คำตอบหลัก
บริษัทลูกในไทยบริหารจากต่างประเทศได้ดี แม้ไม่มีฝ่ายกฎหมายในไทย หากมีสี่อย่าง คือ รายชื่อผู้ลงนามที่ชัดเจน กฎว่าเอกสารใดต้องมีฉบับภาษาไทย วิธีส่งหนังสือมอบอำนาจที่เชื่อถือได้ และผู้รับผิดชอบปฏิทินกฎหมายหนึ่งคนที่รายงานสำนักงานใหญ่
หลักกฎหมาย (กฎหมายและหน่วยงาน) บริษัทจำกัดอยู่ในความจัดการของกรรมการตามข้อบังคับ (ป.พ.พ. มาตรา 1144) กรรมการที่ผูกพันบริษัทได้คือผู้ที่จดทะเบียนอำนาจไว้กับ DBD ศาลไทยดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นภาษาไทย (ป.วิ.แพ่ง มาตรา 46) และนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 108)
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา นโยบายของสำนักงานใหญ่กับข้อมูลที่จดทะเบียนในไทยเป็นสองชั้นแยกกัน นโยบายบอกว่าใครต้องอนุมัติ ส่วนทะเบียนบอกว่าลายมือชื่อของใครผูกพันบริษัทตามกฎหมาย ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากสองชั้นนี้ไม่ตรงกัน
เรื่องรอบภาษีและการยื่นแบบประจำ อ่าน ภาระด้านบัญชีและภาษีของบริษัทไทยที่มีต่างชาติถือหุ้น คู่มือนี้ไม่อธิบายซ้ำ
1. ใครลงนามแทนบริษัทในไทยได้จริง
คือบุคคลที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองบริษัท เอกสารของ DBD ระบุว่าการจดทะเบียนต้องมี "รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท" และบริษัทไม่ต้องจดทะเบียนตราสำคัญก็ได้ หากอำนาจกรรมการไม่ได้กำหนดให้ประทับตราสำคัญ ถ้าอำนาจระบุว่า "กรรมการสองคนลงนามร่วมกันและประทับตราสำคัญ" เอกสารที่กรรมการสองคนลงนามแต่ไม่ประทับตรา ย่อมไม่เป็นไปตามอำนาจที่จดไว้
ประเด็นที่ควรตกลงกับสำนักงานใหญ่
- ให้นโยบายตรงกับทะเบียน หากต้องการสองลายมือชื่อสำหรับสัญญาที่เกินวงเงิน ให้จดอำนาจเช่นนั้น หรือเพิ่มขั้นตอนอนุมัติภายในก่อนผู้ลงนามที่จดทะเบียนจะลงนาม
- คนที่สำนักงานใหญ่ไม่ใช่ผู้ลงนามเพียงเพราะตำแหน่ง ผู้อำนวยการภูมิภาคหรือ GC ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัทไทย ลงนามแทนบริษัทด้วยตำแหน่งอย่างเดียวไม่ได้ อนุมัติภายในได้ หรือถือหนังสือมอบอำนาจ
- การเปลี่ยนอำนาจต้องทำตามขั้นตอน การแก้ไขรายการจดทะเบียนยื่นโดยกรรมการตามอำนาจที่จดไว้เดิม ดู การเปลี่ยนแปลงของบริษัทหลังจดทะเบียน
- ตราสำคัญ DBD ระบุว่าตราหาย ชำรุด หรือเปลี่ยนแบบ ต้องจดทะเบียนแก้ไข โดยกรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ยื่น ควรเก็บตราไว้ในไทยโดยมีผู้ดูแลที่ระบุชื่อและบันทึกการใช้
- ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ใช้แทนตราได้หรือไม่ ดู ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาบริษัท
2. เอกสารใดต้องเป็นภาษาไทย
| เอกสารหรือขั้นตอน | สถานะด้านภาษา | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| สัญญาทางการค้าระหว่างบริษัท | เราไม่พบบทบัญญัติทั่วไปที่บังคับให้เป็นภาษาไทย | ใช้ภาษาอังกฤษหรือสองภาษาได้ ใส่ข้อกำหนดว่าฉบับใดใช้บังคับ |
| คำคู่ความและเอกสารในคดี | ภาษาไทย (ป.วิ.แพ่ง มาตรา 46) | เตรียมงบแปลสัญญาที่อาจต้องใช้ฟ้องร้อง |
| เอกสารต้นฉบับภาษาต่างประเทศที่ยื่นต่อศาล | ศาลสั่งให้ทำคำแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะส่วนสำคัญพร้อมคำรับรองได้ (มาตรา 46) | จัดทำคำแปลไทยที่มีคำรับรองของสัญญาหลักไว้ล่วงหน้า |
| ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน | ภาษาไทย (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 108) | ฉบับไทยเป็นฉบับที่ใช้ตามกฎหมาย ฉบับอังกฤษเป็นเพียงอำนวยความสะดวก |
| แบบคำขอจดทะเบียนกับ DBD | ใช้แบบพิมพ์ที่ DBD กำหนด ยื่นเป็นภาษาไทย | ใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการที่อ่านไทยได้ และตรวจหลักเกณฑ์ล่าสุดของแต่ละเรื่อง |
สำหรับสัญญาสองภาษา ควรมีข้อหนึ่งระบุว่าฉบับใดใช้บังคับ และอีกข้อระบุว่าอีกฉบับเป็นเพียงอำนวยความสะดวก หากเว้นไว้ ศาลไทยจะพิจารณาจากฉบับไทยและคำแปล ข้อพิพาทก็จะรวมถึงเรื่องว่าถ้อยคำภาษาอังกฤษหมายถึงอะไร สัญญาภาษาอังกฤษล้วนใช้ได้ แต่หากถึงศาลก็มักต้องมีผู้แปลโดยอีกฝ่ายหรือศาลกำหนด
สัญญาจ้างแรงงานทำเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ควรมีฉบับไทยเพื่อป้องกันข้อโต้แย้งว่าลูกจ้างเข้าใจเนื้อหาหรือไม่ เราไม่แนะนำให้เอกสารเลิกจ้างหรือทางวินัยมีเฉพาะภาษาอังกฤษ
3. ส่งหนังสือมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่อย่างไร
หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลในไทยกระทำการแทนบริษัทหรือผู้บริหารของสำนักงานใหญ่
- ร่างให้ตรงกับงาน ตาม ป.พ.พ. ตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจเฉพาะการ ทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นให้กิจนั้นสำเร็จ (มาตรา 800) ส่วนมอบอำนาจทั่วไปครอบคลุมการจัดการแทน แต่ไม่รวมบางการ เช่น ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ (มาตรา 801) ระบุการที่มอบ ตัวผู้รับมอบ และระยะเวลา
- ลงนามต่อหน้าโนตารี ในประเทศที่ผู้ลงนามอยู่ พร้อมหลักฐานว่าผู้ลงนามมีอำนาจลงนามแทนบริษัทต่างประเทศ
- รับรองนิติกรณ์เพื่อใช้ในไทย ปัจจุบันโดยทั่วไปทำผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และตารางสถานะของ HCCH ระบุวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันนั้น ให้สอบถามสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยและหน่วยงานปลายทางว่าต้องใช้วิธีใด หลังวันดังกล่าว คาดว่าตราประทับ Apostille จากรัฐภาคีอื่นจะใช้แทนขั้นตอนรับรองของสถานทูตสำหรับเอกสารมหาชนที่อยู่ในขอบเขตอนุสัญญา แต่อนุสัญญามีข้อยกเว้น จึงควรตรวจเป็นรายเอกสาร
- แปลเป็นภาษาไทย หากหน่วยงานปลายทางขอ
- ทำทะเบียนหนังสือมอบอำนาจ ระบุผู้มอบ ผู้รับมอบ ขอบเขต วันหมดอายุ และที่เก็บต้นฉบับ
ขั้นตอนรับรองเอกสารฝั่งไทย ดู เอกสารที่ต้องรับรอง หากไม่อยากส่งเอกสารกระดาษบ่อย ๆ ให้พิจารณาว่าการมอบอำนาจระยะยาวหรือการมีกรรมการที่จดทะเบียนอยู่ในไทยเหมาะกว่าหรือไม่
4. การประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้นทำอย่างไร
กรรมการและผู้ถือหุ้นที่อยู่ต่างประเทศเข้าร่วมประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เมื่อครบเงื่อนไขทางกฎหมาย เรื่องหนังสือนัดประชุม องค์ประชุม รายงานการประชุม และหลักฐาน ดู การประชุมผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการแบบออนไลน์ ในแง่การประสานงาน ควรทำปฏิทินจุดตัดสินใจประจำปี เช่น ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น การอนุมัติงบ และการเปลี่ยนกรรมการ แล้วส่งเอกสารล่วงหน้าให้สำนักงานใหญ่มีเวลาตรวจ
5. ด้านบุคคลต้องมีอะไร
หากบริษัทลูกมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป มาตรา 108 กำหนดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุว่านายจ้างต้องประกาศใช้ภายใน 15 วันนับแต่มีลูกจ้างครบสิบคน เก็บสำเนาไว้ที่สถานประกอบกิจการ และปิดประกาศโดยเปิดเผย หากแก้ไข ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ประกาศใช้ เราไม่พบว่ามาตรา 108 กำหนดให้ยื่นข้อบังคับฉบับแรกต่อสำนักงานแรงงาน หากต้องการความแน่ใจให้สอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่
สำนักงานใหญ่ไม่ควรนำคู่มือพนักงานระดับโลกมาใช้เป็นข้อบังคับของไทยโดยตรง ควรปรับและให้ตรวจฉบับไทย ภาพรวมการตรวจแฟ้มแรงงาน ดู การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของนายจ้าง
6. ทีมในไทยควรรายงานอะไรต่อสำนักงานใหญ่
กฎหมายไม่ได้กำหนดจังหวะการรายงานระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก จึงเป็นเรื่องของการกำกับดูแล เราแนะนำรายงานหนึ่งหน้าทุกเดือน ประกอบด้วย
- รายการจดทะเบียนที่เปลี่ยน (กรรมการ ที่อยู่ ทุน อำนาจ)
- เอกสารที่จะหมดอายุภายใน 90 วัน (หนังสือมอบอำนาจ ใบอนุญาต ใบอนุญาตทำงาน สัญญาเช่า)
- สัญญาที่ลงนามเกินวงเงินอนุมัติ
- ข้อพิพาท หนังสือทวงถาม และหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่ค้างอยู่
- รายการในปฏิทินที่ครบกำหนดใน 60 วันข้างหน้า
7. ตัวอย่างสมมติ
กลุ่มบริษัทยุโรปแห่งหนึ่งมีบริษัทลูกในไทยที่มีลูกจ้าง 12 คน กรรมการไทยสองคนจดอำนาจให้ลงนามร่วมกันและประทับตราสำคัญ GC ภูมิภาคตรวจสัญญาเป็นภาษาอังกฤษ ตามแนวทางข้างต้น กลุ่มควร (ก) ให้กรรมการสองคนลงนามหลัง GC อนุมัติ (ข) ใส่ข้อกำหนดฉบับที่ใช้บังคับ (ค) ตรวจว่ามีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภาษาไทย และ (ง) ทำทะเบียนหนังสือมอบอำนาจ นี่เป็นเพียงภาพประกอบ ไม่ใช่เรื่องจริง
8. รายการตรวจสอบ
- ขอหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด และเทียบอำนาจลงนามกับนโยบายสำนักงานใหญ่
- กำหนดผู้เก็บตราสำคัญ และทำบันทึกการใช้
- ใส่ข้อกำหนดฉบับที่ใช้บังคับในสัญญาสองภาษา
- จัดทำคำแปลไทยที่มีคำรับรองของสัญญาหลัก
- ตรวจจำนวนลูกจ้างเทียบเส้นสิบคน และยืนยันว่ามีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภาษาไทย
- ทำทะเบียนหนังสือมอบอำนาจพร้อมขอบเขตและวันหมดอายุ
- สอบถามสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องรับรองด้วยวิธีใด
- กำหนดผู้รับผิดชอบปฏิทินกฎหมายหนึ่งคน และตกลงรูปแบบรายงานรายเดือน
อ่านเพิ่มเติม
- ภาระด้านบัญชีและภาษีของบริษัทไทยที่มีต่างชาติถือหุ้น
- เอกสารที่ต้องรับรอง
- การประชุมผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการแบบออนไลน์
- การเปลี่ยนแปลงของบริษัทหลังจดทะเบียน
- การเลือกที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท
บริษัทลูกในไทยปลอดภัยที่สุดเมื่อผู้ลงนามที่จดทะเบียน เอกสารภาษาไทย และปฏิทินกฎหมายได้รับการจัดการในไทย และสำนักงานใหญ่อนุมัตินโยบายแทนที่จะลงนามข้ามระบบ
เราเป็นทีมกฎหมายประจำให้บริษัทไทยที่มีต่างชาติถือหุ้น ทั้งงานเลขานุการบริษัท สัญญา หนังสือมอบอำนาจ และเอกสารด้านบุคคล ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมได้ที่ ที่ปรึกษากฎหมายประจำ เลขานุการบริษัท สัญญาและเอกสาร และ เอกสารด้านบุคคล
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

