ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีปลอมตามอีเมลคู่ค้า ต้องทำอะไร และยังต้องจ่ายคู่ค้าจริงอีกหรือไม่

ฝ่ายบัญชีได้รับอีเมลที่ดูเหมือนมาจากคู่ค้าประจำ แจ้งว่าเปลี่ยนเลขบัญชีรับเงิน บริษัทโอนไปแล้วจึงรู้ว่าเป็นบัญชีของคนร้าย คู่มือนี้เขียนจากมุมบริษัทผู้เสียหาย ว่าต้องติดต่อธนาคารและแจ้งความอย่างไร ต้องเก็บหลักฐานอะไร ใครเป็นผู้แจ้งเปลี่ยนบัญชีและใครมีอำนาจอนุมัติ หนี้ต่อคู่ค้าจริงยังอยู่หรือไม่ และควรวางขั้นตอนตรวจสอบการเปลี่ยนบัญชีอย่างไร

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ5 พฤศจิกายน 256913 นาที
บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีปลอมตามอีเมลคู่ค้า ต้องทำอะไร และยังต้องจ่ายคู่ค้าจริงอีกหรือไม่

ฝ่ายบัญชีได้รับอีเมลจากคู่ค้าประจำ ชื่อผู้ส่ง โลโก้ และลายเซ็นท้ายอีเมลเหมือนทุกครั้ง แจ้งว่าบริษัทเปลี่ยนธนาคาร ขอให้โอนค่าสินค้างวดนี้เข้าบัญชีใหม่ แนบใบแจ้งหนี้ฉบับแก้ไขมาด้วย บริษัทโอนตามนั้น สองสามสัปดาห์ต่อมาคู่ค้าตัวจริงโทรมาทวงเงิน จึงรู้ว่าอีเมลฉบับนั้นไม่ได้มาจากคู่ค้า

คู่มือนี้เขียนสำหรับ บริษัทที่เป็นผู้โอนเงินและตกเป็นผู้เสียหาย ครอบคลุมสิ่งที่ต้องทำทันที หลักฐานที่ต้องเก็บ คำถามว่ายังต้องจ่ายคู่ค้าจริงหรือไม่ และขั้นตอนควบคุมการจ่ายเงินที่ควรมีต่อจากนี้ หากผู้เสียหายเป็นบุคคลทั่วไปที่ถูกหลอกโอนเงินออนไลน์ ดูคู่มือ ถูกหลอกโอนเงินออนไลน์ แทน

คำตอบหลัก

ทำสามเรื่องตามลำดับ หนึ่ง แจ้งธนาคารที่โอนออกและแจ้งความโดยเร็ว เพราะเงินยิ่งอยู่นานยิ่งถูกโยกออก แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะได้คืน สอง เก็บหลักฐานต้นฉบับ โดยเฉพาะอีเมลที่มีส่วนหัวครบและบันทึกของระบบ ก่อนที่ใครจะลบหรือรีเซ็ต สาม คุยกับคู่ค้าจริงผ่านช่องทางที่รู้จักอยู่แล้ว เพื่อตกลงเรื่องหนี้ที่ยังค้าง

หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 315 กำหนดให้ชำระหนี้แก่ตัวเจ้าหนี้หรือผู้มีอำนาจรับชำระหนี้แทนเจ้าหนี้ การชำระแก่ผู้ไม่มีอำนาจจะสมบูรณ์เมื่อเจ้าหนี้ให้สัตยาบัน ส่วนมาตรา 316 ให้การชำระแก่ผู้ครองตามปรากฏแห่งสิทธิในมูลหนี้สมบูรณ์เมื่อผู้ชำระกระทำโดยสุจริต ดังนั้นการโอนเข้าบัญชีของคนร้าย โดยหลักยังไม่ทำให้หนี้ต่อคู่ค้าจริงระงับ แต่ใครจะรับภาระความเสียหายเท่าใดยังขึ้นกับข้อสัญญาเรื่องบัญชีรับเงิน ระบบอีเมลของฝ่ายใดถูกเจาะ และแต่ละฝ่ายตรวจสอบตามสมควรหรือไม่

1. ชั่วโมงแรกหลังรู้ตัว บริษัทต้องทำอะไรก่อน

ทำตามลำดับนี้ และให้คนหนึ่งคนจดเวลาของทุกขั้นตอนไว้

  1. โทรแจ้งธนาคารที่โอนเงินออก ทั้งเจ้าหน้าที่ดูแลบัญชีนิติบุคคลและช่องทางแจ้งเหตุทุจริตของธนาคาร แจ้งเลขบัญชีปลายทาง ชื่อบัญชี ธนาคารปลายทาง วันเวลา จำนวนเงิน และเลขอ้างอิงรายการ ขอให้ประสานธนาคารปลายทางเพื่อระงับเงิน หากเป็นการโอนไปต่างประเทศ ให้ขอเรียกคืนเงิน (recall) ผ่านเครือข่ายการโอนระหว่างธนาคาร จดชื่อเจ้าหน้าที่และเลขรับเรื่องทุกครั้ง
  2. หยุดการจ่ายเงินที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้ผู้ขายรายนั้น และระงับการแก้ไขข้อมูลบัญชีผู้ขายในระบบไว้ก่อน ตรวจว่ามีผู้ขายรายอื่นถูกแจ้งเปลี่ยนบัญชีในช่วงเดียวกันหรือไม่
  3. ติดต่อคู่ค้าจริงด้วยเบอร์โทรที่มีอยู่ในสัญญาหรือทะเบียนผู้ขายเดิม ห้ามใช้เบอร์หรืออีเมลที่อยู่ในข้อความแจ้งเปลี่ยนบัญชี
  4. อย่าตอบกลับอีเมลของคนร้าย และอย่าลบอะไร การตอบโต้ทำให้คนร้ายรู้ตัวและเร่งย้ายเงิน
  5. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บริษัทเป็นผู้เสียหายในฐานะนิติบุคคล จึงต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจไปเอง หรือมอบอำนาจเป็นหนังสือ เตรียมหนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ บัตรประชาชนของผู้มีอำนาจและผู้รับมอบ และหลักฐานตามหัวข้อ 2 การแจ้งความออนไลน์ก่อนเพื่อให้ได้เลขรับแจ้งเร็วขึ้น แล้วจึงไปให้ปากคำพร้อมเอกสารฉบับเต็ม เป็นแนวทางที่ใช้ได้
  6. แจ้งบริษัทประกันภัย หากมีกรมธรรม์ที่อาจคุ้มครองความเสียหายจากการทุจริตหรือภัยไซเบอร์ กรมธรรม์มักกำหนดระยะเวลาแจ้งเหตุและเงื่อนไขการเก็บหลักฐานไว้
  7. ให้ฝ่ายไอทีเก็บบันทึกของระบบก่อน แล้วจึงปิดช่องโหว่ เช่น เปลี่ยนรหัสผ่าน เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และตรวจกฎส่งต่ออีเมลอัตโนมัติที่คนร้ายอาจตั้งไว้

ระวังผู้ที่ติดต่อมาเสนอ "ตามเงินคืน" โดยเรียกเงินล่วงหน้าและรับประกันผล เพราะไม่มีใครรับประกันได้

2. ต้องเก็บหลักฐานอะไร และเก็บอย่างไรให้ใช้ได้

หลักฐานที่ดีคือหลักฐานต้นฉบับที่เรียงตามเวลาได้ ภาพหน้าจออย่างเดียวมักไม่พอ

หลักฐานใช้พิสูจน์อะไรเก็บอย่างไร
อีเมลแจ้งเปลี่ยนบัญชี และอีเมลทุกฉบับในเธรดโดเมนผู้ส่งจริง ที่อยู่สำหรับตอบกลับ เส้นทางเซิร์ฟเวอร์ส่งออกเป็นไฟล์อีเมลต้นฉบับที่มีส่วนหัวครบ ไม่ใช้การกดส่งต่อ
อีเมลจริงจากคู่ค้าในอดีตเทียบโดเมนที่สะกดต่างเพียงตัวเดียว ชื่อผู้ส่งเหมือนแต่ที่อยู่ต่างส่งออกแบบเดียวกันอย่างน้อยสองสามฉบับ
ใบแจ้งหนี้ฉบับแก้ไขและฉบับเดิมสิ่งที่ถูกแก้ เช่น เลขบัญชี ชื่อบัญชี รูปแบบเอกสารเก็บไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับ ไม่บันทึกทับ
ใบสั่งซื้อ สัญญา และเงื่อนไขการชำระเงินบัญชีรับเงินที่ตกลงไว้ และวิธีแจ้งเปลี่ยนสำเนาฉบับที่ลงนามแล้ว
หลักฐานการโอนวันเวลา จำนวน บัญชีปลายทางสลิป หนังสือยืนยันการโอนจากธนาคาร รายการเดินบัญชี และหากโอนต่างประเทศ ให้ขอข้อความยืนยันการโอนฉบับเต็มจากธนาคาร
บันทึกการแก้ไขทะเบียนผู้ขายใครแก้ข้อมูลบัญชี เมื่อใด อ้างเอกสารอะไรส่งออกประวัติการแก้ไขจากระบบบัญชีหรือ ERP
บันทึกการอนุมัติจ่ายเงินใครอนุมัติ เห็นการเปลี่ยนบัญชีหรือไม่ส่งออกจากระบบ หรือถ่ายสำเนาเอกสารอนุมัติ
บันทึกการเข้าสู่ระบบอีเมลมีการเข้าถึงจากที่อื่นหรือไม่ มีกฎส่งต่อหรือไม่ขอจากผู้ให้บริการอีเมลโดยเร็ว เพราะบันทึกบางประเภทถูกลบตามรอบเวลา
แชตและบันทึกการโทรภายในลำดับการตัดสินใจภายในบริษัทส่งออกทั้งบทสนทนา ไม่ตัดเฉพาะช่วง

จากนั้นทำ ไทม์ไลน์หน้าเดียว เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ใบแจ้งหนี้จริงฉบับล่าสุด อีเมลแจ้งเปลี่ยนบัญชี การแก้ทะเบียนผู้ขาย การอนุมัติ การโอน วันที่รู้ตัว การแจ้งธนาคาร และการแจ้งความ ให้มีผู้เก็บรักษาหลักฐานเพียงคนเดียว เก็บต้นฉบับไว้ และทำสำเนาให้ทนาย ตำรวจ และบริษัทประกันแยกกัน

3. ใครเป็นผู้แจ้งเปลี่ยนบัญชี และใครมีอำนาจอนุมัติ

สองคำถามนี้กำหนดทิศทางของทั้งเรื่อง ทั้งการเจรจากับคู่ค้าและการปรับระบบภายใน

ฝั่งผู้แจ้ง อีเมลแจ้งเปลี่ยนบัญชีมักมาจากหนึ่งในสามแบบ

  • โดเมนเลียนแบบ เช่น สะกดต่างกันหนึ่งตัวอักษร หรือใช้นามสกุลโดเมนต่างไป แบบนี้ระบบของคู่ค้าอาจไม่ได้ถูกเจาะเลย คนร้ายได้ข้อมูลการซื้อขายมาจากที่อื่น
  • อีเมลจริงของคู่ค้าถูกเจาะ อีเมลมาจากที่อยู่จริงของคู่ค้า คนร้ายเห็นเธรดการซื้อขายและเลือกจังหวะก่อนงวดใหญ่
  • อีเมลของบริษัทเราถูกเจาะ คนร้ายแก้ใบแจ้งหนี้ระหว่างทาง หรือตั้งกฎให้อีเมลจากคู่ค้าไม่เข้ากล่องของพนักงาน

แต่ละแบบเปลี่ยนคำตอบว่าฝ่ายใดมีโอกาสป้องกันความเสียหายได้มากกว่า จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีอ่านส่วนหัวอีเมลและบันทึกระบบของทั้งสองฝ่ายก่อนสรุป และควรดูด้วยว่าตามสัญญา ใครในฝั่งคู่ค้ามีอำนาจแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับเงิน

ฝั่งผู้อนุมัติภายในบริษัท ตอบให้ได้ว่า

  • ใครแก้ข้อมูลบัญชีผู้ขายในระบบ และแก้โดยอ้างเอกสารอะไร
  • บริษัทมีขั้นตอนตรวจสอบการเปลี่ยนบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และขั้นตอนนั้นถูกข้ามหรือไม่
  • ผู้อนุมัติจ่ายเงินเห็นหรือไม่ว่าบัญชีปลายทางเปลี่ยน
  • คนแก้ข้อมูล คนอนุมัติ และคนกดโอน เป็นคนเดียวกันหรือไม่

พนักงานส่วนใหญ่ในเรื่องลักษณะนี้ถูกหลอกโดยสุจริต การโยนความผิดให้พนักงานบัญชีทันทีไม่ช่วยให้ได้เงินคืน และมักทำให้ข้อมูลภายในหยุดไหล หากมีพฤติการณ์ส่อว่าคนในร่วมด้วย เช่น ข้ามขั้นตอนซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีเหตุผล ให้แยกเป็นการสอบสวนภายในตามคู่มือ พนักงานยักยอกเงิน: การสอบสวนภายใน ส่วนการกำหนดว่าใครอนุมัติอะไรได้ ดูคู่มือ ตารางอำนาจอนุมัติ

4. ยังต้องจ่ายคู่ค้าจริงอีกหรือไม่

จุดเริ่มต้นคือมาตรา 315 การชำระหนี้ต้องทำแก่เจ้าหนี้หรือผู้มีอำนาจรับชำระแทน เจ้าของบัญชีที่คนร้ายแจ้งมาไม่ใช่ทั้งสองอย่าง หนี้ค่าสินค้าต่อคู่ค้าจริงจึงโดยหลักยังไม่ระงับ เว้นแต่คู่ค้าจะให้สัตยาบัน ซึ่งในทางปฏิบัติแทบไม่เกิดขึ้น

มาตรา 316 ใช้ได้แคบ มาตรานี้คุ้มครองผู้ชำระหนี้โดยสุจริตแก่ "ผู้ครองตามปรากฏแห่งสิทธิในมูลหนี้" การที่คนร้ายปลอมอีเมลเป็นคู่ค้าจะเข้าลักษณะนี้หรือไม่เป็นประเด็นที่โต้แย้งได้และขึ้นกับข้อเท็จจริง ไม่ควรวางแผนโดยถือว่ามาตรานี้จะช่วยปลดหนี้ได้

ปัจจัยที่เปลี่ยนน้ำหนักในการเจรจา

  • ข้อสัญญา สัญญาหรือใบสั่งซื้อระบุบัญชีรับเงินไว้หรือไม่ กำหนดวิธีแจ้งเปลี่ยนบัญชีอย่างไร เช่น ต้องเป็นหนังสือลงนามโดยผู้มีอำนาจ และมีข้อใดกำหนดว่าความเสี่ยงตกอยู่กับฝ่ายใด
  • ระบบของใครถูกเจาะ ถ้าอีเมลมาจากที่อยู่จริงของคู่ค้า หรือคู่ค้ารู้ว่าระบบถูกเจาะแล้วไม่เตือนลูกค้า น้ำหนักจะต่างจากกรณีที่บริษัทเราถูกเจาะเอง
  • สัญญาณเตือนที่ควรเห็น บัญชีใหม่เป็นชื่อบุคคลหรือบริษัทอื่น บัญชีอยู่ต่างประเทศทั้งที่คู่ค้าเป็นบริษัทไทย มีการเร่งรัดหรือขอให้เก็บเป็นความลับ หรือแจ้งเปลี่ยนก่อนงวดใหญ่พอดี
  • บริษัททำตามขั้นตอนของตัวเองหรือไม่ ขั้นตอนที่เขียนไว้แต่ไม่ได้ทำ ทำให้ข้อต่อรองอ่อนลง

ทางออกที่พบในทางปฏิบัติ มีตั้งแต่จ่ายเต็มแล้วไปติดตามจากคนร้ายและบริษัทประกัน แบ่งรับความเสียหายตามข้อตกลง ไปจนถึงผ่อนชำระส่วนที่ค้าง ไม่ว่าทางใด ให้ทำเป็น ข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่ระบุจำนวนที่ตกลงจ่าย ใครได้รับเงินที่ติดตามคืนได้ในภายหลัง การร่วมมือในคดีอาญา และการสละสิทธิเรียกร้องส่วนที่เหลือ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ เงียบและไม่จ่าย โดยไม่ตอบคู่ค้าเป็นหนังสือ เพราะอาจถูกถือว่าผิดนัด ถูกคิดดอกเบี้ย ถูกระงับการส่งสินค้า หรือถูกบอกเลิกสัญญา และทำให้การเจรจายากขึ้น

กรณีกลับกัน ถ้าบริษัทของคุณเป็น ผู้ขาย ที่ลูกค้าโอนเงินไปให้คนร้าย หลักเดียวกันมักทำให้คุณยังเรียกเงินจากลูกค้าได้ แต่ต้องตรวจก่อนว่าอีเมลของบริษัทคุณเองถูกเจาะหรือไม่ เพราะจะเป็นประเด็นแรกที่ลูกค้ายกขึ้นมา

5. ประสานธนาคาร ตำรวจ และคู่ค้าอย่างไร โดยไม่คาดหวังเกินจริง

ธนาคาร ธนาคารต้นทางทำได้เพียงส่งคำขอไปยังธนาคารปลายทาง การระงับเงินขึ้นกับว่าเงินยังอยู่หรือไม่ และขั้นตอนตามกฎหมายของธนาคารปลายทาง หากเป็นการโอนไปต่างประเทศ ยังขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้นด้วย ให้ขอคำตอบจากธนาคารเป็นหนังสือทุกครั้ง

การดำเนินคดีอาญา การร้องทุกข์เปิดทางให้สืบเส้นทางเงินและยึดหรืออายัดทรัพย์ แต่การที่เงินจะกลับมาถึงบริษัทต้องผ่านคำสั่งหรือคำพิพากษาตามกระบวนการ ควรกำหนดผู้ประสานงานของบริษัทเพียงคนเดียว และเก็บเลขคดีกับชื่อพนักงานสอบสวนไว้ในแฟ้มเดียวกับหลักฐาน

ตัวอย่างจากหน่วยงานรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษเผยแพร่ข่าวเมื่อ 10 ตุลาคม 2568 เรื่องการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมจัดตั้งบริษัทปลอม 30 แห่งเพื่อรับเงินค่าสินค้า ตามข่าว ผู้เสียหายได้รับอีเมลปลอมแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับเงิน และโอนค่าสินค้าเข้าบัญชีของบริษัทปลอมในประเทศไทยและไอร์แลนด์ ความเสียหายตามข่าวประมาณ 3.6 ล้านบาท ตัวอย่างนี้แสดงรูปแบบของเหตุการณ์ ไม่ได้บอกว่าเหตุลักษณะนี้มากขึ้นหรือน้อยลงในปัจจุบัน

คู่ค้าจริง คุยผ่านช่องทางที่รู้จักอยู่แล้ว เสนอให้ทั้งสองฝ่ายตรวจระบบอีเมลของตัวเอง แลกเปลี่ยนส่วนหัวอีเมลที่เกี่ยวข้อง และทำบันทึกข้อเท็จจริงร่วมกัน ความร่วมมือในขั้นนี้มักทำให้การเจรจาเรื่องเงินง่ายขึ้นมาก

ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะได้เงินคืน ทั้งธนาคาร ตำรวจ และทนาย สิ่งที่ทำได้คือเพิ่มโอกาสด้วยความเร็วและหลักฐานที่ครบ และจำกัดความเสียหายส่วนที่เหลือด้วยข้อตกลงที่ชัดเจน

6. ถ้าอีเมลของบริษัทเราเองถูกเจาะ ต้องทำอะไรเพิ่ม

  • ประเมินเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล กล่องอีเมลมักมีข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน และคู่ค้า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 37 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิของบุคคล ขั้นตอนอยู่ในคู่มือ เหตุข้อมูลรั่วไหล: ขั้นตอนแรก
  • เตือนลูกค้าและคู่ค้า ว่าบัญชีรับเงินของบริษัทไม่ได้เปลี่ยน เพราะคนร้ายที่อยู่ในกล่องอีเมลของคุณอาจส่งใบแจ้งหนี้ปลอมไปหาลูกค้าของคุณต่อ
  • เก็บบันทึกก่อนแก้ไข การรีเซ็ตทั้งระบบโดยไม่เก็บบันทึกไว้ก่อน ทำให้พิสูจน์ไม่ได้ว่าคนร้ายเข้ามาเมื่อใดและเห็นอะไร

7. ขั้นตอนตรวจสอบการเปลี่ยนบัญชีที่ควรมี

ขั้นตอนที่ดีไม่ต้องซับซ้อน แต่ต้องทำทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับ "เรื่องด่วน"

  • โทรกลับเพื่อยืนยัน ไปยังเบอร์ที่มีอยู่ในสัญญาหรือทะเบียนผู้ขายเดิมเท่านั้น ไม่ใช่เบอร์ในอีเมลหรือจดหมายที่ขอเปลี่ยน บันทึกว่าใครโทร คุยกับใคร เมื่อใด
  • เอกสารยืนยันจากคู่ค้า หนังสือแจ้งเปลี่ยนบัญชีลงนามโดยผู้มีอำนาจ พร้อมเอกสารจากธนาคารที่แสดงว่าชื่อบัญชีตรงกับชื่อนิติบุคคลของคู่ค้า บัญชีชื่อบุคคลหรือบัญชีต่างประเทศของคู่ค้าในประเทศให้ถือเป็นสัญญาณเตือน
  • แยกหน้าที่ คนแก้ข้อมูลผู้ขาย คนอนุมัติจ่าย และคนปล่อยรายการโอนในระบบธนาคาร ไม่ควรเป็นคนเดียวกัน และตั้งระบบธนาคารออนไลน์ให้ต้องอนุมัติสองคน
  • ช่วงพักก่อนจ่าย บัญชีที่เพิ่งเปลี่ยนต้องผ่านการยืนยันครบก่อนจ่ายงวดแรก การโอนทดสอบยอดเล็กไม่ช่วยยืนยัน เพราะคนที่ตอบว่าได้รับเงินอาจเป็นคนร้ายเอง
  • รายงานการเปลี่ยนแปลง ให้ผู้บริหารเห็นรายการบัญชีผู้ขายที่ถูกแก้ไขในแต่ละเดือน
  • ข้อสัญญา ระบุบัญชีรับเงินในสัญญาหรือใบสั่งซื้อ กำหนดว่าการเปลี่ยนบัญชีต้องทำเป็นหนังสือลงนามโดยผู้มีอำนาจและผ่านการโทรยืนยัน และระบุว่าการแจ้งทางอีเมลอย่างเดียวไม่มีผลเปลี่ยนบัญชีรับเงิน
  • สัญญาณเตือนที่พนักงานต้องรู้ การเร่งรัด การขอให้เก็บเป็นความลับ ผู้ติดต่อคนใหม่ โดเมนที่สะกดต่างเล็กน้อย และการแจ้งเปลี่ยนก่อนงวดใหญ่
  • ระบบอีเมล ให้ฝ่ายไอทีเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น ตั้งการแจ้งเตือนเมื่อมีกฎส่งต่ออีเมลใหม่ และติดป้ายอีเมลที่มาจากภายนอก

8. เช็กลิสต์

เมื่อรู้ตัว

  • โทรแจ้งธนาคารที่โอนออก และจดชื่อเจ้าหน้าที่กับเลขรับเรื่อง
  • ระงับการจ่ายเงินที่ค้างอยู่และการแก้ไขทะเบียนผู้ขาย
  • ติดต่อคู่ค้าจริงด้วยเบอร์ที่มีอยู่ในสัญญาเดิม
  • ร้องทุกข์ โดยกรรมการผู้มีอำนาจหรือผู้รับมอบอำนาจ
  • แจ้งบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์

หลักฐาน

  • ส่งออกอีเมลต้นฉบับที่มีส่วนหัวครบ ทั้งฉบับปลอมและฉบับจริงในอดีต
  • ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ สัญญา และหลักฐานการโอน
  • ประวัติการแก้ไขทะเบียนผู้ขายและบันทึกการอนุมัติ
  • บันทึกการเข้าสู่ระบบอีเมล ก่อนรีเซ็ตรหัสผ่าน
  • ไทม์ไลน์หน้าเดียว และผู้เก็บรักษาหลักฐานหนึ่งคน

กับคู่ค้าจริง

  • อ่านข้อสัญญาเรื่องบัญชีรับเงินและวิธีแจ้งเปลี่ยน
  • ตรวจร่วมกันว่าระบบอีเมลของฝ่ายใดถูกเจาะ
  • ตอบคู่ค้าเป็นหนังสือ ไม่เงียบ
  • ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ระบุเรื่องเงินที่ติดตามคืนได้ภายหลัง

ป้องกันครั้งต่อไป

  • โทรกลับยืนยันทุกครั้งที่มีการขอเปลี่ยนบัญชี
  • แยกคนแก้ข้อมูล คนอนุมัติ และคนกดโอน
  • ใส่ข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนบัญชีในสัญญาและใบสั่งซื้อ
  • อบรมพนักงานเรื่องสัญญาณเตือน

อ่านเพิ่มเติม

การโอนเข้าบัญชีของคนร้ายโดยหลักยังไม่ปลดหนี้ต่อคู่ค้าจริง สิ่งที่บริษัทควบคุมได้คือความเร็วในการแจ้ง ความครบของหลักฐาน ข้อตกลงกับคู่ค้าที่เป็นหนังสือ และขั้นตอนโทรกลับยืนยันที่ทำทุกครั้ง

เราช่วยจัดลำดับหลักฐานและไทม์ไลน์ ร่างหนังสือถึงธนาคารและเอกสารประกอบการร้องทุกข์ เจรจาและร่างข้อตกลงกับคู่ค้าจริง และเขียนขั้นตอนตรวจสอบการเปลี่ยนบัญชีลงในสัญญาและคู่มือการจ่ายเงินของบริษัท ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ ที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

โอนเงินเข้าบัญชีที่อีเมลปลอมแจ้งมา ถือว่าชำระหนี้ให้คู่ค้าแล้วหรือไม่+

โดยหลักยังไม่ถือว่าชำระ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 315 กำหนดให้ชำระหนี้แก่ตัวเจ้าหนี้หรือผู้มีอำนาจรับชำระแทน การชำระแก่ผู้ไม่มีอำนาจจะสมบูรณ์เมื่อเจ้าหนี้ให้สัตยาบัน ผลสุดท้ายยังขึ้นกับข้อสัญญาเรื่องบัญชีรับเงิน ระบบของฝ่ายใดถูกเจาะ และข้อเท็จจริงอื่น จึงมักจบด้วยการเจรจา (ดูหัวข้อ 4)

ธนาคารดึงเงินคืนให้ได้ไหม+

ไม่มีใครรับประกันได้ ธนาคารต้นทางทำได้เพียงประสานธนาคารปลายทางให้ระงับหรือขอเรียกเงินคืน ส่วนจะระงับได้หรือไม่ขึ้นกับว่าเงินยังอยู่ในบัญชีหรือไม่ และขั้นตอนตามกฎหมายของธนาคารปลายทาง ยิ่งแจ้งเร็วยิ่งมีโอกาส (ดูหัวข้อ 1 และ 5)

ควรเก็บอีเมลเป็นหลักฐานอย่างไร+

ส่งออกอีเมลต้นฉบับเป็นไฟล์ที่มีส่วนหัว (header) ครบ ไม่ใช่ภาพหน้าจอหรือการกดส่งต่อ เพราะส่วนหัวแสดงโดเมนผู้ส่งจริง ที่อยู่สำหรับตอบกลับ และเส้นทางของเซิร์ฟเวอร์ และขอให้ฝ่ายไอทีเก็บบันทึกการเข้าสู่ระบบก่อนรีเซ็ตรหัสผ่าน (ดูหัวข้อ 2)

พนักงานบัญชีที่โอนเงินต้องรับผิดหรือไม่+

ไม่ควรด่วนสรุป พนักงานส่วนใหญ่ในเรื่องลักษณะนี้ถูกหลอกโดยสุจริต สิ่งที่ต้องดูคือบริษัทมีขั้นตอนตรวจสอบหรือไม่ พนักงานทำตามขั้นตอนหรือไม่ และมีพฤติการณ์ส่อว่ามีคนในร่วมด้วยหรือไม่ หากมีจึงแยกเป็นการสอบสวนภายใน (ดูหัวข้อ 3)

การโอนทดสอบยอดเล็กก่อนช่วยยืนยันบัญชีใหม่ได้ไหม+

ไม่ได้ เพราะคนที่ยืนยันว่าได้รับเงินทดสอบอาจเป็นคนร้ายเอง สิ่งที่ยืนยันได้คือการโทรกลับไปยังเบอร์ที่มีอยู่ในสัญญาหรือทะเบียนผู้ขายเดิม และเอกสารจากธนาคารที่แสดงว่าบัญชีเป็นชื่อของคู่ค้า (ดูหัวข้อ 7)

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา