ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

พักงานระหว่างสอบสวนความผิด ต้องจ่ายเงินไหม และนายจ้างควรทำเอกสารอย่างไร

แยกพักงานเพื่อสอบสวนตามมาตรา 116 และ 117 ออกจากพักงานเป็นโทษทางวินัยและการหยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 พร้อมตารางเทียบ ตัวอย่างคำสั่งพักงาน วิธีสอบสวน และสิ่งที่ลูกจ้างควรทำ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร29 ตุลาคม 256910 นาที
พักงานระหว่างสอบสวนความผิด ต้องจ่ายเงินไหม และนายจ้างควรทำเอกสารอย่างไร

บริษัทสงสัยว่าพนักงานทำผิด และอยากให้เขาหยุดมาทำงานระหว่างตรวจสอบ ฝ่ายบุคคลจึงเขียนว่า "พักงานไม่จ่ายเงินจนกว่าสอบสวนเสร็จ" ส่วนพนักงานที่ได้รับกระดาษนั้นก็ไม่แน่ใจว่าต้องเซ็นไหม และถ้าสุดท้ายไม่ผิดจะได้เงินคืนหรือเปล่า คำว่า "พักงาน" ในที่ทำงานใช้เรียกอย่างน้อยสามเรื่องที่กฎหมายแยกกัน ได้แก่ พักงานเพื่อสอบสวน พักงานเป็นโทษทางวินัย และหยุดงานชั่วคราวเพราะนายจ้างมีเหตุจำเป็น แต่ละเรื่องมีเงื่อนไขและค่าจ้างไม่เหมือนกัน

คู่มือนี้เจาะเฉพาะประเด็นการพักงาน เขียนให้ทั้งลูกจ้างและฝ่ายบุคคลหรือนายจ้างใช้ได้ ส่วนการสอบสวนกรณีทุจริตทั้งกระบวนการอยู่ในการสอบสวนภายในกรณีพนักงานทุจริต กรณีร้องเรียนล่วงละเมิดทางเพศอยู่ในคู่มือเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน และการลดค่าจ้างหรือสวัสดิการอยู่ในคู่มือลดค่าจ้าง วันทำงาน และสวัสดิการ

คำตอบหลัก

การพักงานระหว่างสอบสวน ทำได้เฉพาะเมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ ต้องมีคำสั่งเป็นหนังสือ พักได้ไม่เกินเจ็ดวัน และต้องจ่ายเงินอย่างน้อยร้อยละ 50 ของค่าจ้างวันทำงาน ถ้าสอบสวนแล้วลูกจ้างไม่ผิด นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็มสำหรับช่วงที่พักพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนการพักงานเป็นโทษและการหยุดงานชั่วคราวเป็นคนละเรื่อง ใช้เงื่อนไขของตัวเอง

หลักกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 ห้ามนายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดระหว่างสอบสวน เว้นแต่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ นายจ้างต้องมีคำสั่งพักงานเป็นหนังสือ ระบุความผิดและกำหนดระยะเวลา พักได้ไม่เกินเจ็ดวัน และต้องแจ้งลูกจ้างก่อนพักงาน ระหว่างพักต้องจ่ายเงินตามอัตราที่ข้อบังคับหรือข้อตกลงกำหนด แต่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกสั่งพักงาน มาตรา 117 กำหนดว่าเมื่อสอบสวนเสร็จและปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิด ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ลูกจ้างถูกสั่งพักงาน โดยนับเงินที่จ่ายตามมาตรา 116 เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างนี้ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี มาตรา 108 กำหนดให้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องมีเรื่องวินัยและโทษทางวินัย ส่วนมาตรา 75 เป็นเรื่องนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวโดยจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ปัญหาที่เราพบบ่อยไม่ใช่ว่านายจ้างไม่มีสิทธิ์พักงานเลย แต่คือสั่งพักด้วยข้อความในไลน์ ไม่ระบุความผิด ไม่ระบุวันสิ้นสุด และจ่ายศูนย์บาทโดยเรียกว่า "ลาไปก่อน" คำสั่งแบบนี้ไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 116 และเมื่อลูกจ้างไม่ผิด นายจ้างต้องจ่ายส่วนต่างพร้อมดอกเบี้ย ส่วนฝั่งลูกจ้าง การเซ็นเอกสารโดยไม่เขียนกำกับ หรือหายเงียบไม่ตอบ มักทำให้ข้อเท็จจริงของตัวเองไม่อยู่ในสำนวน ผลสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับข้อบังคับ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาลแรงงานเป็นรายกรณี

ตัวอย่างสมมติตลอดคู่มือ คือ ร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในขอนแก่นมีลูกจ้าง 40 คน ฝ่ายบุคคลชื่อ คุณนุช พบว่าสต๊อกเหล็กเส้นในคลังขาดไปจากบัญชี และพนักงานคลังสินค้าชื่อ ภัทร เป็นผู้ดูแลจุดนั้น ค่าจ้างของภัทรวันละ 450 บาท คุณนุชต้องการให้ภัทรหยุดงานระหว่างตรวจสอบห้าวัน

1. นายจ้างพักงานเพื่อสอบสวนได้เมื่อไร

มาตรา 116 วางเงื่อนไขไว้ครบดังนี้ ขาดข้อใดข้อหนึ่ง คำสั่งพักงานก็เสี่ยงที่จะถูกมองว่าไม่ชอบ

  • มีอำนาจในเอกสาร ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต้องเขียนให้นายจ้างพักงานระหว่างสอบสวนได้ ถ้าไม่มีข้อความนี้ นายจ้างไม่มีสิทธิ์พัก
  • มีคำสั่งเป็นหนังสือ ต้องระบุความผิดที่ถูกกล่าวหาและกำหนดระยะเวลาพักงาน ไม่ใช่แค่บอกปากเปล่าหรือส่งข้อความสั้น ๆ
  • ไม่เกินเจ็ดวัน เป็นเพดานสูงสุดของการพักตามมาตรา 116 ไม่ใช่ระยะเวลามาตรฐานที่ต้องพักให้ครบ
  • แจ้งก่อนพัก ต้องให้ลูกจ้างทราบก่อนเริ่มพักงาน ไม่ใช่แจ้งย้อนหลัง
  • จ่ายเงินระหว่างพัก ตามอัตราในข้อบังคับหรือข้อตกลง และไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ได้รับก่อนถูกพัก

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นเอกสารที่นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องมีตามมาตรา 108 หากบริษัทของท่านมีข้อบังคับอยู่แล้ว ให้เปิดดูก่อนว่ามีหมวดพักงานเพื่อสอบสวนหรือไม่ และเขียนอัตราจ่ายไว้เท่าไร ถ้ายังไม่เคยมี ควรแก้ไขข้อบังคับก่อนแล้วจึงใช้กับเหตุการณ์ในอนาคต การเขียนเพิ่มทีหลังเพื่อใช้กับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมีความเสี่ยงสูง สอดคล้องกับที่อธิบายไว้ในคู่มือเมื่อใดที่ HR ควรให้ทนายตรวจ

พักงานเพื่อสอบสวนไม่ใช่การลงโทษ เป็นมาตรการระหว่างทางเพื่อให้การสอบสวนทำได้โดยไม่ถูกแทรกแซง เช่น กลัวว่าจะทำลายเอกสารหรือกดดันพยาน นายจ้างจึงควรเขียนเหตุผลที่ต้องให้ลูกจ้างหยุดไว้ในคำสั่งด้วย

2. ระหว่างพักต้องจ่ายเท่าไร และถ้าสอบสวนแล้วไม่ผิดต้องจ่ายอะไรเพิ่ม

ระหว่างพัก นายจ้างจ่ายตามอัตราที่ข้อบังคับหรือข้อตกลงกำหนด แต่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกสั่งพัก ถ้าข้อบังคับเขียนไว้ว่าจ่ายร้อยละ 70 ก็ต้องจ่ายร้อยละ 70 ข้อบังคับที่เขียนว่า "ไม่จ่ายค่าจ้างระหว่างพักเพื่อสอบสวน" ขัดกับมาตรา 116 ในส่วนอัตราขั้นต่ำ

เมื่อสอบสวนเสร็จ ผลแบ่งเป็นสองทาง

ผลสอบสวนผลต่อค่าจ้างในช่วงที่พัก
ลูกจ้างไม่มีความผิดนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างวันทำงานนับแต่วันที่สั่งพัก โดยนับเงินที่จ่ายแล้วตามมาตรา 116 เป็นส่วนหนึ่ง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 117)
ลูกจ้างมีความผิดไม่เข้ามาตรา 117 นายจ้างพิจารณาโทษตามข้อบังคับและกฎหมายต่อไป

ตัวอย่างสมมติ ภัทรค่าจ้างวันละ 450 บาท ถูกพักห้าวัน ร้านจ่ายร้อยละ 50 คือวันละ 225 บาท รวม 1,125 บาท ถ้าสอบสวนแล้วภัทรไม่ผิด ร้านต้องจ่ายค่าจ้างเต็มห้าวันรวม 2,250 บาท โดยนับ 1,125 บาทที่จ่ายไปแล้ว จึงต้องจ่ายส่วนที่เหลืออีก 1,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างการนับ ค่าจ้างจริงของแต่ละคนต้องดูตามสัญญาและสลิปเงินเดือน

ข้อควรระวัง ถ้าข้อบังคับเขียนไม่ตรงกับมาตรา 116 เช่น พักได้ 15 วัน หรือพักโดยไม่จ่ายเงิน ส่วนที่ต่ำกว่าขั้นต่ำของกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ควรถือว่าเป็นหลักประกันให้นายจ้างได้ นายจ้างควรแก้ข้อบังคับให้ตรงกฎหมาย

3. พักงานเป็นโทษทางวินัยต่างกันอย่างไร

พักงานเป็นโทษคือการลงโทษหลังสอบสวนแล้วพบว่าลูกจ้างผิดจริง เช่น ให้หยุดงานสามวันโดยไม่จ่ายค่าจ้างเป็นโทษสำหรับความผิดระดับหนึ่ง เรื่องนี้ไม่อยู่ในมาตรา 116 และ 117 แต่ขึ้นกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามมาตรา 108 ซึ่งต้องมีเรื่องวินัยและโทษทางวินัย

ข้อบังคับที่จะใช้ลงโทษพักงานได้อย่างมั่นคงควรระบุอย่างน้อยดังนี้

  • ประเภทโทษ ว่ามีโทษพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างเป็นหนึ่งในโทษทางวินัย ลำดับจากเบาไปหนัก เช่น ตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเป็นหนังสือ พักงาน และเลิกจ้าง
  • ความผิดที่เข้าโทษนี้ ระบุพฤติการณ์ให้ชัดพอที่ลูกจ้างรู้ล่วงหน้า
  • ระยะเวลาสูงสุด ว่าพักได้กี่วันต่อครั้ง เพื่อให้สมสัดส่วนกับความผิด
  • ผู้มีอำนาจสั่ง และขั้นตอน เช่น ต้องให้ลูกจ้างชี้แจงก่อน
  • การประกาศใช้ ข้อบังคับต้องประกาศให้ลูกจ้างทราบและเป็นไปตามขั้นตอนที่มาตรา 108 กำหนดไว้

หากข้อบังคับไม่มีโทษพักงาน การสั่งพักไม่จ่ายเงินหลังสอบสวนเสร็จมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกมองว่าเป็นการไม่จ่ายค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้ นอกจากนี้ การหักค่าจ้างมีข้อจำกัดตามมาตรา 76 จึงไม่ควรใช้การหักเงินเป็นทางลัดแทนโทษที่ไม่ได้เขียนไว้ สำหรับลูกจ้าง ถ้าท่านเห็นว่าโทษไม่ตรงกับข้อบังคับ หรือหนักเกินกว่าความผิด ควรเก็บเอกสารและปรึกษาก่อนยอมรับ ผลสุดท้ายศาลจะดูทั้งข้อบังคับและความเหมาะสมของโทษในแต่ละคดี

4. หยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 ต่างจากสองแบบข้างต้นอย่างไร

มาตรา 75 ไม่เกี่ยวกับความผิดของลูกจ้าง เป็นกรณีนายจ้างมีเหตุจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว เช่น วัตถุดิบขาด เครื่องจักรเสียหายหนัก โดยเหตุนั้นไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ได้รับก่อนหยุดกิจการ ตลอดระยะเวลาที่ไม่ให้ทำงาน และต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนวันเริ่มหยุด ดูรายละเอียดที่คู่มือลดค่าจ้าง วันทำงาน และสวัสดิการ

จุดที่คนสับสนคือ นายจ้างจะเอามาตรา 75 มาใช้กับลูกจ้างคนเดียวที่ถูกสงสัยไม่ได้ เพราะนั่นเป็นการพักงานเพื่อสอบสวนซึ่งต้องใช้มาตรา 116 และในทางกลับกัน การพักงานตามมาตรา 116 ไม่ใช่ช่องทางลดต้นทุนช่วงธุรกิจชะลอ

5. ตารางเทียบสามแบบ

หัวข้อพักงานเพื่อสอบสวนพักงานเป็นโทษหยุดงานชั่วคราว
มาตราหลัก116 และ 117108 (ข้อบังคับ ส่วนวินัยและโทษทางวินัย)75
ต้องมีอะไรรองรับข้อบังคับหรือข้อตกลงให้อำนาจไว้ข้อบังคับระบุโทษพักงานและความผิดเหตุจำเป็นที่ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
เวลาไม่เกินเจ็ดวันตามที่ข้อบังคับกำหนดและสมสัดส่วนตามความจำเป็นของกิจการ
ค่าจ้างระหว่างหยุดตามข้อบังคับ แต่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ตามที่ข้อบังคับกำหนด (โทษพักงานมักไม่จ่ายค่าจ้างในช่วงนั้น)ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75
เอกสารคำสั่งหนังสือ ระบุความผิดและกำหนดเวลา แจ้งก่อนพักหนังสือลงโทษ อ้างข้อบังคับและเหตุผลแจ้งหนังสือล่วงหน้า
ถ้าลูกจ้างไม่ผิดจ่ายค่าจ้างเต็มพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีไม่ควรลงโทษ ถ้าลงไปแล้วควรเพิกถอนและคืนค่าจ้างไม่เกี่ยวกับการผิดหรือไม่ผิด

6. ตัวอย่างคำสั่งพักงานเพื่อสอบสวน

แบบนี้ปรับตามข้อบังคับของแต่ละบริษัท ควรตรวจว่ามีอำนาจพักงานในข้อบังคับก่อนใช้

คำสั่งพักงานเพื่อสอบสวน ที่ ___/2569
วันที่ออกคำสั่ง: ___________

เรียน คุณภัทร (ตำแหน่ง พนักงานคลังสินค้า รหัส ____)

1. ตามข้อ ___ ของข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ให้อำนาจนายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างระหว่างสอบสวนความผิด
2. บริษัทได้รับข้อมูลว่าท่านอาจเกี่ยวข้องกับการที่สต๊อกเหล็กเส้นในคลังขาดจากบัญชีเมื่อวันที่ ___ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ยังไม่ถือว่าเป็นความผิด
3. บริษัทมีคำสั่งแต่งตั้งคณะสอบสวน และให้ท่านพักงานเพื่อสอบสวนตั้งแต่วันที่ ____ ถึงวันที่ ____ (รวม ___ วัน ไม่เกินเจ็ดวัน)
4. เหตุที่ต้องพักงาน: เพื่อให้การตรวจสอบเอกสารและสต๊อกทำได้โดยไม่ถูกแทรกแซง
5. ระหว่างพักงาน บริษัทจะจ่ายเงินให้ท่านวันละ ____ บาท คิดเป็นร้อยละ ___ ของค่าจ้างวันทำงาน (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50) ในวันจ่ายค่าจ้างปกติ
6. ถ้าสอบสวนเสร็จแล้วปรากฏว่าท่านไม่มีความผิด บริษัทจะจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับค่าจ้างวันทำงานตลอดช่วงที่พักงาน โดยนับเงินที่จ่ายแล้วรวมเข้าไป พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
7. ท่านมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานมาให้คณะสอบสวน โดยจะแจ้งวัน เวลา สถานที่นัดเป็นหนังสืออีกฉบับ
8. ระหว่างพักงาน ขอให้ท่านติดต่อได้ทางโทรศัพท์ ____ และอีเมล ____ และไม่เข้าพื้นที่คลังสินค้าหรือระบบสต๊อกจนกว่าจะสิ้นสุดการพักงาน

ผู้สั่ง: __________ (ผู้มีอำนาจ) ตำแหน่ง __________
ได้แจ้งคำสั่งนี้แก่ลูกจ้างแล้วเมื่อวันที่ ____ เวลา ____ ก่อนเริ่มพักงาน
ลายมือชื่อผู้รับ: ________ (รับเอกสารเท่านั้น ไม่ใช่การรับว่ามีความผิด)

ข้อควรจำ คำสั่งต้องถึงมือลูกจ้างก่อนวันเริ่มพัก ถ้าส่งทางไลน์หรืออีเมล ให้เก็บหลักฐานการส่งและการเปิดอ่านไว้ด้วย อย่าเขียนข้อความตัดสินล่วงหน้าว่าลูกจ้างผิดแล้ว

7. สอบสวนอย่างไรให้เป็นธรรมและใช้เป็นหลักฐานได้

คำสั่งพักงานที่ถูกต้องไม่ช่วยอะไร ถ้าการสอบสวนที่ตามมาไม่เป็นธรรม เพราะหากสุดท้ายนายจ้างเลิกจ้างและลูกจ้างฟ้อง ศาลแรงงานจะดูทั้งเหตุและกระบวนการ ดูแนวทางทั่วไปได้ที่คู่มือสิทธิของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง และการเตรียมสู้คดีที่คู่มือการต่อสู้คดีในศาลแรงงานสำหรับนายจ้าง

  • ตั้งคณะสอบสวน อย่างน้อยสองถึงสามคน มีฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใช่ผู้ร้องเรียนหรือผู้ถูกกล่าวหา ผู้ที่มีส่วนได้เสียไม่ควรนั่งเป็นกรรมการ
  • แจ้งข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ ให้รู้ว่าถูกกล่าวหาว่าทำอะไร เมื่อใด และมีเอกสารอะไรเป็นฐาน
  • ให้โอกาสชี้แจง นัดให้ลูกจ้างมาให้ถ้อยคำ ให้เวลาเตรียมตัวพอสมควร อนุญาตให้นำพยานหรือเอกสารมาแสดง
  • เก็บพยานหลักฐานอย่างถูกกฎหมาย เช่น บัญชี สต๊อก กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งโดยชอบและแจ้งไว้ ห้ามเข้าถึงโทรศัพท์ อีเมลส่วนตัว หรือบัญชีโซเชียลของลูกจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • ทำบันทึกการสอบสวน วัน เวลา ผู้เข้าร่วม คำถาม คำตอบ เอกสารที่แสดง ให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านและเซ็น ถ้าไม่ยอมเซ็นให้บันทึกว่าปฏิเสธเซ็น
  • สรุปรายงาน แยกข้อเท็จจริงกับความเห็นของคณะ เสนอผู้มีอำนาจตัดสิน แล้วแจ้งผลเป็นหนังสือ
  • กำหนดเวลา ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ยิ่งนานยิ่งเสี่ยงที่ลูกจ้างจะเสียหายและนายจ้างต้องจ่ายส่วนต่างมากขึ้นถ้าไม่ผิด

กรณีทุจริตหรือเรื่องหนัก ซึ่งต้องมีการเก็บหลักฐานและแยกขั้นตอนอย่างรัดกุม ดูบริการสอบสวนพนักงาน

8. ลูกจ้างที่ถูกสั่งพักงานควรทำอย่างไร

  • เซ็นรับเพียงว่าได้รับเอกสาร เขียนกำกับว่า "รับเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับว่ากระทำผิด" แล้วขอสำเนา ถ้าไม่ได้ต้นฉบับ ให้ถ่ายรูปไว้
  • ตรวจเอกสาร ว่ามีความผิดที่ถูกกล่าวหา กำหนดเวลาไม่เกินเจ็ดวัน อัตราจ่าย และแจ้งก่อนวันเริ่มพักหรือไม่ แล้วเทียบกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสัญญา
  • ทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ตอบข้อกล่าวหาทีละข้อ แนบเอกสารหรือชื่อพยาน และเก็บสำเนาพร้อมหลักฐานการส่ง
  • ติดต่อได้ตลอด ตอบโทรศัพท์ อีเมล หรือข้อความของคณะสอบสวน และไปตามนัด ถ้าหายเงียบ นายจ้างอาจอ้างได้ว่าลูกจ้างไม่ให้ความร่วมมือ
  • เก็บบันทึกการจ่ายเงิน สลิปเงินเดือนและยอดที่ได้รับระหว่างพัก เพื่อเทียบกับร้อยละ 50 และส่วนต่างตามมาตรา 117 ถ้าสอบสวนแล้วไม่ผิด
  • อย่าเซ็นเอกสารยอมรับผิดหรือสละสิทธิ์ ถ้ายังไม่เข้าใจ ขอเวลาอ่านและปรึกษาก่อน
  • อย่าเอาข้อมูลบริษัทออกไป หรือไปกดดันพยาน เพราะจะกลายเป็นความผิดใหม่

เช็กลิสต์

สำหรับนายจ้างหรือฝ่ายบุคคลก่อนสั่งพัก

  • ข้อบังคับหรือข้อตกลงให้อำนาจพักงานระหว่างสอบสวนไว้แล้ว และอัตราจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
  • ทำคำสั่งเป็นหนังสือ ระบุความผิดที่ถูกกล่าวหาและกำหนดเวลาไม่เกินเจ็ดวัน
  • แจ้งลูกจ้างก่อนเริ่มพักและเก็บหลักฐานการแจ้ง
  • ตั้งคณะสอบสวนที่ไม่มีส่วนได้เสีย และแจ้งข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ

ระหว่างสอบสวน

  • จ่ายเงินระหว่างพักตรงวันจ่ายค่าจ้างตามอัตราที่กำหนด
  • ให้ลูกจ้างชี้แจงและนำพยานหลักฐานมาได้
  • ทำบันทึกถ้อยคำที่ให้ลูกจ้างอ่านและเซ็น
  • เก็บหลักฐานโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือเข้าถึงบัญชีของลูกจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อสอบสวนเสร็จ

  • สรุปผลเป็นหนังสือ แยกข้อเท็จจริงกับความเห็น
  • ถ้าไม่ผิด จ่ายส่วนที่เหลือของค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
  • ถ้าผิด ตรวจโทษที่ข้อบังคับกำหนดและความสมสัดส่วนก่อนลงโทษ

สำหรับลูกจ้าง

  • เซ็นรับเฉพาะการรับเอกสาร ขอสำเนา
  • ส่งหนังสือชี้แจงและเก็บหลักฐานการส่ง
  • ติดต่อได้และไปตามนัดสอบสวน
  • เก็บสลิปเงินเดือนและยอดที่ได้รับระหว่างพัก

อ่านเพิ่มเติม

การพักงานต้องแยกให้ถูกว่าเป็นพักเพื่อสอบสวน พักเป็นโทษ หรือหยุดกิจการชั่วคราว เพราะเงื่อนไข เอกสาร และค่าจ้างต่างกันทั้งสามแบบ

เราช่วยตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ร่างคำสั่งพักงานและหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา วางกระบวนการสอบสวน และให้คำปรึกษาลูกจ้างที่ถูกสั่งพักงาน ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สอบสวนพนักงาน


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างทันทีที่สงสัยว่ากระทำผิดได้หรือไม่+

โดยหลักไม่ได้ มาตรา 116 ห้ามพักงานระหว่างสอบสวน เว้นแต่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ และเมื่อมีอำนาจแล้วนายจ้างต้องทำคำสั่งเป็นหนังสือที่ระบุความผิดและกำหนดระยะเวลาพักงาน พักได้ไม่เกินเจ็ดวัน และต้องแจ้งลูกจ้างก่อนพักงาน ดูข้อ 1

ระหว่างพักงานเพื่อสอบสวน นายจ้างต้องจ่ายเงินเท่าไร+

ต้องจ่ายตามอัตราที่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกสั่งพักงาน ตามมาตรา 116 วรรคท้าย ถ้าข้อบังคับกำหนดสูงกว่านั้นก็ต้องจ่ายตามที่กำหนด ดูข้อ 2

สอบสวนแล้วพบว่าลูกจ้างไม่มีความผิด นายจ้างต้องจ่ายอะไรเพิ่ม+

มาตรา 117 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่สั่งพักงาน โดยนับเงินที่จ่ายแล้วตามมาตรา 116 เป็นส่วนหนึ่ง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี คือนายจ้างต้องจ่ายส่วนต่างที่ยังไม่ได้จ่าย ดูตัวอย่างคำนวณในข้อ 2

พักงานเจ็ดวันแล้วสอบสวนยังไม่เสร็จ ทำอย่างไร+

นายจ้างจะพักงานต่อให้เกินเจ็ดวันตามมาตรา 116 ไม่ได้ ควรให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานโดยจำกัดสิทธิ์เข้าถึงระบบหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง หรือย้ายไปทำหน้าที่อื่นชั่วคราวตามที่สัญญาและข้อบังคับให้อำนาจ และเร่งสอบสวนให้เสร็จ ไม่ควรเปลี่ยนเป็นการหยุดงานไม่มีกำหนดโดยไม่จ่ายเงิน

ถูกสั่งพักงาน ต้องเซ็นรับคำสั่งหรือไม่ และเซ็นแล้วเสียสิทธิ์หรือไม่+

ควรเซ็นเพียงเพื่อยืนยันว่า ได้รับเอกสาร ไม่ใช่ยอมรับว่ากระทำผิด และเขียนกำกับว่า รับเอกสารเท่านั้น จากนั้นทำหนังสือชี้แจงตอบเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บสำเนาไว้ การเซ็นรับคำสั่งโดยทั่วไปไม่ใช่การสละสิทธิ์ แต่ไม่ควรเซ็นเอกสารที่มีข้อความยอมรับผิดหรือสละสิทธิ์เรียกร้องโดยไม่ได้อ่านและปรึกษาก่อน

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา