ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือกฎหมายครอบครัว

หย่าแล้วคู่สมรสมีหุ้นบริษัทหรือทำธุรกิจ: หุ้นเป็นสินสมรสหรือไม่ และทรัพย์สินบริษัทแยกอย่างไร

คู่สมรสถือหุ้นบริษัทหรือทำธุรกิจส่วนตัวแล้วจะหย่า ดูวันที่ได้หุ้น แหล่งเงิน เงินปันผล ทะเบียนผู้ถือหุ้น การประเมินมูลค่า และเหตุที่ทรัพย์สินบริษัทไม่ใช่ทรัพย์สินของสามีภริยา

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมคดีครอบครัว29 ตุลาคม 256912 นาที
หย่าแล้วคู่สมรสมีหุ้นบริษัทหรือทำธุรกิจ: หุ้นเป็นสินสมรสหรือไม่ และทรัพย์สินบริษัทแยกอย่างไร

ท่านหรือคู่สมรสถือหุ้นบริษัท หรือเปิดร้านและโรงงานของตนเอง เมื่อถึงเวลาหย่า คำถามที่เจอบ่อยคือ หุ้นนี้ต้องแบ่งหรือไม่ บริษัทมีที่ดิน รถ และเงินสด คู่สมรสขอส่วนแบ่งได้ไหม และจะรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายถือหุ้นอยู่เท่าไร คู่มือนี้ตอบเฉพาะมุมนี้ คือ วันที่ได้หุ้น แหล่งเงิน เงินปันผล และการแยกทรัพย์สินบริษัทออกจากทรัพย์สินของผู้ถือหุ้น

หลักทั่วไปของการหย่าและการแบ่งสินสมรสอยู่ในคู่มือฟ้องหย่า แบ่งสินสมรส และสิทธิเลี้ยงดูบุตร ถ้าคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ดูหย่ากับชาวต่างชาติในไทย และถ้าสงสัยว่าอีกฝ่ายโยกย้ายทรัพย์ ดูคู่มือหลักฐานการโอนทรัพย์ก่อนหย่า

คำตอบหลัก

หุ้นเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรสต้องดูว่าได้มาเมื่อใดและด้วยเงินจากแหล่งใด ส่วนทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของไม่ใช่ทรัพย์สินของสามีภริยา สิ่งที่แบ่งกันได้คือหุ้นหรือมูลค่าของหุ้นเท่านั้น

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีอยู่ก่อนสมรส และทรัพย์ที่ได้มาโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา เป็นสินส่วนตัว มาตรา 1474 ถือว่าทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว (วรรคหนึ่ง (3)) เป็นสินสมรส เมื่อหย่ากัน มาตรา 1533 ให้แบ่งสินสมรสคนละครึ่ง หุ้นบริษัทจำกัดเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง จึงนำหลักเหล่านี้มาใช้ ส่วนบริษัทเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก ทรัพย์สินของบริษัทเป็นของบริษัท

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าเริ่มจากคำถามว่า "บริษัทมีอะไรบ้าง" ให้เริ่มจากสามข้อ คือ ใครเป็นผู้ถือหุ้นตามหลักฐาน ได้หุ้นเมื่อไร และจ่ายค่าหุ้นด้วยเงินใด เมื่อรู้สามข้อนี้ ประเด็นที่เหลือคือเรื่องมูลค่าและวิธีจัดการ ซึ่งมักตกลงกันได้ง่ายกว่าการทะเลาะกันเรื่องทรัพย์สินรายชิ้นของบริษัท ผลสุดท้ายขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล เราไม่สามารถรับรองผลล่วงหน้า

ตัวอย่างสมมติ คุณสมศรีและคุณวิชัยในขอนแก่นจะหย่ากัน คุณวิชัยถือหุ้นร้อยละ 60 ในบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง โดยซื้อหุ้นกลุ่มแรกก่อนแต่งงาน และซื้อเพิ่มอีกชุดหนึ่งหลังแต่งงานด้วยเงินจากบัญชีร่วม บริษัทมีที่ดินและรถบรรทุกหลายคัน ในกรณีนี้ หุ้นกลุ่มแรกน่าจะเป็นสินส่วนตัว หุ้นชุดหลังน่าจะเป็นสินสมรส ส่วนที่ดินและรถบรรทุกเป็นของบริษัท ไม่ใช่ของทั้งสองคน

1. บริษัทเป็นนิติบุคคล: ที่ดิน เงินสด และรถของบริษัทเป็นของใคร

บริษัทจำกัดที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น ที่ดิน เงินในบัญชี รถ และเครื่องจักรที่ถือกรรมสิทธิ์ในชื่อบริษัทจึงเป็นของบริษัท ผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของหุ้น ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินแต่ละรายการของบริษัทโดยตรง

  • คู่สมรสที่ไม่ได้ถือหุ้นจึงไม่อาจขอให้ศาลแบ่งที่ดินหรือรถของบริษัทเหมือนแบ่งสินสมรสทั่วไป
  • สิ่งที่ศาลอาจแบ่งหรือพิจารณาได้ คือหุ้นที่เป็นสินสมรส หรือมูลค่าของหุ้นนั้น
  • ถ้าเงินหรือทรัพย์สินของสามีภริยาถูกนำไปใส่ในบริษัท เช่น ให้บริษัทกู้ยืม หรือซื้อทรัพย์ในชื่อบริษัท ควรตรวจว่าบันทึกเป็นเงินกู้ เงินลงทุน หรือเงินเพิ่มทุน เพราะแต่ละอย่างมีผลต่างกัน
  • ถ้าเจ้าของใช้บริษัทเป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงการแบ่งทรัพย์ เช่น โอนทรัพย์สินส่วนตัวเข้าบริษัทโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ต้องมีหลักฐานชัด

ผู้ถือหุ้นที่เป็นกรรมการก็ไม่ควรนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว ดูหลักแยกเงินในคู่มือธุรกิจครอบครัว: แบ่งบทบาท ค่าตอบแทน และกติกาตัดสินใจ

2. ได้หุ้นเมื่อไรและใช้เงินจากไหน

ลักษณะการได้หุ้นตรวจอะไร
ถือไว้ก่อนสมรสวันที่ได้หุ้นตามใบหุ้น ตราสารโอน หรือเอกสารจัดตั้งบริษัท
ซื้อระหว่างสมรสด้วยเงินสินส่วนตัวล้วนแหล่งเงินที่ชัด เช่น เงินที่ขายสินส่วนตัวมา
ซื้อระหว่างสมรสด้วยเงินเดือนหรือรายได้ระหว่างสมรสรายการเดินบัญชีและวันที่ชำระค่าหุ้น
ได้รับหุ้นจากมรดกหรือการให้โดยเสน่หาพินัยกรรม สัญญาให้ และข้อความที่ระบุว่าเป็นของฝ่ายใด
หุ้นที่เกิดจากการเพิ่มทุนระหว่างสมรสมติเพิ่มทุน ใบชำระค่าหุ้น และแหล่งเงิน

วันที่ต้องดูคือวันที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในหุ้นนั้นจริง ไม่ใช่วันที่แก้ทะเบียนเสมอไป เช่น ซื้อหุ้นก่อนแต่งงานแต่เพิ่งจดแจ้งในทะเบียนหลังแต่งงาน ต้องดูว่าข้อตกลงและการชำระเงินเกิดเมื่อใด การปะปนของเงินสองประเภทเป็นปัญหาที่พบบ่อย ถ้าจ่ายค่าหุ้นบางส่วนจากเงินสินส่วนตัวและบางส่วนจากเงินสินสมรส ควรวิเคราะห์เป็นรายกรณีกับทนายความ

3. ตรวจทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหุ้น

หลักฐานเรื่องหุ้นอยู่หลายที่ ควรเทียบกัน อย่าอาศัยเอกสารเดียว

  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) บริษัทต้องนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างน้อยปีละครั้ง เป็นข้อมูลที่ขอตรวจได้จากกรม แต่ไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดว่าใครเป็นเจ้าของหุ้น
  • สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท บริษัทต้องจัดทำและเก็บไว้เอง บันทึกรายชื่อ จำนวนหุ้น และการโอน การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องจดแจ้งตามมาตรา 1129 จึงยกขึ้นยันบริษัทและบุคคลภายนอกได้
  • ตราสารโอนหุ้น หุ้นชนิดระบุชื่อต้องโอนเป็นหนังสือ มีลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน และพยานอย่างน้อยหนึ่งคน (มาตรา 1129) ตรวจวันที่และราคาในเอกสาร
  • ข้อบังคับของบริษัท อาจจำกัดการโอนหุ้นสำหรับหุ้นชนิดระบุชื่อ (มาตรา 1129) ซึ่งมีผลถ้าจะโอนหุ้นให้คู่สมรสเดิมเพื่อชำระส่วนแบ่ง
  • งบการเงินและรายงานการประชุม ดูมติจ่ายปันผล การเพิ่มทุน และเงินกู้ระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้น

รายละเอียดเรื่องความเกี่ยวกันของ บอจ.5 กับสิทธิในหุ้นและสิทธิตรวจเอกสาร ดูสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ข้อควรระวังคือคู่สมรสที่ไม่ได้ถือหุ้นไม่มีสิทธิของผู้ถือหุ้นในบริษัท การขอข้อมูลลึกกว่าข้อมูลสาธารณะอาจต้องอาศัยขั้นตอนในคดี ไม่ควรเข้าถึงอีเมลหรือบัญชีของอีกฝ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์และกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล

4. เงินปันผลและเงินเดือนกรรมการ

เงินปันผลคือส่วนแบ่งกำไรตามหุ้น (มาตรา 1200) และจ่ายได้ตามมติที่ประชุมใหญ่จากกำไรเท่านั้น (มาตรา 1201) ถ้าหุ้นเป็นสินส่วนตัว ดอกผลของหุ้นนั้นเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474 (3) ดังนั้นเงินปันผลที่ได้รับระหว่างสมรสจึงเข้าหลักเป็นสินสมรส แม้หุ้นเองเป็นสินส่วนตัว

ต้องแยกให้ออกด้วยว่าเงินที่ผู้ถือหุ้นได้รับเป็นเงินปันผลหรือเงินเดือน เงินเดือนหรือค่าตอบแทนกรรมการเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ส่วนเงินปันผลเป็นผลตอบแทนของทุน ในธุรกิจครอบครัว เจ้าของบางรายรับเงินเดือนต่ำและรับปันผลสูง หรือกลับกัน จึงควรตรวจรายการย้อนหลังหลายปี ไม่ใช่ปีเดียว

  • เงินปันผลที่บริษัทประกาศแล้วแต่ยังไม่จ่าย อาจต้องพิจารณาว่าเป็นสิทธิที่เกิดระหว่างสมรสหรือไม่
  • กำไรสะสมที่บริษัทยังไม่แจก ไม่ใช่เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับ แต่มีผลต่อมูลค่าหุ้น
  • ถ้าเจ้าของเลื่อนจ่ายปันผลหรือจ่ายเงินให้ตนเองเป็นเงินกู้ ต้องตรวจเอกสารการกู้และมติ

5. ธุรกิจแต่ละรูปแบบต่างกันอย่างไร

รูปแบบธุรกิจผลต่อการแบ่งทรัพย์หลักฐานที่ควรมี
กิจการเจ้าของคนเดียว (ไม่เป็นนิติบุคคล)ทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการเป็นของเจ้าของ จึงจัดประเภทเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรสรายทรัพย์ตามที่ได้มาทะเบียนพาณิชย์ บัญชีทรัพย์สิน เอกสารสิทธิ งบหรือบัญชีรายรับรายจ่าย
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกทรัพย์สินจากหุ้นส่วน ส่วนที่แบ่งได้คือสิทธิของหุ้นส่วนในห้างสัญญาจัดตั้ง หนังสือรับรอง รายการเงินลงหุ้น
บริษัทจำกัดทรัพย์สินเป็นของบริษัท แบ่งหุ้นหรือมูลค่าหุ้นบอจ.5 ทะเบียนผู้ถือหุ้น ตราสารโอน งบการเงิน

กิจการเจ้าของคนเดียวเป็นกรณีที่ไม่มีนิติบุคคลมาคั่น จึงต้องไล่ทรัพย์สินทีละรายการ ได้แก่ เครื่องจักร สต็อก ที่ดิน และเงินในบัญชีธุรกิจ แล้วจัดประเภทตามเวลาและแหล่งเงิน ส่วนห้างหุ้นส่วนและบริษัท ให้ถือว่าห้างหรือบริษัทมีทรัพย์สินของตนเอง ควรตรวจหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อดูประเภทและทุน

6. เพิ่มทุน หุ้นในชื่อผู้อื่น และข้อควรระวัง

การเพิ่มทุนระหว่างสมรส หากผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นเพิ่มทุนด้วยเงินสินสมรส หุ้นใหม่นั้นน่าจะเป็นสินสมรส แม้หุ้นเดิมเป็นสินส่วนตัว และสัดส่วนที่ถือในบริษัทเปลี่ยนไป ควรขอมติเพิ่มทุน รายการชำระเงินค่าหุ้น และหลักฐานจดทะเบียนเพิ่มทุน

หุ้นที่ถือในชื่อผู้อื่น บางครั้งคู่สมรสฝ่ายหนึ่งสงสัยว่าอีกฝ่ายให้ญาติ เพื่อน หรือพนักงานถือหุ้นแทน เรื่องนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ รายชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นหลักฐานที่ศาลให้น้ำหนัก ผู้ที่อ้างว่าหุ้นที่ถือในชื่อผู้อื่นเป็นของคู่สมรสต้องมีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน ได้แก่ ใครจ่ายค่าหุ้น เงินมาจากบัญชีใด มีข้อความหรือเอกสารตกลงกันหรือไม่ และใครรับเงินปันผลจริง การสืบหาควรทำผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายและกับทนายความ ไม่ควรเปิดดูอีเมล แอปธนาคาร หรือบัญชีโซเชียลของผู้อื่น และไม่ควรกล่าวหาบุคคลที่สามต่อสาธารณะ ถ้าเป็นหุ้นต่างชาติที่ถือแทน ควรพิจารณากฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย

7. จะตีมูลค่าหุ้นอย่างไร

เมื่อตกลงได้ว่าหุ้นใดเป็นสินสมรส คำถามต่อไปคือหุ้นนั้นมีมูลค่าเท่าไร วิธีที่ใช้บ่อยมีสามแบบ

  1. มูลค่าตามบัญชี ใช้ส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินล่าสุด เร็วและตรวจสอบง่าย แต่อาจไม่สะท้อนมูลค่าที่ดิน ลูกค้า หรือชื่อเสียงของกิจการ
  2. มูลค่าที่ตกลงกัน คู่สมรสตกลงตัวเลขเอง ใช้ได้เมื่อไว้ใจกัน และควรเขียนในสัญญาหย่าให้ชัด
  3. ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ ใช้เมื่อมีข้อโต้แย้ง ผู้ประเมินอาจพิจารณาทรัพย์สิน ผลประกอบการ และข้อจำกัดการโอนหุ้น ศาลอาจตั้งหรือรับรายงานตามความเหมาะสม

ปัญหาที่ควรตกลงล่วงหน้า คือใช้วันใดเป็นวันตีราคา ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ถือเสียงข้างมากอาจมีมูลค่าต่ำกว่าสัดส่วนทรัพย์สินตรง ๆ และคู่สมรสที่รับมูลค่าเป็นเงินแทนหุ้นควรรู้วิธีและกำหนดเวลาจ่าย ถ้าข้อบังคับห้ามหรือจำกัดโอนหุ้น การแบ่งหุ้นให้อีกฝ่ายจริงอาจทำไม่ได้ จึงมักใช้วิธีให้ผู้ถือหุ้นเดิมจ่ายเงินชดเชย

หากต้องการทำข้อตกลงก่อนแต่งงานเพื่อแยกธุรกิจไว้ล่วงหน้า ดูคู่มือสัญญาก่อนสมรส

8. สถานการณ์ แนวโน้มการจัดประเภท และหลักฐาน

สถานการณ์แนวโน้มการจัดประเภทหลักฐานที่ต้องใช้
ซื้อหุ้นก่อนแต่งงานด้วยเงินของตนเองสินส่วนตัวตราสารโอน ใบหุ้น หลักฐานจ่ายเงิน ทะเบียนสมรส
ซื้อหุ้นหลังแต่งงานด้วยเงินเดือนหรือเงินสินสมรสสินสมรสรายการเดินบัญชี ตราสารโอน ทะเบียนผู้ถือหุ้น
ซื้อหุ้นหลังแต่งงานด้วยเงินที่ขายสินส่วนตัวอาจเป็นสินส่วนตัว (ขึ้นกับการพิสูจน์ที่มาของเงิน)สัญญาขายทรัพย์เดิม รายการเงินเข้าออก
เงินปันผลจากหุ้นก่อนสมรสที่ได้ระหว่างสมรสสินสมรส (มาตรา 1474 (3))มติจ่ายปันผล รายการเข้าบัญชี
หุ้นเพิ่มทุนระหว่างสมรสด้วยเงินสินสมรสสินสมรสสำหรับหุ้นใหม่มติเพิ่มทุน ใบชำระค่าหุ้น
ที่ดินและรถในชื่อบริษัททรัพย์สินของบริษัท ไม่ใช่ของสามีภริยาเอกสารสิทธิ ทะเบียนรถ งบการเงิน
หุ้นในชื่อญาติหรือเพื่อนยังสรุปไม่ได้ ต้องพิสูจน์หลักฐานการจ่ายเงิน ข้อตกลง การรับเงินปันผล

9. ตัวอย่างรายการเอกสารที่ขอ

รายการด้านล่างเป็นตัวอย่างสำหรับส่งให้คู่สมรสหรือทนายอีกฝ่าย ปรับตามกิจการจริง

เรื่อง ขอเอกสารเกี่ยวกับหุ้นและกิจการเพื่อประกอบการตกลงเรื่องการแบ่งทรัพย์

1) ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล และสัดส่วนหุ้นที่ถือ ณ วันนี้
2) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับล่าสุดและย้อนหลัง ____ ปี
3) สำเนาสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท
4) ตราสารโอนหุ้นทุกฉบับ และหลักฐานการชำระค่าหุ้น
5) ข้อบังคับของบริษัทที่ใช้อยู่
6) งบการเงินย้อนหลัง ____ ปี และงบล่าสุด
7) มติที่ประชุมเรื่องการจ่ายปันผลและการเพิ่มทุน
8) รายการเงินปันผลและเงินเดือนกรรมการที่ได้รับย้อนหลัง ____ ปี
9) รายการเงินกู้ระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ
10) รายการทรัพย์สินสำคัญของบริษัท (ที่ดิน ยานพาหนะ เครื่องจักร)
11) หนังสือแสดงว่ามีหุ้นที่ถือแทนผู้อื่นหรือไม่ (ถ้ามี)
กรุณาส่งภายใน ____ วัน หากไม่สามารถส่งได้ขอทราบเหตุผล

10. เช็กลิสต์สำหรับคู่สมรสที่มีหุ้นหรือธุรกิจ

หลักฐานเรื่องหุ้น

  • ขอ บอจ.5 ล่าสุดและย้อนหลังจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • รวบรวมใบหุ้น ตราสารโอน และสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเท่าที่ทำได้โดยชอบ
  • ตรวจข้อบังคับเรื่องการโอนหุ้น

วันที่และแหล่งเงิน

  • ทำตารางวันที่ได้หุ้นแต่ละชุดเทียบกับวันจดทะเบียนสมรส
  • หาหลักฐานแหล่งเงินที่ใช้ซื้อหุ้นและเพิ่มทุน
  • ทำรายการเงินปันผลและเงินเดือนกรรมการที่ได้รับระหว่างสมรส

ทรัพย์สินบริษัท

  • แยกรายการทรัพย์สินของบริษัทออกจากทรัพย์สินของผู้ถือหุ้น
  • ตรวจเงินกู้ระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นหรือคู่สมรส

มูลค่าและการจัดการ

  • ตกลงวิธีตีมูลค่าและวันตีราคา
  • ถามทนายเรื่องข้อจำกัดการโอนหุ้นและการชำระเป็นเงิน
  • ไม่เข้าถึงบัญชีหรืออุปกรณ์ของอีกฝ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

อ่านเพิ่มเติม

หุ้นเป็นสินสมรสหรือไม่ ให้ดูวันที่ได้ แหล่งเงิน และเงินปันผล ส่วนทรัพย์สินของบริษัทไม่ใช่ของสามีภริยา สิ่งที่แบ่งกันคือหุ้นหรือมูลค่าของหุ้น

เราช่วยตรวจทะเบียนผู้ถือหุ้น จัดลำดับหลักฐานเรื่องหุ้นและเงินปันผล และเจรจาหรือดำเนินคดีเรื่องการแบ่งสินสมรสที่เกี่ยวกับกิจการ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานคดีครอบครัวและที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

หุ้นที่สามีหรือภริยาซื้อไว้ก่อนแต่งงานต้องแบ่งตอนหย่าหรือไม่+

โดยหลักไม่ต้อง เพราะทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรสเป็นสินส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 แต่ดอกผลของสินส่วนตัวเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474 จึงต้องดูเงินปันผลที่ได้ระหว่างสมรสด้วย และดูว่ามีการนำเงินสินสมรสไปซื้อหุ้นเพิ่มหรือไม่ ดูหัวข้อ 2 และ 4

เงินปันผลจากหุ้นสินส่วนตัวเป็นสินสมรสหรือไม่+

มักเป็นสินสมรส เพราะมาตรา 1474 (3) ถือว่าดอกผลของสินส่วนตัวเป็นสินสมรส แต่ข้อเท็จจริงสำคัญคือเงินปันผลได้รับจริงเมื่อใด จ่ายเข้าบัญชีใคร และมีการนำไปปนกับทรัพย์อื่นหรือไม่ ควรตรวจมติจ่ายปันผลและรายการเดินบัญชี ดูหัวข้อ 4

ถ้าบริษัทมีที่ดินและรถยนต์ คู่สมรสขอแบ่งทรัพย์เหล่านั้นได้หรือไม่+

โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะบริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น ทรัพย์สินเป็นของบริษัท สิ่งที่อาจนำมาแบ่งคือหุ้นหรือมูลค่าของหุ้นที่เป็นสินสมรส ดูหัวข้อ 1

จะรู้ได้อย่างไรว่าคู่สมรสถือหุ้นบริษัทใดบ้างและกี่หุ้น+

เริ่มจากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ที่บริษัทนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท และตราสารโอนหุ้น ซึ่งมาตรา 1129 เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ บอจ.5 ไม่ใช่หลักฐานที่ชี้ขาดสิทธิในหุ้น ดูหัวข้อ 3

ถ้าคู่สมรสให้ญาติหรือเพื่อนถือหุ้นแทน จะทำอย่างไร+

ควรใช้ความระมัดระวังและอย่ารีบสรุปว่าเป็นหุ้นของคู่สมรส เพราะรายชื่อในทะเบียนเป็นหลักฐานสำคัญ ผู้กล่าวอ้างต้องมีพยานหลักฐานอื่น เช่น แหล่งเงินที่ซื้อ ข้อความตกลง และการรับผลประโยชน์ ควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการใด ๆ ดูหัวข้อ 6

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา