คำตอบหลัก
"เดือนนี้ไม่มีคดี" คือผลลัพธ์ที่ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือนถูกออกแบบมาให้เกิด ไม่ใช่หลักฐานว่าไม่ได้ทำอะไร วิธีประเมินที่ถูกคือเลิกมองที่ศาล แล้วดูบันทึกรายเดือนว่าที่ปรึกษาตรวจ ตอบ ส่งหนังสือ และติดตามอะไรไปบ้าง
หลักกฎหมายและหน่วยงาน ไม่มีกฎหมายไทยกำหนดว่าต้องวัดหรือรายงานผลที่ปรึกษากฎหมายอย่างไร ตัวชี้วัดจึงเป็นข้อตกลงระหว่างบริษัทกับสำนักงาน แต่กฎหมายมีผลต่อกำหนดเวลาที่รายงานควรติดตาม เช่น คู่สัญญาที่จะเลิกสัญญาเพราะอีกฝ่ายไม่ชำระหนี้ ต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรแล้วบอกกล่าวให้ชำระก่อน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387) และนายจ้างที่เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยต้องระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างหรือแจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นอ้างเหตุนั้นภายหลังไม่ได้ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 วรรคสุดท้าย)
ความเห็นเชิงปฏิบัติของเรา ควรตกลงสามอย่างตั้งแต่ต้น คือสิ่งที่จะวัด หน้าตารายงานรายเดือน และผู้รับรายงานฝั่งบริษัท แล้วอ่านรายงานนั้นจริง ที่ปรึกษาที่สรุปเดือนของตัวเองในหนึ่งหน้าไม่ได้ จะป้องกันตัวเองยากตอนต่อสัญญา ทั้งฝั่งลูกค้าและฝั่งสำนักงาน
คู่มือนี้ต่อจากเรื่องที่ควรได้ในเดือนแรก ซึ่งอยู่ใน การเลือกที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท เราเริ่มที่เดือนที่สองเป็นต้นไป
1. ทำไม "เดือนนี้ไม่มีคดี" จึงเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
ที่ปรึกษารายเดือนคือค่าคำแนะนำก่อนที่ข้อเท็จจริงจะตายตัว ถ้าทนายอ่านสัญญาก่อนเซ็น ข้อพิพาทที่จะตามมาก็ไม่เกิด ถ้าหนังสือบอกกล่าวทวงถามทำให้ได้รับชำระ ก็ไม่มีคดีให้ฟ้อง ถ้าหนังสือเตือนพนักงานเขียนถูกต้อง ก็ไม่มีคดีแรงงาน
ปัญหาคือความเงียบแบบเดียวกันอาจเกิดจากงานที่ได้ผล หรือจากโชคดี ก็ได้ วิธีแก้คือบันทึก ไม่ใช่คำสัญญา ขอให้สำนักงานเก็บบันทึกงานที่ทำ และถามตัวเองว่าถ้าไม่มีบันทึกนั้น จะรู้ไหมว่าอะไรเปลี่ยนไป
ความเสียหายที่ไม่เกิดขึ้นไม่มีใครตีเป็นตัวเลขได้ รวมทั้งเราด้วย ให้ระวังรายงานใดที่อ้างว่าทำได้
2. อะไรนับเป็นหลักฐานว่าคุ้ม
ใช้สิ่งที่นับได้หรือชี้ได้จากแฟ้มของบริษัทเอง
| หลักฐาน | ดูอะไร | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| สัญญาที่ตรวจ | จำนวนที่ส่งมา สถานะ (เซ็นแล้ว รอ ส่งกลับแก้) เวลาตอบกลับ | แสดงว่าช่องทางตรวจใช้งานจริงและไม่เป็นคอขวด |
| ข้อสัญญาเสี่ยงที่ถูกจับได้ | ข้อที่แก้ก่อนเซ็น พร้อมเหตุผลหนึ่งบรรทัด | แสดงว่าการตรวจเปลี่ยนอะไร ไม่ใช่แค่อนุมัติ |
| หนังสือบอกกล่าวทวงถาม | ส่งแล้ว ได้คำตอบ ได้รับชำระหรือตกลงกัน ยังค้าง | แสดงว่าการทวงจบที่การชำระหรือข้อตกลงหรือไม่ |
| เรื่องบุคคลก่อนบานปลาย | หนังสือเตือน คำถามเรื่องข้อบังคับ การเลิกจ้างที่ตรวจก่อนทำ | แสดงว่าเรื่องบุคคลถูกจัดการตอนยังมีทางเลือก |
| กำหนดเวลาที่ไม่พลาด | ต่อสัญญา ระยะบอกกล่าว วันหมดอายุใบอนุญาต การตอบหนังสือ | แสดงว่าไม่มีอะไรหมดอายุโดยไม่มีใครเห็น |
| คำถามที่ตอบ | จำนวนแยกตามฝ่าย เวลาถึงคำตอบแรก | แสดงว่าที่ปรึกษาถูกใช้ตอนตัดสินใจ |
| เอกสารที่ปรับปรุง | แบบฟอร์มที่แก้หลังได้บทเรียน | แสดงว่าปัญหาเดิมไม่ต้องแก้ซ้ำสองรอบ |
อย่าใช้แถวใดแถวหนึ่งเป็นคะแนนรวม เดือนที่สัญญาน้อยอาจเป็นเดือนที่ดี เดือนที่คำถามมากอาจแปลว่าธุรกิจโต ไม่ใช่ว่ามีปัญหา
3. ตัวชี้วัดที่ควรตกลงตั้งแต่ต้น
เขียนไว้ในสัญญาที่ปรึกษาหรือเอกสารแนบ โดยใช้ตัวเลขของท่านเอง เราไม่ใส่เป้าหมายเชิงตัวเลขไว้ที่นี่ เพราะไม่มีกฎหมายกำหนด และระดับที่เหมาะขึ้นกับธุรกิจ
- เวลาตอบ ของคำขอทั่วไปและคำขอด่วน นับจากช่องทางที่ตกลงกัน
- เวลาตรวจต่อประเภทเอกสาร เช่น สัญญารักษาความลับมาตรฐานเทียบกับสัญญาซื้อขายที่ร่างเฉพาะ
- ทะเบียนสัญญา ที่ปรับปรุงเสมอ ได้แก่ คู่สัญญา เรื่อง วันเริ่มและวันสิ้นสุด ระยะบอกกล่าวต่อสัญญาและเลิกสัญญา และผู้ดูแลความสัมพันธ์
- รายงานรายเดือน ส่งตามวันที่ตกลงให้ผู้รับที่ระบุชื่อ
- ทบทวนรายไตรมาส ทั้งหมดข้างต้น พร้อมสิทธิ์ปรับเป้า
- สิ่งที่อยู่นอกขอบเขตที่ปรึกษา เพื่อไม่ต้องเถียงกันเรื่องขอบเขตเวลาที่พลาดเป้า งานคดีเสนอราคาแยกก่อนเริ่มงาน
ตัวชี้วัดที่ตรวจสอบจากบันทึกไม่ได้ ให้ตัดออก
4. ตัวอย่างรายงานกฎหมายสำหรับผู้บริหารหน้าตาเป็นอย่างไร
แบบด้านล่างเป็นรูปแบบ ตัวอย่างสมมติ ข้อมูลทุกบรรทัดแต่งขึ้นเพื่อแสดงรูปแบบ ไม่ได้มาจากลูกค้าจริง ฉบับใช้งานจริงควรไม่เกินหนึ่งหน้า แล้วแนบรายละเอียดท้ายเล่ม
รายงานกฎหมายรายเดือน — [ชื่อบริษัท]
ประจำเดือน: [เดือน ปี] เสนอ: [ชื่อ ตำแหน่ง]
1. เรื่องที่รับในเดือนนี้ (แยกตามประเภท)
สัญญา: [n] บุคคล: [n] ทวงหนี้: [n]
กำกับดูแล/ใบอนุญาต: [n] คำถามอื่น: [n]
2. สัญญาที่ตรวจ
| คู่สัญญา | ประเภท | สถานะ | ข้อที่แก้สำคัญ |
| ลูกค้า A | ซื้อขาย | เซ็นแล้ว | จำกัดข้อความรับผิดให้แคบลง |
| ผู้ขาย B | จัดหา | รอคู่สัญญาตอบ | สอบถามเงื่อนไขการชำระ |
| ลูกค้า C | บริการ | ส่งกลับมาที่เรา | รอบริษัทตัดสินใจ |
3. เรื่องค้าง
| เรื่อง | ขั้นตอนถัดไป | ผู้รับผิดชอบ (บริษัท/สำนักงาน) | ภายใน |
| ใบแจ้งหนี้ค้าง D | หนังสือทวงครั้งที่สอง | สำนักงาน | [วันที่] |
| หนังสือเตือนพนักงาน E | บริษัทยืนยันข้อเท็จจริง| ฝ่ายบุคคลของบริษัท | [วันที่] |
4. กำหนดเวลาข้างหน้า (60-90 วัน)
- ต่อสัญญาและช่วงบอกกล่าว: [รายการจากทะเบียน]
- ต่ออายุใบอนุญาต/จดทะเบียน: [รายการ]
- หนังสือหรือหน่วยงานที่ต้องตอบ: [รายการ]
- วันที่อายุความต้องระวัง: [เรื่อง วันที่ให้สำนักงานยืนยัน]
5. เรื่องที่ต้องให้ผู้บริหารตัดสินใจ
- [เรื่อง ทางเลือกบรรทัดละข้อ ความเห็นของสำนักงาน วันที่ต้องการคำตอบ]
6. ความเสี่ยงที่เปลี่ยนจากเดือนก่อน
- เพิ่ม: [รายการ เหตุผล] ลด: [รายการ เหตุผล] ใหม่: [รายการ]
7. บทเรียนและการแก้แบบฟอร์ม
- [เรียนรู้อะไร แก้แบบฟอร์มหรือข้อบังคับใด]
ภาคผนวก (ถ้ามี): ทะเบียนสัญญาฉบับเต็ม รายการหนังสือโต้ตอบ บันทึกรายเรื่อง
สามนิสัยที่ทำให้รายงานใช้ได้จริง คือใส่เรื่องที่ต้องตัดสินใจไว้ตอนต้นถ้าใกล้ถึงกำหนด ใส่ผู้รับผิดชอบทุกเรื่องค้าง ไม่ว่าฝั่งบริษัทหรือสำนักงาน และระบุสิ่งที่สำนักงานประเมินไม่ได้เพราะขาดเอกสาร เพื่อให้เห็นช่องว่าง
อายุความต่างกันไปตามประเภทสิทธิเรียกร้อง สำนักงานจึงควรยืนยันแต่ละเรื่อง เราไม่ให้หลักทั่วไปไว้ที่นี่
5. ตั้งระบบตามขนาดบริษัทอย่างไร
บริษัทขนาดเล็ก (เจ้าของกับผู้ประสานงานหนึ่งคน) เลือกผู้ประสานงานหนึ่งคนส่งคำขอทั้งหมด ใช้โฟลเดอร์ร่วมเก็บทะเบียนและรายงานรายเดือน อ่านรายงานหนึ่งหน้าทุกเดือน ตรวจทุกไตรมาสก็เพียงพอ
บริษัทขนาดกลาง ให้ฝ่ายบุคคล การเงิน และจัดซื้อส่งผ่านช่องทางเดียวกัน สำนักงานจะเห็นภาพรวม และผู้ประสานงานเห็นว่าใครถามอะไร รักษาทะเบียนให้ทันสมัย รับรายงานรายเดือน และประชุมทบทวนรายไตรมาสเพื่อเทียบเป้ากับที่เกิดขึ้นจริง
กลุ่มบริษัทหรือกิจการที่ต่างชาติถือหุ้น ทำทะเบียนแยกต่อนิติบุคคล เพิ่มสรุปสองภาษาสั้น ๆ สำหรับสำนักงานใหญ่ ว่าอะไรเปลี่ยน อะไรค้าง อะไรใกล้ถึงกำหนด และอะไรต้องตัดสินใจ ตกลงเกณฑ์ส่งเรื่องขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ข้อพิพาทหรือหนังสือจากหน่วยงานแบบใดต้องแจ้งสำนักงานใหญ่ในวันเดียวกัน ด้านสำนักงานใหญ่ดูได้ใน การบริหารบริษัทลูกในไทยจากต่างประเทศโดยไม่มีทีมกฎหมายไทย เอกสารไทยยังเป็นภาษาไทย สรุปจึงชี้ไปที่เอกสาร ไม่ได้แทนที่เอกสาร
6. ถ้ารายงานบางหรือส่งช้าควรทำอย่างไร
ยกขึ้นในการทบทวนรายไตรมาส ไม่ใช่ตอนต่อสัญญา ตรวจก่อนว่าฝั่งบริษัทป้อนข้อมูลให้หรือไม่ เพราะคำขอที่ส่งนอกช่องทางและเอกสารที่ไม่ได้ให้ เป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้รายงานดูบาง แล้วจึงขอแผนเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมวันที่จากสำนักงาน
ถ้ารายงานสม่ำเสมอแต่ยังมีเนื้อหาน้อย ให้ถามว่าตรวจอะไรไปและไม่ได้ตรวจอะไร เรื่องที่มีน้อยไม่ใช่ความผิด แต่ที่ปรึกษาที่ตอบไม่ได้ว่าเห็นอะไร ถือเป็นปัญหา
7. เช็กลิสต์
- กำหนดผู้ประสานงานฝั่งบริษัทหนึ่งคน และหัวหน้าทีมฝั่งสำนักงานหนึ่งคน
- ตกลงช่องทางส่งคำขอช่องทางเดียว และช่วงเวลาตอบตามที่ท่านกำหนดเอง
- ตกลงเวลาตรวจต่อประเภทเอกสารและเขียนไว้
- เริ่มทะเบียนสัญญาและปรับปรุงเสมอ
- ตกลงรูปแบบรายงานหนึ่งหน้าและวันส่งทุกเดือน
- ใส่ผู้รับผิดชอบและวันที่ในทุกเรื่องค้าง
- ทบทวนรายไตรมาส และแก้เป้าเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
- ตรวจว่าอะไรอยู่นอกขอบเขตที่ปรึกษา จะได้ไม่เถียงกันภายหลัง
อ่านเพิ่มเติม
- การเลือกที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท: ควรจ้างเมื่อใด และสัญญาควรระบุอะไร
- การบริหารบริษัทลูกในไทยจากต่างประเทศโดยไม่มีทีมกฎหมายไทย
- กระบวนการตรวจและอนุมัติสัญญาเมื่อไม่มีฝ่ายกฎหมาย
- อะไรมีผลต่อใบเสนอราคาที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน
ประเมินที่ปรึกษากฎหมายจากบันทึกรายเดือนว่าตรวจ ตอบ ส่งหนังสือ และติดตามอะไรไปบ้าง ไม่ใช่จากการที่มีคดีขึ้นศาลหรือไม่
เราให้บริการทนายประจำรายเดือนที่กำหนดตัวผู้รับผิดชอบ โดยตกลงขอบเขตและปริมาณงานรายเดือนล่วงหน้า ครอบคลุมการตรวจสัญญา ข้อหารือประจำวัน หนังสือบอกกล่าวทวงถาม และการเจรจาข้อพิพาทก่อนถึงศาล งานคดีเสนอราคาแยกก่อนเริ่มงาน ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมได้ที่ ที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท สัญญาและเอกสาร และ งานเลขานุการบริษัท
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

