ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ทำเองหรือจ้างข้างนอก (Outsource) ธุรกิจ SME ควรตัดสินใจอย่างไร และสัญญาต้องมีอะไร

เลือกทีมในบริษัทหรือจ้างภายนอกแยกตามหน้าที่ เช่น บัญชี ไอที การตลาด แม่บ้าน รปภ. พร้อมข้อสัญญา SLA การส่งมอบงาน ข้อมูล PDPA และกฎหมายแรงงาน

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 256911 นาที
ทำเองหรือจ้างข้างนอก (Outsource) ธุรกิจ SME ควรตัดสินใจอย่างไร และสัญญาต้องมีอะไร

เมื่อธุรกิจโตขึ้น เจ้าของมักเจอคำถามเดิมซ้ำ ๆ ควรจ้างคนทำบัญชีประจำหรือจ้างสำนักงานบัญชี ควรมีทีมไอทีของตัวเองหรือจ้างบริษัทดูแลระบบ ควรทำการตลาดเองหรือจ้างเอเจนซี และควรจ้างแม่บ้านกับ รปภ. เป็นพนักงานของเราหรือใช้บริษัทรับเหมา คำตอบไม่ใช่ว่าจ้างข้างนอกถูกกว่าเสมอหรือทำเองดีกว่าเสมอ แต่ขึ้นกับว่างานนั้นสำคัญกับความได้เปรียบของธุรกิจแค่ไหน ถ้าขาดคนแล้วเสียหายเท่าไร และสัญญาคุ้มครองบริษัทได้จริงหรือไม่

ปัญหาที่พบบ่อยในทางปฏิบัติคือตัดสินใจจากต้นทุนรายเดือนอย่างเดียว แล้วพบทีหลังว่าข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่ผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการเลิกงานกะทันหัน หรืองานที่จ้างทำไม่ได้เป็นของบริษัท คู่มือนี้พาตัดสินใจเป็นรายหน้าที่ แล้วชี้ข้อสัญญาและข้อกฎหมายที่ต้องเตรียมก่อนส่งมอบงานออกไป

คำตอบหลัก

ตัดสินใจเป็นรายหน้าที่ โดยดูสามอย่าง คือ งานนั้นเป็นแกนของความได้เปรียบทางการแข่งขันหรือไม่ ต้องการการควบคุมและความรู้เฉพาะของบริษัทมากเพียงใด และถ้าผู้ให้บริการหยุดงานหรือเลิกกัน บริษัทเสียหายแค่ไหน งานที่เป็นแกนและมีข้อมูลสำคัญมักควรเก็บการควบคุมไว้ ส่วนงานเฉพาะทางหรือมีความผันผวนของปริมาณงานมักเหมาะกับการจ้างภายนอก

หลักกฎหมาย การจ้างภายนอกไม่ได้โอนหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทออกไป บริษัทยังต้องรับผิดชอบการทำบัญชีและยื่นภาษีของตนเอง ถ้าใช้ผู้รับเหมาส่งคนมาทำงานในธุรกิจ มาตรา 11/1 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่ผู้อื่นจัดหามาทำงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน และต้องดูแลให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ ถ้าผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้บริษัท ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA ซึ่งมีหน้าที่ตามมาตรา 40 ส่วนบริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลที่ยังต้องรับผิดชอบต่อเจ้าของข้อมูล

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ก่อนจ้างภายนอกให้เขียนสามอย่างลงในสัญญา คือ ใครเข้าถึงข้อมูลและบัญชีอะไร งานที่ส่งมอบเป็นของใคร และถ้าเลิกกันจะส่งมอบงานอย่างไรภายในกี่วัน สามเรื่องนี้ตัดสินว่าเมื่อเกิดปัญหาบริษัทจะยืนอยู่ได้หรือไม่

1. กรอบการตัดสินใจ 4 คำถาม

  1. งานนี้คือสิ่งที่ลูกค้าซื้อจากเราหรือไม่ ถ้าใช่ เช่น ฝีมือการผลิตหรือความรู้เฉพาะทาง ควรเก็บไว้ในบริษัท
  2. ถ้าผู้ให้บริการหายไปพรุ่งนี้ ธุรกิจหยุดหรือไม่ ถ้าหยุด ต้องมีแผนสำรองหรือเก็บสำเนาข้อมูล เอกสาร และสิทธิเข้าถึงไว้ที่บริษัท
  3. ปริมาณงานคงที่หรือผันผวน งานที่ขึ้นลงมากมักเหมาะกับการจ้างตามงาน งานที่เกิดทุกวันและต้องรู้บริบทของบริษัทมักเหมาะกับพนักงานประจำ
  4. หาคนเก่งเฉพาะทางเองได้จริงหรือไม่ บางงาน เช่น ภาษีที่ซับซ้อนหรือความปลอดภัยของระบบ ผู้ให้บริการเฉพาะทางมีความรู้ที่ธุรกิจขนาดเล็กไม่คุ้มจะมีเอง

ไม่ต้องใช้ตัวเลขต้นทุนเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว ต้นทุนที่มักถูกลืม คือเวลาที่เจ้าของใช้กำกับผู้ให้บริการ ความเสียหายเมื่อผิดพลาด และต้นทุนการย้ายเมื่อต้องเปลี่ยนเจ้า

2. ตารางเปรียบเทียบตามหน้าที่

หน้าที่ข้อดีของจ้างภายนอกข้อควรระวังเชิงกฎหมายและสัญญา
บัญชีและภาษีได้ความรู้เฉพาะทาง ไม่ต้องจ้างเต็มเวลาบริษัทยังรับผิดตามกฎหมายเอง ต้องควบคุมเอกสารต้นฉบับและกำหนดเวลาส่งงาน
ไอทีและระบบเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญหลายด้านสิทธิเข้าถึงระบบ รหัสผ่านผู้ดูแล การสำรองข้อมูล และข้อตกลง PDPA
การตลาดและโฆษณายืดหยุ่นตามแคมเปญเจ้าของบัญชีโฆษณา เพจ และงานสร้างสรรค์ ต้องเป็นของบริษัท
โลจิสติกส์และขนส่งไม่ต้องลงทุนยานพาหนะความรับผิดต่อสินค้าเสียหาย การประกัน และข้อมูลลูกค้าที่ผู้ขนส่งเห็น
แม่บ้านและ รปภ.ได้ทดแทนเมื่อคนขาดผลของมาตรา 11/1 ที่อาจถือบริษัทเป็นนายจ้าง และความรับผิดต่อทรัพย์สินในพื้นที่
ฝ่ายขายทดลองตลาดใหม่ได้เร็วความสัมพันธ์กับลูกค้า รายชื่อลูกค้า และราคา ซึ่งเป็นสินทรัพย์ของบริษัท

3. สัญญา outsource ต้องมีอะไร

หลักการคือเขียนให้เหมือนการเตรียมจบความสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่ต้น

  1. ขอบเขตงานและสิ่งที่ไม่รวม ระบุงานที่ทำเป็นรายการ และนอกขอบเขตต้องตกลงใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ระดับบริการ (SLA) เวลาตอบรับ เวลาแก้ไข ความพร้อมใช้งาน และผลที่ตามมาเมื่อต่ำกว่าเกณฑ์ ดูแนวทางที่MSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน
  3. การเข้าถึงข้อมูลและระบบ บัญชีผู้ดูแลหลักควรเป็นของบริษัท ผู้ให้บริการใช้บัญชีที่ให้สิทธิเท่าที่จำเป็น
  4. ความลับและ PDPA ข้อตกลงรักษาความลับ และข้อตกลงประมวลผลข้อมูลหากผู้ให้บริการเห็นข้อมูลส่วนบุคคล
  5. ทรัพย์สินทางปัญญา งานที่สร้างให้บริษัทเป็นของใคร เมื่อไรที่สิทธิโอน และเครื่องมือเดิมของผู้ให้บริการยังเป็นของเขาอย่างไร
  6. ความรับผิดและประกัน เพดานความรับผิด สิ่งที่อยู่นอกเพดาน เช่น การละเมิดความลับหรือทุจริต และประกันภัยที่ผู้ให้บริการต้องมี
  7. การเลิกสัญญาและการส่งมอบ ระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า สิ่งที่ผู้ให้บริการต้องส่งคืน และความช่วยเหลือช่วงเปลี่ยนผ่าน
  8. ผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการจะให้ผู้อื่นทำต่อได้หรือไม่ และต้องแจ้งก่อนหรือไม่
ตัวอย่างข้อความเรื่องการส่งมอบเมื่อสิ้นสุดสัญญา (ปรับตามงานจริง)
เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้ให้บริการต้องส่งมอบเอกสาร ข้อมูล
ไฟล์ต้นฉบับ รหัสผ่านและสิทธิผู้ดูแลระบบที่เกี่ยวข้องกับงานตามสัญญานี้
ให้แก่บริษัทภายในเวลาที่กำหนด และให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ
ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่ตกลงกัน

4. ข้อมูลและ PDPA เมื่อให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลลูกค้า

เมื่อผู้ให้บริการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของบริษัท เขาเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล มาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดหน้าที่ของผู้ประมวลผล เช่น ดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูล จัดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลให้ผู้ควบคุมทราบ และจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล

สิ่งที่บริษัทควรทำ

  • ตรวจว่าผู้ให้บริการเก็บข้อมูลที่ไหน รวมถึงมีการส่งข้อมูลไปต่างประเทศหรือไม่
  • ทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต มาตรการ และการลบหรือคืนข้อมูลเมื่อเลิกสัญญา
  • กำหนดเวลาที่ผู้ให้บริการต้องแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลให้บริษัท เพราะบริษัทมีกรอบเวลาของตนเองในการแจ้งต่อสำนักงาน ดูแผนรับมือข้อมูลรั่วไหล
  • บอกเจ้าของข้อมูลในประกาศความเป็นส่วนตัวตามสมควร ดูเช็กลิสต์ PDPA

การโยนงานให้ผู้ให้บริการไม่ทำให้บริษัทพ้นความรับผิดชอบ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล บริษัทต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการเพียงพอและตรวจสอบต่อเนื่อง

5. ความรับผิดทางบัญชีและภาษียังอยู่ที่บริษัท

กรณีจ้างสำนักงานบัญชี บริษัทยังเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี และยื่นแบบภาษีของนิติบุคคล สำนักงานบัญชีเป็นผู้ช่วยทำแทน ผลคือ

  • เก็บเอกสารต้นฉบับ ใบกำกับภาษี สัญญา และใบเสร็จไว้ที่บริษัท ไม่ใช่ที่สำนักงานบัญชีเพียงแห่งเดียว
  • กำหนดในสัญญาว่าผู้ทำบัญชีต้องส่งงบการเงินและแบบภาษีให้บริษัทตรวจก่อนยื่นภายในกี่วัน
  • บริษัทควรตรวจว่าแบบที่ยื่นแล้วมีหลักฐานการยื่นจริง ไม่ใช่รับคำบอกเล่าอย่างเดียว
  • หากพบว่าผู้ทำบัญชีเก่ายื่นไม่ครบหรือทำผิดพลาด ดูวิธีแก้และส่งมอบงานที่เปลี่ยนผู้ทำบัญชีเมื่อพบว่ายื่นภาษีไม่ครบ

ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ให้บริการหลายประเภท บริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งตามประมวลรัษฎากร ประเภทเงินได้และอัตราขึ้นกับลักษณะบริการและผู้รับเงิน ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายครั้งแรก สำหรับค่าบริการที่จ่ายให้ต่างประเทศ ดูภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการต่างประเทศ

6. กฎหมายแรงงาน: แม่บ้าน รปภ. และผู้รับเหมาส่งคน

การจ้างบริษัทรับเหมาส่งคนมาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของเรา ไม่ได้หมายความว่าบริษัทพ้นจากกฎหมายแรงงาน มาตรา 11/1 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่ผู้อื่นจัดหามาทำงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน ไม่ว่าผู้จัดหาจะควบคุมหรือจ่ายค่าจ้างหรือไม่ และให้ดูแลให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติเมื่อเทียบกับลูกจ้างโดยตรงที่ทำงานลักษณะเดียวกัน

ในทางปฏิบัติ

  • ตรวจว่างานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของบริษัทหรือไม่ เช่น ฝ่ายผลิตกับงานแม่บ้านทั่วไปอาจต่างกัน
  • ตรวจว่าผู้รับเหมาจ่ายค่าจ้าง ประกันสังคม และสิทธิตามกฎหมายจริงหรือไม่ และขอหลักฐานเป็นระยะ
  • ระบุสิทธิตรวจสอบและสิทธิหักค่าบริการในสัญญา หากผู้รับเหมาไม่จ่ายสิทธิแก่ลูกจ้างของตน
  • แม้มาตรา 11/1 จะไม่ขึ้นกับว่าใครควบคุมงาน หากบริษัทสั่งงานเหมือนลูกจ้างของตนเอง ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น

รายละเอียดอยู่ที่แรงงานเหมาค่าแรงและผู้รับเหมาช่วง สำหรับฟรีแลนซ์ที่ทำงานต่อเนื่องหลายปีกับบริษัทเดียว ดูฟรีแลนซ์ระยะยาวหรือลูกจ้าง

7. ความเสี่ยงด้านความรู้และความผูกพัน

ความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในตารางต้นทุน คือบริษัทค่อย ๆ สูญเสียความรู้ของตนเอง

  • ความรู้อยู่ที่ผู้ให้บริการ ให้กำหนดการเขียนเอกสาร ขั้นตอนทำงาน และคู่มือ ส่งให้บริษัทเป็นระยะ ไม่ใช่รอตอนเลิกสัญญา
  • ผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว หลีกเลี่ยงสัญญาที่มีค่าปรับสูงเมื่อเลิก หรือใช้รูปแบบไฟล์ที่เปิดได้เฉพาะระบบของผู้ให้บริการ
  • บัญชีสำคัญอยู่ในชื่อผู้ให้บริการ เช่น โดเมน เพจ หรือบัญชีโฆษณา ซึ่งเป็นต้นเหตุของข้อพิพาทที่พบบ่อย ดูพนักงานหรือเอเจนซีไม่คืนบัญชีของบริษัท
  • ผู้ให้บริการเป็นคู่แข่งทางอ้อม หากเขารู้ลูกค้าและราคาของเรา ควรมีข้อตกลงรักษาความลับและห้ามนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น

8. เปลี่ยนผู้ให้บริการหรือดึงงานกลับเข้ามา

ไม่ว่าจะย้ายเจ้าหรือดึงกลับมาทำเอง ให้วางแผนก่อนบอกเลิก

  1. อ่านสัญญาเดิมเรื่องระยะบอกกล่าวและเงื่อนไขการเลิก
  2. ขอสำเนาข้อมูล เอกสาร และสิทธิเข้าถึงทั้งหมดก่อนแจ้งเลิกอย่างเป็นทางการ หากสัญญาให้สิทธิ
  3. ให้ผู้ให้บริการใหม่หรือทีมภายในรับช่วงขณะที่เจ้าเดิมยังทำงานอยู่ช่วงสั้น ๆ
  4. ตรวจและยืนยันข้อมูลที่ได้รับ ก่อนปิดสิทธิเข้าถึงของผู้ให้บริการเก่า
  5. สำหรับที่ปรึกษากฎหมายหรืองานบริการวิชาชีพ ดูแนวทางที่เปลี่ยนที่ปรึกษากฎหมายและส่งมอบงาน

9. เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

  • ตอบ 4 คำถามในหัวข้อ 1 สำหรับแต่ละหน้าที่แล้ว
  • ระบุหน้าที่ตามกฎหมายที่ยังเป็นของบริษัท เช่น บัญชี ภาษี และการคุ้มครองข้อมูล
  • สัญญามีขอบเขตงาน SLA ผลเมื่อต่ำกว่าเกณฑ์ และเพดานความรับผิด
  • บัญชีผู้ดูแลหลักและข้อมูลสำคัญอยู่ในความควบคุมของบริษัท
  • มีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการที่เห็นข้อมูลส่วนบุคคล
  • ระบุเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิใช้งานของงานที่ผลิตให้
  • มีขั้นตอนส่งมอบเมื่อเลิกสัญญาและระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า
  • สำหรับผู้รับเหมาส่งคน ตรวจผลของมาตรา 11/1 (อาจถือบริษัทเป็นนายจ้าง) และขอหลักฐานการจ่ายสิทธิ
  • ตกลงเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการกับผู้ทำบัญชีแล้ว

อ่านเพิ่มเติม

จ้างภายนอกได้โดยไม่เสียการควบคุม ถ้าบริษัทถือบัญชีหลักและข้อมูลไว้เอง เขียนขอบเขตและ SLA ไว้ชัด และวางขั้นตอนส่งมอบไว้ก่อนวันที่ต้องเลิกกัน

เราร่างและตรวจสัญญาจ้างบริการ ข้อตกลงรักษาความลับ และข้อตกลงประมวลผลข้อมูล รวมถึงช่วยจัดการเอกสารส่งมอบเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

จ้างบริษัทบัญชีภายนอกแล้ว ความรับผิดเรื่องการยื่นภาษีเป็นของใคร+

ผู้ประกอบการยังเป็นผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดทำบัญชีและยื่นแบบภาษีของนิติบุคคลของตนเอง การจ้างสำนักงานบัญชีเป็นการมอบหมายให้ทำแทน ไม่ได้ย้ายหน้าที่ตามกฎหมายออกไป ความรับผิดต่อกรมสรรพากรหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงยังอยู่ที่บริษัทและกรรมการ ส่วนสัญญากับสำนักงานบัญชีกำหนดสิทธิที่บริษัทจะไล่เบี้ยหรือเรียกค่าเสียหายหากผู้รับจ้างทำผิดพลาด ควรอ่านให้แน่ใจว่าขอบเขตงาน กำหนดเวลา และการส่งเอกสารชัดเจน

จ้างบริษัทภายนอกส่งคนมาทำงานในหน่วยของเรา ถือว่าเป็นลูกจ้างของเราหรือไม่+

อาจถือเป็นลูกจ้างของบริษัทได้ มาตรา 11/1 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 วางหลักว่า หากผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้ผู้อื่นจัดหาคนมาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจที่ตนรับผิดชอบ ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานนั้น ไม่ว่าผู้จัดหาจะเป็นผู้ควบคุมหรือจ่ายค่าจ้างหรือไม่ และต้องดูแลให้ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ งานบางประเภทอาจอยู่นอกหลักนี้ จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ผู้ให้บริการภายนอกเก็บข้อมูลลูกค้าของเรา ต้องมีสัญญาอะไรเพิ่มหรือไม่+

ควรมี ผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของบริษัทเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA ซึ่งมีหน้าที่ตามมาตรา 40 เช่น ประมวลผลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล จัดมาตรการรักษาความปลอดภัย และแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลให้ผู้ควบคุมทราบ ผู้ควบคุมข้อมูลคือบริษัทยังต้องรับผิดชอบการคุ้มครองข้อมูลต่อเจ้าของข้อมูล จึงควรมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรกำหนดขอบเขต วัตถุประสงค์ มาตรการ การแจ้งเหตุ และการลบหรือคืนข้อมูลเมื่อสัญญาสิ้นสุด

งานที่ผู้รับจ้างภายนอกสร้างขึ้น เช่น เว็บไซต์หรือสื่อโฆษณา เป็นของใคร+

ไม่ควรสันนิษฐานว่าเป็นของบริษัทผู้ว่าจ้าง ลิขสิทธิ์ตามหลักทั่วไปเกิดแก่ผู้สร้างสรรค์งาน และการโอนลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ ควรกำหนดในสัญญาว่าลิขสิทธิ์หรือสิทธิใช้งานตกเป็นของใคร ครอบคลุมซอร์สโค้ด ไฟล์ต้นฉบับ และบัญชีที่ใช้งาน และจะโอนเมื่อใด เช่น เมื่อชำระเงินครบ

ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ให้บริการภายนอก ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่+

ค่าบริการหลายประเภทที่บริษัทจ่ายให้ผู้ให้บริการมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรและประกาศของกรมสรรพากร โดยอัตราและประเภทเงินได้ขึ้นกับลักษณะบริการและผู้รับเงิน ควรตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรก่อนจ่ายครั้งแรก และระบุในสัญญาว่าค่าบริการที่ตกลงเป็นจำนวนก่อนหรือหลังภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา