ท่านเห็นเงินในบัญชีที่เคยใช้ร่วมกันลดลงทีละก้อน คู่สมรสเริ่มพูดว่า "ที่ดินแปลงนั้นเป็นของพี่สาวแล้ว" หรือรถที่เคยจอดหน้าบ้านหายไป ท่านยังไม่ได้ฟ้องหย่า แต่เริ่มกลัวว่าเมื่อถึงวันแบ่งทรัพย์ จะไม่เหลืออะไรให้แบ่ง คำถามที่ตามมาคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรหายไปไหน โดยไม่ทำให้ตัวเองมีปัญหา
คู่มือนี้พูดเฉพาะเรื่องการทำรายการทรัพย์และเส้นทางเงินก่อนหย่า และทางเลือกที่ทนายต้องประเมิน ภาพรวมของการหย่า สินสมรส และสิทธิเลี้ยงดูบุตรอยู่ในคู่มือฟ้องหย่า แบ่งสินสมรส ส่วนกรณีทรัพย์หลักเป็นหุ้นหรือกิจการ ดูหุ้นและทรัพย์สินธุรกิจของคู่สมรสเมื่อหย่า
คำตอบหลัก
ท่านทำได้มากโดยไม่ต้องแตะบัญชีหรืออุปกรณ์ของอีกฝ่ายเลย ให้รวบรวมเอกสารที่เป็นของท่านหรืออยู่ในมือท่านโดยชอบ ทำรายการทรัพย์และลำดับเหตุการณ์ แล้วให้ทนายประเมินว่าจะใช้ทางใด ระหว่างขอเพิกถอนการโอน ขอให้นำทรัพย์ที่ถูกโอนมาคิดในการแบ่ง ขอให้ศาลสั่งแยกการจัดการสินสมรส หรือขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ส่วนการล็อกอินบัญชี เปิดโทรศัพท์ หรือติดตั้งแอปติดตามคู่สมรส เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลย
หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง) มาตรา 1476 กำหนดนิติกรรมบางประเภทเกี่ยวกับสินสมรสที่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย เช่น ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก จำนอง ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี ให้กู้ยืมเงิน ให้โดยเสน่หา และประนีประนอมยอมความ มาตรา 1480 ให้อีกฝ่ายขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด มาตรา 1534 ให้นำสินสมรสที่ถูกจำหน่ายโดยไม่ชอบกลับมาคิดในการแบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533 มาตรา 1484 ให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องจัดการสินสมรสแต่ผู้เดียว หรือให้แยกสินสมรสได้ เมื่อมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนด และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ให้ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เช่น อายัดทรัพย์
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา เรื่องแบบนี้แพ้ชนะกันที่การพิสูจน์สองข้อ คือทรัพย์นั้นเป็นสินสมรสหรือไม่ และการโอนเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะอะไร รายการทรัพย์ที่เรียบร้อยและมีเอกสารรองรับทำให้ทนายประเมินได้เร็วว่าควรเลือกทางใด และเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทรัพย์ที่ถูกโอนต่อไปยังบุคคลที่สามแล้วเรียกคืนยากกว่ามาก
ตัวอย่างสมมติ คุณนภาและคุณธนา คู่สามีภริยาในขอนแก่น แต่งงานกันมา 14 ปี คุณนภาสังเกตว่าเงินฝากร่วมที่เคยมีราว 1,500,000 บาท เหลือไม่ถึงหนึ่งในสาม และคุณธนาพูดเป็นนัยว่าที่นาแปลงหนึ่งที่ซื้อระหว่างสมรส "ยกให้น้องชายไปแล้ว" คุณนภาอยากรู้ความจริงจนเกือบขอรหัสผ่านแอปธนาคารจากลูกที่เคยช่วยตั้งค่าให้ แต่ตัดสินใจไม่ทำ แล้วเริ่มจากสมุดบัญชีร่วมที่ตนถือไว้ สำเนาโฉนดในตู้เอกสารของบ้าน และข้อความที่คุณธนาส่งถึงตนเอง ก่อนไปปรึกษาทนาย ตัวเลขและเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย
1. อะไรคือสัญญาณที่ควรเริ่มบันทึก
สัญญาณเดียวไม่พอให้สรุปว่ามีการซ่อนทรัพย์ แต่หลายสัญญาณรวมกันเป็นเหตุให้เริ่มทำรายการ
- เงินในบัญชีที่ท่านรู้จักลดลงเป็นก้อนโดยไม่มีคำอธิบาย
- ใบแจ้งยอดหยุดส่งมาที่บ้าน หรือเปลี่ยนไปรับทางอีเมลที่ท่านไม่มีสิทธิเข้า
- มีการขายหรือจำนองทรัพย์ที่ท่านไม่ได้เซ็นร่วม
- ทรัพย์ไปปรากฏเป็นชื่อญาติ เพื่อน หรือบริษัทที่คู่สมรสมีส่วนเกี่ยวข้อง
- คู่สมรสโอนเงินให้บุคคลที่สามจำนวนมากโดยอ้างว่าเป็นการยืมหรือการให้
- ทองคำ เครื่องประดับ หรือของมีค่าที่เคยเก็บไว้ที่บ้านหายไป
บางเรื่องมีคำอธิบายที่สุจริต เช่น ชำระหนี้เดิม หรือลงทุนในกิจการครอบครัว จึงควรจดข้อเท็จจริงไว้ก่อน อย่าตั้งข้อหาโดยไม่มีหลักฐาน
2. กฎหมายให้อะไรท่านบ้าง (มาตรา 1476, 1480, 1534, 1484)
นิติกรรมที่ต้องได้รับความยินยอม (มาตรา 1476) คู่สมรสแต่ละฝ่ายจัดการสินสมรสบางอย่างได้ตามลำพัง แต่นิติกรรมบางประเภทต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ได้แก่ ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนองเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนได้ การก่อ แก้ หรือระงับภาระต่าง ๆ บนอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี การให้กู้ยืมเงิน การให้โดยเสน่หา (ยกเว้นการให้ที่เหมาะสมแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล สังคม หรือหน้าที่ธรรมจรรยา) การประนีประนอมยอมความ การมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการ และการนำทรัพย์ไปเป็นประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล ถ้าไม่ใช่รายการเหล่านี้ คู่สมรสฝ่ายเดียวจัดการได้ เช่น การถอนเงินฝากเพื่อใช้จ่ายทั่วไป จึงต้องดูว่าการกระทำที่สงสัยเข้ากับรายการใด
ขอเพิกถอน (มาตรา 1480) ถ้าทำนิติกรรมตามมาตรา 1476 โดยไม่ได้รับความยินยอม อีกฝ่ายขอให้ศาลเพิกถอนได้ แต่มีกำหนดเวลา ตามที่เราตรวจสอบคือภายในหนึ่งปีนับแต่รู้เหตุที่ขอเพิกถอน และไม่เกินสิบปีนับแต่วันทำนิติกรรม และสิทธิของบุคคลภายนอกที่สุจริตและเสียค่าตอบแทนอาจได้รับความคุ้มครอง ทนายจะตรวจข้อความฉบับปัจจุบันก่อนนับเวลาให้ท่าน ที่สำคัญคือ "นับแต่รู้" หมายความว่าท่านควรจดวันที่ท่านทราบเรื่อง และอย่าปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ
นำทรัพย์ที่ถูกโอนมาคิดตอนแบ่ง (มาตรา 1534) แม้เพิกถอนไม่ได้ เช่น เพราะทรัพย์ถึงมือบุคคลที่สามที่สุจริตแล้ว กฎหมายยังให้ถือว่าสินสมรสที่ถูกจำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของฝ่ายนั้น เพื่อให้อีกฝ่ายเสียหาย โดยไม่ได้รับความยินยอมที่กฎหมายกำหนด หรือถูกทำลายโดยเจตนา ยังคงอยู่เสมือนไม่ได้ถูกจำหน่าย แล้วคิดรวมในการแบ่งสินสมรสคนละส่วนเท่ากันตามมาตรา 1533 ถ้าอีกฝ่ายได้ไม่ครบ ฝ่ายที่จำหน่ายต้องชดใช้ส่วนที่ขาดจากส่วนของตนหรือสินส่วนตัว ท่านต้องพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์นั้นเคยเป็นสินสมรส และมีเหตุตามมาตรานี้ ส่วนข้อโต้แย้งว่าขายไปจริงเพื่อใช้หนี้ครอบครัว ฝ่ายที่อ้างต้องมีหลักฐานของตน
ให้ศาลแยกการจัดการสินสมรส (มาตรา 1484) ถ้าคู่สมรสฝ่ายที่มีอำนาจจัดการสินสมรสจัดการจนเสียหายร้ายแรง ไม่อุปการะเลี้ยงดู ล้มละลายหรือมีหนี้เกินกึ่งหนึ่งของสินสมรส ขัดขวางการจัดการของอีกฝ่ายโดยไม่มีเหตุอันควร หรือมีพฤติการณ์ที่น่าจะทำให้สินสมรสเสียหาย อีกฝ่ายร้องขอให้ศาลสั่งให้ตนจัดการสินสมรสแต่ผู้เดียว หรือให้แยกสินสมรสได้ และขอให้ศาลมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเกี่ยวกับการจัดการสินสมรสได้ ทางนี้ต่างจากการฟ้องหย่า คือใช้ขณะยังเป็นสามีภริยากันอยู่
เรื่องที่ควรระวัง สินส่วนตัวไม่ใช่สินสมรส การโอนสินส่วนตัวของอีกฝ่ายจึงไม่เข้ากฎเหล่านี้ และสัญญาก่อนสมรสอาจกำหนดสิ่งต่างออกไป ดูสัญญาก่อนสมรสควรตกลงอะไร
3. หาข้อมูลอย่างไรให้ถูกกฎหมาย และสิ่งที่ห้ามทำ
แหล่งข้อมูลที่ใช้ได้โดยชอบ
- เอกสารของท่านเอง เช่น สมุดบัญชีของท่าน ใบแจ้งยอดบัญชีร่วมที่ท่านเป็นเจ้าของบัญชีด้วย ใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขาย
- สำเนาเอกสารที่อยู่ในบ้านหรือในครอบครองท่านอยู่แล้ว เช่น โฉนด เล่มทะเบียนรถ กรมธรรม์ ภาษีประจำปี
- ข้อความ อีเมล หรือสลิปที่ส่งถึงท่านโดยตรง หรือที่ท่านเป็นผู้รับเอง
- ข้อมูลสาธารณะของนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น รายชื่อกรรมการ ผู้ถือหุ้น และงบการเงิน
- การตรวจเอกสารสิทธิที่สำนักงานที่ดินในกรณีและวิธีที่กฎหมายให้ทำได้ โดยทนายหรือผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะบอกว่าให้ข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด
- ระหว่างคดี ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกเอกสารจากธนาคารหรือหน่วยงานตามที่คู่ความร้องขอและศาลเห็นสมควร ซึ่งเป็นช่องทางที่ถูกต้องเมื่อท่านต้องการรายการเดินบัญชีของอีกฝ่าย
สิ่งที่ห้ามทำ
- ห้ามล็อกอินบัญชีธนาคาร อีเมล โซเชียล หรือ LINE ของคู่สมรส แม้จะรู้รหัสหรือเคยใช้ร่วมกัน
- ห้ามเปิดโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ของอีกฝ่ายเพื่อดูหรือคัดลอกข้อมูลโดยเขาไม่อนุญาต
- ห้ามติดตั้งแอปติดตามตำแหน่ง แอปดักข้อความ หรือโปรแกรมสอดแนมในเครื่องของเขา
- ห้ามหลอกถามรหัส OTP หรือขอให้บุคคลอื่นเข้าบัญชีแทน
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5 กำหนดความผิดฐานเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ มาตรา 6 เกี่ยวกับการเปิดเผยมาตรการป้องกันการเข้าถึงที่ตนล่วงรู้มา และมาตรา 7 เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ ส่วน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ก็อาจเกี่ยวข้อง เมื่อมีการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย การเก็บข้อมูลเพื่อใช้ส่วนตัวหรือในครัวเรือนอาจได้รับข้อยกเว้นบางส่วน แต่การได้ข้อมูลมาด้วยการเข้าถึงโดยมิชอบแล้วนำไปเผยแพร่หรือยื่นต่อศาล ไม่ใช่เรื่องที่ควรพึ่งข้อยกเว้นนั้น
ผลที่ตามมามีสองด้าน ท่านอาจถูกแจ้งความหรือถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย และพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบอาจถูกโต้แย้งหรือถูกศาลให้น้ำหนักน้อย ทำให้คดีที่ท่านถูกต้องกลับอ่อนลง
ทำอย่างไรแทน ถ้าท่านเชื่อว่ามีเงินเคลื่อนไหวผิดปกติ ให้จดสิ่งที่เห็นจากเอกสารที่ท่านมีโดยชอบ ระบุว่าอยากได้ข้อมูลใดจากบัญชีไหน แล้วให้ทนายประเมินการขอให้ศาลมีหมายเรียกหรือคำสั่ง ท่านอาจถามคู่สมรสตรง ๆ และเก็บคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือขอคำชี้แจงผ่านทนายก็ได้
4. ตารางทรัพย์ แหล่งข้อมูลที่ชอบด้วยกฎหมาย และสิ่งที่ทนายอาจขอต่อศาล
| ประเภททรัพย์ | แหล่งข้อมูลที่ใช้ได้โดยชอบ | สิ่งที่ทนายอาจขอต่อศาล |
|---|---|---|
| เงินฝากธนาคาร | สมุดบัญชีและใบแจ้งยอดของบัญชีร่วม สลิปที่ท่านเป็นผู้รับ ข้อความที่ส่งถึงท่าน | หมายเรียกรายการเดินบัญชีจากธนาคารระหว่างคดี คำสั่งอายัดเงินฝากชั่วคราว (มาตรา 254) |
| ที่ดิน บ้าน คอนโด | สำเนาโฉนดที่ท่านมี การตรวจเอกสารสิทธิที่สำนักงานที่ดินเท่าที่ทำได้ | เพิกถอนนิติกรรมโอนหรือจำนอง (มาตรา 1480) คำสั่งห้ามโอนหรืออายัดชั่วคราว (มาตรา 254) |
| รถยนต์ รถจักรยานยนต์ | เล่มทะเบียน ประกัน ภาษีรถ ภาพถ่ายที่ท่านถ่ายเอง | คำสั่งอายัดหรือห้ามโอนชั่วคราว การคิดมูลค่าในการแบ่ง (มาตรา 1534) |
| หุ้นหรือกิจการของคู่สมรส | ข้อมูลสาธารณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า งบการเงินที่ยื่นไว้ ภาษีประจำปีของครอบครัว | หมายเรียกบัญชีผู้ถือหุ้นหรือเอกสารบัญชีจากบริษัท คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ดูสิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เมื่อท่านเป็นผู้ถือหุ้นด้วย |
| กองทุน หุ้นในตลาด กรมธรรม์ประกันชีวิต | เอกสารที่ส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้าน ภาษีประจำปีที่ลดหย่อนเบี้ยประกัน | หมายเรียกข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทประกัน ขอคิดมูลค่าตอนแบ่ง |
| เงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล | ข้อความหรือสลิปที่เห็นโดยชอบ ภาษีประจำปี | หมายเรียกข้อมูลจากผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาต ทนายประเมินว่าศาลจะออกคำสั่งได้เพียงใด |
| ทองคำ เครื่องประดับ ของมีค่า | ใบเสร็จซื้อ ภาพถ่ายเก่าในครอบครัว รายการสินสอดหรือของขวัญ | ขอให้ศาลรับฟังพยานบุคคลและภาพถ่าย นำมาคิดในการแบ่ง (มาตรา 1534) |
สิ่งที่ทนายขอได้จริงขึ้นอยู่กับคดี หลักฐาน และดุลพินิจของศาล ตารางนี้ใช้เป็นแนวทาง ไม่ใช่คำรับรองว่าศาลจะอนุญาตทุกข้อ
5. ตัวอย่างรายการทรัพย์และเส้นทางเงิน
ให้ทำเป็นไฟล์หรือสมุดเล่มเดียว เขียนเฉพาะสิ่งที่ท่านรู้จากเอกสาร แยก "ข้อเท็จจริงที่มีเอกสาร" ออกจาก "ข้อสงสัย" ให้ชัด
รายการทรัพย์และเส้นทางเงิน (ผู้จัดทำ: คุณนภา วันที่จัดทำ: ____)
ก. ทรัพย์ที่มีอยู่ (ระบุว่าได้มาก่อนหรือระหว่างสมรส)
1. ที่ดินโฉนดเลขที่ ____ ตำบล ____ อำเภอ ____ ขอนแก่น
ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์: ____ ได้มาเมื่อ: ____ (ระหว่างสมรส)
เอกสาร: สำเนาโฉนด หน้า 1-2 (เก็บที่: ____)
2. บัญชีเงินฝากร่วม ธนาคาร ____ เลขท้าย ____
ยอดล่าสุดที่มีเอกสาร: ____ บาท ณ วันที่ ____
3. รถยนต์ยี่ห้อ ____ ทะเบียน ____ ชื่อในเล่ม: ____
ข. เหตุการณ์ที่ผิดปกติ (เรียงตามวันที่)
วันที่ ____ | เงินออกจากบัญชีร่วม ____ บาท | ปลายทางตามใบแจ้งยอด: ____
| หลักฐาน: ใบแจ้งยอดหน้า ____ | ข้อสงสัย: ไม่ทราบเหตุผล
วันที่ ____ | คู่สมรสพูดว่า "ที่นาแปลงนั้นยกให้น้องแล้ว"
| หลักฐาน: ข้อความ LINE ที่ส่งถึงข้าพเจ้า (ภาพหน้าจอจากเครื่องข้าพเจ้า)
ค. วันที่ข้าพเจ้าทราบเรื่อง (ใช้นับกำหนดเวลาตามมาตรา 1480)
ทราบครั้งแรกวันที่: ____ ทราบจาก: ____
ง. สิ่งที่ยังไม่ทราบและอยากให้ทนายประเมินวิธีหาข้อมูล
- ปลายทางของเงินก้อนวันที่ ____ เป็นบัญชีของใคร
- ที่นาแปลงนั้นมีการจดทะเบียนโอนแล้วหรือยัง
จ. เอกสารที่แนบ: ____
6. เมื่อไรต้องรีบ และทนายอาจพิจารณาทางใดบ้าง
ให้ปรึกษาทนายทันทีเมื่อเกิดข้อใดข้อหนึ่ง
- ท่านรู้ว่ามีการขาย จำนอง หรือให้ที่ดินหรือบ้านไปแล้ว เพราะกำหนดเวลาขอเพิกถอนตามมาตรา 1480 เริ่มนับ และทรัพย์อาจถูกโอนต่อ
- เงินก้อนใหญ่กำลังถูกถอนหรือโอนออกต่อเนื่อง
- คู่สมรสพูดว่าจะย้ายไปต่างประเทศ หรือกำลังเตรียมขายทรัพย์
- คู่สมรสเริ่มกดดันให้ท่านเซ็นเอกสารที่ท่านไม่เข้าใจ ซึ่งอาจเป็นหนังสือให้ความยินยอมตามมาตรา 1476
ทางเลือกที่ทนายประเมิน
- ฟ้องหย่าพร้อมแบ่งสินสมรสและขอนำทรัพย์ที่ถูกจำหน่ายมาคิด (มาตรา 1533, 1534) เหมาะเมื่อตัดสินใจหย่าแล้ว
- ฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรม (มาตรา 1480) เหมาะเมื่อทรัพย์ยังตามได้และอยู่ในกำหนดเวลา
- ร้องขอให้ศาลสั่งให้จัดการสินสมรสแต่ผู้เดียวหรือแยกสินสมรส (มาตรา 1484) เหมาะเมื่อยังไม่ต้องการหย่าแต่ต้องหยุดความเสียหาย
- ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เช่น ยึดหรืออายัดทรัพย์ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254) เหมาะเมื่อมีเหตุควรเชื่อว่าจะมีการโอนหรือซ่อนทรัพย์ ศาลมักให้วางหลักประกัน และต้องมีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่แค่ความสงสัย
- เจรจา ในบางกรณีการเจรจาโดยทนายพร้อมรายการทรัพย์ที่ชัดเจน นำไปสู่ข้อตกลงที่เร็วกว่าและเสียหายน้อยกว่า
ทุกทางเลือกมีต้นทุนและความเสี่ยงต่างกัน เช่น การอายัดทรัพย์โดยไม่มีเหตุอาจเป็นเหตุให้ต้องรับผิด ทนายจะเลือกจากข้อเท็จจริงและหลักฐานของท่าน เรื่องภาระผูกพันของบุตรและค่าเลี้ยงดู ดูค่าเลี้ยงดูและอำนาจปกครองบุตร ถ้าคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ดูหย่ากับชาวต่างชาติในประเทศไทย
7. เช็กลิสต์ก่อนพบทนาย
เอกสารที่ควรเตรียม
- ทะเบียนสมรส บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของท่าน
- สมุดบัญชีและใบแจ้งยอดย้อนหลังของบัญชีที่ท่านเป็นเจ้าของหรือเจ้าของร่วม
- สำเนาโฉนด เล่มทะเบียนรถ กรมธรรม์ และเอกสารซื้อขายที่ท่านมีอยู่แล้ว
- ภาษีประจำปีของครอบครัว
- ข้อความหรืออีเมลที่ส่งถึงท่านโดยตรง ภาพหน้าจอจากเครื่องของท่านเอง
ข้อมูลที่ควรจด
- รายการทรัพย์ตามตัวอย่างในหัวข้อ 5
- วันที่ท่านทราบเรื่องการโอนแต่ละครั้ง
- ชื่อบุคคลที่รับโอนและความสัมพันธ์กับคู่สมรส
- ทรัพย์ใดเป็นสินส่วนตัว (ได้มาก่อนสมรส ได้รับมรดกหรือให้โดยเสน่หา) พร้อมหลักฐาน
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ล็อกอินหรือเปิดบัญชี โทรศัพท์ อีเมลของคู่สมรส
- ไม่ติดตั้งแอปติดตามหรือดักข้อความ
- ไม่ลบหรือซ่อนทรัพย์ของท่านเองเพื่อตอบโต้ เพราะจะกลายเป็นปัญหาของท่าน
- ไม่โพสต์ประจานคู่สมรสหรือญาติบนโซเชียล
- ไม่เซ็นเอกสารที่ไม่เข้าใจ ก่อนให้ทนายอ่าน
อ่านเพิ่มเติม
- ฟ้องหย่า แบ่งสินสมรส และสิทธิเลี้ยงดูบุตร — ภาพรวมของการหย่าและวิธีแบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533
- หุ้นและทรัพย์สินธุรกิจของคู่สมรสเมื่อหย่า — เมื่อทรัพย์หลักอยู่ในบริษัท
- บ้านที่ยังผ่อนอยู่เมื่อหย่า แบ่งทรัพย์และหนี้อย่างไร — ทรัพย์ที่ติดภาระจำนอง
- สัญญาก่อนสมรสควรตกลงอะไร — สินส่วนตัวและข้อตกลงที่เปลี่ยนวิธีแบ่ง
- ค่าเลี้ยงดูและอำนาจปกครองบุตร — ส่วนที่เกี่ยวกับบุตรของคดีหย่า
- หย่ากับชาวต่างชาติในประเทศไทย — เมื่อคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ
- สิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อย — เมื่อท่านเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทของคู่สมรส
ท่านไม่จำเป็นต้องเข้าบัญชีของใครเพื่อพิสูจน์ว่าทรัพย์หายไป ให้ทำรายการจากเอกสารที่ท่านมีโดยชอบ นับวันที่ท่านทราบเรื่อง และให้ทนายใช้กลไกของศาลขอข้อมูลส่วนที่เหลือ
เราช่วยคู่สมรสที่สงสัยว่ามีการย้ายเงินหรือโอนทรัพย์ในการประเมินทางเลือก ทำรายการทรัพย์ และดำเนินคดี ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานคดีครอบครัวและบริการติดตามทรัพย์สิน
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

