานี และญาติบอกว่าคุณพ่อเคยซื้อที่ดินแปลงเล็กในอำเภอใกล้เคียง
1. เริ่มที่คำสั่งศาลเดิม: ยังมีผล และครอบคลุมทรัพย์ใหม่หรือไม่
หยิบสำเนาคำสั่งที่ศาลรับรองและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (ถ้ามี) ขึ้นมาอ่านเอง แล้วตอบสามข้อ
- การตั้งผู้จัดการมรดกยังมีผลอยู่หรือไม่ ผู้จัดการมรดกยังมีชีวิตและยังไม่ถูกถอนหรือลาออกหรือไม่ มีเอกสารใดแสดงว่าหน้าที่สิ้นสุดแล้วหรือไม่ เช่น ศาลสั่งปลดหรือมีคำสั่งให้เสร็จการจัดการ
- คำสั่งครอบคลุมทรัพย์ใดบ้าง เขียนว่า "ทรัพย์มรดกทั้งหมดของผู้ตาย" หรือระบุรายการทรัพย์เฉพาะ ถ้าระบุเฉพาะรายการ ทรัพย์ที่ไม่อยู่ในรายการอาจอยู่นอกขอบเขตของคำสั่ง
- การจัดการเสร็จสิ้นหรือไม่ ผู้จัดการมรดกทำบัญชีและแบ่งปันครบแล้วหรือยัง ตามมาตรา 1732 กำหนดเวลาปกติคือหนึ่งปี เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดเป็นอย่างอื่น
ข้อควรระวังคือ ตัวบทมาตรา 1732 กำหนดหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งปี แต่ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าครบปีแล้วการแต่งตั้งสิ้นผลโดยอัตโนมัติ ผลในทางปฏิบัติขึ้นกับถ้อยคำในคำสั่ง ข้อเท็จจริง และการตีความของหน่วยงานที่รับเรื่อง เราจึงไม่ยืนยันแทนท่านว่ายังมีอำนาจหรือหมดอำนาจ ให้นำคำสั่งไปให้ทนายความหรือฝ่ายธุรการของศาลดูก่อน
ในตัวอย่างสมมติ คำสั่งที่พรทิพย์ได้รับเขียนว่าตั้งเป็นผู้จัดการมรดก "ของผู้ตาย" โดยไม่ได้จำกัดรายการทรัพย์ และไม่มีเอกสารใดแสดงว่ามีการปลดหรือจบหน้าที่ ข้อนี้ทำให้พี่น้องมีเหตุผลสอบถามธนาคารและสำนักงานที่ดินก่อนว่าใช้คำสั่งเดิมได้หรือไม่ ยังไม่ต้องรีบไปศาล
2. พบอะไร ต้องตรวจอะไร ทางไหนที่เป็นไปได้
ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ผลจริงขึ้นกับถ้อยคำในคำสั่ง เอกสารของทรัพย์นั้น และข้อกำหนดของหน่วยงาน
| พบอะไร | ต้องตรวจอะไร | ทางที่มักเป็นไปได้ |
|---|---|---|
| บัญชีธนาคารเก่าที่ไม่รู้จัก | คำสั่งเดิมเขียนครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมดหรือไม่ ผู้จัดการมรดกยังอยู่หรือไม่ ธนาคารขอเอกสารอะไร | ผู้จัดการมรดกเดิมแสดงคำสั่งและเอกสารต่อธนาคาร แล้วทายาททำข้อตกลงแบ่งเงินในบัญชีนั้น |
| ที่ดินอีกแปลง เอกสารสิทธิยังเป็นชื่อผู้ตาย | คำสั่งครอบคลุมหรือไม่ สำนักงานที่ดินขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดหรือไม่ ทายาทเปลี่ยนไปหรือไม่ | ถ้าคำสั่งครอบคลุมและผู้จัดการมรดกยังดำเนินการได้ ให้ยื่นต่อสำนักงานที่ดินพร้อมข้อตกลงแบ่ง ถ้าไม่ ให้พิจารณาคำร้องใหม่ |
| คำสั่งเดิมระบุเฉพาะรายการทรัพย์ | ทรัพย์ใหม่อยู่ในรายการหรือไม่ | มักต้องขอศาลให้ครอบคลุมเพิ่มหรือยื่นคำร้องใหม่ตามที่ศาลแนะนำ |
| ผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย ลาออก หรือถูกถอน | ใครมีสิทธิร้องขอ ทายาทอื่นเต็มใจหรือไม่ | มักต้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ |
| ไม่เคยมีผู้จัดการมรดก ทายาทแบ่งกันเอง | ทรัพย์ใหม่เป็นที่ดินหรือบัญชีธนาคาร หน่วยงานขอคำสั่งศาลหรือไม่ | ที่ดินอาจใช้ทางทายาทยื่นเองได้ตามที่สำนักงานที่ดินกำหนด บัญชีธนาคารหลายแห่งขอคำสั่งศาลเมื่อมีทายาทหลายคน ให้สอบถามก่อน |
| ทรัพย์ที่ผู้ตายขายไปแล้ว หรือชื่อไม่ใช่ผู้ตาย | หลักฐานการซื้อขาย หรือใครเป็นเจ้าของตามทะเบียน | ถ้าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ตายก็ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ให้ทนายความตรวจเอกสารก่อน |
| เงินจากประกันชีวิตหรือกองทุนที่มีผู้รับผลประโยชน์ระบุชื่อ | ผู้รับประโยชน์ตามเอกสารคือใคร | อาจจ่ายให้ผู้รับประโยชน์โดยตรง ไม่เข้ากองมรดก ให้ตรวจเอกสารของผู้ให้บริการ |
| ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ | กฎหมายของประเทศนั้นและขั้นตอนของผู้จัดการมรดกที่นั่น | คำสั่งศาลไทยอาจใช้ไม่ได้โดยตรง ควรหาที่ปรึกษากฎหมายของประเทศนั้น และดูคู่มือมรดกสำหรับชาวต่างชาติ |
3. เมื่อไรผู้จัดการมรดกเดิมทำต่อได้ และเมื่อไรต้องยื่นคำร้องใหม่
มักทำต่อได้ เมื่อคำสั่งเดิมให้อำนาจจัดการทรัพย์มรดกโดยไม่จำกัดรายการ ผู้จัดการมรดกยังอยู่ ไม่มีเอกสารแสดงว่าหน้าที่สิ้นสุด และหน่วยงานที่รับเรื่องยอมรับคำสั่งเดิม
มักต้องยื่นคำร้องใหม่ เมื่อคำสั่งเดิมจำกัดเฉพาะรายการอื่น ผู้จัดการมรดกไม่อยู่หรือไม่ยอมทำ ศาลมีคำสั่งให้สิ้นสุดหน้าที่ หรือหน่วยงานไม่ยอมรับคำสั่งเดิมกับทรัพย์ใหม่ และทายาทเห็นว่าควรมีคำสั่งที่ชัดเจน
ต้องย้ำว่า "ผู้จัดการมรดกทำต่อได้" ไม่ได้แปลว่าผู้จัดการมรดกตัดสินเรื่องการแบ่งเอง ผู้จัดการมรดกเป็นผู้จัดการแทนทายาท ทรัพย์ใหม่ยังต้องแบ่งตามสิทธิของทายาทหรือพินัยกรรม และควรทำบัญชีทรัพย์ที่พบเพิ่มให้ทายาททุกคนเห็นตรงกัน ถ้าผู้จัดการมรดกไม่แจ้งทายาทหรือเงียบ ดูผู้จัดการมรดกไม่แบ่งและไม่ตอบทายาท
4. ธนาคารและสำนักงานที่ดินมักขออะไร
ธนาคารและสำนักงานที่ดินแต่ละแห่งขอเอกสารไม่เท่ากัน ตามที่เรารวบรวมจากแนวปฏิบัติทั่วไป รายการที่พบบ่อยมีดังนี้
- สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่ศาลรับรอง
- หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ซึ่งศาลออกให้เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่ศาลกำหนด
- มรณบัตรของเจ้ามรดก และบัตรประชาชนของผู้จัดการมรดก
- หลักฐานของทรัพย์ เช่น เลขที่บัญชี หรือโฉนดและเลขที่ดิน
- บางแห่งขอหนังสือยินยอมของทายาท หรือเอกสารแสดงการแบ่งที่ทายาทลงชื่อ
- ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกคนเดิม บางแห่งอาจขอให้แสดงว่าหน้าที่ยังไม่สิ้นสุด
วิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดคือโทรหรือส่งหนังสือสอบถามก่อน แล้วเก็บคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อรู้ว่าต้องใช้เอกสารใดจริง ๆ ก่อนเสียเวลาไปศาล หมายเหตุ ท่านไม่ควรพยายามเข้าถึงบัญชีของผู้ตายด้วยตนเอง เช่น ใช้รหัสหรือแอปของผู้ตาย การเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5 ถึง 7 ให้ใช้เฉพาะช่องทางที่ธนาคารกำหนด
ตัวอย่างหนังสือสอบถามธนาคาร ปรับข้อความให้ตรงกับกรณีของท่าน
เรื่อง ขอทราบรายละเอียดบัญชีเงินฝากของผู้ถึงแก่ความตายและเอกสารที่ธนาคารต้องการ
เรียน ผู้จัดการธนาคาร ____ สาขา ____
ข้าพเจ้า ____ เป็น [ผู้จัดการมรดก / ทายาท] ของ นาย/นาง ____ ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ____
ข้าพเจ้าพบหลักฐานว่าผู้ตายอาจมีบัญชีเงินฝากที่ธนาคารของท่าน (เลขที่บัญชี ____ ถ้าทราบ)
ศาล ____ ได้มีคำสั่งตั้งข้าพเจ้าเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ ____ (คดีหมายเลข ____)
ข้าพเจ้าแนบสำเนาคำสั่ง มรณบัตร และบัตรประชาชนมาพร้อมหนังสือนี้
ขอให้ธนาคารโปรดแจ้งข้าพเจ้าเป็นหนังสือว่า
1. ธนาคารมีบัญชีของผู้ตายหรือไม่ และสถานะของบัญชีเป็นอย่างไร
2. เอกสารที่ธนาคารต้องการเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทดำเนินการต่อได้
3. ธนาคารรับคำสั่งศาลฉบับเดิมสำหรับบัญชีนี้หรือไม่ หรือต้องการเอกสารอื่นเพิ่ม
ข้าพเจ้ายังไม่ได้ขอถอนเงินหรือปิดบัญชี และขอให้ธนาคารโปรดระงับการเคลื่อนไหวบัญชีไว้ก่อน
จนกว่าจะได้รับเอกสารครบถ้วน ติดต่อกลับได้ที่ ____ (โทรศัพท์ ____)
ขอแสดงความนับถือ
____ (ลงชื่อ) วันที่ ____
5. แบ่งทรัพย์ใหม่: ทายาทยังเป็นเจ้าของร่วมกันจนกว่าจะแบ่ง
มาตรา 1745 ให้ทายาทหลายคนมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกร่วมกันจนกว่าจะแบ่งเสร็จ และให้ใช้เรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาตรา 1356 ถึง 1366 เท่าที่ไม่ขัดกับบรรพมรดก ผลคือทรัพย์ที่เพิ่งพบยังเป็นของทายาทร่วมกัน ไม่ใช่ว่าใครพบก่อนเป็นเจ้าของ และไม่ใช่ว่าแบ่งเสร็จไปแล้วทรัพย์ใหม่จะตกเป็นของคนที่ถือเอกสารไว้
มาตรา 1750 ให้แบ่งได้ด้วยวิธีที่ทายาทเข้าครอบครองเป็นส่วนสัด หรือขายแล้วแบ่งเงิน ถ้าแบ่งด้วยสัญญา จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ เว้นแต่มีหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อฝ่ายที่รับผิดหรือตัวแทน และให้นำมาตรา 850 กับ 852 เรื่องประนีประนอมยอมความมาใช้โดยอนุโลม
ในทางปฏิบัติจึงควรทำ สัญญาแบ่งทรัพย์มรดกเพิ่มเติม แยกฉบับ ระบุ
- คำสั่งศาลเดิมและวันที่ ผู้ตาย และทายาททุกคนที่มีสิทธิ
- ทรัพย์ที่พบ รายละเอียดที่ตรวจสอบได้ (เลขบัญชี ธนาคาร สาขา หรือเลขโฉนด)
- สัดส่วนหรือวิธีแบ่ง ใครรับทรัพย์ใด หรือขายแล้วแบ่งเงิน
- ใครเป็นผู้ติดต่อธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน และใครรับค่าใช้จ่ายส่วนใด
- ข้อความว่าตนไม่ได้ปกปิดทรัพย์อื่น และถ้ามีทรัพย์ใหม่อีกจะแบ่งกันอย่างไร
- ลายมือชื่อทายาททุกคนและพยาน
ถ้าทายาทบางคนไม่ลงชื่อ หรือมีคนคัดค้านสัดส่วน ข้อตกลงฉบับนี้ใช้ไม่ได้ครบ และการเจรจาอาจต้องมีตัวกลาง หรือสุดท้ายเป็นคดีแบ่งมรดก โปรดดูเรื่องพี่น้องไม่ยอมแบ่งในคู่มือหลัก
ในตัวอย่างสมมติ พรทิพย์ ธนากร และศิริพรตกลงว่าเงินในบัญชีที่พบแบ่งเท่า ๆ กันสามส่วน ส่วนที่ดินแปลงเล็กจะขายแล้วแบ่งเงิน พวกเขาเขียนข้อตกลงฉบับเดียว ลงชื่อพร้อมพยานสองคน แล้วนำไปประกอบกับคำสั่งศาลเดิมเมื่อไปติดต่อธนาคารและสำนักงานที่ดิน
6. อายุความและกรอบเวลา: ตรวจวันที่ก่อน
อย่าเพิ่งสรุปว่า "ผ่านมานานแล้วไม่ได้" หรือ "ยังไม่ขาดอายุความ" ให้ตรวจสามเรื่อง
- มาตรา 1754 หลักทั่วไปของคดีมรดกคือ 1 ปี และโดยหลักเรียกร้องเลยเพดาน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายไม่ได้ เว้นแต่มีข้อยกเว้นเฉพาะกรณี เช่น ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกตามมาตรา 1748 ซึ่งยังเรียกให้แบ่งทรัพย์ที่ตนครอบครองได้แม้พ้นกำหนดตามมาตรา 1754
- มาตรา 1733 ทายาทจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงไม่ได้ กรอบนี้เกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ทายาทเห็นว่าผู้จัดการมรดกทำผิด ไม่ใช่กรอบเดียวกับการเรียกส่วนแบ่งทรัพย์ที่เพิ่งพบ
- วันที่จริง จดวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย วันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก วันที่ทายาทแต่ละคนรู้เรื่องทรัพย์ใหม่ และวันที่การจัดการเดิมสิ้นสุด
คำเตือนที่สำคัญ หนังสือทวงถามฝ่ายเดียวโดยลำพังปกติไม่ได้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง อย่ารอเพียงเพราะส่งหนังสือไปแล้ว และถ้าวันที่ใดวันหนึ่งใกล้ครบกำหนด ให้ปรึกษาทนายความทันที เราตอบไม่ได้จากเรื่องเล่า ต้องดูวันที่จริงและเอกสาร
7. ภาษีการรับมรดก
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เก็บภาษีเฉพาะส่วนของมรดกที่ผู้รับแต่ละรายได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายซึ่งเกิน 100 ล้านบาท และคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น ครอบครัวส่วนใหญ่จึงไม่ถึงเกณฑ์ การพบบัญชีหรือที่ดินแปลงเล็กเพิ่มจึงมักไม่ทำให้ต้องเสียภาษีนี้ แต่ถ้าทรัพย์รวมสูงมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเกณฑ์ล่าสุดและประเภททรัพย์ที่นับ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนที่ดินเป็นเรื่องแยก และกำหนดโดยสำนักงานที่ดินตามกรณี
8. เช็กลิสต์
ก่อนทำอะไร
- เก็บหลักฐานที่พบ ถ่ายภาพสมุดบัญชีหรือเอกสารที่ดิน และจดว่าพบเมื่อใด จากใคร
- จดวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย วันที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดก และวันที่ทายาทรู้เรื่อง
- หาสำเนาคำสั่งศาลที่รับรอง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และเอกสารสรุปการแบ่งเดิม
- อ่านว่าคำสั่งเขียนครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมดหรือเฉพาะรายการ
ตรวจอำนาจ
- ผู้จัดการมรดกเดิมยังอยู่และยังไม่สิ้นสุดหน้าที่หรือไม่
- สอบถามธนาคารหรือสำนักงานที่ดินเป็นหนังสือว่าใช้คำสั่งเดิมได้หรือไม่
- ถ้าต้องยื่นใหม่ ดูการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
แบ่งและบันทึก
- แจ้งทายาททุกคนเรื่องทรัพย์ที่พบ ไม่เว้นใคร
- ทำสัญญาแบ่งทรัพย์เพิ่มเติมเป็นหนังสือ ลงชื่อทุกคน มีพยาน
- ดำเนินการกับธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน เก็บใบเสร็จและเอกสารที่ได้รับ
- ตรวจอายุความก่อน ถ้าใกล้ครบกำหนดให้ปรึกษาทนายความทันที
อ่านเพิ่มเติม
- พ่อแม่เสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร — ภาพรวมทายาท พินัยกรรม หนี้ และข้อพิพาทมรดก
- การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก — เอกสาร บัญชีเครือญาติ และวันไต่สวน หากต้องยื่นใหม่
- การโอนที่ดินมรดกที่สำนักงานที่ดิน — ขั้นตอนเมื่อทรัพย์ใหม่เป็นที่ดิน
- ผู้จัดการมรดกไม่แบ่งและไม่ตอบทายาท — เมื่อผู้จัดการมรดกเดิมเงียบ
- พินัยกรรมและมรดกในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ — เมื่อทรัพย์หรือทายาทมีองค์ประกอบต่างประเทศ
ตรวจคำสั่งศาลเดิมก่อน แล้วค่อยตัดสินว่าต้องเริ่มใหม่หรือไม่ ทรัพย์ที่เพิ่งพบมักไม่ต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ แต่ต้องมีเอกสารที่ถูกต้องและข้อตกลงแบ่งที่เป็นหนังสือ
เราช่วยทายาทและผู้จัดการมรดกตรวจคำสั่งศาลเดิม ติดต่อธนาคารและสำนักงานที่ดิน ร่างสัญญาแบ่งทรัพย์ และยื่นคำร้องใหม่เมื่อจำเป็น ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานมรดก
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

