คำตอบหลัก
หลังงานศพ ทายาทเปิดตู้เอกสารแล้วเจอพินัยกรรมฉบับหนึ่ง อีกสัปดาห์ต่อมามีคนเจออีกฉบับ หรือมีญาติส่งพินัยกรรมที่ทำในต่างประเทศมาให้ แต่ละฉบับพูดไม่เหมือนกัน คำถามที่ตามมาคือ "ฉบับไหนใช้ได้" บทความนี้ให้ลำดับการตรวจที่ควรทำก่อนจะเถียงกันหรือไปศาล เรื่องแบบพินัยกรรมและหลักฐานปลอมแปลง ดูคู่มือพินัยกรรมที่สงสัยว่าปลอมหรือถูกกดดัน ส่วนพินัยกรรมของชาวต่างชาติโดยทั่วไป ดูคู่มือพินัยกรรมต่างประเทศ ที่นี่พูดเฉพาะกรณีที่มีหลายฉบับอยู่ตรงหน้า
หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481) พินัยกรรมต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 1656 ถึง 1663) พินัยกรรมที่ขัดต่อแบบเป็นโมฆะ (มาตรา 1705) ผู้ทำพินัยกรรมเพิกถอนพินัยกรรมของตนทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทุกเมื่อ ตามวิธีในมาตรา 1694 ถึง 1697 วิธีหนึ่งคือทำพินัยกรรมฉบับใหม่ อีกวิธีคือทำลายหรือขีดฆ่าต้นฉบับด้วยเจตนาเพิกถอน และมาตรา 1697 กำหนดว่าถ้าผู้ทำไม่ได้แสดงเจตนาเป็นอย่างอื่น พินัยกรรมฉบับก่อนเป็นอันเพิกถอนเฉพาะส่วนที่ขัดกับฉบับหลัง ถ้ามีองค์ประกอบต่างประเทศ มาตรา 37 ถึง 42 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 บอกว่าต้องใช้กฎหมายของประเทศใดกับเรื่องใด
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ปัญหาส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยตารางเดียว คือเรียงทุกฉบับตามวันที่ แล้วดูว่าแต่ละฉบับครอบคลุมทรัพย์อะไร และขัดกันตรงไหน ทายาทมักเริ่มจากถามว่าใครถูกใครผิด ซึ่งช้ากว่าและทำให้ความสัมพันธ์เสียก่อนรู้ข้อเท็จจริง และการตัดสินว่าฉบับไหนใช้ได้ ท้ายที่สุดเป็นอำนาจของศาล
ตัวอย่างสมมติ คุณบุญเลิศ ชาวอำเภอเมืองขอนแก่น เสียชีวิต ลูกสองคนคือนภาและธีรพงษ์ เจอพินัยกรรมสามฉบับ ฉบับ ก ทำที่อำเภอเมื่อปี 2559 ยกบ้านและที่ดินให้นภา แบ่งเงินฝากเท่ากัน ตั้งนภาเป็นผู้จัดการมรดก ฉบับ ข เขียนด้วยลายมือ ลงวันที่ปี 2565 พบในตู้เสื้อผ้า ยกที่ดินแปลงไร่ให้ธีรพงษ์ ตั้งธีรพงษ์เป็นผู้จัดการมรดก ฉบับ ค ทำที่เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ปี 2563 ยกบัญชีและหุ้นที่นั่นให้ธีรพงษ์ และมีข้อ "ยกเลิกพินัยกรรมทุกฉบับก่อนหน้า" เราจะใช้ครอบครัวนี้ในทุกหัวข้อ
1. ขั้นที่ 1 และ 2: รวบรวมเอกสารทั้งหมด แล้วตรวจแบบ
ขั้นที่ 1 รวบรวมและเก็บต้นฉบับ อย่าเพิ่งตัดสินว่าฉบับไหนจริงหรือเท็จ ให้ทำสามอย่าง
- รวบรวมทุกฉบับ ทุกสำเนา ทุกร่าง รวมถึงที่อยู่ในโทรศัพท์ อีเมล หรือกับทนายความและธนาคารของผู้ตาย
- เก็บต้นฉบับไว้ที่เดียว ห่อให้แห้ง ไม่เติม ไม่ขีดเขียน ไม่แกะแม็ก ไม่เซ็นกำกับ ถ่ายภาพทั้งสองด้านก่อนส่งต่อใคร
- จดว่าใครเจอ เจอที่ไหน เมื่อไร มีใครอยู่ด้วย เพราะภายหลังอาจถูกถามเรื่องนี้
ขั้นที่ 2 ตรวจแบบของแต่ละฉบับ แบบที่พบบ่อยมีดังนี้ (ดูรายละเอียดในคู่มือเรื่องปลอมแปลงที่ลิงก์ไว้ด้านบน)
- แบบธรรมดา (มาตรา 1656) ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
- แบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657) ผู้ทำเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ ลงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อ
- แบบเอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา 1658) ทำต่อเจ้าหน้าที่ที่อำเภอ
- แบบเอกสารลับ (มาตรา 1660)
ฉบับที่ขัดต่อแบบเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ถ้าฉบับใดโมฆะ ก็ไม่ต้องเสียเวลาถกว่าฉบับนั้นขัดกับฉบับอื่นหรือไม่ แต่ให้ระวัง การบอกว่า "ไม่ถูกแบบ" ต้องมีเหตุผลจากเอกสาร ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าเนื้อหาไม่เป็นธรรม
ในครอบครัวคุณบุญเลิศ ฉบับ ข เขียนเองทั้งฉบับ ต้องดูว่าเป็นลายมือของเขาทั้งหมดและมีวันที่กับลายมือชื่อครบ ส่วนฉบับ ก เป็นเอกสารที่อำเภอ ควรขอสำเนาที่รับรองจากอำเภอไว้เทียบ
2. ขั้นที่ 3 และ 4: เรียงตามวันที่ แล้วอ่านกฎการเพิกถอน
เรียงฉบับตามวันที่ทำ ไม่ใช่วันที่เจอ แล้วอ่านกฎสี่ข้อ
- เพิกถอนได้ทุกเมื่อ (มาตรา 1693) ผู้ทำพินัยกรรมเปลี่ยนใจได้จนวันตาย การทำพินัยกรรมไว้ไม่ผูกมัดเขา
- เพิกถอนด้วยพินัยกรรมฉบับหลัง (มาตรา 1694) เมื่อฉบับหลังบอกชัดว่าเพิกถอนฉบับก่อน (ทั้งหมดหรือบางส่วน) ต้องดูว่าฉบับหลังใช้ได้เองหรือไม่ ถ้าฉบับหลังเป็นโมฆะ ข้อความเพิกถอนก็ไม่น่าจะมีผลตามไปด้วย ควรให้ทนายตรวจตามข้อเท็จจริง
- เพิกถอนด้วยการทำลายหรือขีดฆ่า (มาตรา 1695) ถ้าผู้ทำทำลายหรือขีดฆ่าต้นฉบับด้วยเจตนาเพิกถอน ก็เป็นการเพิกถอน แต่ต้องพิสูจน์เจตนา ต้นฉบับที่หายเฉย ๆ ไม่เท่ากับถูกเพิกถอน และถ้ามีต้นฉบับหลายฉบับ ให้ถามทนายก่อนสรุป นอกจากนี้ถ้าผู้ทำโอนหรือทำลายทรัพย์ที่ยกให้ในพินัยกรรมด้วยเจตนา ข้อกำหนดเรื่องทรัพย์นั้นเป็นอันเพิกถอน (มาตรา 1696)
- ฉบับหลังเพิกถอนฉบับก่อนเท่าที่ขัดกัน (มาตรา 1697) ถ้าผู้ทำไม่ได้แสดงเจตนาเป็นอย่างอื่น ฉบับก่อนเป็นอันเพิกถอนเฉพาะส่วนที่ขัดกับฉบับหลัง
ข้อที่คนมักเข้าใจผิดคือ "ฉบับใหม่ล้างฉบับเก่าทั้งหมด" ตามกฎหมายแล้วไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป ต้องดูข้อความของฉบับใหม่ว่าพูดถึงอะไร
3. สถานการณ์ที่พบบ่อย ฉบับไหนใช้
ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ผลจริงขึ้นอยู่กับข้อความและแบบของแต่ละฉบับ
| สถานการณ์ | แนวทางเบื้องต้น | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| สองฉบับ วันที่ต่างกัน ข้อความขัดกัน | ถ้าทั้งสองฉบับใช้ได้ ฉบับหลังมีผลเหนือส่วนที่ขัดกัน (มาตรา 1697) | แบบของทั้งสองฉบับ (มาตรา 1705) และวันที่ที่ชัดเจน |
| ฉบับหลังไม่พูดถึงทรัพย์บางรายการ | ทรัพย์ที่ฉบับหลังไม่พูดถึงมักยังเป็นไปตามฉบับก่อน เพราะไม่ได้ขัดกัน | ว่าฉบับหลังตั้งใจยกทรัพย์ทั้งหมดหรือไม่ และมีข้อความเพิกถอนทั้งฉบับหรือไม่ |
| ฉบับหลังเขียนว่า "ยกเลิกพินัยกรรมทุกฉบับก่อนหน้า" | เป็นการเพิกถอนทั้งหมดตามมาตรา 1693 และ 1694 ถ้าฉบับหลังใช้ได้ | ฉบับหลังต้องถูกแบบ ถ้ามีต่างประเทศ ดูมาตรา 42 (ข้อ 5) |
| ฉบับก่อนฝากที่อำเภอ ฉบับหลังเขียนเองเก็บที่บ้าน | ที่เก็บไม่ตัดสิน ให้ดูแบบและวันที่ ฉบับเขียนเองที่ถูกแบบ (มาตรา 1657) และทำทีหลัง มีผลเหนือส่วนที่ขัดกัน | ขอสำเนารับรองของฉบับที่อำเภอ ตรวจลายมือและวันที่ของฉบับเขียนเอง |
| มีแต่สำเนา ไม่เจอต้นฉบับ | สำเนาอย่างเดียวพิสูจน์ได้ยาก | ต้องสืบว่าต้นฉบับอยู่ที่ใด หายอย่างไร ผู้ทำทำลายด้วยเจตนาเพิกถอนหรือไม่ (มาตรา 1695) |
| เอกสารไม่ลงวันที่ | แบบธรรมดาและแบบเขียนเองต้องลงวัน เดือน ปี ถ้าขาด อาจเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 | ดูว่าเป็นแบบใด และมีหลักฐานอื่นยืนยันวันที่ทำหรือไม่ ไม่ควรเดาวันที่เอง |
4. ขั้นที่ 5 และ 6: ดูว่าแต่ละฉบับครอบคลุมทรัพย์อะไร แล้วหาจุดที่ขัดกัน
อย่าเทียบทั้งฉบับ ให้เทียบทีละทรัพย์ แล้วจดไว้ในตารางเดียว ข้อความที่ "ขัดกัน" จริงมักเกิดใน 3 แบบ
- ยกทรัพย์ชิ้นเดียวกันให้คนละคน
- ตั้งผู้จัดการมรดกคนละคน
- ฉบับหนึ่งยกทรัพย์ทั้งหมดให้คนหนึ่ง อีกฉบับยกส่วนหนึ่งให้อีกคน
ส่วนที่ฉบับต่าง ๆ พูดถึงทรัพย์คนละกอง ไม่ขัดกัน ทั้งสองฉบับอาจใช้บังคับพร้อมกันได้ ตัวอย่างด้านล่างเป็นบันทึกที่ทายาทปรับใช้ได้
ตารางพินัยกรรมที่พบ — กองมรดกของ [ชื่อผู้ตาย]
(ข้อมูลสมมติ ใช้เป็นแบบเท่านั้น)
ฉบับ | วันที่ทำ | แบบ | พบที่ | ต้นฉบับ/สำเนา | ผู้จัดการมรดก | ทรัพย์ที่ครอบคลุม | ข้อความเพิกถอน
-----|-------------|------------------|------------------|---------------|---------------|----------------------------|-----------------------
ก | [วว/ดด/ปป] | เอกสารฝ่ายเมือง | อำเภอ [ชื่อ] | สำเนารับรอง | [ชื่อ] | บ้าน ที่ดิน เงินฝาก | ไม่มี
ข | [วว/ดด/ปป] | เขียนเองทั้งฉบับ | ตู้เสื้อผ้า | ต้นฉบับ | [ชื่อ] | ที่ดินแปลงไร่ | ไม่มี
ค | [วว/ดด/ปป] | แบบต่างประเทศ | ทนายต่างประเทศ | ต้นฉบับ+แปล | ไม่ระบุ | บัญชีและหุ้นต่างประเทศ | "ยกเลิกทุกฉบับก่อนหน้า"
จุดที่ขัดกัน: [ฉบับ ก กับ ข: ที่ดินแปลงไร่ / ผู้จัดการมรดก]
จุดที่ยังไม่แน่ใจ: [ฉบับ ค ลบฉบับ ก ได้หรือไม่ ให้ถามที่ปรึกษา]
ในกรณีคุณบุญเลิศ ฉบับ ข (ปี 2565) ทำหลังฉบับ ก (ปี 2559) และขัดกันเรื่องที่ดินแปลงไร่ และผู้จัดการมรดก ถ้าฉบับ ข ถูกแบบ มาตรา 1697 ทำให้ส่วนนั้นของฉบับ ก เป็นอันเพิกถอน ส่วนบ้านและเงินฝากที่ฉบับ ข ไม่ได้พูดถึงยังต้องพิจารณาตามฉบับ ก ต่อไป ซึ่งยังต้องดูว่าข้อความ "ยกเลิกทุกฉบับ" ของฉบับ ค มีผลต่อฉบับ ก หรือไม่ (ข้อ 5)
5. มีทั้งพินัยกรรมไทยและพินัยกรรมต่างประเทศ
รูปแบบที่พบบ่อยคือ ทำพินัยกรรมไทยสำหรับทรัพย์ในไทย และทำพินัยกรรมในประเทศบ้านเกิดสำหรับทรัพย์ที่เหลือ ความเสี่ยงคือฉบับใดฉบับหนึ่งมีข้อความ "ยกเลิกพินัยกรรมทุกฉบับก่อนหน้า" โดยไม่ได้จำกัดว่าเป็นของประเทศใด เพราะผู้ร่างอาจไม่ทราบว่ามีอีกฉบับอยู่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 กำหนดว่า
| เรื่อง | กฎหมายที่ใช้ | มาตรา |
|---|---|---|
| มรดกอสังหาริมทรัพย์ | กฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์ตั้งอยู่ | 37 |
| มรดกสังหาริมทรัพย์ (โดยธรรมหรือโดยพินัยกรรม) | กฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดกขณะตาย | 38 |
| ความสามารถทำพินัยกรรม | กฎหมายสัญชาติของผู้ทำขณะทำ | 39 |
| แบบของพินัยกรรม | กฎหมายสัญชาติ หรือกฎหมายของประเทศที่ทำ | 40 |
| ผล การตีความ ความเสียเปล่า | กฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำขณะตาย | 41 |
| การเพิกถอน และการตกไป | เพิกถอน: ภูมิลำเนาขณะเพิกถอน / ตกไป: ภูมิลำเนาขณะตาย | 42 |
ข้อความในตารางสรุปจากตัวบท ควรอ่านตัวบทเต็มประกอบ จากตารางนี้ได้ข้อสังเกตสามข้อ
- ที่ดินและห้องชุดในไทยเป็นไปตามกฎหมายไทยเสมอ พินัยกรรมต่างประเทศที่ยกที่ดินในไทยให้ใคร ต้องผ่านกฎหมายไทยก่อน รวมถึงข้อจำกัดของชาวต่างชาติที่รับมรดกที่ดิน ดูคู่มือทรัพย์สินในไทยและการตั้งมรดกข้ามประเทศ
- แบบ พินัยกรรมที่ทำถูกแบบตามกฎหมายสัญชาติหรือกฎหมายของที่ทำ ยอมรับได้ตามมาตรา 40 จึงไม่ต้องทำใหม่ให้เป็นแบบไทยทุกครั้ง
- ข้อความ "ยกเลิกทุกฉบับ" การเพิกถอนเป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำขณะเพิกถอน (มาตรา 42) ถ้าผู้ทำย้ายถิ่นฐานหรือมีภูมิลำเนาอยู่นอกไทยตอนทำฉบับ ค คำตอบอาจต่างจากกรณีที่เขาอยู่ไทย จึงต้องถามที่ปรึกษาทั้งสองประเทศ ไม่ควรสรุปเอง
พินัยกรรมต่างประเทศที่จะใช้ในศาลไทยมักต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้อง และเอกสารต้นฉบับต้องผ่านการรับรองตามที่ศาลกำหนด ประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้การรับรองแบบ Apostille ได้ ส่วนกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง คู่ความมักต้องนำสืบเป็นข้อเท็จจริง ควรเตรียมความเห็นหรือตัวบทที่รับรองจากประเทศนั้น
ในครอบครัวคุณบุญเลิศ ฉบับ ค ยกบัญชีและหุ้นที่ออสเตรเลีย ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายและศาลที่นั่น ขณะที่ที่ดินในขอนแก่นอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ปัญหาที่เหลือคือข้อความ "ยกเลิกทุกฉบับ" ใน ฉบับ ค ต้องให้ที่ปรึกษาตอบว่ากระทบฉบับ ก ที่ทำตามกฎหมายไทยหรือไม่
6. ถ้าพินัยกรรมสองฉบับตั้งผู้จัดการมรดกคนละคน
เมื่อสองฉบับตั้งคนละคน และตัดสินไม่ได้ว่าฉบับไหนใช้บังคับ ศาลเป็นผู้ตัดสินว่าจะตั้งใคร ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องตามมาตรา 1713 ได้ ดูขั้นตอนในคู่มือการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และการเลือกผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ระหว่างรอ ผู้ที่ถูกระบุชื่อในฉบับใดฉบับหนึ่งไม่ควรไปแสดงตนต่อธนาคารหรือสำนักงานที่ดินว่าตนเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว และไม่ควรเคลื่อนย้ายทรัพย์ ถ้ามีความเสี่ยงว่าทรัพย์จะถูกใช้หรือขายไป ควรปรึกษาทนายเรื่องวิธีรักษาสิทธิ
7. เมื่อสงสัยว่าปลอมหรือมีการกดดัน
ถ้าฉบับใดฉบับหนึ่งดูผิดปกติ เช่น ลายมือไม่เหมือน ปรากฏหลังผู้ตายเสียชีวิตไม่นาน ผู้รับประโยชน์เป็นคนดูแลผู้ตายใกล้ชิด หรือผู้ตายป่วยหนักตอนทำ ให้เก็บหลักฐานและขอความเห็นก่อนกล่าวหาใคร เรื่องลายมือชื่อ พยาน ความสามารถของผู้ทำ การข่มขู่ ฉ้อฉล กำหนดเวลา และการแจ้งความ อยู่ในคู่มือพินัยกรรมที่สงสัยว่าปลอมหรือถูกกดดัน ซึ่งเราไม่ทวนซ้ำที่นี่ ข้อเดียวที่ควรจำคืออย่าตัดสินว่าปลอมเพียงเพราะมีหลายฉบับ คนมักเปลี่ยนพินัยกรรมตามเวลาจริง
8. ขั้นที่ 7: ตัดสินใจเรื่องยื่นศาลเมื่อรู้ข้อเท็จจริงแล้ว
เมื่อทำตารางเสร็จ ทางเลือกมักมีสามทาง
- ตกลงกันได้ ทายาทอ่านตารางแล้วเห็นตรงกันว่าฉบับใดใช้บังคับ ก็ทำบันทึกข้อตกลงและดำเนินการต่อ ควรให้ทนายอ่านก่อนลงชื่อ
- ตกลงกันไม่ได้เรื่องผู้จัดการมรดก ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก (มาตรา 1713) ให้ศาลตั้ง
- ตกลงกันไม่ได้เรื่องว่าฉบับไหนใช้ได้ อาจต้องฟ้องให้ศาลวินิจฉัย เช่น ขอให้ศาลแสดงว่าพินัยกรรมฉบับใดใช้บังคับไม่ได้ ซึ่งมีเงื่อนไขและกำหนดเวลา ดูคู่มือที่ลิงก์ไว้ในข้อ 7
ยื่นศาลเป็นขั้นสุดท้าย ไม่ใช่ขั้นแรก เพราะต้องมีตารางและเอกสารต้นฉบับพร้อม ผลจะเป็นอย่างไรขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และดุลพินิจของศาล ไม่มีใครรับรองผลได้ล่วงหน้า ภาพรวมของมรดกและการแบ่งทรัพย์ดูในคู่มือหลักเรื่องมรดก
รายการตรวจสอบ
รวบรวมและเก็บ
- รวบรวมทุกฉบับ ทุกสำเนา และทุกร่าง
- เก็บต้นฉบับไว้ที่เดียว ไม่แก้ ไม่ขีด ไม่เซ็นเพิ่ม
- ถ่ายภาพทุกหน้าและจดว่าใครเจอ เจอที่ไหน เมื่อไร
- ขอสำเนารับรองของฉบับที่ฝากไว้ที่อำเภอ
ตรวจแบบและวันที่
- ตรวจแบบของแต่ละฉบับ (มาตรา 1656 ถึง 1663 และมาตรา 1705)
- เรียงตามวันที่ทำ ไม่ใช่วันที่เจอ
- จดฉบับที่ไม่ลงวันที่หรือไม่มีต้นฉบับ แยกไว้ต่างหาก
เทียบเนื้อหา
- อ่านข้อความเพิกถอนในแต่ละฉบับ (มาตรา 1693 ถึง 1697)
- ทำตารางทรัพย์ที่แต่ละฉบับครอบคลุม
- ทำเครื่องหมายจุดที่ขัดกันและผู้จัดการมรดกที่ซ้ำกัน
ถ้ามีต่างประเทศ
- แยกทรัพย์ในไทยกับทรัพย์ในต่างประเทศ (มาตรา 37 และ 38)
- ให้ที่ปรึกษาประเทศนั้นยืนยันแบบและผลของข้อความเพิกถอน (มาตรา 40 ถึง 42)
- จัดแปลและรับรองเอกสารที่จะใช้ในศาลไทย
ก่อนตัดสินใจยื่นศาล
- ลองตกลงกันโดยใช้ตารางก่อน
- ปรึกษาทนายก่อนอ้างอำนาจกับธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน
อ่านเพิ่มเติม
- พินัยกรรมและมรดกในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ — หลักทั่วไปของพินัยกรรมต่างประเทศที่ไม่ได้ซ้ำในบทความนี้
- พินัยกรรมที่สงสัยว่าปลอมหรือถูกกดดัน — เมื่อต้องพิสูจน์ลายมือ ความสามารถ หรือการข่มขู่
- การเลือกผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม — ผู้จัดการมรดกควรทำอะไรและใครเป็นไม่ได้
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก — ขั้นตอนศาลเมื่อต้องให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก
- ทรัพย์สินในไทยและมรดกข้ามประเทศ — ทำงานร่วมกับที่ปรึกษาต่างประเทศ
- พ่อแม่เสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร — ภาพรวมการแบ่งมรดกและการตั้งผู้จัดการมรดก
อย่าตัดสินว่าฉบับไหนใช้ได้จากวันที่หรือที่เก็บเพียงอย่างเดียว ตรวจแบบ วันที่ ขอบเขตทรัพย์ และข้อความเพิกถอนให้ครบก่อน แล้วจึงตัดสินใจเรื่องศาล
เราช่วยทายาทตรวจพินัยกรรมหลายฉบับ ทำตารางเปรียบเทียบ และดำเนินการทางศาลเมื่อจำเป็น ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานมรดก
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

