ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
คู่มือกฎหมายครอบครัว

แต่งงานใหม่ อยากรับลูกติดของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรม ต้องเตรียมอะไร

คู่มือสำหรับผู้ที่แต่งงานใหม่และอยากรับบุตรของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรม ตรวจสถานะเดิมของเด็ก ความยินยอมของพ่อแม่แท้จริง ขั้นตอนตามกฎหมาย ผลต่ออำนาจปกครองและมรดก และสิ่งที่ไม่เปลี่ยนหลังรับ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมคดีครอบครัว2 พฤศจิกายน 256913 นาที
แต่งงานใหม่ อยากรับลูกติดของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรม ต้องเตรียมอะไร

คุณแต่งงานใหม่ ลูกของคู่สมรสอยู่ในบ้านเดียวกัน เลี้ยงดูกันมาเหมือนลูกแท้ ๆ และอยากให้กฎหมายรับรองสถานะนั้น การรับบุตรบุญธรรมทำได้ แต่เป็นขั้นตอนที่ต้องเริ่มจากเอกสารของเด็กและพ่อแม่แท้จริง ไม่ใช่เริ่มที่การยื่นคำขอ ถ้าเรื่องที่คุณกังวลคือพ่อแม่แท้จริงอีกฝ่ายไม่จ่ายค่าเลี้ยงดู ดูค่าเลี้ยงดูบุตรและอำนาจปกครอง ถ้ากำลังวางแผนพาเด็กไปอยู่ต่างประเทศ ดูการพาบุตรไปต่างประเทศและความยินยอม

คำตอบหลัก

คู่มือนี้พูดเฉพาะกรณีที่คู่สมรสใหม่อยากรับบุตรของอีกฝ่ายเป็นบุตรบุญธรรม คือต้องตรวจอะไรก่อน ใครต้องยินยอม ขั้นตอนมีอะไร และผลต่อสิทธิในครอบครัวและมรดกต่างกันอย่างไร ส่วนหลักใหญ่เรื่องอำนาจปกครองหลังหย่าอยู่ในคู่มือฟ้องหย่าและสิทธิเลี้ยงดูบุตร

หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) มาตรา 1598/19 ผู้รับต้องอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีและแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี มาตรา 1598/20 เด็กอายุตั้งแต่ 15 ปีต้องยินยอมด้วย มาตรา 1598/21 การรับผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมของบิดาและมารดา โดยมีทางออกเมื่อฝ่ายหนึ่งตาย ถูกถอนอำนาจปกครอง หาตัวไม่ได้ หรือไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มาตรา 1598/25 ผู้รับหรือเด็กที่มีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส มาตรา 1598/27 การรับสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียน และถ้าเด็กเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน มาตรา 1598/28 บุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับ แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่กำเนิดมา

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา เรื่องมักติดที่สองจุด คือไม่รู้ว่าใครมีอำนาจปกครองเด็กตามเอกสารจริง และพ่อหรือแม่แท้จริงอีกฝ่ายติดต่อไม่ได้หรือไม่ยอมเซ็น ควรตรวจสองจุดนี้ก่อนจ่ายเงินหรือนัดหน่วยงานใด ๆ

ตัวอย่างสมมติ นิดาอยู่ที่ขอนแก่น เคยจดทะเบียนสมรสและหย่ากับอนุชาซึ่งอยู่อุดรธานี ในเอกสารหย่าระบุให้นิดาใช้อำนาจปกครองน้องฟ้า อายุ 9 ปี เพียงผู้เดียว ต่อมานิดาสมรสกับภูมิ อายุ 41 ปี ซึ่งเลี้ยงน้องฟ้ามาสองปี ภูมิอยากรับน้องฟ้าเป็นบุตรบุญธรรม อนุชาไม่ได้ติดต่อมาสองปีและไม่ได้จ่ายค่าเลี้ยงดู สิ่งที่ต้องตรวจคือเอกสารหย่า คำสั่งศาล ที่อยู่ล่าสุดของอนุชา และว่าหน่วยงานที่รับคำขอต้องการความยินยอมจากเขาหรือไม่ ยังไม่ควรสรุปว่าเขาเซ็นหรือไม่ต้องเซ็นจนกว่าจะตรวจเอกสาร

1. เริ่มจากสถานะเดิมของเด็ก

ก่อนคิดเรื่องรับบุตรบุญธรรม ให้ตอบคำถามเหล่านี้ด้วยเอกสาร ไม่ใช่ความทรงจำ

คำถามทำไมสำคัญ
ใครเป็นพ่อแม่ตามกฎหมายเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อต่อเมื่อพ่อแม่สมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร (มาตรา 1547) ถ้ายังไม่มี พ่อแท้จริงอาจยังไม่มีฐานะเป็นบิดาตามกฎหมาย ซึ่งกระทบว่าใครต้องให้ความยินยอม ต้องตรวจเป็นรายกรณี
ใครมีอำนาจปกครองดูทะเบียนหย่า ข้อตกลง หรือคำสั่งศาล เพราะมาตรา 1598/21 ผูกความยินยอมกับบิดามารดาและผู้ที่ยังมีอำนาจปกครอง
พ่อหรือแม่แท้จริงอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่และติดต่อได้หรือไม่ตายแล้วมีมรณบัตร ติดต่อไม่ได้ต้องมีหลักฐานการติดตาม
มีคำสั่งศาลเรื่องการเลี้ยงดูหรือไม่ถ้ามี ต้องแนบและทำตาม
เด็กอายุเท่าใด15 ปีขึ้นไปต้องยินยอมเอง (มาตรา 1598/20) และเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องใช้ขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
เด็กหรือผู้รับมีคู่สมรสอยู่หรือไม่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส (มาตรา 1598/25)

เรื่องการรับรองบุตรของพ่อ ดูเพิ่มในคู่มือค่าเลี้ยงดูบุตรและอำนาจปกครอง ซึ่งอธิบายหัวข้อพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

2. ผู้รับต้องมีคุณสมบัติอะไร

  • อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี (มาตรา 1598/19) ต้องครบทั้งสองข้อ
  • ถ้าผู้รับมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส ในกรณีนี้คู่สมรสคือพ่อหรือแม่ของเด็กอยู่แล้ว จึงมักให้ความยินยอมได้ง่าย แต่ยังต้องมีเอกสารยืนยัน ถ้าคู่สมรสให้ความยินยอมไม่ได้ หรือไปจากภูมิลำเนาและหาตัวไม่พบอย่างน้อยหนึ่งปี ต้องร้องขอศาลแทน (มาตรา 1598/25)
  • ถ้าเด็กมีคู่สมรสเอง ต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสของเด็กเช่นกัน (มาตรา 1598/25)
  • เด็กอายุตั้งแต่ 15 ปีต้องให้ความยินยอม (มาตรา 1598/20) ควรถามเด็กด้วยภาษาที่เด็กเข้าใจ ไม่ใช่ให้เซ็นเพราะผู้ใหญ่ขอ

3. ใครต้องยินยอม และถ้าฝ่ายหนึ่งตาย หาตัวไม่พบ หรือไม่ยอมเซ็น

มาตรา 1598/21 วางโครงไว้ดังนี้ การรับผู้เยาว์ทำได้เมื่อได้รับความยินยอมของบิดาและมารดา ถ้าฝ่ายใดตายหรือถูกถอนอำนาจปกครอง ใช้ความยินยอมของอีกฝ่ายที่ยังมีอำนาจปกครอง

สถานการณ์ทางที่กฎหมายเปิดไว้
พ่อแม่ทั้งสองมีชีวิตและยินยอมทำหนังสือยินยอมและจดทะเบียนตามขั้นตอน
ฝ่ายหนึ่งตายใช้ความยินยอมของอีกฝ่ายที่ยังมีอำนาจปกครอง แนบมรณบัตร
ฝ่ายหนึ่งถูกถอนอำนาจปกครองใช้ความยินยอมของอีกฝ่ายที่ยังมีอำนาจปกครอง แนบคำสั่งศาล
ไม่มีผู้ให้ความยินยอมได้ หรือฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองแสดงเจตนาไม่ได้ผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนความยินยอม
ฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมร้องขอศาลได้ เมื่อการไม่ยินยอมปราศจากเหตุผลอันสมควรและเป็นปฏิปักษ์ต่อสวัสดิภาพของเด็ก ศาลจะดูข้อเท็จจริงเป็นรายคดี
พ่อแม่หย่ากัน ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองเพียงลำพังตรวจเอกสารหย่าและคำสั่งศาล แล้วสอบถามหน่วยงานที่รับคำขอว่าต้องการความยินยอมจากใครบ้าง

ผู้ที่ร้องขอศาลได้ตามมาตรา 1598/21 คือมารดาหรือบิดา ผู้ประสงค์จะขอรับบุตรบุญธรรม หรืออัยการ การที่อีกฝ่ายไม่ติดต่อหรือไม่จ่ายค่าเลี้ยงดู ไม่ได้ตัดความยินยอมออกไปเองโดยอัตโนมัติ ต้องมีหลักฐานให้หน่วยงานหรือศาลเห็นเป็นรายกรณี

สิ่งที่ไม่ควรทำ อย่าให้พ่อหรือแม่แท้จริงเซ็นโดยบอกว่าเป็นเอกสารอื่น อย่าปลอมลายมือ และอย่าใช้การเยี่ยมเด็กหรือค่าเลี้ยงดูเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้เซ็น ความยินยอมที่ได้มาโดยหลอกลวงหรือข่มขู่อาจถูกโต้แย้งและทำให้ทั้งขั้นตอนเสียหาย

4. ขั้นตอนสำหรับผู้เยาว์

มาตรา 1598/27 กำหนดว่าการรับสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียน และถ้าเด็กเป็นผู้เยาว์ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน กฎหมายนั้นคือพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522

  • ยื่นคำขอ ตามมาตรา 20 ถ้าผู้ขอมีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานครหรือต่างประเทศ ยื่นต่ออธิบดี ถ้าอยู่จังหวัดอื่นยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ปัจจุบันงานนี้อยู่ในความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานในจังหวัดของกระทรวง ชื่อหน่วยงานและช่องทางยื่นอาจเปลี่ยน ควรโทรสอบถามก่อน
  • ตรวจสอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่สอบถามผู้ขอและเด็ก ตรวจเอกสาร และมักลงเยี่ยมบ้าน (home study) รายละเอียดรูปแบบเป็นแนวปฏิบัติของหน่วยงาน
  • ทดลองเลี้ยงดู มาตรา 19 วางหลักว่าการรับต้องมีการทดลองเลี้ยงดูและได้รับอนุมัติ ยกเว้นให้ญาติบางประเภทที่กฎหมายระบุ และบุคคลอื่นตามกฎกระทรวง
  • จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หลังได้รับอนุมัติ จึงไปจดทะเบียนที่สำนักทะเบียน และการรับสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนเท่านั้น

ข้อที่เราตรวจแล้วยืนยันไม่ได้ คือการรับบุตรของคู่สมรสได้รับยกเว้นการทดลองเลี้ยงดูหรือขั้นตอนอื่นหรือไม่ ตัวบทของมาตรา 19 ที่เราอ่านไม่ได้ระบุกรณีนี้ไว้ตรง ๆ และเรายังไม่พบกฎกระทรวงที่ยืนยัน ดังนั้นให้ถือว่าหน่วยงานเป็นผู้วินิจฉัย และผู้ขอต้องสอบถามกับหน่วยงานโดยตรงว่าต้องทดลองเลี้ยงดูหรือไม่ นานเท่าใด และเอกสารใดแทนกันได้ อย่าเริ่มนับเวลาหรือวางแผนวันจดทะเบียนก่อนได้คำตอบเป็นหนังสือ

ถ้าความยินยอมของพ่อหรือแม่แท้จริงเป็นปัญหา ให้ปรึกษาทนายความเรื่องคำร้องต่อศาลตามมาตรา 1598/21 ก่อน เพราะคำสั่งศาลเป็นเอกสารที่หน่วยงานต้องใช้

5. หลังรับแล้ว อะไรเปลี่ยน อะไรไม่เปลี่ยน

เรื่องหลังรับบุตรบุญธรรม
ฐานะของเด็กเปลี่ยน เด็กมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับ (มาตรา 1598/28)
อำนาจปกครองเปลี่ยน บิดามารดาแท้จริงหมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรม (มาตรา 1598/28) กรณีผู้รับเป็นคู่สมรสของแม่ ให้ตรวจกับหน่วยงานว่าการใช้อำนาจปกครองร่วมกับแม่บันทึกอย่างไร
นามสกุลตรวจกับสำนักทะเบียนว่าเปลี่ยนในขั้นตอนเดียวกันหรือต้องทำเพิ่ม เราไม่ระบุกฎตายตัว
สิทธิรับมรดกจากผู้รับเด็กถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 1627)
สิทธิรับมรดกจากครอบครัวแท้จริงไม่สูญ เด็กไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่กำเนิดมา (มาตรา 1598/28)
สิทธิของผู้รับในมรดกของเด็กไม่ได้เป็นทายาทโดยธรรมเพียงเพราะการรับ (มาตรา 1598/29)
หน้าที่เลี้ยงดูของพ่อแม่แท้จริงอีกฝ่ายกฎหมายบอกว่าไม่สูญหน้าที่ในครอบครัวแท้จริง แต่ผลในทางปฏิบัติ เช่น ค่าเลี้ยงดูที่ค้างหรือที่ตกลงไว้ ต้องตรวจเป็นรายกรณี ไม่ควรถือว่าหายไปเอง
สัญชาติไม่ควรสันนิษฐานว่าการรับบุตรบุญธรรมทำให้ได้สัญชาติไทย ต้องตรวจตามกฎหมายสัญชาติแยกต่างหาก

6. ผลต่อมรดก และทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องรับบุตรบุญธรรม

สิ่งที่เปลี่ยนชัดคือเด็กเป็นผู้สืบสันดานของผู้รับตามมาตรา 1627 จึงเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับบุตร ส่วนสิทธิจากครอบครัวแท้จริงยังอยู่ตามมาตรา 1598/28 ดังนั้นเด็กอาจได้มรดกจากทั้งสองฝั่ง

มาตรา 1598/29 ระบุว่าการรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมแก่ผู้รับ และมาตรา 1598/30 ให้ผู้รับเรียกทรัพย์สินที่ตนเคยให้เด็กคืนจากกองมรดกของเด็ก ในกรณีที่เด็กไม่มีคู่สมรสหรือผู้สืบสันดานและตายก่อนผู้รับ เท่าที่ทรัพย์ยังเหลืออยู่หลังชำระหนี้ และมีอายุความหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตาย หรือสิบปีนับแต่วันตาย

ถ้าไม่รับบุตรบุญธรรม ท่านทำพินัยกรรมให้ลูกติดได้เหมือนให้บุคคลอื่น แม้ไม่มีฐานะเป็นบุตร แต่เด็กจะไม่ใช่ทายาทโดยธรรมของท่านและไม่ได้อำนาจปกครองด้วย พินัยกรรมจึงแก้เรื่องมรดกได้ แต่ไม่แก้เรื่องสถานะหรืออำนาจปกครอง วิธีเลือกผู้จัดการมรดกที่ดูแลส่วนของเด็กดูการเลือกผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ภาพรวมการแบ่งมรดกดูพ่อแม่เสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร และถ้าเด็กเป็นผู้เยาว์ที่ได้รับมรดก ผู้ปกครองจัดการทรัพย์ได้แค่ไหนดูทายาทเป็นผู้เยาว์ ผู้ปกครองจัดการมรดกและการขออนุญาตศาล

อย่าสรุปจากการรับบุตรบุญธรรมอย่างเดียว ให้ตรวจแยกกันสามเรื่อง คือสถานะและอำนาจปกครอง สิทธิรับมรดกของเด็กจากผู้รับและจากครอบครัวแท้จริง และพินัยกรรมของแต่ละฝ่าย

7. ผู้รับเป็นชาวต่างชาติ หรือเด็กอยู่ต่างประเทศ

  • ผู้ขอที่อยู่ต่างประเทศยื่นคำขอต่ออธิบดีตามมาตรา 20 และพระราชบัญญัติมีหลักเกณฑ์เรื่องการรับเด็กโดยผู้ขอที่อยู่ต่างประเทศ ควรสอบถามหน่วยงานว่าต้องใช้เอกสารใดจากประเทศของผู้ขอ
  • เราไม่ยืนยันว่าประเทศอื่นยอมรับการรับบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนในไทย หรือให้สิทธิอยู่อาศัยหรือสัญชาติแก่เด็ก ต้องตรวจกฎหมายของประเทศนั้นและสถานทูตแยกต่างหาก
  • การรับบุตรบุญธรรมไม่ได้ทำให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ และเราไม่ระบุกฎสัญชาติที่ยังตรวจไม่ครบ
  • ถ้าเด็กอาศัยอยู่ต่างประเทศ การเดินทางของเด็กและความยินยอมของผู้ปกครองดูคู่มือการพาบุตรไปต่างประเทศ
  • ครอบครัวต่างสัญชาติควรทำเอกสารสองประเทศคู่กัน และแปลพร้อมรับรองตามที่หน่วยงานกำหนด

8. ถ้าภายหลังต้องการเลิกการรับบุตรบุญธรรม

เราพูดแบบสรุป เพราะเป็นเรื่องที่ควรปรึกษาเป็นรายกรณี ถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะแล้ว เลิกได้โดยความตกลงกัน (มาตรา 1598/31) ถ้ายังเป็นผู้เยาว์ ต้องมีความยินยอมของบิดามารดาหรือคำสั่งศาล และการเลิกมีผลเมื่อจดทะเบียน (มาตรา 1598/31) การฟ้องเลิกมีเหตุตามมาตรา 1598/33 และห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่รู้เหตุ หรือสิบปี (มาตรา 1598/34) เมื่อเลิก บิดามารดาโดยกำเนิดกลับมีอำนาจปกครองเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (มาตรา 1598/37)

หนังสือขอความยินยอมจากพ่อ/แม่แท้จริง (ตัวอย่างปรับใช้)

ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือช่องทางที่พิสูจน์การรับได้ และเก็บสำเนา ไม่ควรเขียนข่มขู่หรือโยงกับค่าเลี้ยงดู

เรียน คุณ [ชื่อ-สกุลของพ่อ/แม่แท้จริง]

เรื่อง ขอความยินยอมให้ [ชื่อผู้รับ] รับ [ชื่อเด็ก] เป็นบุตรบุญธรรม

ข้าพเจ้า [ชื่อ] ซึ่งสมรสกับ [ชื่อพ่อ/แม่ของเด็ก] ขอแจ้งว่าข้าพเจ้าประสงค์จะขอรับ
[ชื่อเด็ก] อายุ [..] ปี เป็นบุตรบุญธรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
และพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522

ผลของการรับ ตามที่ข้าพเจ้าเข้าใจ คือ เด็กมีฐานะอย่างบุตรชอบด้วยกฎหมายของข้าพเจ้า
อำนาจปกครองของบิดามารดาโดยกำเนิดสิ้นสุดนับแต่วันที่จดทะเบียน แต่เด็กไม่สูญสิทธิ
และหน้าที่ในครอบครัวเดิม รวมถึงสิทธิรับมรดกจากท่าน

ขอให้ท่านพิจารณาให้ความยินยอมโดยสมัครใจ ท่านสามารถสอบถามหน่วยงานที่รับคำขอ
หรือปรึกษาทนายความของท่านก่อนได้ และท่านมีสิทธิไม่ยินยอม

แนบ: แบบหนังสือยินยอมของหน่วยงาน (ถ้ามี) สำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ติดต่อกลับ: [โทร/ที่อยู่] ภายในวันที่ [..]

ขอแสดงความนับถือ
[ชื่อ/วันที่]

ถ้าไม่มีการตอบ ไม่ควรถือว่าเงียบเท่ากับยินยอม ให้เก็บหลักฐานการส่งและการติดตามหาตัว แล้วปรึกษาทนายความเรื่องคำร้องต่อศาลตามมาตรา 1598/21

รายการตรวจสอบ

เอกสารของเด็ก

  • สูติบัตร ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงว่าใครเป็นบิดามารดาตามกฎหมาย รวมถึงการจดทะเบียนรับรองบุตรหรือคำพิพากษา (ถ้าเกี่ยวข้อง)
  • ทะเบียนหย่า ข้อตกลง หรือคำสั่งศาลเรื่องอำนาจปกครอง
  • มรณบัตรของพ่อหรือแม่แท้จริง (ถ้าตายแล้ว)

เอกสารของผู้รับและคู่สมรส

  • บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
  • หลักฐานอายุและส่วนต่างของอายุกับเด็ก (ไม่ต่ำกว่า 25 ปี และห่างอย่างน้อย 15 ปี)
  • หนังสือยินยอมของคู่สมรส
  • หลักฐานรายได้และที่อยู่ตามที่หน่วยงานกำหนด

ความยินยอม

  • ความยินยอมของพ่อและแม่แท้จริง หรือเอกสารที่รองรับกรณีตาย ถูกถอนอำนาจปกครอง หรือหาตัวไม่พบ
  • ความยินยอมของเด็กที่อายุ 15 ปีขึ้นไป
  • คำสั่งศาลแทนความยินยอม (ถ้าจำเป็น)

ขั้นตอนและแผนต่อเนื่อง

  • สอบถามหน่วยงานเรื่องการทดลองเลี้ยงดูและเอกสารที่ต้องใช้ และขอคำตอบเป็นหนังสือ
  • จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเมื่อได้รับอนุมัติ
  • ตรวจเรื่องนามสกุล ทะเบียนบ้าน และสัญชาติแยกกัน
  • ทบทวนพินัยกรรมและผู้จัดการมรดกของทั้งผู้รับและพ่อแม่แท้จริง

อ่านเพิ่มเติม

การรับบุตรบุญธรรมเริ่มจากเอกสารของเด็กและความยินยอมของพ่อแม่แท้จริง และผลต่ออำนาจปกครองกับมรดกต้องตรวจแยกกัน ไม่ควรสรุปจากข้อเดียว

เราช่วยครอบครัวตรวจเอกสาร เตรียมคำร้องขอความยินยอมจากศาล และวางแผนมรดกควบคู่กัน ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานคดีครอบครัว


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องอายุเท่าใด และห่างจากเด็กกี่ปี+

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19 กำหนดว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี ถ้าเด็กอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เด็กต้องให้ความยินยอมด้วยตามมาตรา 1598/20

พ่อหรือแม่แท้จริงอีกฝ่ายต้องยินยอมทุกกรณีหรือไม่+

การรับผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมของบิดาและมารดาตามมาตรา 1598/21 ถ้าฝ่ายใดตายหรือถูกถอนอำนาจปกครอง ใช้ความยินยอมของอีกฝ่ายที่ยังมีอำนาจปกครอง ถ้าไม่มีผู้ให้ความยินยอมได้ แสดงเจตนาไม่ได้ หรือไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและเป็นปฏิปักษ์ต่อสวัสดิภาพของเด็ก ผู้ที่เกี่ยวข้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตแทนได้ ส่วนกรณีหย่าที่ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองเพียงลำพัง ต้องตรวจเอกสารหย่าหรือคำสั่งศาลเป็นรายกรณี ดูหัวข้อ 3

รับบุตรบุญธรรมแล้ว เด็กยังมีสิทธิรับมรดกจากพ่อแม่แท้จริงหรือไม่+

ได้ มาตรา 1598/28 ระบุว่าบุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับ แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่กำเนิดมา และมาตรา 1627 ถือว่าบุตรบุญธรรมเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนผู้รับบุตรบุญธรรมไม่ได้สิทธิรับมรดกของเด็กเพียงเพราะการรับนั้นตามมาตรา 1598/29 ดูหัวข้อ 6

รับลูกติดของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรมต้องทดลองเลี้ยงดูหรือไม่+

พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 มาตรา 19 วางหลักว่าต้องมีการทดลองเลี้ยงดูและได้รับอนุมัติ และยกเว้นให้ญาติบางประเภทและบุคคลอื่นตามกฎกระทรวง เราตรวจไม่พบข้อความที่ยืนยันว่าการรับบุตรของคู่สมรสได้รับการยกเว้น จึงไม่ควรสันนิษฐาน ให้สอบถามหน่วยงานที่รับคำขอ ดูหัวข้อ 4

ผู้รับเป็นชาวต่างชาติหรือเด็กอยู่ต่างประเทศ ทำได้หรือไม่+

คู่มือนี้ยืนยันได้เพียงเรื่องการรับตามกฎหมายไทย พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีหลักเกณฑ์เรื่องผู้ขอที่อยู่ต่างประเทศและการนำเด็กออกนอกประเทศ แต่การที่ประเทศอื่นจะยอมรับการรับบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนในไทย และผลต่อสัญชาติหรือวีซ่า ต้องตรวจกฎหมายของประเทศนั้นแยกต่างหาก การรับบุตรบุญธรรมไม่ได้ทำให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ ดูหัวข้อ 7

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา