ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

ลูกจ้างถูกจับหรือมีคดีอาญานอกเวลางาน นายจ้างควรทำอย่างไรก่อนเลิกจ้าง

ถูกจับหรือถูกฟ้องยังไม่เท่ากับถูกศาลพิพากษา นายจ้างต้องแยกข้อกล่าวหา การขาดงานจากการถูกควบคุมตัว ข้อบังคับ และความเกี่ยวโยงกับงาน ตามมาตรา 119 และมาตรา 17 พร้อมตารางข้อเท็จจริง ตัวอย่างหนังสือสอบถาม และทางเลือกที่ไม่ต้องเลิกจ้างทันที

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร2 พฤศจิกายน 256912 นาที
ลูกจ้างถูกจับหรือมีคดีอาญานอกเวลางาน นายจ้างควรทำอย่างไรก่อนเลิกจ้าง

พนักงานขับรถของท่านโทรมาไม่ได้ เพื่อนร่วมงานบอกว่าถูกตำรวจจับเมื่อคืนวันเสาร์ ไม่เกี่ยวกับงานเลย ฝ่ายบุคคลถามว่าไล่ออกได้เลยไหม หรือรอให้ขาดงานครบสามวันก่อน คำตอบของกฎหมายแรงงานคือ ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน การถูกจับ ถูกแจ้งความ หรือถูกฟ้อง ไม่เท่ากับถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด และไม่ใช่เหตุที่ทำให้นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ในตัวเอง

คู่มือนี้เขียนสำหรับนายจ้างและฝ่ายบุคคล รวมถึงหัวหน้างานที่เป็นคนแรกที่รู้เรื่อง เน้นมุมแคบว่าเมื่อลูกจ้างมีคดีอาญานอกเวลางาน ต้องแยกอะไร ตรวจอะไร และทำอะไรได้ระหว่างรอผลคดี หลักทั่วไปเรื่องสิทธิเมื่อถูกเลิกจ้างดูที่ สิทธิลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง เรื่องพักงานระหว่างสอบสวนดูที่ พักงานระหว่างสอบสวนความผิด และเรื่องนับวันขาดงานดูที่ ลาป่วยบ่อย ขาดงาน หรือติดต่อไม่ได้

คำตอบหลัก

ให้แยกสี่คำถามออกจากกัน ข้อแรก ข้อกล่าวหาเอง คือเขาถูกกล่าวหาว่าอะไร และยังพิสูจน์ไม่ได้ ข้อสอง การขาดงานที่เกิดจากการถูกควบคุมตัว ซึ่งเป็นปัญหาแยกต่างหากจากข้อกล่าวหา ข้อสาม ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเขียนไว้ว่าอย่างไร ข้อสี่ พฤติการณ์นั้นเกี่ยวกับงานหรือผลประโยชน์ของนายจ้างหรือไม่ ถ้ายังตอบทั้งสี่ข้อไม่ได้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจัดการชั่วคราวแล้วรอข้อเท็จจริง ไม่ใช่เลิกจ้างทันที

หลักกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 ระบุเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไว้จำกัด ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ (1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง (4) ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรง (5) ละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ (6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ต้องเป็นกรณีที่ทำให้นายจ้างเสียหายด้วย นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ให้นายจ้างไล่ออกโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าได้ เมื่อลูกจ้างกระทำความผิดอย่างร้ายแรงหรือทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องและสุจริต แต่นายจ้างต้องพิสูจน์ได้ว่าเกิดจริงและร้ายแรงจริง ไม่ใช่เพียงถูกกล่าวหา ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุที่ฟังได้ ลูกจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ปัญหาที่เราเห็นบ่อยคือนายจ้างเอาข่าวหรือคำบอกเล่ามาเป็นข้อเท็จจริง แล้วเลิกจ้างในวันเดียวกัน ผลคือคดีที่ศาลแรงงานไม่ได้ตัดสินว่าลูกจ้างทำผิดหรือไม่ แต่ตัดสินว่านายจ้างมีเหตุตามกฎหมายหรือไม่ ณ วันที่เลิกจ้าง นายจ้างที่แยกสี่คำถาม เก็บข้อเท็จจริงจากแหล่งที่ชอบ และเลือกมาตรการชั่วคราวที่ได้สัดส่วน จะมีหลักฐานที่ยืนได้ ไม่ว่าสุดท้ายจะเลิกจ้างหรือไม่

ตัวอย่างสมมติ ธนวัฒน์เป็นพนักงานขับรถบริษัทขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิในขอนแก่น เช้าวันจันทร์เขาไม่มาทำงาน เพื่อนบอกว่าถูกตำรวจจับในคดีทำร้ายร่างกายที่เกิดที่ร้านอาหารนอกเวลางานเมื่อคืนวันเสาร์ ฝ่ายบุคคลชื่อกัญญาต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เราใช้ตัวอย่างนี้ตลอดคู่มือ

1. ถูกจับหรือถูกกล่าวหา ต่างจากถูกพิพากษาอย่างไร

ถูกจับ ถูกแจ้งความ ถูกควบคุมตัว ถูกสั่งฟ้อง และถูกศาลพิพากษา เป็นคนละขั้นตอน ในแต่ละขั้นข้อเท็จจริงที่นายจ้างรู้ได้ต่างกัน และมีหลายคดีที่ไม่ฟ้อง ถอนแจ้งความ ยกฟ้อง หรือยอมความกันได้ตามประเภทความผิด ก่อนศาลมีคำพิพากษา สิ่งที่นายจ้างมีคือข้อกล่าวหา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

ขั้นตอนนายจ้างรู้อะไรได้ใช้เป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่
ถูกจับหรือถูกแจ้งความข้อกล่าวหาเบื้องต้นไม่ได้ในตัวเอง
ถูกควบคุมตัวหรือขอประกันตัวลูกจ้างมาทำงานได้หรือไม่ไม่ได้ในตัวเอง แต่กระทบเรื่องขาดงาน (หัวข้อ 3)
พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีไปสู่ศาลไม่ได้ในตัวเอง
ศาลพิพากษา ยังอุทธรณ์ได้ผลชั้นต้นยังเสี่ยง ควรรอหรือพิจารณาเหตุอื่นประกอบ
จำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดผลสุดท้ายอาจเข้ามาตรา 119 (6) ตามเงื่อนไขในหัวข้อ 2

2. มาตรา 119 และมาตรา 583 ใช้เมื่อไร

ตรวจทีละเหตุ อย่ารวมเป็นก้อนเดียวว่าเป็นเรื่องคดีอาญา

  • มาตรา 119 (1) ใช้ได้เมื่อมีการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนา แก่นายจ้าง เช่น ยักยอกหรือลักทรัพย์ของบริษัท ไม่ใช่คดีทะเลาะวิวาทกับบุคคลภายนอกนอกเวลางาน แม้เป็นความผิดต่อนายจ้างโดยตรง นายจ้างก็ต้องมีหลักฐานของตนเอง
  • มาตรา 119 (6) ใช้เมื่อ ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ต้องทำให้นายจ้างเสียหายด้วย ก่อนคดีถึงที่สุดเหตุนี้ยังไม่เกิด ส่วนคดีที่ศาลให้รอการลงโทษจำคุก ควรตรวจกับทนายว่าเข้าเหตุนี้หรือไม่ก่อนอ้าง
  • มาตรา 119 (4) ใช้เมื่อฝ่าฝืนข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และมีหนังสือเตือนแล้ว (อายุไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ทำผิด) เว้นแต่กรณีร้ายแรง ข้อบังคับที่เขียนกว้างว่า "ห้ามมีคดีอาญา" โดยไม่ผูกกับงาน อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นธรรมหรือไม่
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ใช้กับความผิดร้ายแรงหรือการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและสุจริต ต้องพิจารณาจากความร้ายแรงและความเกี่ยวโยงกับงานจริง

นายจ้างที่อ้างมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงเป็นเหตุเลิกจ้างในหนังสือเลิกจ้างหรือแจ้งให้ทราบขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ถ้าตรวจแล้วไม่แน่ใจว่าเข้าเหตุหรือไม่ ให้ถือว่าต้องจ่ายค่าชดเชย

3. ลูกจ้างถูกควบคุมตัวจนขาดงาน ใช้มาตรา 119 (5) ได้หรือไม่

มาตรา 119 (5) ต้องมีสองอย่างพร้อมกัน คือละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกัน และ ไม่มีเหตุอันสมควร การถูกควบคุมตัวทำให้ลูกจ้างมาทำงานไม่ได้โดยไม่ใช่ความตั้งใจของเขา ศาลอาจพิจารณาว่าเป็นเหตุอันสมควรหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับข้อเท็จจริง เราจึงไม่ควรสรุปแทนศาล และเราไม่อ้างเลขฎีกา เพราะแต่ละคดีต่างกันที่ข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงที่มีน้ำหนักในการประเมิน

  • ลูกจ้างหรือครอบครัวแจ้งนายจ้างหรือพยายามแจ้งหรือไม่ ภายในเมื่อไร ช่องทางใด
  • มีการขอประกันตัวหรือไม่ และได้รับอนุญาตเมื่อไร หลังจากนั้นลูกจ้างกลับมาทำงานหรือแจ้งนายจ้างหรือไม่
  • ถูกควบคุมตัวต่อเนื่องนานเท่าใด ขาดงานเพราะควบคุมตัวทั้งหมด หรือมีวันที่เขาขาดทั้งที่ออกมาแล้ว
  • ข้อบังคับกำหนดวิธีแจ้งการหยุดงานไว้อย่างไร และนายจ้างใช้กับลูกจ้างคนอื่นเท่ากันหรือไม่
  • นายจ้างพยายามติดต่อหรือไม่ และมีหลักฐาน เช่น ข้อความ หรือหนังสือส่งไปยังที่อยู่ในทะเบียนประวัติ

ถ้าลูกจ้างออกมาแล้วแต่เงียบหาย ไม่แจ้งใคร สถานการณ์ต่างจากกรณีที่ครอบครัวแจ้งตั้งแต่วันแรกและกำลังหาทางประกันตัว เรื่องวิธีนับวันและการติดต่อ ดูรายละเอียดในคู่มือ ลาป่วยบ่อย ขาดงาน หรือติดต่อไม่ได้

4. ระหว่างคดียังไม่จบ นายจ้างทำอะไรได้บ้างนอกจากเลิกจ้าง

ทางเลือกใช้เมื่อข้อควรระวัง
จัดการวันลาลูกจ้างมาทำงานไม่ได้ชั่วคราวใช้ลาที่ลูกจ้างมีสิทธิ หรือลาไม่รับค่าจ้างที่ตกลงกัน บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร อย่าบังคับให้เขียนใบลาออก
สั่งพักงานข้อบังคับให้อำนาจ และมีเหตุต้องสอบสวนที่เกี่ยวกับงานต้องทำตามมาตรา 116 คือสั่งเป็นหนังสือ ระบุความผิดและเวลาไม่เกินเจ็ดวัน จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบ ดูคู่มือพักงานระหว่างสอบสวน อย่าใช้พักงานเป็นโทษโดยอัตโนมัติ
ย้ายงานชั่วคราวตำแหน่งที่ต้องไว้วางใจ เช่น ดูแลเงินสด ขับรถ ดูแลเด็ก รักษาความปลอดภัยต้องไม่ลดค่าจ้างหรือสภาพการจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอม ระบุว่าเป็นการชั่วคราวและมีเหตุผลจากความเสี่ยงของงาน
รอช่วงสำคัญของคดียังไม่มีข้อเท็จจริงพอกำหนดวันทบทวน เช่น เมื่อได้ประกันตัว เมื่อมีคำสั่งฟ้อง หรือเมื่อมีคำพิพากษา

ในตัวอย่าง กัญญาจัดให้ธนวัฒน์ลาไม่รับค่าจ้างตามที่ตกลงกับครอบครัวเป็นหนังสือ และกำหนดทบทวนเมื่อเขาได้ประกันตัว ระหว่างนี้บริษัทใช้พนักงานขับรถสำรองแทน ถ้าเขากลับมา ตำแหน่งขับรถสินค้าอาจต้องประเมินว่าคดีเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขับรถหรือไม่ ก่อนตัดสินใจให้ขับต่อหรือย้ายชั่วคราว

5. ข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจ และข้อมูลต้องจัดการอย่างไร

เก็บข้อเท็จจริงจากแหล่งที่ชอบเท่านั้น คือจากลูกจ้างเอง จากครอบครัวหรือผู้ที่ลูกจ้างมอบหมาย จากเอกสารที่ลูกจ้างหรือทนายของเขาให้ และจากข้อมูลที่เปิดเผยตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ควรโทรไปขอรายละเอียดจากตำรวจเกินกว่าที่หน่วยงานเปิดเผยให้ได้ตามกฎหมาย ไม่เข้าถึงโทรศัพท์ อีเมล หรือบัญชีโซเชียลของลูกจ้างโดยไม่มีอำนาจ และไม่ขอให้ลูกจ้างสละสิทธิหรือรับสารภาพกับนายจ้าง

สิ่งที่ตรวจถามเพื่ออะไรแหล่งที่ชอบ
ประเภทข้อหาแยกความผิดที่เกี่ยวกับงานหรือไม่ เช่น ยักยอก กับเรื่องส่วนตัวลูกจ้าง ครอบครัว ทนายของลูกจ้าง
สถานะควบคุมตัวและประกันตัวรู้ว่ากลับมาทำงานได้เมื่อไรครอบครัว ลูกจ้าง
การแจ้งจากครอบครัวประเมินเหตุอันสมควรของการขาดงานบันทึกการโทร ข้อความ
ความอ่อนไหวของตำแหน่งเลือกมาตรการชั่วคราวได้สัดส่วนคำบรรยายลักษณะงาน
ความเกี่ยวโยงกับงานใช้เวลา ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงของบริษัทหรือไม่บันทึกภายใน หลักฐานของบริษัทเอง
ข้อบังคับการทำงานมีเหตุและวิธีลงโทษตามที่ประกาศไว้หรือไม่ข้อบังคับฉบับที่ใช้ ณ วันเกิดเหตุ
การปฏิบัติต่อคนอื่นดูความเท่าเทียมกับกรณีก่อนหน้าประวัติการลงโทษในบริษัท

ข้อมูลอ่อนไหว ประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ซึ่งมีหลักเกณฑ์เข้มกว่าข้อมูลทั่วไป ควรเก็บเท่าที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเรื่องการจ้าง ให้เฉพาะผู้ตัดสินใจ เช่น ฝ่ายบุคคลและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เข้าถึงได้ ไม่เล่าให้เพื่อนร่วมงานทราบ ไม่โพสต์ในกลุ่มแชตของบริษัท และไม่ตั้งสมมติฐานล่วงหน้าว่าลูกจ้างผิด รายละเอียดเรื่องฐานทางกฎหมายและการจัดเก็บ ดู ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างและ PDPA ส่วนลูกจ้างที่ต้องการทราบสิทธิในฐานะผู้ต้องหา ดู คดีอาญา: สิทธิของผู้ต้องหา

6. ถ้านายจ้างตัดสินใจเลิกจ้าง

ถ้าไม่เข้าเหตุตามมาตรา 119 ต้องดำเนินการดังนี้

  • บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 เป็นหนังสือ ไม่เกินสามเดือน หรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 ในวันที่ให้ออกจากงาน
  • ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ตามอายุงาน
  • เขียนเหตุผลที่แท้จริง ให้ตรงกับเอกสารภายใน ระบุข้อเท็จจริงที่นายจ้างรู้ ไม่เขียนว่า "ผิดอาญา" ทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุด
  • เก็บเอกสารครบ ข้อบังคับ หนังสือสอบถาม การติดต่อ ข้อเท็จจริงที่รู้ ณ วันเลิกจ้าง และเหตุผลที่เลือกมาตรการนี้

ถ้านายจ้างคิดว่าเข้ามาตรา 119 จริง เช่น คดีถึงที่สุดแล้วและต้องจำคุก ให้ระบุเหตุนั้นในหนังสือตั้งแต่วันเลิกจ้าง ถ้าถูกฟ้อง ดูแนวทางตั้งรับในคู่มือ การต่อสู้คดีแรงงานสำหรับนายจ้าง

7. ตัวอย่างหนังสือสอบถามการขาดงานและกำหนดกลับมา

ปรับตามข้อเท็จจริงและส่งทางที่ลูกจ้างหรือครอบครัวรับได้ และทางลงทะเบียนไปยังที่อยู่ในทะเบียนประวัติ ไม่ควรถามรายละเอียดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้ยอมรับผิด

เรื่อง ขอทราบสาเหตุการขาดงานและกำหนดกลับเข้าทำงาน
เรียน คุณ ____
บริษัททราบว่าท่านไม่ได้มาทำงานตั้งแต่วันที่ ____ และยังติดต่อท่านโดยตรงไม่ได้
บริษัทขอทราบว่า
1) เหตุที่ไม่ได้มาทำงาน (ท่านไม่จำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดของคดี)
2) กำหนดที่คาดว่าจะกลับเข้าทำงาน
3) ช่องทางที่บริษัทติดต่อท่านหรือผู้ที่ท่านมอบหมายได้
กรุณาตอบกลับภายในวันที่ ____ ทางโทรศัพท์ ____ อีเมล ____ หรือให้ครอบครัวแจ้งแทน
ระหว่างนี้บริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องสถานะการจ้าง และจะพิจารณาตามข้อบังคับและกฎหมาย
โดยบริษัทจะเก็บข้อมูลนี้เป็นความลับเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
หากท่านลาหรือต้องการจัดการวันลา กรุณาแจ้งฝ่ายบุคคล
ฝ่ายบุคคล บริษัท ____  วันที่ ____

เช็กลิสต์

เมื่อทราบเรื่อง

  • บันทึกวันเวลาที่ทราบ ผู้แจ้ง และช่องทาง
  • ยังไม่เลิกจ้างและยังไม่สรุปว่าผิด
  • จำกัดวงผู้ที่รู้ข้อมูลคดีเฉพาะผู้ที่จำเป็น

ตรวจข้อเท็จจริง

  • ตรวจประเภทข้อหา สถานะควบคุมตัวและประกันตัว จากแหล่งที่ชอบ
  • ตรวจว่ามีการแจ้งจากลูกจ้างหรือครอบครัวหรือไม่
  • ตรวจข้อบังคับการทำงานและความเท่าเทียมกับกรณีก่อน

มาตรการชั่วคราว

  • เลือกลา พักงาน หรือย้ายงานชั่วคราวอย่างได้สัดส่วน และทำเป็นหนังสือ
  • กำหนดวันทบทวนตามช่วงสำคัญของคดี

ถ้าเลิกจ้าง

  • ตรวจเหตุตามมาตรา 119 และมาตรา 583 ทีละข้อแล้ว ถ้าไม่แน่ใจให้จ่ายค่าชดเชย
  • จ่ายตามมาตรา 17/1 หรือบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และค่าชดเชยตามมาตรา 118
  • เขียนเหตุเลิกจ้างตรงตามข้อเท็จจริง และเก็บเอกสารครบ

อ่านเพิ่มเติม

ถูกจับหรือถูกฟ้องยังไม่เท่ากับผิด นายจ้างจึงต้องแยกข้อกล่าวหา การขาดงาน ข้อบังคับ และความเกี่ยวโยงกับงาน แล้วเลือกมาตรการชั่วคราวก่อนตัดสินใจเลิกจ้าง

เราช่วยตรวจข้อเท็จจริงและข้อบังคับ ประเมินว่าเข้ามาตรา 119 หรือไม่ ร่างหนังสือสอบถาม คำสั่งพักงาน และหนังสือเลิกจ้างให้ตรงกับข้อเท็จจริง ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ งานด้านกฎหมายแรงงานสำหรับองค์กร


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ลูกจ้างถูกตำรวจจับหรือถูกแจ้งความ นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ทันทีหรือไม่+

ไม่ได้เพียงเพราะถูกจับหรือถูกกล่าวหา มาตรา 119 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ยกเว้นค่าชดเชยเฉพาะเหตุที่ระบุไว้ เช่น ทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตาม (1) หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดตาม (6) การถูกจับหรือถูกฟ้องยังไม่ใช่เหตุเหล่านี้ในตัวเอง ถ้าเลิกจ้างโดยอ้างข้อกล่าวหาที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 และเสี่ยงถูกฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ดูหัวข้อ 1 และ 2

มาตรา 119 (6) เรื่องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด ใช้อย่างไร+

ใช้เมื่อลูกจ้างได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คือคดีไม่มีทางอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป และมีเงื่อนไขเพิ่มว่า ถ้าเป็นความผิดที่ทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ต้องเป็นกรณีที่ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายด้วย ระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือศาลให้รอการลงโทษจำคุก ควรระวังมากว่าเข้าเหตุนี้หรือไม่ ดูหัวข้อ 2

ลูกจ้างถูกควบคุมตัวจนขาดงานสามวันติดกัน ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามมาตรา 119 (5) หรือไม่+

ไม่แน่เสมอไป มาตรา 119 (5) ต้องเป็นการละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร การถูกควบคุมตัวอาจเป็นเหตุอันสมควรหรือไม่ขึ้นกับข้อเท็จจริง เช่น ลูกจ้างหรือครอบครัวแจ้งนายจ้างหรือไม่ มีการขอประกันตัวหรือไม่ ถูกควบคุมตัวนานเท่าใด เราไม่อ้างเลขฎีกา เพราะผลต่างกันตามข้อเท็จจริงแต่ละคดี ดูหัวข้อ 3

ระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด นายจ้างมีทางเลือกอะไรนอกจากเลิกจ้าง+

ทางเลือกคือจัดการลา เช่น ลาที่ลูกจ้างมีสิทธิหรือลาไม่รับค่าจ้างตามที่ตกลง สั่งพักงานเฉพาะเมื่อข้อบังคับให้อำนาจไว้และทำตามมาตรา 116 ย้ายงานชั่วคราวสำหรับตำแหน่งที่ต้องไว้วางใจ และรอผลตามช่วงสำคัญของคดี ดูหัวข้อ 4 และคู่มือพักงานระหว่างสอบสวน

ถ้านายจ้างตัดสินใจเลิกจ้าง ต้องจ่ายอะไรและเขียนเหตุผลอย่างไร+

ถ้าไม่เข้าเหตุตามมาตรา 119 ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 หรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 และจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ตามอายุงาน ส่วนการเลิกจ้างโดยอ้างมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงเป็นเหตุเลิกจ้างในหนังสือหรือแจ้งให้ทราบขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นยกเหตุนั้นภายหลังไม่ได้ ดูหัวข้อ 6

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา