ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ลาออกจากกรรมการหรือขายหุ้นแล้ว ยังต้องรับผิดหนี้ที่เคยเซ็นค้ำบริษัทหรือไม่

การลาออก การเปลี่ยนกรรมการ และการขายหุ้น ไม่ได้ปลดภาระค้ำประกันที่เคยลงนามไว้โดยอัตโนมัติ คู่มือนี้แยกการลงนามในฐานะกรรมการ ผู้กู้ร่วม และผู้ค้ำประกัน วิธีอ่านขอบเขตและวงเงินค้ำประกัน การขอปลดภาระแยกตามเหตุการณ์ และเอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อได้รับหนังสือทวงถาม

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ5 พฤศจิกายน 256912 นาที
ลาออกจากกรรมการหรือขายหุ้นแล้ว ยังต้องรับผิดหนี้ที่เคยเซ็นค้ำบริษัทหรือไม่

กรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทขนาดกลางและเล็กมักต้องลงนามค้ำประกันเมื่อบริษัทขอสินเชื่อ เช่าซื้อรถหรือเครื่องจักร เช่าอาคาร หรือขอเครดิตจากซัพพลายเออร์ หลายปีต่อมาเมื่อลาออกหรือขายหุ้นไปแล้ว ก็มีหนังสือทวงถามมาถึงบ้าน เพราะบริษัทผิดนัดชำระ

คำถามแรกของคนที่ได้รับหนังสือเกือบทุกคนคือ "ผมออกไปแล้ว ทำไมยังเป็นเรื่องของผม" คำตอบอยู่ในเอกสารที่ลงนามไว้ ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งในวันนี้

คำตอบหลัก

ความรับผิดของคุณขึ้นกับว่าลงนามไว้ ในฐานะอะไร และ ในเอกสารฉบับไหน ไม่ใช่ว่าวันนี้ยังเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นหรือไม่ การลาออก การจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ และการโอนหุ้น เป็นเรื่องระหว่างคุณกับบริษัท ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาที่คุณทำไว้กับเจ้าหนี้

หลักกฎหมาย การค้ำประกันเป็นสัญญาระหว่างผู้ค้ำประกันกับเจ้าหนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681 จำกัดให้ผู้ค้ำประกันหนี้ในอนาคตรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ภายในจำนวนเงินสูงสุดและระยะเวลาที่ตกลง มาตรา 699 ให้บอกเลิกการค้ำประกันกิจการต่อเนื่องเพื่ออนาคตได้ มาตรา 700 ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นเมื่อเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำประกันไม่ยินยอม และมาตรา 698 ให้การค้ำประกันระงับเมื่อหนี้ประธานระงับ ทุกข้อขึ้นกับถ้อยคำในเอกสารและข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง

คู่มือนี้เน้นเรื่องการค้ำประกันโดยเฉพาะ ถ้าบริษัทกำลังพิจารณาฟื้นฟูกิจการหรือเลิกกิจการ ดูคู่มือบริษัทประสบปัญหาการเงิน และถ้ากำลังจะลาออกจากกรรมการ ดูขั้นตอนส่งมอบงานในคู่มือกรรมการลาออก

1. คุณลงนามในฐานะอะไร: กรรมการ ผู้กู้ร่วม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้จำนอง

เปิดเอกสารทุกฉบับแล้วดูช่องลงนามและข้อความเหนือชื่อ ลายมือชื่อเดียวกันอาจมีผลต่างกันมาก

ฐานะที่ลงนามลักษณะในเอกสารใครเป็นลูกหนี้ผลเมื่อออกจากบริษัท
กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทลงนาม "ในนามบริษัท" หรือ "ผู้มีอำนาจลงนาม" พร้อมประทับตราตามที่ข้อบังคับกำหนดบริษัทโดยทั่วไปไม่เป็นหนี้ส่วนตัว เว้นแต่ทำเกินอำนาจหรือมีเหตุให้รับผิดเป็นการส่วนตัว
ผู้กู้ร่วม หรือลูกหนี้ร่วมชื่ออยู่ในช่อง "ผู้กู้" ร่วมกับบริษัทคุณและบริษัทเป็นลูกหนี้ชั้นต้นร่วมกันยังเป็นผู้กู้อยู่จนกว่าเจ้าหนี้จะปลดหรือหนี้ระงับ
ผู้ค้ำประกันสัญญาค้ำประกันแยก หรือช่อง "ผู้ค้ำประกัน"บริษัทเป็นลูกหนี้ชั้นต้น คุณรับผิดเมื่อบริษัทไม่ชำระยังผูกพันตามขอบเขต วงเงิน และระยะเวลาในสัญญา
ผู้จำนองทรัพย์ของตัวเองสัญญาจำนองที่ดินหรือห้องชุดของคุณเป็นประกันหนี้บริษัทบริษัท ทรัพย์ของคุณเป็นประกันทรัพย์ยังติดจำนองจนกว่าจะไถ่ถอนหรือปลดจำนอง

ข้อสังเกต

  • หนึ่งคนอาจมีหลายฐานะพร้อมกัน เช่น ลงนามแทนบริษัทในสัญญากู้ และลงนามค้ำประกันส่วนตัวในอีกฉบับในวันเดียวกัน
  • เอกสารที่ธนาคารให้ลงนามเป็นชุดหนาอาจมีทั้งสัญญาค้ำประกัน สัญญาจำนอง และข้อตกลงเพิ่มเติม ให้ขอสำเนาครบชุดจากเจ้าหนี้ถ้าไม่ได้เก็บไว้
  • เช็คหรือตั๋วเงินที่สลักหลังหรือรับอาวัลไว้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้รับผิดเป็นการส่วนตัว ต้องตรวจแยก
  • ดูหลักเรื่องใครผูกพันบริษัทได้ในบทความผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท

2. การค้ำประกันครอบคลุมหนี้อะไร เพดานเท่าไร และมีเอกสารแก้ไขหรือไม่

เมื่อรู้แล้วว่าเป็นผู้ค้ำประกัน ขั้นต่อไปคืออ่านว่าค้ำอะไรไว้

ค้ำหนี้รายเดียว หรือค้ำหนี้ในอนาคต

  • ค้ำหนี้รายเดียว เช่น เงินกู้ก้อนหนึ่งตามสัญญาเลขที่ระบุ ความรับผิดผูกกับหนี้ก้อนนั้น
  • ค้ำหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่หมุนเวียน เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือเครดิตการค้า มาตรา 681 กำหนดให้ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน (เว้นแต่เป็นการค้ำประกันกิจการต่อเนื่องหลายคราว) และผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ชัดแจ้งเท่านั้น

รายการที่ต้องตรวจในสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ

  • ชื่อลูกหนี้ เลขที่และวันที่ของสัญญาหลักที่ค้ำ
  • ประเภทหนี้หรือวงเงินที่ระบุ
  • จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำ และระบุว่ารวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหรือไม่
  • ระยะเวลาก่อหนี้ที่ค้ำ หรือวันสิ้นสุด
  • เงื่อนไขการบอกเลิก และวิธีส่งคำบอกกล่าว
  • มีผู้ค้ำประกันรายอื่นร่วมอยู่หรือไม่

เอกสารแก้ไขหลังจากที่ลาออก

บริษัทอาจขยายวงเงิน เปลี่ยนประเภทสินเชื่อ ต่ออายุ หรือปรับโครงสร้างหนี้หลังจากที่คุณออกไปแล้ว ให้ตรวจว่า

  • คุณลงนามในเอกสารแก้ไขหรือสัญญาค้ำประกันฉบับใหม่หรือไม่
  • วงเงินใหม่อยู่ในประเภทหนี้และเพดานที่คุณค้ำไว้เดิมหรือไม่
  • มีการผ่อนเวลาชำระหนี้ที่มีกำหนดแน่นอนโดยคุณไม่ได้ยินยอมหรือไม่ (ดูหัวข้อ 5)

มาตรา 685/1 ทำให้ข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่งถึงวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ ข้อความในแบบฟอร์มที่เขียนกว้างหรือตัดสิทธิเหล่านี้จึงไม่ได้ใช้บังคับได้ทุกข้อ แต่ต้องให้ทนายอ่านจากเอกสารจริง

3. ผู้ค้ำประกันมีสิทธิอะไรที่ผู้กู้ร่วมไม่มี

ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดา

  • มาตรา 681/1 ทำให้ข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ ข้อยกเว้นคือผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคลซึ่งยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
  • มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงถาม ผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนได้ เว้นแต่ลูกหนี้ถูกพิพากษาให้ล้มละลายหรือไม่ปรากฏว่าอยู่ที่ใดในราชอาณาจักร
  • มาตรา 689 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางชำระได้และบังคับได้ไม่ยาก เจ้าหนี้ต้องบังคับจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน
  • มาตรา 690 ถ้าเจ้าหนี้ยึดถือทรัพย์ของลูกหนี้เป็นประกัน ผู้ค้ำประกันขอให้บังคับจากทรัพย์นั้นก่อนได้
  • มาตรา 694 ผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้ที่ลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย

ผู้กู้ร่วม เป็นลูกหนี้ชั้นต้น ไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690 เจ้าหนี้เรียกให้ชำระเต็มจำนวนได้เมื่อหนี้ถึงกำหนด การที่แบบฟอร์มเรียกคุณว่า "ผู้กู้ร่วม" ทั้งที่ความจริงคุณไม่ได้รับเงินกู้ เป็นประเด็นที่ต้องให้ทนายพิจารณาจากเอกสารและข้อเท็จจริง ไม่ใช่สรุปเอาเองว่าเป็นผู้ค้ำประกัน

ผู้จำนองทรัพย์ของตัวเอง มาตรา 727/1 จำกัดความรับผิดไม่เกินราคาทรัพย์ที่จำนองในเวลาบังคับจำนอง และทำให้ข้อตกลงให้รับผิดเกินกว่านั้นเป็นโมฆะ แต่มีข้อยกเว้นที่ตรงกับกรรมการโดยตรง คือเมื่อนิติบุคคลเป็นลูกหนี้ และผู้มีอำนาจจัดการหรือผู้มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นจำนองทรัพย์ของตนประกันหนี้นั้น และ ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้เป็นสัญญาต่างหาก กรรมการที่ทั้งจำนองและค้ำประกันจึงอาจรับผิดเกินราคาทรัพย์ได้

4. ลาออก เปลี่ยนกรรมการ และขายหุ้น: ต้องตรวจการปลดภาระแยกกัน

เหตุการณ์แต่ละอย่างเปลี่ยนเรื่องต่างกัน และไม่มีอย่างใดปลดการค้ำประกันเองได้

เหตุการณ์สิ่งที่เปลี่ยนสิ่งที่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่ต้องทำแยก
ยื่นใบลาออกจากกรรมการความสัมพันธ์กับบริษัทสัญญาค้ำประกันกับเจ้าหนี้แจ้งเจ้าหนี้เป็นหนังสือ ขอปลดหรือบอกเลิกตามหัวข้อนี้
จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการข้อมูลผู้มีอำนาจในหนังสือรับรองบริษัทสัญญาค้ำประกัน และสัญญาจำนองส่งหนังสือรับรองฉบับใหม่ให้เจ้าหนี้ประกอบคำขอปลด
โอนหุ้นทั้งหมดฐานะผู้ถือหุ้นสัญญาค้ำประกัน และสัญญาจำนองให้ผู้ซื้อหรือบริษัทหาผู้ค้ำหรือหลักประกันแทน และได้หนังสือปลดจากเจ้าหนี้
ถอนชื่อออกจากบัญชีธนาคารอำนาจสั่งจ่ายสัญญาค้ำประกันวงเงินของบัญชีนั้นตรวจว่ามีวงเงินเบิกเกินบัญชีที่ค้ำไว้หรือไม่

ทางที่ปลดภาระได้จริง

  • หนังสือปลดจากเจ้าหนี้ เป็นทางที่ชัดที่สุด ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจของเจ้าหนี้ ระบุสัญญาค้ำประกันเลขที่และวันที่ และระบุว่าปลดทั้งหมดหรือเฉพาะหนี้ในอนาคต
  • บอกเลิกเพื่ออนาคตตามมาตรา 699 ใช้ได้กับการค้ำประกันกิจการที่ต่อเนื่องกันหลายคราวโดยไม่มีกำหนดเวลา ผู้ค้ำประกันบอกกล่าวแก่เจ้าหนี้ แล้วไม่ต้องรับผิดในกิจการที่ลูกหนี้ทำหลังคำบอกกล่าวไปถึง หนี้ที่เกิดก่อนหน้านั้นยังต้องรับผิด ข้อสัญญาที่ตัดสิทธินี้เป็นโมฆะตามมาตรา 685/1 ควรส่งทางที่พิสูจน์วันที่ถึงได้
  • หนี้ประธานระงับ มาตรา 698 ให้การค้ำประกันระงับไปด้วย เช่น บริษัทชำระหนี้ครบและปิดวงเงินแล้ว ควรขอหนังสือยืนยันการปิดบัญชีและการคืนสัญญาค้ำประกัน

เมื่อขายหุ้น สัญญาซื้อขายหุ้นควรกำหนดให้

  • ผู้ซื้อหรือบริษัทต้องหาหนังสือปลดจากเจ้าหนี้ให้ได้ภายในวันที่กำหนด หรือก่อนชำระราคางวดสุดท้าย
  • มีผู้ค้ำหรือหลักประกันแทนเตรียมไว้
  • ผู้ซื้อหรือบริษัทชดใช้ให้ถ้าคุณถูกเรียกชำระก่อนได้รับการปลด
  • กันเงินบางส่วนของราคาหุ้นไว้จนกว่าจะได้หนังสือปลด

ข้อตกลงเหล่านี้ผูกเฉพาะคู่สัญญาซื้อขายหุ้น ไม่ผูกเจ้าหนี้ แต่ทำให้คุณมีสิทธิเรียกให้ชดใช้ ดูบริการซื้อขายกิจการ

5. หลังจากที่ออกไปแล้ว มีเหตุการณ์อะไรที่อาจลดหรือปลดความรับผิด

ตรวจว่าระหว่างที่คุณไม่อยู่ในบริษัท เจ้าหนี้และบริษัททำอะไรกันบ้าง

  • การผ่อนเวลา มาตรา 700 ถ้าค้ำประกันหนี้ที่ต้องชำระในเวลาแน่นอน และเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น เว้นแต่ได้ตกลงด้วย ข้อตกลงที่ยินยอมไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ เว้นแต่ผู้ค้ำประกันเป็นสถาบันการเงินหรือรับค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ แต่มาตรา 691 กำหนดว่าข้อตกลงลดหนี้ที่ทำหลังลูกหนี้ผิดนัดแล้ว ถ้ามีการขยายเวลาชำระ ไม่ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700 จึงต้องดูวันที่และเนื้อหาของข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้แต่ละฉบับ
  • การลดหนี้ มาตรา 691 ถ้าเจ้าหนี้ตกลงลดหนี้กับลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือภายในหกสิบวัน และถ้าหนี้ตามที่ลดได้รับชำระครบ ไม่ว่าโดยลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น
  • หนังสือบอกกล่าวล่าช้า มาตรา 686 ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ถ้าไม่บอกกล่าวภายในกำหนด ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันที่เกิดหลังพ้นหกสิบวัน (ไม่ใช่หลุดพ้นจากต้นเงิน) และเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระก่อนหนังสือบอกกล่าวไปถึงไม่ได้
  • ชำระตามเงื่อนไขเดิม มาตรา 686 ยังให้ผู้ค้ำประกันเลือกชำระเฉพาะส่วนที่ตนต้องรับผิดตามเงื่อนไขการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่ก่อนผิดนัดได้ ซึ่งอาจช่วยให้ผ่อนชำระแทนการจ่ายก้อนเดียว

เรื่องเหล่านี้ต้องพิสูจน์ด้วยเอกสาร เช่น วันที่บริษัทผิดนัด วันที่ได้รับหนังสือ และสำเนาข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้

6. ได้รับหนังสือทวงถามแล้ว ต้องเตรียมเอกสารอะไร

อย่าเพิ่ง

  • ลงนามรับสภาพหนี้ บันทึกข้อตกลงชำระหนี้ หรือสัญญาค้ำประกันฉบับใหม่ ก่อนให้ทนายตรวจ
  • ชำระเงินบางส่วนโดยไม่มีหนังสือระบุว่าชำระในฐานะอะไรและหนี้รายใด
  • ปล่อยหนังสือไว้โดยไม่ตอบ เพราะขั้นต่อไปมักเป็นการฟ้องคดี

เอกสารที่ควรรวบรวม

  • หนังสือทวงถามพร้อมซอง และบันทึกวันที่ได้รับ
  • สัญญาค้ำประกัน สัญญาจำนอง และเอกสารแก้ไขทุกฉบับที่มีชื่อคุณ
  • สัญญาสินเชื่อหลัก หนังสืออนุมัติวงเงิน และสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ที่หาได้
  • ใบลาออก หลักฐานการยื่นต่อบริษัท และหนังสือรับรองบริษัทที่แสดงวันที่จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ
  • สัญญาซื้อขายหุ้น ทะเบียนผู้ถือหุ้น และข้อตกลงเรื่องการปลดภาระค้ำประกันหรือการชดใช้
  • หนังสือที่เคยส่งถึงเจ้าหนี้เพื่อขอปลดหรือบอกเลิกการค้ำประกัน พร้อมหลักฐานการส่ง
  • หนังสือที่เจ้าหนี้เคยส่งมา เช่น หนังสือบอกกล่าวการผิดนัด หรือแจ้งการลดหนี้
  • รายการบัญชีหนี้ที่ขอจากเจ้าหนี้ แยกต้นเงิน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และวันที่ผิดนัด
  • รายการทรัพย์หลักประกันของบริษัทที่เจ้าหนี้ยึดถืออยู่
  • ข้อมูลสถานะของบริษัท เช่น ยังดำเนินกิจการอยู่ อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ หรือถูกฟ้องล้มละลาย

สิ่งที่ทนายจะตรวจ

  • ฐานะที่คุณลงนาม และสัญญาฉบับใดใช้บังคับกับหนี้ที่ทวงถาม
  • หนี้ที่ทวงอยู่ในขอบเขต เพดาน และระยะเวลาที่ค้ำไว้หรือไม่
  • เจ้าหนี้บอกกล่าวภายในหกสิบวันตามมาตรา 686 หรือไม่ และยอดดอกเบี้ยที่ทวงถูกต้องหรือไม่
  • มีเหตุหลุดพ้นตามมาตรา 691, 698, 699 หรือ 700 หรือไม่
  • สิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690 ถ้าเป็นผู้ค้ำประกันบุคคลธรรมดา
  • สิทธิไล่เบี้ยเอาจากบริษัทตามมาตรา 693 หลังชำระ และสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อหุ้นชดใช้ตามสัญญา

ถ้าบริษัทอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการหรือล้มละลาย ผลต่อผู้ค้ำประกันมีกฎเกณฑ์เฉพาะ ดูภาพรวมในคู่มือเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ และถ้าถูกฟ้องหรือบังคับคดีแล้ว ดูคู่มือลูกหนี้ถูกบังคับคดี

7. เช็กลิสต์ผู้ค้ำประกันหนี้บริษัท

ก่อนลาออกหรือขายหุ้น

  • รวบรวมสัญญาค้ำประกัน สัญญาจำนอง และเอกสารแก้ไขทุกฉบับที่มีชื่อคุณ
  • ระบุฐานะที่ลงนามในแต่ละฉบับ: ลงนามแทนบริษัท ผู้กู้ร่วม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้จำนอง
  • ตรวจขอบเขต เพดาน ระยะเวลา และเงื่อนไขบอกเลิกของสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ
  • เจรจาให้บริษัทหรือผู้ซื้อหุ้นหาผู้ค้ำหรือหลักประกันแทน ก่อนวันออกจริง
  • ใส่เงื่อนไขปลดภาระ การชดใช้ และการกันเงินในสัญญาซื้อขายหุ้นหรือบันทึกส่งมอบ

หลังออกจากบริษัท

  • ส่งหนังสือขอปลด หรือบอกเลิกเพื่ออนาคตตามมาตรา 699 ถ้าเข้าเงื่อนไข และเก็บหลักฐานวันที่ถึง
  • ได้หนังสือปลดจากเจ้าหนี้ที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจ ระบุสัญญาเลขที่และวันที่
  • ติดตามว่าทรัพย์ที่จำนองไว้ได้รับการปลดจำนองที่สำนักงานที่ดินแล้ว
  • ขอให้บริษัทแจ้งเมื่อมีการขยายวงเงิน ปรับโครงสร้างหนี้ หรือผิดนัด

เมื่อได้รับหนังสือทวงถาม

  • บันทึกวันที่ได้รับ และไม่ลงนามเอกสารใหม่ก่อนตรวจ
  • ขอรายการบัญชีหนี้แยกต้นเงิน ดอกเบี้ย และวันผิดนัด
  • รวบรวมเอกสารตามหัวข้อ 6 และส่งให้ทนายตรวจ
  • ตอบเจ้าหนี้เป็นหนังสือภายในเวลาที่เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม

ตำแหน่งในบริษัทเปลี่ยนได้ด้วยการลาออกหรือขายหุ้น แต่สัญญาค้ำประกันเปลี่ยนได้ด้วยหนังสือปลดจากเจ้าหนี้ การบอกเลิกตามกฎหมาย หรือหนี้ระงับเท่านั้น

เราช่วยอ่านสัญญาค้ำประกันและเอกสารแก้ไข ร่างหนังสือขอปลดหรือบอกเลิก ร่างเงื่อนไขปลดภาระในสัญญาซื้อขายหุ้น และตอบหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสารธุรกิจ


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ลาออกจากกรรมการและจดทะเบียนแล้ว การค้ำประกันสิ้นสุดด้วยหรือไม่+

ไม่สิ้นสุดโดยอัตโนมัติ สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาระหว่างตัวคุณกับเจ้าหนี้ ไม่ได้ผูกกับตำแหน่งกรรมการ การจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการเปลี่ยนเพียงข้อมูลว่าใครมีอำนาจทำการแทนบริษัท ต้องขอให้เจ้าหนี้ปลดเป็นหนังสือ หรือใช้สิทธิตามกฎหมายและสัญญาเป็นเรื่องแยกต่างหาก (ดูหัวข้อ 4)

ผู้ค้ำประกันกับผู้กู้ร่วมต่างกันอย่างไร+

ผู้กู้ร่วมเป็นลูกหนี้ชั้นต้นเท่ากับบริษัท เจ้าหนี้เรียกให้ชำระได้ทันทีเมื่อหนี้ถึงกำหนด ส่วนผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดามีสิทธิตามมาตรา 688 ถึง 690 เช่น ขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน หรือขอให้บังคับเอาจากทรัพย์ที่เป็นประกันก่อน และมาตรา 681/1 ทำให้ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ (ดูหัวข้อ 1 และ 3)

ธนาคารเพิ่มวงเงินให้บริษัทหลังจากที่ลาออกไปแล้ว ต้องรับผิดในวงเงินใหม่ด้วยไหม+

ต้องดูสัญญาค้ำประกันที่ลงนามไว้ มาตรา 681 กำหนดให้การค้ำประกันหนี้ในอนาคตระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลา และผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ ถ้าไม่ได้ลงนามในเอกสารแก้ไขหรือค้ำประกันฉบับใหม่ ให้ตรวจว่าวงเงินใหม่อยู่ในขอบเขตและเพดานเดิมหรือไม่ (ดูหัวข้อ 2)

ยกเลิกการค้ำประกันเองได้หรือไม่+

ถ้าเป็นการค้ำประกันกิจการที่ต่อเนื่องกันหลายคราวโดยไม่มีกำหนดเวลา มาตรา 699 ให้ผู้ค้ำประกันบอกเลิกเพื่อคราวในอนาคตได้โดยบอกกล่าวแก่เจ้าหนี้ แต่ยังต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดก่อนคำบอกกล่าวไปถึง ถ้าเป็นการค้ำประกันหนี้รายเดียวที่มีกำหนดแน่นอน ต้องเจรจาให้เจ้าหนี้ยินยอมปลด (ดูหัวข้อ 4)

ได้รับหนังสือทวงถามจากธนาคาร ต้องเตรียมเอกสารอะไร+

หนังสือทวงถามพร้อมซองและวันที่ได้รับ สัญญาค้ำประกันและเอกสารแก้ไขทุกฉบับ สัญญากู้และสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หลักฐานการลาออกและหนังสือรับรองบริษัท เอกสารขายหุ้น หนังสือปลดภาระหรือหนังสือบอกเลิกการค้ำประกัน และรายการบัญชีหนี้ที่แยกต้นเงิน ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม (ดูหัวข้อ 6)

แหล่งอ้างอิง

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา