ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ฝากขายสินค้าแล้วสต็อกหายหรือคู่ค้าไม่ส่งเงิน ใครต้องรับผิด

แยกการฝากขายออกจากการขายขาด ใครเป็นเจ้าของสินค้า ใครรับความเสี่ยงเมื่อสต็อกหาย สัญญาควรเขียนอะไร ระบบตรวจสต็อกและหลักฐานส่งมอบที่ควรมี และขั้นตอนทวงสินค้าหรือเงินเมื่อคู่ค้าไม่ส่งยอด

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ28 ตุลาคม 256911 นาที
ฝากขายสินค้าแล้วสต็อกหายหรือคู่ค้าไม่ส่งเงิน ใครต้องรับผิด

เจ้าของแบรนด์ส่งสินค้าไปวางที่ร้านของคู่ค้า ตกลงกันว่าขายได้แล้วค่อยจ่าย สามเดือนต่อมาตรวจสต็อกพบว่าของหายไปส่วนหนึ่ง ร้านบอกว่าไม่รู้เรื่อง และยอดขายที่ควรโอนมาก็ยังไม่มา คำถามคือใครต้องรับผิด ปัญหานี้แทบทุกครั้งย้อนกลับไปที่จุดเดียว คือตอนส่งของ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตกลงให้ชัดว่านี่คือการฝากขายหรือขายขาด และไม่ได้เก็บหลักฐานไว้

คู่มือนี้อธิบายความต่างของสองรูปแบบ หน้าที่ของผู้รับฝากขาย สิ่งที่สัญญาควรเขียน หลักฐานที่ควรเก็บ ใครรับความเสียหายเมื่อสต็อกหาย และเมื่อใดการไม่ส่งเงินอาจเลยจากข้อพิพาททางแพ่งไปถึงความผิดอาญา หากท่านกำลังเลือกโครงสร้างการขาย อ่านเรื่องตัวแทน นายหน้า หรือรีเซลเลอร์ ประกอบ และถ้าเลิกกับคู่ค้าแล้วมีสต็อกค้าง อ่านเรื่องการเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย

คำตอบหลัก

คำตอบสั้นคือ ใครรับผิดขึ้นอยู่กับสองอย่าง คือสัญญา (หรือข้อตกลงที่พิสูจน์ได้) กำหนดความเสี่ยงไว้อย่างไร และผู้รับฝากขายผิดหน้าที่ดูแลหรือไม่ ถ้าเป็นขายขาด สินค้าเป็นของผู้ซื้อแล้ว สินค้าหายก็เป็นความเสียหายของผู้ซื้อ และผู้ซื้อยังต้องจ่ายราคา ถ้าเป็นฝากขายจริง สินค้ายังเป็นของผู้ฝาก แต่ผู้รับฝากขายต้องดูแลอย่างผู้ที่ทำการแทนผู้อื่น และต้องส่งเงินที่ได้รับ

หลักกฎหมาย ผู้รับฝากขายที่ขายแทนเจ้าของสินค้าโดยทั่วไปมีสถานะเป็นตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 และถ้าเขาขายในนามของตนเองในทางค้าขายของเขา อาจเป็นตัวแทนค้าต่างตามมาตรา 833 ตัวแทนต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ทำตามคำสั่ง แจ้งความคืบหน้า และแสดงบัญชี (มาตรา 809 ถึง 812) และเงินกับทรัพย์สินที่ได้รับเกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนต้องส่งให้ตัวการทั้งหมด (มาตรา 810) ส่วนความผิดอาญาที่เกี่ยวข้องคือยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ในงานจริง ข้อพิพาทฝากขายแพ้ชนะที่เอกสาร ไม่ใช่ที่คำว่า "ฝากขาย" ที่พูดกัน เจ้าของสินค้าที่มีใบส่งมอบเซ็นรับ รายงานสต็อก และรายงานยอดขายรายเดือน จะเรียกสินค้าและเงินคืนได้ง่ายกว่ามาก คนที่พึ่งข้อความในแชตอย่างเดียวมักต้องเสียเวลาพิสูจน์ว่าส่งอะไรไปบ้าง

ตัวอย่างสมมติ ร้าน "มัดหมี่ภูผา" ในขอนแก่นผลิตผ้าไหมมัดหมี่ ส่งผ้า 120 ผืนราคาตั้งผืนละ 1,800 บาทไปวางที่ร้านของฝากในอุดรธานี ตกลงปากเปล่าว่าขายได้แล้วโอนเงินทุกวันที่ 15 ของเดือน ใบส่งของมีแต่รายการ ไม่มีลายเซ็นผู้รับ สี่เดือนต่อมาร้านโอนมาเพียงครั้งเดียว เมื่อไปตรวจนับพบผ้า 60 ผืนบนชั้น ร้านอ้างว่าขายไป 48 ผืน (86,400 บาท) ยังไม่ได้โอน และอีก 12 ผืน (21,600 บาท) ไม่ทราบว่าหายไปไหน เรื่องนี้ใช้เป็นตัวอย่างต่อไปในคู่มือ

1. ฝากขายกับขายขาดต่างกันอย่างไร

ประเด็นขายขาดฝากขาย
กรรมสิทธิ์โอนให้ผู้ซื้อเมื่อส่งมอบหรือตามที่ตกลงยังเป็นของเจ้าของสินค้าจนกว่าจะขายให้ลูกค้าปลายทาง
หน้าที่จ่ายเงินจ่ายราคาที่ตกลง ไม่ว่าขายต่อได้หรือไม่จ่ายเมื่อขายได้ตามรอบที่ตกลง
สินค้าเหลือเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อต้องคืนเจ้าของ
สินค้าหายผู้ซื้อรับความเสียหายตามหลักทั่วไป และยังต้องจ่ายราคาดูสัญญาและความผิดของผู้รับฝากขาย
สถานะผู้รับผู้ซื้อตัวแทน หรือตัวแทนค้าต่างในบางกรณี

ชื่อที่เรียกกันไม่ผูกมัดศาล ศาลดูเนื้อหาจริง เช่น ใบส่งของเขียนว่า "ขาย" หรือ "ฝาก" ราคาถูกกำหนดเป็นราคาขายขาดหรือราคาตั้ง ผู้รับมีสิทธิคืนของหรือไม่ และมีการตรวจสต็อกหรือไม่ ถ้าเอกสารปะปนกัน เช่น เขียนใบกำกับว่าขาย แต่คุยกันว่าคืนได้ ควรทำสัญญาเดียวที่ชี้ชัด เรื่องความขัดแย้งของเอกสารการสั่งซื้อ ดูใบเสนอราคากับใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน

กับตัวอย่างสมมติ มัดหมี่ภูผาและร้านที่อุดรธานีไม่มีเอกสารที่ระบุว่าเป็นขายขาด และมีการตกลงว่าโอนเงินเมื่อขายได้ จึงมีน้ำหนักว่าเป็นการฝากขาย แต่ยังต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานอื่นประกอบ

2. ผู้รับฝากขายมีหน้าที่อะไรตามกฎหมาย

เมื่อถือว่าเป็นตัวแทน หน้าที่หลักที่ควรนำมาอ้างในสัญญาและหนังสือทวงมีดังนี้

  • ใช้ความระมัดระวังในการดูแลและขายสินค้า และทำตามคำสั่งที่สมเหตุสมผลของเจ้าของ (มาตรา 809 ถึง 812)
  • แจ้งความคืบหน้าและแสดงบัญชีเมื่อเจ้าของขอ
  • ส่งมอบเงินและทรัพย์สินอื่นที่ได้รับเกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนให้ครบ (มาตรา 810)
  • ไม่ทำสัญญากับเจ้าของสินค้าเพื่อประโยชน์ของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอม (มาตรา 805)

ข้อควรระวังคือ การที่ผู้รับฝากขายเป็น "ตัวแทนค้าต่าง" ตามมาตรา 833 หมายความว่าเขาขายในนามตนเอง ลูกค้าปลายทางจึงอาจไม่รู้ว่าสินค้าเป็นของใคร เจ้าของสินค้าเรียกเอาจากลูกค้าปลายทางโดยตรงไม่ได้ง่าย ต้องเรียกจากผู้รับฝากขาย ซึ่งทำให้การควบคุมที่ฝั่งผู้รับฝากสำคัญมาก

3. สัญญาฝากขายควรเขียนอะไรบ้าง

  • กรรมสิทธิ์ สินค้ายังเป็นของผู้ฝากจนกว่าขายให้ลูกค้าปลายทาง และผู้รับต้องแยกเก็บ ไม่ใช้เป็นหลักประกัน ไม่จำนำ
  • ความเสี่ยงและประกัน ใครรับความเสี่ยงสูญหาย เสียหาย ถูกลักขโมย ตั้งแต่เวลาใด ผู้รับต้องทำประกันหรือไม่ วงเงินเท่าใด
  • ราคา ราคาตั้งขั้นต่ำ ส่วนลดที่ทำได้ และส่วนแบ่งหรือค่าตอบแทนของผู้รับ
  • การตรวจสต็อก ความถี่ (เช่นทุกเดือน) สิทธิเข้าตรวจโดยแจ้งล่วงหน้า และใครเซ็นยืนยันผลนับ
  • การรายงานยอดขาย รูปแบบและกำหนดส่ง เช่น ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
  • กำหนดโอนเงิน เช่น ภายในวันที่ 15 พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดหรือเบี้ยปรับที่สมเหตุสมผล (ดู มาตรา 379 ถึง 383 ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้)
  • ส่วนสูญเสียที่ยอมรับได้ ถ้ามี ให้ระบุเป็นอัตราหรือจำนวนที่ชัด และวิธีพิสูจน์
  • การคืนสินค้าที่ขายไม่ได้ ระยะเวลา ค่าขนส่งใครออก และสภาพที่ต้องคืน
  • การเลิกสัญญา เหตุเลิก ระยะเวลาแจ้ง และการนับสต็อกปิดบัญชีวันเลิก

ตัวอย่างข้อความที่ปรับใช้ได้

ข้อ 4 กรรมสิทธิ์และความเสี่ยง
4.1 สินค้าตามใบส่งมอบแนบท้ายเป็นของผู้ฝากขายจนกว่าผู้รับฝากขายขายให้ลูกค้าและรับชำระแล้ว
4.2 ผู้รับฝากขายต้องเก็บสินค้าแยกต่างหาก และรับผิดชอบความสูญหายหรือเสียหายนับแต่ลงลายมือชื่อรับสินค้า
    เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ตนไม่อาจป้องกันได้
ข้อ 5 การตรวจนับและรายงาน
5.1 ผู้ฝากขายมีสิทธิตรวจนับสต็อกเดือนละหนึ่งครั้ง โดยแจ้งล่วงหน้า 2 วันทำการ
5.2 ผู้รับฝากขายส่งรายงานยอดขายภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
5.3 ผู้รับฝากขายโอนเงินค่าสินค้าที่ขายได้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

4. ต้องเก็บหลักฐานอะไร

หลักฐานแบ่งเป็นสามช่วง ช่วงส่งมอบ ช่วงถือครอง และช่วงขาย

  • ส่งมอบ ใบส่งมอบสินค้าที่ผู้รับเซ็นชื่อ ระบุรายการ รหัสสินค้า จำนวน ราคาตั้ง และวันที่ พร้อมภาพถ่ายสินค้าและหีบห่อ
  • ถือครอง บัตรสต็อกหรือรายงานสต็อกที่นับร่วมกัน ภาพถ่ายชั้นวางในแต่ละรอบ
  • ขาย รายงานจากระบบ POS หรือสมุดขาย ใบเสร็จ และรายงานยอดขายรายเดือนที่ผู้รับส่งมา

เอกสารเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และข้อความที่เก็บอย่างเชื่อถือได้ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 แต่ควรให้ผู้รับยืนยันยอดทางอีเมลหรือไลน์ทุกรอบ เพราะการนิ่งเฉยต่อรายงานของเรา ไม่ใช่การยอมรับที่ชัดเท่าลายเซ็น

5. สต็อกหายแล้วใครต้องรับผิด

ลำดับการพิจารณา

  1. มีการส่งมอบจริงเท่าใด ถ้าไม่มีลายเซ็นรับ เจ้าของสินค้าต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานอื่น
  2. สัญญากำหนดความเสี่ยงไว้อย่างไร ถ้าให้ผู้รับรับความเสี่ยง ผู้รับต้องชดใช้ ตามเงื่อนไขและส่วนสูญเสียที่ตกลง
  3. ถ้าสัญญาเงียบ ดูว่าผู้รับใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่ตัวแทนหรือไม่ ถ้าประมาทเลินเล่อ เช่น ไม่ล็อกคลัง ปล่อยให้คนอื่นหยิบได้ ต้องชดใช้ตามหลักละเมิดหรือผิดสัญญา (มาตรา 222 เรื่องค่าเสียหาย)
  4. ความผิดของเจ้าของสินค้าเอง เช่น ไม่เคยตรวจสต็อกเลยทั้งที่สัญญาให้ตรวจได้ อาจถูกลดค่าเสียหายตามมาตรา 223
  5. เหตุสุดวิสัย เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ที่ผู้รับพิสูจน์ได้ว่าป้องกันไม่ได้ และสัญญาไม่ได้ให้ผู้รับรับความเสี่ยง ผลจะเป็นอีกทางหนึ่ง

กับตัวอย่างสมมติ ผ้า 12 ผืนที่หาย ไม่มีสัญญาและไม่มีลายเซ็นรับ ผลจะขึ้นกับว่ามัดหมี่ภูผาพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าส่ง 120 ผืน และผู้รับดูแลตามสมควรหรือไม่ ไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าจะได้ครบทั้งจำนวน

6. ตารางกระทบยอดที่ควรทำทุกรอบ

รายการสูตรตัวอย่าง (ผืน)
ยอดยกมาสต็อกต้นรอบตามบัตรสต็อก120
บวก ส่งเพิ่มตามใบส่งมอบ0
ลบ ขายได้ตามรายงานจาก POS หรือสมุดขาย48
ลบ คืนเจ้าของตามใบรับคืน0
คงเหลือตามบัญชี120 + 0 − 48 − 072
นับได้จริงจากการตรวจนับร่วมกัน60
ส่วนต่าง72 − 6012
มูลค่าส่วนต่าง12 × 1,800 บาท21,600 บาท
เงินที่ต้องโอน48 × 1,800 บาท หักส่วนแบ่งตามสัญญา86,400 บาท ก่อนหักส่วนแบ่ง

ส่วนต่างที่ไม่ใช่ศูนย์ต้องมีคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรทุกรอบ ถ้าปล่อยให้สะสมหลายรอบ การพิสูจน์ย้อนหลังจะยากมาก สำหรับธุรกิจที่ขายหลายช่องทางและต้องกระทบยอดค่าธรรมเนียมกับเงินโอน ดูการกระทบยอดอีคอมเมิร์ซหลายแพลตฟอร์ม

7. ไม่ส่งเงินเป็นความผิดยักยอกหรือไม่

การไม่โอนเงินส่วนใหญ่เป็นข้อพิพาททางแพ่งเรื่องหนี้ แต่ในบางกรณีอาจเป็นยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 คือผู้ที่ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น (หรือที่เป็นของผู้อื่นอยู่ด้วย) เบียดบังเป็นของตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต เช่น ขายของฝากแล้วเอาเงินไปใช้เองและปฏิเสธว่าไม่เคยขาย หรือขนสินค้าฝากไปขายที่อื่นแล้วเก็บเงิน ข้อเท็จจริงที่ช่วยแสดงเจตนาทุจริต ได้แก่ การปกปิดยอดขาย ปลอมรายงาน เลิกติดต่อ ย้ายสินค้า หรือปฏิเสธการมีอยู่ของข้อตกลง

ข้อควรรู้ ความผิดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ (มาตรา 356) ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96) การแจ้งความไม่ใช่เครื่องมือทวงหนี้ และการขู่แจ้งความเพื่อบังคับให้จ่ายอาจสร้างปัญหาแก่ผู้ขู่เอง ควรปรึกษาก่อนตัดสินใจว่าข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบหรือไม่ และเดินทางแพ่งควบคู่กัน

8. ขั้นตอนทวงสินค้าและเงิน

  1. รวบรวมและตรึงหลักฐาน ใบส่งมอบ รายงาน ข้อความ ภาพถ่าย และทำตารางกระทบยอดตามหัวข้อ 6
  2. ขอตรวจนับและขอรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร อ้างสิทธิตามสัญญา กำหนดวันนัดที่ชัด
  3. ส่งหนังสือทวง ระบุจำนวนที่ค้าง กำหนดเวลา (เช่น 7 ถึง 15 วัน) และว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหากไม่ปฏิบัติ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนพร้อมใบตอบรับและอีเมล
  4. ขอรับสินค้าคืน สินค้าที่ยังเป็นของท่านและอยู่กับผู้รับ ควรรับคืนพร้อมใบรับคืนที่เซ็นชื่อ และอย่าเข้าไปหยิบเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  5. เจรจาทำบันทึกยอมรับหนี้ ระบุยอดที่ยอมรับ และแผนผ่อน ถ้ามี
  6. ฟ้องคดีแพ่ง ตามแนวทางในการทวงหนี้และบังคับคดี และใบแจ้งหนี้ลูกค้าธุรกิจที่ค้างชำระ
  7. ประเมินทางอาญา ภายในสามเดือนตามหัวข้อ 7 หากข้อเท็จจริงเข้าข่าย

ตัวอย่างข้อความทวงสั้น ๆ

เรียน คุณ... (ผู้รับฝากขาย)
อ้างถึงใบส่งมอบเลขที่ ... ลงวันที่ ... ผ้า 120 ผืน รายงานของท่านแจ้งยอดขาย 48 ผืน
แต่ยังไม่ได้รับโอนเงินตามกำหนดวันที่ 15 และจากการนับสต็อกวันที่ ... พบคงเหลือ 60 ผืน
ขอให้ท่านโอนเงิน 86,400 บาท และชี้แจงสต็อกที่ขาด 12 ผืน เป็นหนังสือภายในวันที่ ...
หากไม่ดำเนินการ ข้าพเจ้าสงวนสิทธิดำเนินการตามกฎหมาย

เช็กลิสต์ก่อนส่งสินค้าไปฝากขาย

เอกสาร

  • มีสัญญาฝากขายเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชัดว่าไม่ใช่ขายขาด
  • ใบส่งมอบแต่ละครั้งมีรายการ จำนวน ราคาตั้ง และลายเซ็นผู้รับ
  • มีภาพถ่ายสินค้าและหีบห่อตอนส่งมอบ

การควบคุม

  • กำหนดรอบตรวจนับสต็อกและผู้เซ็นยืนยัน
  • กำหนดวันส่งรายงานยอดขายและวันโอนเงิน
  • ทำตารางกระทบยอดทุกรอบและบันทึกคำอธิบายส่วนต่าง

ความเสี่ยง

  • ระบุผู้รับความเสี่ยงสูญหายและประกันภัย
  • ระบุส่วนสูญเสียที่ยอมรับได้ (ถ้ามี) และเงื่อนไขคืนสินค้า
  • มีขั้นตอนเมื่อผิดนัด ทั้งหนังสือทวง เบี้ยปรับ และการเลิกสัญญา

อ่านเพิ่มเติม

ฝากขายที่ปลอดภัยคือการเขียนให้ชัดว่าของเป็นของใคร ใครรับความเสี่ยง นับสต็อกเมื่อใด และส่งเงินเมื่อใด แล้วเก็บหลักฐานทุกรอบ

เราช่วยร่างและตรวจสัญญาฝากขาย ใบส่งมอบ และตารางกระทบยอด ตลอดจนหนังสือทวงสินค้าและเงิน หากต้องการปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือส่งรายละเอียดถึงเรา ดูเพิ่มที่สัญญาและเอกสารธุรกิจ


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ฝากขายกับขายขาดต่างกันอย่างไร+

การขายขาดโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อต้องจ่ายราคาไม่ว่าจะขายต่อได้หรือไม่ ส่วนการฝากขายโดยทั่วไป เจ้าของสินค้ายังเป็นเจ้าของจนกว่าผู้รับฝากขายจะขายให้ลูกค้าปลายทาง และผู้รับฝากขายทำหน้าที่คล้ายตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 หรือเป็นตัวแทนค้าต่างตามมาตรา 833 ถ้าขายในนามตนเองโดยเป็นการค้าของเขา ข้อตกลงจริงต้องดูจากสัญญา เอกสารส่งมอบ และพฤติกรรมของทั้งสองฝ่าย ดูหัวข้อที่ 1

สต็อกที่ฝากขายหาย ผู้รับฝากขายต้องรับผิดหรือไม่+

ขึ้นอยู่กับสัญญาและความผิดของผู้รับฝากขาย หากสัญญากำหนดให้ผู้รับฝากรับความเสี่ยงหรือต้องทำประกัน ต้องเป็นไปตามนั้น หากไม่ได้กำหนด ผู้รับฝากขายซึ่งทำหน้าที่แทนเจ้าของสินค้าต้องใช้ความระมัดระวังตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 809 ถึง 812 วางไว้ และเจ้าของสินค้ามักต้องพิสูจน์ว่าสินค้าถูกส่งมอบไปจริงและจำนวนที่ขาดคือเท่าใด ดูหัวข้อที่ 5

ผู้รับฝากขายขายสินค้าได้แล้วแต่ไม่ส่งเงิน ทำอะไรได้บ้าง+

ผู้รับฝากขายที่เป็นตัวแทนมีหน้าที่ส่งมอบเงินที่ได้รับเกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนให้ตัวการ (มาตรา 810) เจ้าของสินค้าจึงควรเรียกให้ส่งยอดขายและเงินเป็นหนังสือ ทวงคืนสินค้าที่ยังไม่ขาย และเรียกร้องทางแพ่งตามความเหมาะสม ดูหัวข้อที่ 8

การไม่ส่งเงินค่าขายของฝากขายเป็นความผิดอาญาฐานยักยอกหรือไม่+

อาจเป็นได้ในบางกรณี ถ้าผู้รับฝากขายครอบครองทรัพย์หรือเงินของเจ้าของแล้วเบียดบังเป็นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 แต่ไม่ใช่ทุกกรณีของการค้างจ่าย การค้างชำระธรรมดาเพราะขาดสภาพคล่องมักเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ความผิดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ (มาตรา 356) และผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96) ดูหัวข้อที่ 7

ควรเก็บหลักฐานอะไรเมื่อส่งสินค้าไปฝากขาย+

ใบส่งมอบสินค้าที่ผู้รับฝากขายเซ็นรับระบุรายการ จำนวน และราคาตั้ง บัตรสต็อกหรือรายงานสต็อกที่ตรวจนับร่วมกัน รายงานยอดขายหรือรายงานจากระบบ POS ผลกระทบยอดรายเดือน และภาพถ่ายหน้าร้านหรือชั้นวาง รวมทั้งข้อความโต้ตอบที่ยืนยันยอด ดูหัวข้อที่ 4

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา