ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ก่อนรับพนักงานเพิ่ม ต้องมีงานและรายได้เท่าไรจึงคุ้ม และปัญหาคือคนไม่พอหรือระบบงานมีปัญหา

วิธีวัดภาระงานและกำลังการทำงานจริง แยกอาการคนไม่พอออกจากระบบงานพัง คำนวณต้นทุนรวมของพนักงานหนึ่งตำแหน่ง รายได้ที่ต้องเพิ่มเพื่อให้คุ้ม ทางเลือกอื่น และเรื่องกฎหมายแรงงานที่ต้องเช็กก่อนจ้าง

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ7 พฤศจิกายน 25699 นาที
ก่อนรับพนักงานเพิ่ม ต้องมีงานและรายได้เท่าไรจึงคุ้ม และปัญหาคือคนไม่พอหรือระบบงานมีปัญหา

เจ้าของธุรกิจหลายรายตัดสินใจรับพนักงานเพิ่มเพราะ "ทุกคนดูยุ่งไปหมด" ทั้งที่ยังไม่รู้ว่างานเกินกำลังจริงหรือเป็นเพราะระบบงานทำให้คนเสียเวลา และมักคิดต้นทุนแค่เงินเดือน แล้วมาพบทีหลังว่าปีแรกแพงกว่าที่คิดมาก

คู่มือนี้ใช้ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ตัวเลขทุกตัวในตัวอย่างเป็นสมมติ ไม่ใช่ราคาตลาดหรืออัตราตามกฎหมาย

คำตอบหลัก

ควรรับพนักงานเพิ่มเมื่อ (1) งานจริงที่วัดได้เกินกำลังคนที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องหลายเดือน (2) ตรวจแล้วว่าไม่ใช่เพราะงานซ้ำ งานแก้ หรือขั้นตอนที่ตัดได้ และ (3) รายได้หรือกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากตำแหน่งนั้น หรือต้นทุนที่ลดลง ครอบคลุมต้นทุนรวมของตำแหน่ง ไม่ใช่แค่เงินเดือน

ต้นทุนรวมปีแรกในตัวอย่างสมมติสูงกว่าเงินเดือนรวมทั้งปีประมาณ 1.6 เท่า ก่อนจ้างจึงควรคำนวณรายได้ที่ต้องเพิ่ม เทียบทางเลือกอื่น เช่น แก้กระบวนการ ใช้ระบบอัตโนมัติ จ้างพาร์ตไทม์ จ้างตามโครงการ หรือจ้างภายนอก และเตรียมเอกสารจ้างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

1. วัดภาระงานด้วยตัวเลข ไม่ใช้ความรู้สึก

ความรู้สึกว่า "ยุ่ง" วัดไม่ได้ ให้เก็บข้อมูลอย่างน้อย 2-3 เดือนในสี่เรื่อง

ตัวชี้วัดวิธีเก็บบอกอะไร
ปริมาณงาน × เวลาต่อชิ้นนับจำนวนงานต่อเดือน จับเวลาตัวอย่างต่อชิ้นชั่วโมงงานที่ต้องใช้จริง
งานค้าง (backlog)จำนวนงานที่เกินกำหนดหรือรอคิว ณ สิ้นเดือนถ้าเพิ่มต่อเนื่อง แปลว่าเกินกำลังจริง ถ้าขึ้นลงตามฤดูกาล อาจไม่ต้องเพิ่มคนถาวร
แนวโน้มล่วงเวลาชั่วโมงล่วงเวลาต่อคนต่อเดือนล่วงเวลาสูงทุกเดือนเป็นสัญญาณ ล่วงเวลาเฉพาะช่วงพีกเป็นอีกเรื่อง
อัตราผิดพลาดและงานแก้จำนวนงานที่ต้องทำซ้ำ เคลมจากลูกค้าชั่วโมงที่หายไปกับการแก้ และบอกว่าปัญหาอยู่ที่คนหรือกระบวนการ

สูตรชั่วโมงงานที่ต้องใช้: ชั่วโมงงาน = ปริมาณงานต่อเดือน × เวลาต่อชิ้น (นาที) ÷ 60 แล้วบวกชั่วโมงงานแก้ซ้ำเข้าไป

2. กำลังการทำงานต่อคนจริง ๆ ไม่ใช่ 100%

พนักงานหนึ่งคนไม่ได้ทำงานผลิตครบทุกชั่วโมงที่เข้างาน ต้องหักประชุม ตอบข้อความ รอข้อมูล พัก ลา และงานสนับสนุน หลายธุรกิจใช้ฐานประมาณ 65-80% ของเวลาทำงานเป็นกำลังการทำงานจริง ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้ แต่ตัวเลขจริงขึ้นกับลักษณะงานและต้องวัดเอง

ตัวอย่างสมมติ ทีมมี 2 คน เวลาทำงานเดือนละ 160 ชั่วโมงต่อคน ใช้กำลังการทำงานจริง 70% จะได้ 112 ชั่วโมงต่อคน รวม 224 ชั่วโมง งานที่วัดได้ (รวมงานแก้) เดือนละ 280 ชั่วโมง ส่วนต่าง 56 ชั่วโมงต่อเดือน เท่ากับประมาณครึ่งคน ซึ่งยังไม่ใช่เหตุผลชัดเจนที่จะจ้างพนักงานประจำเต็มเวลา อาจแก้กระบวนการหรือจ้างพาร์ตไทม์ได้

3. คนไม่พอ หรือระบบงานมีปัญหา

อาการที่เห็นมักชี้ไปที่สิ่งที่ควรตรวจก่อนรับคน
งานค้างเพิ่มทุกเดือนแม้ไม่มีงานแก้ และคนทำงานเต็มกำลังคนไม่พอเทียบชั่วโมงงานกับกำลังการทำงานตามข้อ 2
ต้องแก้งานซ้ำ ลูกค้าเคลมบ่อยกระบวนการหรือการฝึกอบรมหาจุดที่ผิดซ้ำ ทำเช็กลิสต์
งานรออนุมัติ รอเจ้าของตัดสินใจโครงสร้างอำนาจดูตารางอำนาจอนุมัติ
คนทำงานซ้ำซ้อน คีย์ข้อมูลหลายที่เครื่องมือและระบบลดการคีย์ซ้ำ ใช้ระบบเดียว
งานล้นเฉพาะบางเดือนความผันผวนตามฤดูกาลใช้พาร์ตไทม์ ล่วงเวลาชั่วคราว หรือจ้างภายนอกช่วงพีก
คนเก่งทำงานหนักเกินไป คนอื่นว่างการกระจายงานจัดงานใหม่ ฝึกให้ทำแทนกันได้
ลาออกบ่อยค่าตอบแทน หัวหน้า หรือภาระงานถามสาเหตุก่อน การเพิ่มคนอาจไม่แก้

คำถามกรองง่าย ๆ คือ ถ้าตัดงานซ้ำและงานแก้ออกครึ่งหนึ่ง ภาระงานยังเกินกำลังอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เกินแล้ว ปัญหาอยู่ที่กระบวนการ

4. ต้นทุนรวมของพนักงานหนึ่งตำแหน่ง

ต้นทุนที่ต้องนับ ได้แก่ เงินเดือน เงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง โบนัส สวัสดิการ อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ ค่าสรรหา ค่าฝึกอบรม เวลาของหัวหน้าที่ใช้สอนและตรวจงาน และช่วงเดือนแรกที่ผลงานยังไม่เต็ม อัตราและเพดานเงินสมทบประกันสังคมมีประกาศเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคมหรือผู้ทำบัญชีก่อนคำนวณจริง ตัวอย่างด้านล่างใส่ตัวเลขสมมติแทน

ตัวอย่างสมมติ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ เงินเดือน 25,000 บาทต่อเดือน

รายการ (ปีแรก)บาท (สมมติ)
เงินเดือน 25,000 × 12300,000
โบนัสสมมติ 1 เดือน25,000
เงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง (ค่าสมมติ 1,000 × 12)12,000
สวัสดิการ เช่น ประกันกลุ่ม ค่าเดินทาง12,000
อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ พื้นที่ทำงาน20,000
ค่าสรรหา15,000
ค่าฝึกอบรม10,000
เวลาของหัวหน้าที่ใช้สอนงาน60,000
ช่วงเริ่มงาน 3 เดือน ผลงานครึ่งหนึ่ง (75,000 × 50%)37,500
รวมปีแรก491,500

ต้นทุนรวมเท่ากับ 491,500 บาท หรือประมาณ 1.64 เท่าของเงินเดือนรวมทั้งปี 300,000 บาท ปีถัดไปค่าสรรหา ค่าอบรม และช่วงเริ่มงานหายไป แต่ยังมีเงินเดือนที่ปรับขึ้น และค่าชดเชยที่สะสมตามอายุงานหากต้องเลิกจ้างในอนาคต

5. ต้องมีรายได้หรือกำไรขั้นต้นเพิ่มเท่าไรจึงคุ้ม

ถ้าตำแหน่งนี้ช่วยให้ขายหรือรับงานได้มากขึ้น ใช้สูตร

รายได้ที่ต้องเพิ่ม = ต้นทุนรวมของตำแหน่งต่อปี ÷ อัตรากำไรขั้นต้น

ตัวอย่างสมมติ ต้นทุนรวม 491,500 บาท

  • อัตรากำไรขั้นต้น 30% ต้องมีรายได้เพิ่ม 491,500 ÷ 0.30 = ประมาณ 1,638,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 136,500 บาทต่อเดือน
  • อัตรากำไรขั้นต้น 40% ต้องมีรายได้เพิ่ม 491,500 ÷ 0.40 = ประมาณ 1,229,000 บาทต่อปี

ข้อควรระวัง

  • ใช้กำไรขั้นต้นที่ยังไม่หักค่าแรงของตำแหน่งนี้ ไม่เช่นนั้นจะนับซ้ำ
  • ใช้เฉพาะรายได้ที่เพิ่มเพราะมีตำแหน่งนี้จริง ไม่ใช่รายได้ที่เดิมก็ได้อยู่แล้ว
  • ถ้าตำแหน่งเป็นงานหลังบ้านที่ไม่สร้างรายได้โดยตรง ให้เทียบกับต้นทุนที่ลด เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าเสียหายจากงานผิดพลาด หรือเวลาของเจ้าของที่คืนมา
  • ประเมินระยะคืนทุน ถ้ารายได้เพิ่มมาช้ากว่าที่คาดหลายเดือน ต้องมีเงินสดรองรับ

ส่วนการวางตัวเลขนี้ลงในแผนธุรกิจและประมาณการ ดู บริการแผนธุรกิจ

6. ทางเลือกอื่นก่อนเพิ่มพนักงานประจำ

ทางเลือกเหมาะเมื่อข้อควรระวัง
แก้กระบวนการงานซ้ำ งานแก้ รออนุมัติต้องมีคนรับผิดชอบติดตามผล
ใช้ระบบอัตโนมัติงานซ้ำ ๆ ตามกฎ เช่น เอกสาร ใบแจ้งหนี้ต้นทุนติดตั้งและดูแลระบบ
พาร์ตไทม์ส่วนต่างภาระงานไม่ถึงหนึ่งคนยังเป็นลูกจ้างและมีสิทธิตามกฎหมาย
สัญญาจ้างมีกำหนดเวลางานโครงการหรืองานเฉพาะที่เสร็จตามกำหนดใช้ได้จำกัด ดูข้อ 7
จ้างภายนอกงานเฉพาะทางหรืองานเป็นรอบดู ทำเองหรือจ้างข้างนอก
ล่วงเวลาชั่วคราวช่วงพีกสั้น ๆมีเพดานชั่วโมงและค่าล่วงเวลา ใช้ยาวไม่ได้

คู่มือนี้ไม่ซ้ำรายละเอียดการเลือกระหว่างทำเองกับจ้างภายนอก ซึ่งอธิบายไว้ในคู่มือข้างต้น และไม่ลงรายละเอียดเรื่องแรงงานรับเหมา ซึ่งอยู่ใน พนักงานที่จ้างผ่านบริษัทภายนอกและแรงงานรับเหมาช่วง

7. มุมกฎหมายตอนจ้าง

  1. ทำเป็นหนังสือ ควรมีสัญญาจ้างหรือหนังสือตกลงที่ระบุตำแหน่ง หน้าที่ ค่าจ้าง วันเวลาทำงาน ช่วงทดลองงาน และเงื่อนไขสำคัญ เพื่อเป็นหลักฐานของทั้งสองฝ่าย
  2. ทดลองงานและการบอกกล่าวล่วงหน้า การบอกเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาอยู่ภายใต้มาตรา 17 ที่กำหนดเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า ควรตรวจเงื่อนไขกับข้อเท็จจริงก่อนเลิกจ้างเสมอ
  3. ค่าชดเชยเมื่อครบ 120 วัน มาตรา 118 ให้ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างมีสิทธิค่าชดเชยตามอายุงาน ช่วงทดลองงานไม่ได้ทำให้พ้นจากหลักนี้ ดู ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง
  4. สัญญามีกำหนดเวลา ข้อยกเว้นค่าชดเชยของการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนแคบ ใช้กับงานโครงการ งานเฉพาะ หรืองานตามฤดูกาลที่ต้องเสร็จภายในกำหนด ไม่ใช่วิธีเลี่ยงการจ้างงานประจำ
  5. แรงงานจากบริษัทภายนอก มาตรา 11/1 ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่ผู้อื่นจัดหามาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน และต้องดูแลให้ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  6. อย่าจ้างเป็นฟรีแลนซ์ถ้าทำงานแบบลูกจ้าง ดู จ้างฟรีแลนซ์ระยะยาวต่างจากพนักงานอย่างไร

8. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. คิดต้นทุนแค่เงินเดือน ลืมประกันสังคม โบนัส เวลาของหัวหน้า และช่วงเริ่มงาน
  2. รับคนเพิ่มทั้งที่ปัญหาคืองานแก้ ซ้ำซ้อน หรือรออนุมัติ
  3. ใช้กำลังการทำงานเต็ม 100% ในการคำนวณ
  4. ตัดสินใจจากช่วงพีกเดือนเดียว
  5. ทำสัญญาสั้นต่ออายุเรื่อย ๆ กับงานประจำโดยหวังไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
  6. คิดว่าช่วงทดลองงานเลิกจ้างได้เสมอโดยไม่มีผลทางกฎหมาย
  7. ใช้ฟรีแลนซ์หรือบริษัทรับเหมาแทนการจ้าง โดยควบคุมงานเหมือนลูกจ้าง
  8. ไม่ตั้งเกณฑ์ประเมินหลังจ้าง จึงไม่รู้ว่าคุ้มหรือไม่

9. เช็กลิสต์ตัดสินใจก่อนรับพนักงานเพิ่ม

  • เก็บข้อมูลปริมาณงาน เวลาต่อชิ้น งานค้าง ล่วงเวลา และงานแก้อย่างน้อย 2-3 เดือน
  • คำนวณกำลังการทำงานจริงต่อคน ไม่ใช่ 100%
  • ตรวจแล้วว่าตัดงานซ้ำ งานแก้ และขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกแล้ว ภาระงานยังเกิน
  • คำนวณต้นทุนรวมปีแรก รวมประกันสังคม โบนัส สวัสดิการ อุปกรณ์ สรรหา อบรม เวลาหัวหน้า และช่วงเริ่มงาน
  • คำนวณรายได้หรือกำไรขั้นต้นที่ต้องเพิ่ม และเทียบกับที่คาดได้จริง
  • เทียบทางเลือก พาร์ตไทม์ มีกำหนดเวลา จ้างภายนอก ระบบอัตโนมัติ
  • จัดทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือ ระบุช่วงทดลองงานและเงื่อนไขสำคัญ
  • กำหนดเกณฑ์ประเมินผลและวันทบทวน เช่น 90 วันและ 6 เดือน
  • เตรียมเงินสดรองรับกรณีรายได้มาช้ากว่าที่คาด

อ่านเพิ่มเติม

อย่ารับพนักงานเพิ่มจากความรู้สึกว่ายุ่ง ให้วัดภาระงาน ตรวจกระบวนการ คำนวณต้นทุนรวมของตำแหน่งกับรายได้ที่ต้องเพิ่ม แล้วจัดเอกสารจ้างให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก

เราช่วยร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับ และเอกสารด้านทรัพยากรบุคคล ตรวจเงื่อนไขทดลองงานและสัญญามีกำหนดเวลา และช่วยทบทวนแผนธุรกิจที่เกี่ยวกับการขยายทีม ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ เอกสารด้านทรัพยากรบุคคล และ แผนธุรกิจ


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ต้นทุนของพนักงานหนึ่งคนมีแค่เงินเดือนใช่หรือไม่+

ไม่ใช่ นอกจากเงินเดือนยังมีเงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง โบนัส สวัสดิการ อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ ค่าสรรหา ค่าอบรม เวลาของหัวหน้าที่ต้องสอนงาน และช่วงแรกที่ผลงานยังไม่เต็ม ตัวอย่างสมมติในคู่มือนี้ทำให้ต้นทุนปีแรกสูงกว่าเงินเดือนรวมทั้งปีประมาณ 1.6 เท่า อัตราจริงของแต่ละกิจการต่างกัน ควรให้ผู้ทำบัญชีคำนวณจากข้อมูลจริง

ทดลองงานแล้วเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่+

ไม่ใช่เสมอไป พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ให้ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างมีสิทธิค่าชดเชย และไม่มีข้อยกเว้นเฉพาะเพราะเป็นช่วงทดลองงาน ส่วนเหตุยกเว้นตามมาตรา 119 และการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาช่วยให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่+

ข้อยกเว้นสำหรับการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนแคบมาก ใช้กับงานโครงการ งานเฉพาะหรืองานตามฤดูกาลที่ต้องเสร็จภายในกำหนด และบางกรณีต้องทำเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เริ่มจ้าง การทำสัญญาสั้นต่ออายุซ้ำกับงานประจำมักไม่เข้าข้อยกเว้น ผลขึ้นอยู่กับลักษณะงานจริง

ถ้าใช้บริษัทภายนอกส่งคนมาทำงาน บริษัทเราพ้นภาระต่อคนเหล่านั้นหรือไม่+

ไม่แน่เสมอไป มาตรา 11/1 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่ผู้อื่นจัดหามาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน และต้องดูแลให้ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ งานบางประเภทอาจอยู่นอกหลักนี้

ควรเริ่มด้วยการเพิ่มพนักงานหรือแก้กระบวนการก่อน+

ควรตรวจกระบวนการก่อนเสมอ เพราะถ้าต้นเหตุคืองานซ้ำ งานแก้ การรออนุมัติ หรือเครื่องมือไม่เหมาะ การเพิ่มคนจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยที่คอขวดยังอยู่ ถ้าตรวจแล้วงานจริงยังเกินกำลังคนอย่างต่อเนื่อง จึงค่อยเทียบทางเลือกเพิ่มคน

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา