ท่านเพิ่งทราบว่ามีพินัยกรรมของบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ ซึ่งยกทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้ทายาทเพียงคนเดียว ลายมือชื่อดูไม่เหมือนที่เคยเห็น หรือทำขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนผู้ตายเสียชีวิตขณะป่วยหนัก ความสงสัยเช่นนี้เกิดขึ้นได้ในหลายครอบครัว แต่ความสงสัยอย่างเดียวไม่พอให้ศาลเพิกถอนพินัยกรรม และการกล่าวหาญาติโดยไม่มีหลักฐานก็ทำให้ครอบครัวแตกแยกโดยไม่จำเป็น
คู่มือนี้พูดเฉพาะมุมของทายาทที่สงสัยพินัยกรรม คือตรวจอะไร เก็บหลักฐานอะไร และมีเวลาเท่าไร ส่วนหลักทั่วไปเรื่องใครเป็นทายาทและการจัดการกองมรดก ดูคู่มือหลักเรื่องมรดก การเขียนพินัยกรรมให้รัดกุมและเลือกผู้จัดการมรดก ดูการเลือกผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ส่วนพินัยกรรมที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติ ดูพินัยกรรมและมรดกสำหรับชาวต่างชาติ
คำตอบหลัก
เรื่องที่ควรตรวจมีสี่ด้านเรียงตามลำดับ คือ แบบของพินัยกรรมถูกต้องหรือไม่ ผู้ทำมีอายุและความสามารถตามกฎหมายขณะทำหรือไม่ ลายมือชื่อและเอกสารเป็นของผู้ทำจริงหรือไม่ และขณะทำมีการข่มขู่ ฉ้อฉล หรือสำคัญผิดหรือไม่ สี่ด้านนี้ใช้หลักและกำหนดเวลาต่างกัน และมีกำหนดเวลาสั้นมากข้อหนึ่งที่ต้องนับตั้งแต่วันที่ท่านรู้
หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 ถึง 1663 กำหนดแบบของพินัยกรรม ได้แก่ แบบธรรมดา (1656) เขียนเองทั้งฉบับ (1657) เอกสารฝ่ายเมือง (1658) เอกสารลับ (1660) และแบบทำด้วยวาจา (1663) มาตรา 1670 ห้ามผู้เยาว์ ผู้วิกลจริตหรือเสมือนไร้ความสามารถ และผู้ที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้างเป็นพยาน มาตรา 1653 ห้ามผู้เขียนพินัยกรรม พยานในพินัยกรรม และคู่สมรสของบุคคลเหล่านี้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น มาตรา 1705 ให้พินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมที่ขัดมาตรา 1652 1653 1656 1657 1658 1660 1661 หรือ 1663 เป็นโมฆะ มาตรา 1703 และ 1704 ว่าด้วยอายุและความสามารถของผู้ทำ มาตรา 1708 และ 1709 ว่าด้วยพินัยกรรมที่ทำเพราะข่มขู่ ฉ้อฉล หรือสำคัญผิด และมาตรา 1710 กำหนดเวลาฟ้อง ส่วนทายาทที่ปลอมหรือปิดบังพินัยกรรมอาจถูกกำจัดมิให้รับมรดกตามมาตรา 1606
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าเริ่มจากการกล่าวหา ให้เริ่มจากการขอดูต้นฉบับและเก็บหลักฐานเงียบ ๆ ตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย เพราะข้อเท็จจริงสามข้อ คือใครร่างพินัยกรรม ใครอยู่ในห้อง และผู้ตายสภาพเป็นอย่างไรในวันนั้น มักตัดสินคดีมากกว่าความรู้สึกว่าลายมือไม่เหมือน พินัยกรรมที่ผิดแบบอาจล้มได้เพราะเอกสารเอง ส่วนเรื่องข่มขู่หรือผู้ทำไม่มีสติต้องอาศัยพยานและเวชระเบียน และผลขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล
ตัวอย่างสมมติ ลุงทองอายุ 82 ปี อยู่บ้านที่ขอนแก่น มีลูกสามคนคือ นิดา สมชาย และปราณี หลังลุงทองเสียชีวิต สมชายซึ่งอยู่กับลุงมาตลอดนำพินัยกรรมฉบับหนึ่งมาแสดง ยกบ้านและที่ดินให้เขาคนเดียว ลงวันที่ 12 วันก่อนลุงทองเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย นิดาเห็นว่าลายมือชื่อเอียงผิดไปจากที่เคยเห็น และพินัยกรรมมีพยานเพียงคนเดียวเป็นเพื่อนบ้านของสมชาย นิดาจึงตั้งคำถามว่าควรทำอะไรก่อน เราจะใช้เรื่องนี้ตลอดคู่มือ
1. พินัยกรรมมีแบบอะไรบ้าง และแบบไหนล้มได้ง่าย
กฎหมายไทยไม่ยอมรับพินัยกรรมทุกรูปแบบ ต้องทำตามแบบที่กำหนดไว้ มิฉะนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา 1705
| แบบ | มาตรา | ข้อกำหนดสำคัญ |
|---|---|---|
| แบบธรรมดา | 1656 | ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน พยานลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น การขูดลบ ตกเติม ต้องทำตามแบบเดียวกัน |
| เขียนเองทั้งฉบับ | 1657 | ผู้ทำเขียนด้วยมือตนเองทั้งข้อความ วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ ไม่ต้องมีพยาน การแก้ไขต้องทำเองและลงลายมือชื่อกำกับ |
| เอกสารฝ่ายเมือง | 1658 | แจ้งข้อความต่อกรมการอำเภอ (ที่ว่าการอำเภอ) ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน เจ้าหน้าที่จดและอ่านให้ฟัง ทุกฝ่ายลงลายมือชื่อ เจ้าหน้าที่ลงวันที่และประทับตรา |
| เอกสารลับ | 1660 | ผู้ทำลงลายมือชื่อ ผนึก ลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก นำไปแสดงต่อกรมการอำเภอและพยานอย่างน้อยสองคน แล้วลงชื่อบนซอง |
| ด้วยวาจา | 1663 | ใช้ได้เฉพาะพฤติการณ์พิเศษ เช่น อยู่ในอันตรายใกล้ความตาย โดยแจ้งต่อพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน แล้วพยานต้องไปแจ้งต่ออำเภอโดยเร็ว |
ในทางปฏิบัติ แบบธรรมดาเป็นแบบที่พบข้อโต้แย้งบ่อยที่สุด เพราะต้องมีพยานครบและเซ็นในเวลาเดียวกัน จุดที่ควรตรวจมีดังนี้
- จำนวนและตัวตนพยาน มีสองคนจริงหรือไม่ และเป็นใคร พยานต้องเห็นผู้ทำลงลายมือชื่อ ไม่ใช่เซ็นภายหลัง
- พยานเซ็นรับรองลายมือชื่อ ตามที่มาตรา 1656 กำหนด ไม่ใช่เซ็นเพียงว่ารู้เห็น
- คุณสมบัติพยาน ตามมาตรา 1670 ผู้เยาว์ ผู้วิกลจริตหรือเสมือนไร้ความสามารถ และผู้ที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้างเป็นพยานไม่ได้
- พยานหรือผู้เขียนเป็นผู้รับทรัพย์ มาตรา 1653 ห้ามผู้เขียนพินัยกรรม พยานในพินัยกรรม และคู่สมรสของบุคคลเหล่านี้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น ข้อกำหนดที่ยกทรัพย์ให้บุคคลดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามมาตรา 1705
- วันที่ ต้องมีวัน เดือน ปี ในขณะทำ
- รอยแก้ไข รอยขูดลบ ตกเติมที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อกำกับครบตามแบบ ทำให้ส่วนนั้นไม่สมบูรณ์
ถ้าเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ที่ว่าการอำเภอที่ทำพินัยกรรมย่อมมีบันทึกการทำ ถ้าเป็นแบบเขียนเองทั้งฉบับ ต้องเป็นลายมือผู้ทำทั้งฉบับ ไม่ใช่พิมพ์ ถ้ามีส่วนใดพิมพ์หรือคนอื่นเขียน ต้องตรวจว่าเข้าแบบ 1656 หรือไม่
2. ผู้ทำพินัยกรรมมีอายุและความสามารถหรือไม่
มาตรา 1703 พินัยกรรมที่ผู้อายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ทำเป็นโมฆะ มาตรา 1704 แยกเป็นสองกรณี
- ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถแล้ว พินัยกรรมที่ทำเป็นโมฆะ
- ถูกอ้างว่าวิกลจริตแต่ศาลยังไม่ได้สั่ง พินัยกรรมจะเสียเปล่าก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าขณะทำนั้นผู้ทำวิกลจริตอยู่
ภาระพิสูจน์จึงตกอยู่กับผู้ที่อ้างว่าผู้ตายวิกลจริตขณะทำ การป่วยหนัก ชรา หรือมีโรคสมองเสื่อมในภาพรวมยังไม่พอ ต้องชี้ให้ได้ว่า ณ วันที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ตายไม่อยู่ในสภาพที่เข้าใจสิ่งที่ตนทำ หลักฐานที่ใช้ได้จริงคือเวชระเบียนใกล้วันที่ทำ ผลประเมินทางจิตเวชหรือประสาทวิทยา บันทึกพยาบาล รายการยา และคำพยานของแพทย์ พยาบาล หรือคนที่เห็นผู้ตายในวันนั้น
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ป่วยแต่มีช่วงที่รู้เรื่องก็ทำพินัยกรรมได้ ถ้าแพทย์ที่ดูแลบันทึกว่าวันนั้นผู้ป่วยรู้ตัวดี ก็เป็นหลักฐานฝ่ายที่ยืนยันพินัยกรรม ท่านควรเตรียมใจว่าหลักฐานอาจออกมาได้ทั้งสองทาง
ในตัวอย่าง นิดาควรขอข้อมูลว่าวันที่ลงในพินัยกรรมลุงทองอยู่ที่ไหน เข้ารับการรักษาอย่างไร และใครพาไป ไม่ควรสรุปจากคำพูดของญาติเพียงอย่างเดียว
3. ลายมือชื่อเป็นของผู้ตายจริงหรือไม่
นี่คือเรื่องพินัยกรรมปลอมโดยตรง คือผู้ตายไม่ได้ทำหรือไม่ได้ลงชื่อเอง พินัยกรรมที่ผู้ตายไม่ได้ทำย่อมไม่ใช่เจตนาของผู้ตาย และการปลอมพินัยกรรมเป็นความผิดอาญา
สิ่งที่ควรทำคือ
- ขอดูต้นฉบับ ไม่ใช่สำเนา สำเนาถ่ายเอกสารตรวจลายมือและหมึกได้จำกัด
- รวบรวมลายมือชื่อเปรียบเทียบ ในช่วงเวลาใกล้เคียง เช่น เอกสารธนาคาร สัญญา ใบรับรอง ใบเสร็จที่ผู้ตายเซ็นเอง ควรเป็นเอกสารแท้ที่ไม่มีข้อสงสัย
- ห้ามจับต้อง แก้ ขีดฆ่า หรือถ่ายด้วยวิธีที่ทำให้ต้นฉบับเสียหาย ถ้าต้นฉบับอยู่กับคนอื่น ให้ขอผ่านทนายหรือเมื่อมีการเสนอต่อศาล
- ตรวจพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจเอกสารและลายมือชื่อทำได้โดยหน่วยพิสูจน์หลักฐานของรัฐหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลหรือคู่ความขอ ผลเป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ศาลชั่งน้ำหนักร่วมกับพยานอื่น จึงไม่ควรถือว่าผลตรวจชี้ขาดคดีเสมอไป
- หมึก กระดาษ และลำดับการเขียน บางกรณีผู้เชี่ยวชาญตรวจได้ว่าข้อความเพิ่มภายหลังหรือไม่
ข้อระวัง ลายมือชื่อของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยมักเปลี่ยนไปตามสภาพร่างกาย ความต่างอย่างเดียวจึงไม่พอเป็นหลักฐานว่าปลอม จึงต้องมีตัวอย่างเปรียบเทียบจากช่วงเวลาใกล้กัน
4. ถูกข่มขู่ ฉ้อฉล หรือสำคัญผิด แตกต่างกันอย่างไร
เรื่องนี้ต่างจากพินัยกรรมปลอม เพราะผู้ตายเซ็นเองจริง แต่เจตนาไม่เป็นอิสระ
- ข่มขู่ (มาตรา 1708) เมื่อผู้ทำตายแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนพินัยกรรมที่ทำเพราะถูกข่มขู่ได้ แต่ถ้าผู้ทำมีชีวิตอยู่ต่อมาเกินหนึ่งปีนับแต่พ้นจากการข่มขู่แล้ว จะร้องขอไม่ได้
- ฉ้อฉลหรือสำคัญผิด (มาตรา 1709) ร้องขอเพิกถอนได้ก็ต่อเมื่อความสำคัญผิดหรือกลฉ้อฉลนั้นถึงขนาดที่ถ้าไม่มี พินัยกรรมก็จะไม่ได้ทำ ใช้บังคับแม้กลฉ้อฉลจะเกิดจากบุคคลที่ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์ และพินัยกรรมที่ทำโดยสำคัญผิดหรือฉ้อฉลย่อมมีผลบังคับได้ ถ้าผู้ทำไม่เพิกถอนภายในหนึ่งปีนับแต่รู้ถึงเรื่องนั้น
การกดดันทางครอบครัวทั่วไป เช่น ลูกขอร้อง พูดหว่านล้อม หรือดูแลใกล้ชิด ไม่ถือเป็นการข่มขู่เสมอไป ศาลต้องเห็นว่ามีการทำให้กลัวหรือหลอกลวงถึงขนาดทำให้ผู้ตายทำพินัยกรรมที่เขาไม่ได้ต้องการ ข้อเท็จจริงที่มักเกี่ยวข้องมีดังนี้
- ใครเป็นคนติดต่อทนายหรือผู้ร่าง และใครเป็นผู้จ่ายค่าร่าง
- ผู้รับประโยชน์อยู่ในห้องขณะทำหรือไม่ เป็นผู้พาผู้ตายไปหรือไม่
- ผู้ตายถูกแยกจากญาติคนอื่นหรือไม่ ก่อนและหลังทำพินัยกรรม
- เนื้อหาตรงกับที่ผู้ตายเคยพูดหรือเคยทำไว้หรือเปลี่ยนจากที่เคยวางแผนไว้อย่างมาก
- ผู้ตายเคยบอกพยานหรือคนใกล้ชิดว่าไม่เต็มใจหรือไม่ มีข้อความ ข้อความเสียง หรือบันทึกใดไหม
5. ทายาทที่ปลอมหรือซ่อนพินัยกรรม เสียสิทธิหรือไม่
มาตรา 1606 กำหนดผู้ไม่สมควรรับมรดก ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แก่
- (4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ เพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมดซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก หรือไม่ให้ทำเช่นนั้น
- (5) ผู้ที่ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด
เจ้ามรดกอาจถอนข้อกำจัดได้โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ผลคือทายาทคนนั้นถูกกำจัดมิให้รับมรดก แต่ศาลจะวินิจฉัยตามพยานหลักฐาน คู่มือนี้ไม่ได้บอกว่ากรณีใดจะเข้ามาตรานี้แน่นอน และไม่ควรใช้ข้อนี้เป็นคำขู่ในการเจรจา
6. โทษอาญา และควรแจ้งความเมื่อใด
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 ระบุเอกสารที่ปลอมแล้วโทษหนักขึ้น รวมถึงพินัยกรรม มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท มาตรา 268 ลงโทษผู้ใช้หรืออ้างเอกสารที่เกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 264 ถึง 267 ตามโทษของมาตรานั้น ๆ และถ้าผู้ใช้เป็นผู้ปลอมเอง ให้ลงโทษตามมาตรา 268 กระทงเดียว (วรรคสอง) นอกจากนี้ มาตรา 264 และ 265 เป็นฐานปลอมเอกสารทั่วไปและเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ
คดีอาญากับคดีแพ่งเป็นคนละทาง การแจ้งความไม่หยุดนาฬิกาอายุความของการฟ้องเพิกถอนพินัยกรรมในคดีแพ่ง ดังนั้นอย่ารอผลคดีอาญาก่อนจึงค่อยปรึกษาเรื่องคดีแพ่ง และอย่าแจ้งความโดยยังไม่มีข้อมูลรองรับ เพราะถ้าข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง ผู้แจ้งอาจต้องรับผิดเสียเอง ควรให้ทนายประเมินหลักฐานก่อน
7. กำหนดเวลา
ตารางนี้สรุปกำหนดเวลาที่เกี่ยวกับการสงสัยพินัยกรรม ควรให้ทนายตรวจวันจริงของท่านอีกครั้ง
| เรื่อง | กำหนดเวลา | มาตรา |
|---|---|---|
| ฟ้องขอเพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรม (ตัวอย่าง: ข่มขู่ ฉ้อฉล สำคัญผิด) กรณีโจทก์รู้เหตุขณะผู้ทำยังมีชีวิต | 3 เดือนภายหลังผู้ทำตาย | 1710 (1) |
| เช่นเดียวกัน กรณีอื่น | 3 เดือนนับแต่โจทก์รู้เหตุ | 1710 (2) |
| โจทก์ไม่รู้ว่ามีข้อกำหนดพินัยกรรมที่กระทบส่วนได้เสียของตน | 3 เดือนนับแต่รู้หรือควรรู้ว่ามีข้อกำหนดนั้น | 1710 วรรคท้าย |
| เพดานสูงสุดของการฟ้องเพิกถอน | ห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่ผู้ทำตาย | 1710 |
| ร้องขอเพิกถอนเพราะข่มขู่ | ร้องไม่ได้ ถ้าผู้ทำอยู่ต่อเกิน 1 ปีนับแต่พ้นการข่มขู่ | 1708 |
| พินัยกรรมที่ทำโดยสำคัญผิดหรือฉ้อฉล | มีผลบังคับได้ ถ้าผู้ทำไม่เพิกถอนภายใน 1 ปีนับแต่รู้ | 1709 |
เรื่องที่อาจเกี่ยวกับสิทธิรับมรดกโดยทั่วไป เช่น การเรียกร้องส่วนแบ่ง ต้องดูอายุความมรดกตามมาตรา 1754 ด้วย ซึ่งสำนักงานเราอธิบายไว้ในคู่มือหลัก เพราะมีทั้งกรอบ 1 ปีนับแต่รู้และเพดาน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย ว่ากรณีของท่านต้องนับแบบใดเป็นเรื่องที่ต้องดูข้อเท็จจริง ให้ถือว่า 3 เดือนตามมาตรา 1710 เป็นวันที่ต้องระวังที่สุดจนกว่าทนายจะยืนยันเป็นอย่างอื่น
8. หลักฐานที่ควรเก็บ
| หลักฐาน | เก็บจากที่ไหน | ใช้พิสูจน์อะไร |
|---|---|---|
| ต้นฉบับพินัยกรรมและซองหรือไฟล์ที่เกี่ยวข้อง | ผู้ครอบครอง ผู้จัดการมรดก หรือศาลที่ยื่นพินัยกรรม | แบบ ลายมือชื่อ รอยแก้ไข |
| พินัยกรรมที่เก็บไว้ที่อำเภอ | ที่ว่าการอำเภอที่ทำพินัยกรรมฝ่ายเมืองหรือเอกสารลับ | ว่าทำจริงตามแบบ และใครเป็นพยาน |
| ลายมือชื่อเปรียบเทียบ | เอกสารธนาคาร สัญญา ใบรับรองของผู้ตาย | ผลเปรียบเทียบโดยผู้เชี่ยวชาญ |
| เวชระเบียนและบันทึกการรักษา | โรงพยาบาล คลินิก แพทย์ประจำตัว | ความสามารถและสภาพจิตใจ ณ วันที่ทำ |
| รายชื่อพยานและผู้อยู่ในห้อง | ตัวพินัยกรรม ญาติ เพื่อนบ้าน พนักงานดูแล | ใครเห็นการลงลายมือชื่อ ใครอยู่ด้วย |
| ผู้ร่างพินัยกรรม | ทนายหรือผู้พิมพ์ ใบเสร็จ แชต อีเมล | ใครสั่ง ใครจ่าย ร่างจากข้อมูลของใคร |
| ข้อความและบันทึกก่อนและหลังทำ | เอกสารหรือแชตที่ท่านมีสิทธิ์เข้าถึงโดยชอบ | ความตั้งใจของผู้ตายและการเปลี่ยนแปลง |
อย่าเข้าถึงโทรศัพท์ อีเมล บัญชีธนาคาร หรือบัญชีโซเชียลของผู้ตายหรือของญาติโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะคิดว่าจะพบหลักฐาน การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5 ถึง 7 และข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ถ้าต้องการข้อมูลที่อยู่กับธนาคารหรือโรงพยาบาล ให้ขอผ่านทายาทที่มีสิทธิหรือใช้กระบวนการศาล
9. หนังสือขอสำเนาพินัยกรรมและขอทราบพฤติการณ์
หนังสือนี้ส่งถึงผู้ครอบครองพินัยกรรมหรือผู้จัดการมรดก เป็นขั้นแรกที่สุภาพและไม่ถือเป็นการกล่าวหา (ตัวอย่าง ปรับตามข้อเท็จจริง)
เรื่อง ขอสำเนาพินัยกรรมและขอทราบรายละเอียดการทำพินัยกรรมของนายทอง ____
เรียน คุณสมชาย ____ (ผู้ครอบครองพินัยกรรม)
ข้าพเจ้า นางสาวนิดา ____ เป็นบุตรของนายทอง ____ ผู้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ____
ข้าพเจ้าทราบว่ามีพินัยกรรมลงวันที่ ____ และมีส่วนได้เสียในมรดก
เพื่อให้ทายาททุกคนได้ทราบข้อมูลตรงกัน ข้าพเจ้าขอความร่วมมือดังนี้
1) สำเนาพินัยกรรมฉบับเต็มทุกหน้า และขอนัดตรวจดูต้นฉบับ
2) ชื่อและที่อยู่ของพยานในพินัยกรรม
3) ชื่อผู้ร่างพินัยกรรม และสถานที่ทำ
4) ว่าพินัยกรรมนี้เก็บไว้ที่ใดนับแต่วันที่ทำ
ขอให้แจ้งกลับภายใน ____ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้ ที่ ____
ข้าพเจ้าขอให้รักษาต้นฉบับไว้ตามสภาพ ไม่แก้ไข ขีดฆ่า หรือโอนทรัพย์ตามพินัยกรรมก่อนทายาทได้ตรวจสอบ
หนังสือนี้ไม่ใช่การกล่าวหา และข้าพเจ้าสงวนสิทธิ์ทั้งหมดของข้าพเจ้า
ขอแสดงความนับถือ
นางสาวนิดา ____ วันที่ ____
ส่งโดยวิธีที่มีหลักฐาน เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือข้อความที่เก็บภาพหน้าจอไว้ และเก็บสำเนา ถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธหรือเงียบ ให้ปรึกษาทนายเรื่องการร้องต่อศาลให้เปิดพินัยกรรมหรือให้นำต้นฉบับมาแสดง ถ้ายังไม่มีผู้จัดการมรดก ดูการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และถ้าผู้จัดการมรดกนิ่งเฉย ดูผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดกหรือไม่ตอบทายาท
10. อย่ากล่าวหาญาติต่อสาธารณะ
การโพสต์ในโซเชียลมีเดีย กลุ่มไลน์ของตระกูล หรือบอกคนในหมู่บ้านว่าพี่หรือน้องปลอมพินัยกรรม อาจทำให้ท่านเสี่ยงต่อความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือถูกฟ้อง และทำให้ประนีประนอมได้ยากขึ้น ให้พูดเฉพาะกับทนาย ทายาทที่เกี่ยวข้องโดยตรง และเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ สิ่งที่เปิดเผยได้ปลอดภัยกว่าคือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เช่น "ขอดูต้นฉบับ" มากกว่าข้อสรุปว่า "ปลอม"
11. เช็กลิสต์
ภายในสัปดาห์แรก
- จดวันที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย วันที่ท่านรู้ว่ามีพินัยกรรม และวันที่ท่านรู้เหตุที่สงสัย
- ขอดูต้นฉบับและสำเนาทุกหน้าของพินัยกรรม
- ถ่ายภาพพินัยกรรมทุกหน้า โดยไม่แตะต้องหรือเปลี่ยนสภาพต้นฉบับ
- ส่งหนังสือขอสำเนาและรายละเอียด และเก็บหลักฐานการส่ง
- ปรึกษาทนายเรื่องกำหนดสามเดือนตามมาตรา 1710
ตรวจแบบและความสามารถ
- ตรวจว่าเป็นแบบใด 1656 1657 1658 1660 หรือ 1663 และเข้าแบบหรือไม่
- ตรวจจำนวน ตัวตน และคุณสมบัติพยานตามมาตรา 1670 และดูว่าพยานหรือผู้เขียนพินัยกรรม (รวมคู่สมรส) เป็นผู้รับทรัพย์หรือไม่ (มาตรา 1653)
- ตรวจวันที่ รอยแก้ไข และลายมือชื่อกำกับ
- ขอเวชระเบียนใกล้วันที่ทำ ผ่านผู้มีสิทธิ์หรือกระบวนการศาล
หลักฐานเรื่องลายมือชื่อและพฤติการณ์
- รวบรวมลายมือชื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาใกล้กัน
- จดชื่อพยาน ผู้ร่าง และผู้ที่อยู่ในห้องขณะทำ
- เก็บข้อความและเอกสารที่ท่านเข้าถึงโดยชอบ ไม่เข้าถึงบัญชีหรืออุปกรณ์ของผู้อื่น
- ตรวจที่ว่าการอำเภอถ้าเป็นเอกสารฝ่ายเมืองหรือเอกสารลับ
ท่าทีและการสื่อสาร
- ไม่กล่าวหาญาติในที่สาธารณะหรือในกลุ่มแชต
- ไม่ขู่ว่าจะแจ้งความเพื่อต่อรองส่วนแบ่ง
- ให้ทนายประเมินหลักฐานก่อนฟ้องหรือแจ้งความ
อ่านเพิ่มเติม
- พ่อแม่เสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร — ลำดับทายาท ผู้จัดการมรดก และอายุความมรดกโดยรวม
- การเลือกผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม — ใครเป็นผู้จัดการมรดกได้ และมีหน้าที่อะไร
- พินัยกรรมและมรดกสำหรับชาวต่างชาติ — เมื่อพินัยกรรมเกี่ยวกับชาวต่างชาติหรือทรัพย์ในหลายประเทศ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก — ขั้นตอนศาลเมื่อต้องมีผู้จัดการมรดก
- ผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดกหรือไม่ตอบทายาท — เมื่อผู้จัดการมรดกนิ่งเฉย
- พบทรัพย์มรดกเพิ่มหลังแบ่งมรดกแล้ว — ทรัพย์ที่ปรากฏทีหลัง
ความสงสัยเรื่องพินัยกรรมต้องแปลงเป็นคำถามที่ตรวจได้ คือแบบถูกต้องหรือไม่ ผู้ทำมีความสามารถหรือไม่ ลายมือชื่อเป็นของจริงหรือไม่ และขณะทำถูกข่มขู่หรือฉ้อฉลหรือไม่ พร้อมจดวันที่ที่ท่านรู้ เพราะกำหนดสามเดือนตามมาตรา 1710 สั้นมาก
เราช่วยทายาทตรวจพินัยกรรม รวบรวมหลักฐาน และประเมินว่าควรฟ้องเพิกถอนหรือเจรจา ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่งานมรดกและงานคดีแพ่ง
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

