ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือกฎหมายมรดก

ออกค่างานศพไปก่อน เรียกคืนจากกองมรดกได้ไหม เก็บหลักฐานอย่างไร และถ้าทายาทโต้แย้งยอด

คนในครอบครัวที่สำรองจ่ายค่างานศพ เรียกเงินคืนจากกองมรดกได้เพียงใด: ใครมีหน้าที่จัดงานศพ ความเหมาะสมตามฐานะ ลำดับการชำระหนี้ เงินสงเคราะห์ที่ไม่ใช่เงินมรดก รายการที่มักถูกโต้แย้ง สมุดบัญชีตัวอย่าง และวิธีเมื่อทายาทไม่ยอมรับยอด

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมคดีครอบครัวและมรดก2 พฤศจิกายน 256912 นาที
ออกค่างานศพไปก่อน เรียกคืนจากกองมรดกได้ไหม เก็บหลักฐานอย่างไร และถ้าทายาทโต้แย้งยอด

หลังงานศพจบ มักมีคนหนึ่งในครอบครัวถือใบเสร็จกองหนึ่ง เพราะเป็นคนที่จ่ายเงินสดและโอนเงินไปก่อนตั้งแต่วันแรก พอเรื่องมาถึงการแบ่งมรดก พี่น้องบางคนบอกว่า "งานใหญ่เกินไป" หรือ "ไม่เคยตกลงให้จัดแบบนี้" คู่มือนี้พูดเฉพาะเรื่องนี้ คือ ใครเรียกค่างานศพคืนจากกองมรดกได้ เรียกได้แค่ไหน เก็บหลักฐานอย่างไร และทำอย่างไรเมื่อทายาทโต้แย้งยอด ส่วนภาพรวมของการจัดการมรดก ดูคู่มือหลักเรื่องมรดก และถ้าผู้จัดการมรดกเงียบหรือยังไม่แบ่ง ดูคู่มือเรื่องผู้จัดการมรดกไม่แบ่งหรือไม่ตอบทายาท

คำตอบหลัก

หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) มาตรา 1649 กำหนดว่าใครมีอำนาจและหน้าที่จัดการทำศพ โดยเริ่มจากผู้จัดการมรดกที่ผู้ตายตั้งไว้ (เว้นแต่ผู้ตายตั้งบุคคลอื่นไว้จัดการศพโดยเฉพาะ) ถ้าไม่มี หรือทายาทไม่ได้มอบหมายใคร ผู้ที่ได้รับทรัพย์มรดกมากที่สุดเป็นผู้มีหน้าที่ เว้นแต่ศาลเห็นสมควรตั้งคนอื่นเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ มาตรา 1650 ให้ผู้ที่มีหนี้เป็นคุณแก่ตนในการจัดการศพ เรียกเอาได้ตามบุริมสิทธิในมาตรา 253 (2) แต่ให้กันเงินหรือเรียกได้เพียง "จำนวนตามสมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตาย" และต้องไม่เสื่อมเสียสิทธิของเจ้าหนี้ของผู้ตาย มาตรา 1739 จัดค่าใช้จ่ายในการทำศพไว้ลำดับที่สอง ถัดจากค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันของกองมรดก และอยู่ก่อนภาษีค้างชำระและหนี้สามัญ ทั้งนี้ต้องไม่เสื่อมเสียแก่เจ้าหนี้ที่มีบุริมสิทธิพิเศษและเจ้าหนี้ที่มีจำนองหรือจำนำเป็นประกัน

ความเห็นเชิงปฏิบัติของเรา ข้อพิพาทเรื่องค่างานศพแทบไม่เคยแพ้ชนะที่ตัวบท แต่แพ้ชนะที่หลักฐานกับความสมเหตุสมผลของแต่ละรายการ คนที่ทำบัญชีไว้ตั้งแต่วันแรก เก็บใบเสร็จครบ และแจ้งทายาทเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้เงินไปเท่าไร มักตกลงกันได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล ส่วนรายการที่เกินความจำเป็นของพิธีมักถูกตัดออกไม่ว่าใครจะถูกใครผิด

ตัวอย่างสมมติ คุณบุญช่วยเสียชีวิตที่ขอนแก่น ไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่มีผู้จัดการมรดก มีบุตรสามคน คือ มะลิ ธนา และสุดา มะลิอยู่กับพ่อมาตลอดและเป็นคนจัดงานสวดสามคืน เธอจ่ายและโอนเงินไปก่อนรวมประมาณ 186,000 บาท ต่อมาธนาบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการจ้างวงดนตรีและเลี้ยงแขกจำนวนมาก ตัวอย่างนี้ใช้ตลอดบทความ

1. ใครมีหน้าที่จัดงานศพ และคนที่จ่ายไปก่อนต้องเป็นคนมีหน้าที่หรือไม่

ลำดับตามมาตรา 1649 อ่านได้ดังนี้

  1. ผู้จัดการมรดกที่ผู้ตายตั้งไว้ในพินัยกรรม มีอำนาจและหน้าที่จัดการศพ เว้นแต่ผู้ตายตั้งบุคคลอื่นไว้ให้จัดการศพโดยเฉพาะ
  2. ถ้าผู้ตายไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกหรือตั้งใครไว้จัดการศพ หรือทายาทไม่ได้มอบหมายใคร ผู้ได้รับทรัพย์มรดกมากที่สุด (ไม่ว่าโดยพินัยกรรมหรือโดยสิทธิโดยธรรม) เป็นผู้มีอำนาจและมีหน้าที่
  3. ศาลตั้งบุคคลอื่นได้ถ้าเห็นสมควร เมื่อผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งร้องขอ

ข้อสังเกตจากถ้อยคำของมาตรา ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งภายหลังไม่ได้อยู่ในข้อ 1 โดยตรง เพราะมาตราพูดถึงผู้ที่ "ผู้ตายตั้งไว้" และทายาทเองก็มอบหมายคนหนึ่งให้จัดการศพได้ ในครอบครัวส่วนใหญ่จึงเกิดจากการตกลงกันโดยปริยาย เช่น ลูกที่อยู่กับพ่อแม่เป็นเจ้าภาพ

คนที่จ่ายไปก่อนจึงไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีหน้าที่ตามลำดับนี้เสมอไป มาตรา 1650 พูดว่า "บุคคลใด" ที่มีหนี้เป็นคุณในการจัดการศพ แต่ถ้าท่านไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจตามมาตรา 1649 และทายาทไม่เคยเห็นด้วย ข้อโต้แย้งเรื่องความจำเป็นและจำนวนจะหนักขึ้น ผลของแต่ละกรณีขึ้นกับข้อเท็จจริง จึงควรให้ทนายความดูก่อนส่งหนังสือเรียกเงิน

2. เรียกคืนได้เท่าไร "สมควรแก่ฐานะ" แปลว่าอะไร และอยู่ลำดับที่เท่าไรในการชำระหนี้

ความสมควรแก่ฐานะ มาตรา 1650 วรรคท้าย จำกัดเงินที่กันไว้หรือเรียกได้ให้เป็น "จำนวนตามสมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตาย" กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลข ศาลจึงดูข้อเท็จจริง เช่น อาชีพและฐานะของผู้ตาย ธรรมเนียมของท้องถิ่นและศาสนา ขนาดของครอบครัวและชุมชน ทรัพย์สินของกองมรดก และเมื่อเทียบกับพิธีที่ทำจริง งานที่ใหญ่กว่าฐานะของผู้ตายมากอาจถูกปรับลดบางส่วนแม้ครอบครัวเต็มใจจัด

ไม่ให้เสียสิทธิเจ้าหนี้ มาตราเดียวกันกันไว้ว่าต้องไม่เสื่อมเสียสิทธิของเจ้าหนี้ของผู้ตาย ถ้ากองมรดกมีหนี้มากและทรัพย์ไม่พอ ค่างานศพไม่ได้เป็นเหตุให้เจ้าหนี้ที่มีสิทธิดีกว่าได้น้อยลง

ลำดับการชำระ มาตรา 1739 เรียงหนี้กองมรดกดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันของกองมรดก (2) ค่าใช้จ่ายในการทำศพเจ้ามรดก (3) ภาษีอากรที่ค้างชำระ (4) ค่าจ้างค้างจ่ายแก่เสมียน คนใช้ และคนงาน (5) ค่าเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็นประจำวัน (6) หนี้สามัญ (7) บำเหน็จผู้จัดการมรดก ทั้งนี้ไม่ลบล้างสิทธิของเจ้าหนี้ที่มีบุริมสิทธิพิเศษและเจ้าหนี้ที่มีประกันด้วยจำนองหรือจำนำ ผลคือค่างานศพที่สมควรจ่ายคืนก่อนที่ทายาทจะได้รับส่วนแบ่งใดๆ

ถ้าพิธียังไม่เสร็จ มาตรา 1650 ยังให้ผู้มีอำนาจจัดการศพกันเงินจำนวนสมควรจากกองมรดกไว้ใช้ได้ถ้างานต้องชักช้า และผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่เห็นด้วยร้องต่อศาลได้ ในทางปฏิบัติธนาคารมักไม่ยอมจ่ายจากบัญชีผู้ตายถ้าไม่มีหนังสือตามเกณฑ์ของธนาคารหรือคำสั่งศาล จึงอย่าวางแผนว่าจะ "ถอนมาจ่ายก่อน" โดยไม่ถามธนาคาร

3. เงินอะไรที่ไม่ใช่เงินกองมรดก และเงินช่วยงานเป็นของใคร

ก่อนคิดยอดที่จะเรียก ต้องแยกเงินที่จ่ายเข้ามาเพราะการตายออกเป็นสองกลุ่มว่าเป็นเงินกองมรดกหรือไม่

  • เงินที่จ่ายให้ผู้รับที่ระบุชื่อ เช่น เงินสงเคราะห์ค่าทำศพจากประกันสังคม เงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เงินสวัสดิการจากนายจ้าง และเงินจากประกันชีวิตที่ระบุผู้รับประโยชน์ โดยทั่วไปเป็นสิทธิของผู้รับตามกฎของโครงการหรือกรมธรรม์ ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย เว้นแต่ข้อบังคับของโครงการนั้นกำหนดเป็นอย่างอื่น เรายังไม่ระบุจำนวนเงินของประกันสังคมในบทความนี้ ผู้สนใจควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) ว่าใครเป็นผู้ขอได้และเงื่อนไขปัจจุบัน
  • เงินช่วยงานศพ (ซองช่วยงาน) คนให้ซองมักตั้งใจช่วยเจ้าภาพที่จัดงาน ไม่ได้ให้เป็นมรดกของผู้ตาย แต่ในครอบครัวที่มีทายาทหลายคน มักเกิดข้อโต้แย้งว่าเงินนี้เป็นของเจ้าภาพ ต้องนำมาหักค่างานศพก่อนเรียกคืน หรือต้องแบ่งกัน เราไม่พบหลักตายตัวที่ใช้ได้กับทุกกรณี จึงถือเป็นเรื่องที่ควรตกลงกันในครอบครัว และจดไว้ในบัญชี ถ้าเงินช่วยงานนำมาหักก่อนได้ ยอดที่เรียกจากกองมรดกจะลดลงตามนั้น และข้อพิพาทมักเบาลง

ข้อควรระวัง การที่เงินสงเคราะห์เข้าบัญชีผู้รับคนหนึ่งไม่ได้แปลว่าผู้รับคนนั้นใช้เป็นของตนได้ทั้งหมดในสายตาของทายาทคนอื่น ถ้าผู้รับเป็นผู้จัดงานและรับเงินมาเพื่อใช้กับงาน ทายาทอื่นมักขอให้แสดงว่าเงินนั้นไปทางไหน การแสดงในบัญชีเดียวกันจึงปลอดภัยที่สุด

4. รายการค่าใช้จ่ายแบบไหนมักถือว่าสมควร แบบไหนถูกโต้แย้ง

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่เกณฑ์ของศาล ความสมควรตัดสินตามข้อเท็จจริงของครอบครัวนั้น

รายการมักถือว่าสมควร / พอโต้แย้งได้ / มักไม่ถือหลักฐานที่ควรมี
ค่าใบมรณบัตร ค่าขนย้ายศพจากโรงพยาบาลหรือจากต่างจังหวัดมักสมควรใบเสร็จหรือใบรับเงิน ใบแจ้งการตาย
ค่าที่วัด ค่าศาลาสวด ค่าเมรุ ค่าฌาปนกิจมักสมควรใบเสร็จวัด ใบเสนอราคา
โลงศพและการตกแต่งตามธรรมเนียมมักสมควร ถ้าอยู่ในระดับที่เหมาะกับฐานะ โลงหรือพวงหรีดราคาสูงมากพอโต้แย้งได้ใบเสร็จ ภาพถ่าย
ถวายพระ ค่านิมนต์ ปัจจัยถวายพระสวดและเทศน์มักสมควรตามธรรมเนียมรายชื่อวัด บันทึกจำนวน ใบอนุโมทนา (ถ้ามี)
อาหารและเครื่องดื่มสำหรับแขกที่มางานมักสมควรในระดับที่พอเหมาะกับจำนวนแขก ถ้าเลี้ยงเกินมากพอโต้แย้งได้ใบเสร็จร้านอาหาร ใบสั่งจอง จำนวนโต๊ะ
ดอกไม้ ภาพถ่าย โปรแกรมดนตรีหรือการแสดงเพิ่มเติมพอโต้แย้งได้ใบเสนอราคา และหลักฐานว่าทายาทเห็นด้วยหรือไม่
ทำบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วันตามธรรมเนียมมักพอโต้แย้งได้ ขึ้นกับว่าธรรมเนียมท้องถิ่นและขนาดงานใบเสร็จ และข้อความที่ทายาทเห็นชอบ
หนังสืองานศพ ของที่ระลึกมักสมควรถ้าจำนวนเหมาะกับแขกใบเสร็จโรงพิมพ์
พิธีเก็บอัฐิ ลอยอังคาร บรรจุอัฐิภายหลังพอโต้แย้งได้ ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการทำศพตามธรรมเนียมและจัดไม่นานหลังเผาใบเสร็จ และหลักฐานการตกลง
งานใหญ่ในภายหลัง การสร้างอนุสรณ์ขนาดใหญ่ เลี้ยงญาติหลายวันมักไม่ถือเป็นค่าจัดการทำศพที่เรียกจากกองมรดก ควรขอความเห็นชอบจากทายาทก่อนข้อตกลงเป็นหนังสือของทายาท

หลักคิดสำหรับคนจ่าย คือ ถามว่าถ้าผู้ตายหรือทายาทที่เป็นกลางมองดู จะเห็นว่าเป็นส่วนของพิธีตามธรรมเนียมที่ใช้กันกับคนฐานะแบบนี้หรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ให้แยกรายการนั้นไว้ในบัญชีอีกช่อง และถามทายาทก่อนรวมในยอดที่เรียก

5. เก็บหลักฐานและทำบัญชีอย่างไร

หลักฐานที่ได้ผล ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่ลงชื่อผู้ขาย รายการโอนเงินจากบัญชีของผู้จ่าย ภาพถ่ายงานและรายการที่ซื้อ สมุดบัญชีที่จดในวันที่จ่ายจริง ข้อความในกลุ่มครอบครัวที่ทายาทเห็นชอบ (ถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้) และรายชื่อผู้จ่ายแต่ละรายการ ถ้าจ่ายด้วยเงินสดโดยไม่มีใบเสร็จ ให้ขอผู้รับเงินเขียนใบรับเงินลงวันที่ ลายมือชื่อ และเลขบัตรประชาชน (ถ้าเป็นบุคคล) และไม่ควรสร้างเอกสารย้อนหลังที่ไม่จริง เพราะเสียความน่าเชื่อถือของทั้งยอด

ตัวอย่างสมุดบัญชีค่างานศพ ปรับใช้ได้

สมุดบัญชีค่างานศพ ของ (ชื่อผู้ตาย)   วันที่เสียชีวิต ........
ผู้บันทึก ........   ผู้ที่ทายาทมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพ ........

ลำดับ | วันที่ | รายการ | จำนวนเงิน | จ่ายโดย | วิธีจ่าย | เลขที่ใบเสร็จ/หลักฐาน | ใครเห็นชอบ (ชื่อ+วิธีแจ้ง)
1     | .....  | ค่าที่วัด/ศาลา | .....  | ....    | โอน/สด   | ......               | ......
2     | .....  | โลงศพ          | .....  | ....    | ......   | ......               | ......

เงินที่ได้รับ (แยกให้ชัด)
- เงินสงเคราะห์ (ชื่อโครงการ) ..... จำนวน ..... ผู้รับ ......
- เงินช่วยงานศพ รวม ..... จำนวนซองที่จดไว้ ......

ยอดรวมที่จ่าย ....   หักเงินที่ตกลงให้หัก ....   ยอดสุทธิที่เรียกจากกองมรดก ....

ข้อความสั้นแจ้งทายาทเพื่อขอตกลงเรื่องการคืนเงิน

เรียนพี่น้องและทุกท่าน
ตามที่ดิฉันได้จัดงานศพคุณพ่อ (ชื่อ) ไปแล้ว ขอส่งสมุดบัญชีค่างานศพ พร้อมใบเสร็จและหลักฐานการโอน
ยอดที่จ่ายรวม ..... บาท หักเงินสงเคราะห์/เงินช่วยงานที่ตกลงกันแล้ว ..... บาท เหลือยอดที่ขอคืนจากกองมรดก ..... บาท
ขอเสนอให้หักคืนจากกองมรดกก่อนแบ่งส่วนของทุกคน หากท่านใดเห็นว่ารายการใดสูงเกินไป
โปรดแจ้งเป็นข้อความภายในวันที่ ........ พร้อมเหตุผล เพื่อจะได้ปรับร่วมกัน
และขอให้ทุกท่านลงชื่อรับทราบท้ายหนังสือนี้เมื่อตกลงกันแล้ว
ด้วยความเคารพ (ชื่อ) วันที่ ........

6. เมื่อทายาทโต้แย้งยอด ควรทำอย่างไร

  1. ส่งสมุดบัญชีและหลักฐานให้ตรวจ ความโปร่งใสลดข้อพิพาทได้ดีที่สุด ขอให้ทายาทระบุเป็นรายการว่ารายการใดที่ไม่เห็นด้วย และให้เหตุผล แทนที่จะปฏิเสธทั้งยอด
  2. เจรจาและตกลงเป็นหนังสือ ตามมาตรา 850 สัญญาประนีประนอมยอมความคือสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายต่างยอมผ่อนให้กันเพื่อระงับข้อพิพาท และมาตรา 851 กำหนดว่าถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จะฟ้องบังคับไม่ได้ มาตรา 852 ว่าด้วยผลของสัญญา คือการระงับสิทธิเรียกร้องที่ตกลงกันไว้ ดังนั้นควรเขียนยอดที่ตกลง วิธีชำระ และการสละข้อเรียกร้องที่เหลือให้ชัด และให้ทุกคนลงชื่อ
  3. หักตอนแบ่งมรดก ถ้ามีผู้จัดการมรดก ให้เสนอให้ผู้จัดการมรดกชำระคืนก่อนแบ่ง (มาตรา 1739 ให้ค่าทำศพมาก่อนหนี้สามัญและส่วนของทายาท) และออกเอกสารรับรองยอดที่หักไว้ หากยังไม่มีผู้จัดการมรดก ดูคู่มือยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
  4. ฟ้อง ถ้าไม่จบ ฟ้องกองมรดกหรือผู้จัดการมรดกเพื่อเรียกค่างานศพที่สมควร ศาลจะดูทั้งหลักฐานและความสมควรตามฐานะ และอาจตัดบางรายการ ผลของคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล เราจึงรับรองยอดที่จะได้ไม่ได้

อย่าหักเงินจากบัญชีหรือยึดเอาทรัพย์ของผู้ตายมาใช้ชดเชยเอง และอย่าเข้าถึงบัญชีธนาคารหรือโทรศัพท์ของผู้ตายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายและทำให้เสียน้ำหนักข้อเรียกร้อง

7. ต้องรีบเรียกคืนหรือไม่ และเมื่อพบทรัพย์ใหม่หรือมีรายได้จากทรัพย์มรดก

มาตรา 1754 กำหนดว่าห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรรู้ถึงความตาย และสำหรับเจ้าหนี้ของเจ้ามรดกที่สิทธิมีอายุความยาวกว่าหนึ่งปี ห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เจ้าหนี้รู้หรือควรรู้ถึงความตาย และไม่ว่ากรณีใด ห้ามฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย เราไม่ยืนยันว่าคำเรียกร้องค่างานศพของผู้สำรองจ่ายแต่ละรายอยู่ในมาตรานี้อย่างไร และนับจากวันไหน จึงแนะนำให้เรียกเงินและตกลงเป็นหนังสือโดยเร็ว อย่ารอจนแบ่งมรดกเสร็จ

ถ้าภายหลังพบทรัพย์มรดกเพิ่ม ดูคู่มือทรัพย์มรดกที่พบหลังแบ่งแล้ว และถ้ามีรายได้จากทรัพย์มรดกก่อนแบ่ง เช่น ค่าเช่า ดูคู่มือรายได้จากทรัพย์มรดกก่อนแบ่ง

รายการตรวจสอบ

ก่อนและระหว่างงาน

  • ตกลงกับทายาทว่าใครเป็นเจ้าภาพ และจดหรือส่งข้อความยืนยันไว้
  • ตรวจว่าผู้ตายระบุผู้จัดการมรดกหรือผู้จัดการศพไว้ในพินัยกรรมหรือไม่
  • ขอใบเสร็จทุกรายการ และเก็บหลักฐานการโอน
  • ถ่ายภาพงานและรายการสำคัญ

เงินที่เข้ามา

  • ตรวจสิทธิเงินสงเคราะห์จากประกันสังคม สมาคมฌาปนกิจ นายจ้าง และประกันชีวิต
  • จดเงินช่วยงานศพแยกจากเงินอื่นและตกลงเรื่องการหักไว้ก่อน

หลังงาน

  • ทำสมุดบัญชีตามตัวอย่าง แยกรายการที่อาจถูกโต้แย้ง
  • ส่งสมุดบัญชีให้ทายาททุกคนและกำหนดวันตอบ
  • ตกลงเป็นหนังสือและให้ทุกคนลงชื่อ
  • ให้ผู้จัดการมรดกหักจ่ายก่อนแบ่ง หรือปรึกษาทนายความถ้าไม่ตกลง

อ่านเพิ่มเติม

ค่างานศพที่สมควรและมีหลักฐานครบเรียกคืนจากกองมรดกได้ก่อนทายาทได้ส่วนแบ่ง แต่ความสมควรตัดสินตามข้อเท็จจริง จึงควรทำบัญชีตั้งแต่วันแรกและตกลงกับทายาทเป็นหนังสือ

เราช่วยครอบครัวและทายาทเรียกคืนค่างานศพ ตรวจบัญชี และจัดทำข้อตกลงกับทายาท ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานมรดก


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ที่ออกค่างานศพไปก่อน เรียกคืนจากกองมรดกได้หรือไม่+

โดยหลักได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1650 ค่าใช้จ่ายที่เกิดเป็นหนี้เป็นคุณแก่บุคคลใดในการจัดการทำศพ เรียกเอาได้ตามบุริมสิทธิในมาตรา 253 (2) แต่เรียกได้เพียงจำนวนที่สมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตาย และต้องไม่เสื่อมเสียสิทธิของเจ้าหนี้ของผู้ตาย ดูหัวข้อ 2 ว่าอะไรถือว่าสมควรเป็นเรื่องข้อเท็จจริง

ใครมีหน้าที่จัดการทำศพตามกฎหมาย+

มาตรา 1649 ให้ผู้จัดการมรดกที่ผู้ตายตั้งไว้มีอำนาจและหน้าที่จัดการทำศพ เว้นแต่ผู้ตายตั้งบุคคลอื่นไว้โดยเฉพาะ ถ้าไม่มีใครถูกตั้งไว้หรือทายาทไม่ได้มอบหมายใคร ผู้ที่ได้รับทรัพย์มรดกมากที่สุดมีอำนาจและหน้าที่จัดการ เว้นแต่ศาลเห็นสมควรตั้งบุคคลอื่นเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ดูหัวข้อ 1

เงินสงเคราะห์ศพจากประกันสังคม สมาคมฌาปนกิจ หรือประกันชีวิต ต้องนำเข้ากองมรดกหรือไม่+

โดยทั่วไปเงินที่จ่ายให้ผู้รับที่ระบุชื่อ เป็นสิทธิของผู้รับตามกฎของโครงการนั้นหรือกรมธรรม์ ไม่ใช่ทรัพย์มรดกโดยอัตโนมัติ ต้องดูข้อบังคับหรือเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ผู้รับยังอาจต้องแสดงว่าใช้เงินนั้นกับงานอย่างไร และทายาทอาจขอให้นำมาหักจากยอดที่เรียก ซึ่งควรตกลงกันเป็นหนังสือ ดูหัวข้อ 3

ทายาทไม่ยอมรับยอดที่เรียกเก็บ ควรทำอย่างไร+

ส่งสมุดบัญชีและหลักฐานให้ตรวจ ตกลงเป็นหนังสือซึ่งเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 ถึง 852 ให้ผู้จัดการมรดกหักจ่ายตอนแบ่งมรดก หรือฟ้องกองมรดกหรือผู้จัดการมรดกถ้าไม่จบ ดูหัวข้อ 6

ต้องรีบเรียกเงินคืนหรือไม่+

ควรรีบ มาตรา 1754 วางกำหนดเวลาไว้สำหรับการฟ้องคดีมรดก รวมถึงเจ้าหนี้ของเจ้ามรดก ซึ่งนับจากวันตายหรือวันที่ทายาทหรือเจ้าหนี้รู้ถึงความตายตามกรณี ส่วนว่าคำเรียกร้องค่างานศพของผู้สำรองจ่ายอยู่ในมาตรานี้เพียงใด ควรปรึกษาทนายความตามข้อเท็จจริง อย่าเก็บเงียบรอจนทายาทแบ่งมรดกไปแล้ว ดูหัวข้อ 7

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา