กรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทขนาดกลางและเล็กมักต้องลงนามค้ำประกันเมื่อบริษัทขอสินเชื่อ เช่าซื้อรถหรือเครื่องจักร เช่าอาคาร หรือขอเครดิตจากซัพพลายเออร์ หลายปีต่อมาเมื่อลาออกหรือขายหุ้นไปแล้ว ก็มีหนังสือทวงถามมาถึงบ้าน เพราะบริษัทผิดนัดชำระ
คำถามแรกของคนที่ได้รับหนังสือเกือบทุกคนคือ "ผมออกไปแล้ว ทำไมยังเป็นเรื่องของผม" คำตอบอยู่ในเอกสารที่ลงนามไว้ ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งในวันนี้
คำตอบหลัก
ความรับผิดของคุณขึ้นกับว่าลงนามไว้ ในฐานะอะไร และ ในเอกสารฉบับไหน ไม่ใช่ว่าวันนี้ยังเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นหรือไม่ การลาออก การจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ และการโอนหุ้น เป็นเรื่องระหว่างคุณกับบริษัท ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาที่คุณทำไว้กับเจ้าหนี้
หลักกฎหมาย การค้ำประกันเป็นสัญญาระหว่างผู้ค้ำประกันกับเจ้าหนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681 จำกัดให้ผู้ค้ำประกันหนี้ในอนาคตรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ภายในจำนวนเงินสูงสุดและระยะเวลาที่ตกลง มาตรา 699 ให้บอกเลิกการค้ำประกันกิจการต่อเนื่องเพื่ออนาคตได้ มาตรา 700 ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นเมื่อเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำประกันไม่ยินยอม และมาตรา 698 ให้การค้ำประกันระงับเมื่อหนี้ประธานระงับ ทุกข้อขึ้นกับถ้อยคำในเอกสารและข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
คู่มือนี้เน้นเรื่องการค้ำประกันโดยเฉพาะ ถ้าบริษัทกำลังพิจารณาฟื้นฟูกิจการหรือเลิกกิจการ ดูคู่มือบริษัทประสบปัญหาการเงิน และถ้ากำลังจะลาออกจากกรรมการ ดูขั้นตอนส่งมอบงานในคู่มือกรรมการลาออก
1. คุณลงนามในฐานะอะไร: กรรมการ ผู้กู้ร่วม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้จำนอง
เปิดเอกสารทุกฉบับแล้วดูช่องลงนามและข้อความเหนือชื่อ ลายมือชื่อเดียวกันอาจมีผลต่างกันมาก
| ฐานะที่ลงนาม | ลักษณะในเอกสาร | ใครเป็นลูกหนี้ | ผลเมื่อออกจากบริษัท |
|---|---|---|---|
| กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท | ลงนาม "ในนามบริษัท" หรือ "ผู้มีอำนาจลงนาม" พร้อมประทับตราตามที่ข้อบังคับกำหนด | บริษัท | โดยทั่วไปไม่เป็นหนี้ส่วนตัว เว้นแต่ทำเกินอำนาจหรือมีเหตุให้รับผิดเป็นการส่วนตัว |
| ผู้กู้ร่วม หรือลูกหนี้ร่วม | ชื่ออยู่ในช่อง "ผู้กู้" ร่วมกับบริษัท | คุณและบริษัทเป็นลูกหนี้ชั้นต้นร่วมกัน | ยังเป็นผู้กู้อยู่จนกว่าเจ้าหนี้จะปลดหรือหนี้ระงับ |
| ผู้ค้ำประกัน | สัญญาค้ำประกันแยก หรือช่อง "ผู้ค้ำประกัน" | บริษัทเป็นลูกหนี้ชั้นต้น คุณรับผิดเมื่อบริษัทไม่ชำระ | ยังผูกพันตามขอบเขต วงเงิน และระยะเวลาในสัญญา |
| ผู้จำนองทรัพย์ของตัวเอง | สัญญาจำนองที่ดินหรือห้องชุดของคุณเป็นประกันหนี้บริษัท | บริษัท ทรัพย์ของคุณเป็นประกัน | ทรัพย์ยังติดจำนองจนกว่าจะไถ่ถอนหรือปลดจำนอง |
ข้อสังเกต
- หนึ่งคนอาจมีหลายฐานะพร้อมกัน เช่น ลงนามแทนบริษัทในสัญญากู้ และลงนามค้ำประกันส่วนตัวในอีกฉบับในวันเดียวกัน
- เอกสารที่ธนาคารให้ลงนามเป็นชุดหนาอาจมีทั้งสัญญาค้ำประกัน สัญญาจำนอง และข้อตกลงเพิ่มเติม ให้ขอสำเนาครบชุดจากเจ้าหนี้ถ้าไม่ได้เก็บไว้
- เช็คหรือตั๋วเงินที่สลักหลังหรือรับอาวัลไว้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้รับผิดเป็นการส่วนตัว ต้องตรวจแยก
- ดูหลักเรื่องใครผูกพันบริษัทได้ในบทความผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท
2. การค้ำประกันครอบคลุมหนี้อะไร เพดานเท่าไร และมีเอกสารแก้ไขหรือไม่
เมื่อรู้แล้วว่าเป็นผู้ค้ำประกัน ขั้นต่อไปคืออ่านว่าค้ำอะไรไว้
ค้ำหนี้รายเดียว หรือค้ำหนี้ในอนาคต
- ค้ำหนี้รายเดียว เช่น เงินกู้ก้อนหนึ่งตามสัญญาเลขที่ระบุ ความรับผิดผูกกับหนี้ก้อนนั้น
- ค้ำหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่หมุนเวียน เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือเครดิตการค้า มาตรา 681 กำหนดให้ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน (เว้นแต่เป็นการค้ำประกันกิจการต่อเนื่องหลายคราว) และผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ชัดแจ้งเท่านั้น
รายการที่ต้องตรวจในสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ
- ชื่อลูกหนี้ เลขที่และวันที่ของสัญญาหลักที่ค้ำ
- ประเภทหนี้หรือวงเงินที่ระบุ
- จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำ และระบุว่ารวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหรือไม่
- ระยะเวลาก่อหนี้ที่ค้ำ หรือวันสิ้นสุด
- เงื่อนไขการบอกเลิก และวิธีส่งคำบอกกล่าว
- มีผู้ค้ำประกันรายอื่นร่วมอยู่หรือไม่
เอกสารแก้ไขหลังจากที่ลาออก
บริษัทอาจขยายวงเงิน เปลี่ยนประเภทสินเชื่อ ต่ออายุ หรือปรับโครงสร้างหนี้หลังจากที่คุณออกไปแล้ว ให้ตรวจว่า
- คุณลงนามในเอกสารแก้ไขหรือสัญญาค้ำประกันฉบับใหม่หรือไม่
- วงเงินใหม่อยู่ในประเภทหนี้และเพดานที่คุณค้ำไว้เดิมหรือไม่
- มีการผ่อนเวลาชำระหนี้ที่มีกำหนดแน่นอนโดยคุณไม่ได้ยินยอมหรือไม่ (ดูหัวข้อ 5)
มาตรา 685/1 ทำให้ข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่งถึงวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ ข้อความในแบบฟอร์มที่เขียนกว้างหรือตัดสิทธิเหล่านี้จึงไม่ได้ใช้บังคับได้ทุกข้อ แต่ต้องให้ทนายอ่านจากเอกสารจริง
3. ผู้ค้ำประกันมีสิทธิอะไรที่ผู้กู้ร่วมไม่มี
ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดา
- มาตรา 681/1 ทำให้ข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ ข้อยกเว้นคือผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคลซึ่งยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
- มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงถาม ผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนได้ เว้นแต่ลูกหนี้ถูกพิพากษาให้ล้มละลายหรือไม่ปรากฏว่าอยู่ที่ใดในราชอาณาจักร
- มาตรา 689 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางชำระได้และบังคับได้ไม่ยาก เจ้าหนี้ต้องบังคับจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน
- มาตรา 690 ถ้าเจ้าหนี้ยึดถือทรัพย์ของลูกหนี้เป็นประกัน ผู้ค้ำประกันขอให้บังคับจากทรัพย์นั้นก่อนได้
- มาตรา 694 ผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้ที่ลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
ผู้กู้ร่วม เป็นลูกหนี้ชั้นต้น ไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690 เจ้าหนี้เรียกให้ชำระเต็มจำนวนได้เมื่อหนี้ถึงกำหนด การที่แบบฟอร์มเรียกคุณว่า "ผู้กู้ร่วม" ทั้งที่ความจริงคุณไม่ได้รับเงินกู้ เป็นประเด็นที่ต้องให้ทนายพิจารณาจากเอกสารและข้อเท็จจริง ไม่ใช่สรุปเอาเองว่าเป็นผู้ค้ำประกัน
ผู้จำนองทรัพย์ของตัวเอง มาตรา 727/1 จำกัดความรับผิดไม่เกินราคาทรัพย์ที่จำนองในเวลาบังคับจำนอง และทำให้ข้อตกลงให้รับผิดเกินกว่านั้นเป็นโมฆะ แต่มีข้อยกเว้นที่ตรงกับกรรมการโดยตรง คือเมื่อนิติบุคคลเป็นลูกหนี้ และผู้มีอำนาจจัดการหรือผู้มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นจำนองทรัพย์ของตนประกันหนี้นั้น และ ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้เป็นสัญญาต่างหาก กรรมการที่ทั้งจำนองและค้ำประกันจึงอาจรับผิดเกินราคาทรัพย์ได้
4. ลาออก เปลี่ยนกรรมการ และขายหุ้น: ต้องตรวจการปลดภาระแยกกัน
เหตุการณ์แต่ละอย่างเปลี่ยนเรื่องต่างกัน และไม่มีอย่างใดปลดการค้ำประกันเองได้
| เหตุการณ์ | สิ่งที่เปลี่ยน | สิ่งที่ไม่เปลี่ยน | สิ่งที่ต้องทำแยก |
|---|---|---|---|
| ยื่นใบลาออกจากกรรมการ | ความสัมพันธ์กับบริษัท | สัญญาค้ำประกันกับเจ้าหนี้ | แจ้งเจ้าหนี้เป็นหนังสือ ขอปลดหรือบอกเลิกตามหัวข้อนี้ |
| จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ | ข้อมูลผู้มีอำนาจในหนังสือรับรองบริษัท | สัญญาค้ำประกัน และสัญญาจำนอง | ส่งหนังสือรับรองฉบับใหม่ให้เจ้าหนี้ประกอบคำขอปลด |
| โอนหุ้นทั้งหมด | ฐานะผู้ถือหุ้น | สัญญาค้ำประกัน และสัญญาจำนอง | ให้ผู้ซื้อหรือบริษัทหาผู้ค้ำหรือหลักประกันแทน และได้หนังสือปลดจากเจ้าหนี้ |
| ถอนชื่อออกจากบัญชีธนาคาร | อำนาจสั่งจ่าย | สัญญาค้ำประกันวงเงินของบัญชีนั้น | ตรวจว่ามีวงเงินเบิกเกินบัญชีที่ค้ำไว้หรือไม่ |
ทางที่ปลดภาระได้จริง
- หนังสือปลดจากเจ้าหนี้ เป็นทางที่ชัดที่สุด ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจของเจ้าหนี้ ระบุสัญญาค้ำประกันเลขที่และวันที่ และระบุว่าปลดทั้งหมดหรือเฉพาะหนี้ในอนาคต
- บอกเลิกเพื่ออนาคตตามมาตรา 699 ใช้ได้กับการค้ำประกันกิจการที่ต่อเนื่องกันหลายคราวโดยไม่มีกำหนดเวลา ผู้ค้ำประกันบอกกล่าวแก่เจ้าหนี้ แล้วไม่ต้องรับผิดในกิจการที่ลูกหนี้ทำหลังคำบอกกล่าวไปถึง หนี้ที่เกิดก่อนหน้านั้นยังต้องรับผิด ข้อสัญญาที่ตัดสิทธินี้เป็นโมฆะตามมาตรา 685/1 ควรส่งทางที่พิสูจน์วันที่ถึงได้
- หนี้ประธานระงับ มาตรา 698 ให้การค้ำประกันระงับไปด้วย เช่น บริษัทชำระหนี้ครบและปิดวงเงินแล้ว ควรขอหนังสือยืนยันการปิดบัญชีและการคืนสัญญาค้ำประกัน
เมื่อขายหุ้น สัญญาซื้อขายหุ้นควรกำหนดให้
- ผู้ซื้อหรือบริษัทต้องหาหนังสือปลดจากเจ้าหนี้ให้ได้ภายในวันที่กำหนด หรือก่อนชำระราคางวดสุดท้าย
- มีผู้ค้ำหรือหลักประกันแทนเตรียมไว้
- ผู้ซื้อหรือบริษัทชดใช้ให้ถ้าคุณถูกเรียกชำระก่อนได้รับการปลด
- กันเงินบางส่วนของราคาหุ้นไว้จนกว่าจะได้หนังสือปลด
ข้อตกลงเหล่านี้ผูกเฉพาะคู่สัญญาซื้อขายหุ้น ไม่ผูกเจ้าหนี้ แต่ทำให้คุณมีสิทธิเรียกให้ชดใช้ ดูบริการซื้อขายกิจการ
5. หลังจากที่ออกไปแล้ว มีเหตุการณ์อะไรที่อาจลดหรือปลดความรับผิด
ตรวจว่าระหว่างที่คุณไม่อยู่ในบริษัท เจ้าหนี้และบริษัททำอะไรกันบ้าง
- การผ่อนเวลา มาตรา 700 ถ้าค้ำประกันหนี้ที่ต้องชำระในเวลาแน่นอน และเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น เว้นแต่ได้ตกลงด้วย ข้อตกลงที่ยินยอมไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ เว้นแต่ผู้ค้ำประกันเป็นสถาบันการเงินหรือรับค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ แต่มาตรา 691 กำหนดว่าข้อตกลงลดหนี้ที่ทำหลังลูกหนี้ผิดนัดแล้ว ถ้ามีการขยายเวลาชำระ ไม่ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700 จึงต้องดูวันที่และเนื้อหาของข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้แต่ละฉบับ
- การลดหนี้ มาตรา 691 ถ้าเจ้าหนี้ตกลงลดหนี้กับลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือภายในหกสิบวัน และถ้าหนี้ตามที่ลดได้รับชำระครบ ไม่ว่าโดยลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น
- หนังสือบอกกล่าวล่าช้า มาตรา 686 ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ถ้าไม่บอกกล่าวภายในกำหนด ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันที่เกิดหลังพ้นหกสิบวัน (ไม่ใช่หลุดพ้นจากต้นเงิน) และเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระก่อนหนังสือบอกกล่าวไปถึงไม่ได้
- ชำระตามเงื่อนไขเดิม มาตรา 686 ยังให้ผู้ค้ำประกันเลือกชำระเฉพาะส่วนที่ตนต้องรับผิดตามเงื่อนไขการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่ก่อนผิดนัดได้ ซึ่งอาจช่วยให้ผ่อนชำระแทนการจ่ายก้อนเดียว
เรื่องเหล่านี้ต้องพิสูจน์ด้วยเอกสาร เช่น วันที่บริษัทผิดนัด วันที่ได้รับหนังสือ และสำเนาข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้
6. ได้รับหนังสือทวงถามแล้ว ต้องเตรียมเอกสารอะไร
อย่าเพิ่ง
- ลงนามรับสภาพหนี้ บันทึกข้อตกลงชำระหนี้ หรือสัญญาค้ำประกันฉบับใหม่ ก่อนให้ทนายตรวจ
- ชำระเงินบางส่วนโดยไม่มีหนังสือระบุว่าชำระในฐานะอะไรและหนี้รายใด
- ปล่อยหนังสือไว้โดยไม่ตอบ เพราะขั้นต่อไปมักเป็นการฟ้องคดี
เอกสารที่ควรรวบรวม
- หนังสือทวงถามพร้อมซอง และบันทึกวันที่ได้รับ
- สัญญาค้ำประกัน สัญญาจำนอง และเอกสารแก้ไขทุกฉบับที่มีชื่อคุณ
- สัญญาสินเชื่อหลัก หนังสืออนุมัติวงเงิน และสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ที่หาได้
- ใบลาออก หลักฐานการยื่นต่อบริษัท และหนังสือรับรองบริษัทที่แสดงวันที่จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ
- สัญญาซื้อขายหุ้น ทะเบียนผู้ถือหุ้น และข้อตกลงเรื่องการปลดภาระค้ำประกันหรือการชดใช้
- หนังสือที่เคยส่งถึงเจ้าหนี้เพื่อขอปลดหรือบอกเลิกการค้ำประกัน พร้อมหลักฐานการส่ง
- หนังสือที่เจ้าหนี้เคยส่งมา เช่น หนังสือบอกกล่าวการผิดนัด หรือแจ้งการลดหนี้
- รายการบัญชีหนี้ที่ขอจากเจ้าหนี้ แยกต้นเงิน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และวันที่ผิดนัด
- รายการทรัพย์หลักประกันของบริษัทที่เจ้าหนี้ยึดถืออยู่
- ข้อมูลสถานะของบริษัท เช่น ยังดำเนินกิจการอยู่ อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ หรือถูกฟ้องล้มละลาย
สิ่งที่ทนายจะตรวจ
- ฐานะที่คุณลงนาม และสัญญาฉบับใดใช้บังคับกับหนี้ที่ทวงถาม
- หนี้ที่ทวงอยู่ในขอบเขต เพดาน และระยะเวลาที่ค้ำไว้หรือไม่
- เจ้าหนี้บอกกล่าวภายในหกสิบวันตามมาตรา 686 หรือไม่ และยอดดอกเบี้ยที่ทวงถูกต้องหรือไม่
- มีเหตุหลุดพ้นตามมาตรา 691, 698, 699 หรือ 700 หรือไม่
- สิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690 ถ้าเป็นผู้ค้ำประกันบุคคลธรรมดา
- สิทธิไล่เบี้ยเอาจากบริษัทตามมาตรา 693 หลังชำระ และสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อหุ้นชดใช้ตามสัญญา
ถ้าบริษัทอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการหรือล้มละลาย ผลต่อผู้ค้ำประกันมีกฎเกณฑ์เฉพาะ ดูภาพรวมในคู่มือเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ และถ้าถูกฟ้องหรือบังคับคดีแล้ว ดูคู่มือลูกหนี้ถูกบังคับคดี
7. เช็กลิสต์ผู้ค้ำประกันหนี้บริษัท
ก่อนลาออกหรือขายหุ้น
- รวบรวมสัญญาค้ำประกัน สัญญาจำนอง และเอกสารแก้ไขทุกฉบับที่มีชื่อคุณ
- ระบุฐานะที่ลงนามในแต่ละฉบับ: ลงนามแทนบริษัท ผู้กู้ร่วม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้จำนอง
- ตรวจขอบเขต เพดาน ระยะเวลา และเงื่อนไขบอกเลิกของสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ
- เจรจาให้บริษัทหรือผู้ซื้อหุ้นหาผู้ค้ำหรือหลักประกันแทน ก่อนวันออกจริง
- ใส่เงื่อนไขปลดภาระ การชดใช้ และการกันเงินในสัญญาซื้อขายหุ้นหรือบันทึกส่งมอบ
หลังออกจากบริษัท
- ส่งหนังสือขอปลด หรือบอกเลิกเพื่ออนาคตตามมาตรา 699 ถ้าเข้าเงื่อนไข และเก็บหลักฐานวันที่ถึง
- ได้หนังสือปลดจากเจ้าหนี้ที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจ ระบุสัญญาเลขที่และวันที่
- ติดตามว่าทรัพย์ที่จำนองไว้ได้รับการปลดจำนองที่สำนักงานที่ดินแล้ว
- ขอให้บริษัทแจ้งเมื่อมีการขยายวงเงิน ปรับโครงสร้างหนี้ หรือผิดนัด
เมื่อได้รับหนังสือทวงถาม
- บันทึกวันที่ได้รับ และไม่ลงนามเอกสารใหม่ก่อนตรวจ
- ขอรายการบัญชีหนี้แยกต้นเงิน ดอกเบี้ย และวันผิดนัด
- รวบรวมเอกสารตามหัวข้อ 6 และส่งให้ทนายตรวจ
- ตอบเจ้าหนี้เป็นหนังสือภายในเวลาที่เหมาะสม
อ่านเพิ่มเติม
- กรรมการลาออก: เช็กลิสต์ส่งมอบงาน — ขั้นตอนลาออกและบันทึกส่งมอบ
- บริษัทประสบปัญหาการเงิน: ทางเลือกที่มี — ฟื้นฟูกิจการ เจรจาหนี้ หรือเลิกกิจการ
- คู่มือเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ — เมื่อบริษัทเข้าสู่กระบวนการศาล
- ลูกหนี้ถูกบังคับคดี — เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว
- ความเสี่ยงของผู้ค้ำประกันเงินกู้ — พื้นฐานก่อนเซ็นค้ำ
- ยึดทรัพย์คู่สมรสของผู้ค้ำประกัน — ผลต่อทรัพย์สินในครอบครัว
- บริการ: ซื้อขายกิจการ · สัญญาและเอกสารธุรกิจ
ตำแหน่งในบริษัทเปลี่ยนได้ด้วยการลาออกหรือขายหุ้น แต่สัญญาค้ำประกันเปลี่ยนได้ด้วยหนังสือปลดจากเจ้าหนี้ การบอกเลิกตามกฎหมาย หรือหนี้ระงับเท่านั้น
เราช่วยอ่านสัญญาค้ำประกันและเอกสารแก้ไข ร่างหนังสือขอปลดหรือบอกเลิก ร่างเงื่อนไขปลดภาระในสัญญาซื้อขายหุ้น และตอบหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสารธุรกิจ
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

