ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

ลาออกแล้วไปทำงานกับคู่แข่งได้ไหม: สัญญาห้ามแข่งขัน ความลับทางการค้า การดึงลูกค้า และการนำข้อมูลออก

แยกสี่เรื่องที่มักปนกันออกจากกัน คือข้อห้ามแข่งขัน ความลับทางการค้า การห้ามชักชวนลูกค้าและพนักงาน และข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเกณฑ์ศาลตามมาตรา 5 ของ พ.ร.บ. ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เบี้ยปรับ เช็กลิสต์ก่อนลาออก และตัวอย่างข้อสัญญาที่เขียนแคบ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร29 ตุลาคม 256910 นาที
ลาออกแล้วไปทำงานกับคู่แข่งได้ไหม: สัญญาห้ามแข่งขัน ความลับทางการค้า การดึงลูกค้า และการนำข้อมูลออก

ท่านเพิ่งได้รับข้อเสนอจากบริษัทคู่แข่ง แต่สัญญาจ้างเดิมมีข้อความว่า "ห้ามทำงานกับคู่แข่ง 2 ปี" หรือท่านเป็นนายจ้างที่เขียนข้อความทำนองนี้ไว้และอยากรู้ว่าบังคับได้จริงหรือไม่ คำถามนี้มักถูกตอบรวมกันเป็นเรื่องเดียว ทั้งที่กฎหมายมีอย่างน้อยสี่เรื่องแยกกัน ได้แก่ ข้อห้ามแข่งขัน ความลับทางการค้า การห้ามชักชวนลูกค้าและพนักงาน และการนำข้อมูลออก ซึ่งมีที่มา เกณฑ์ และผลต่างกัน

คู่มือนี้มุ่งที่ตัวข้อห้ามแข่งขันและการแยกสี่เรื่องออกจากกัน ส่วนกรณีบริษัทเสียรายชื่อลูกค้าไปแล้ว ดูคู่มืออดีตพนักงานนำรายชื่อลูกค้าไปใช้ และกรณีทำงานเสริมแข่งกับนายจ้างระหว่างยังเป็นพนักงาน ดูคู่มือผลประโยชน์ทับซ้อน

คำตอบหลัก

โดยหลัก ลูกจ้างที่ลาออกแล้วมีเสรีภาพไปทำงานที่ใดก็ได้ ข้อห้ามแข่งขันเป็นข้อยกเว้นที่ต้องมีสัญญารองรับ และศาลจะให้ผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม ส่วนความลับทางการค้า ข้อห้ามชักชวนลูกค้า และการนำข้อมูลออก เป็นคนละเรื่อง ลูกจ้างอาจไปทำงานกับคู่แข่งได้โดยชอบ แต่ยังผิดได้ถ้าเอาไฟล์หรือรายชื่อลูกค้าไปด้วย

หลักกฎหมาย มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ว่าข้อตกลงที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพหรือธุรกิจ หากทำให้ฝ่ายถูกจำกัดรับภาระมากกว่าที่พึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี มาตรา 14/1 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นอีกช่องทางที่ให้ตรวจข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมในสัญญาจ้าง ส่วนความลับทางการค้าอยู่ใน พ.ร.บ. ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (นิยามในมาตรา 3 การละเมิดในมาตรา 6 คำสั่งระงับการละเมิดในมาตรา 8) เบี้ยปรับอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ถึง 383 และข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ข้อห้ามแข่งขันที่กว้างทั้งเวลา พื้นที่ และประเภทงานเป็นเครื่องมือที่อ่อนที่สุดของนายจ้าง และเป็นความเสี่ยงที่ลูกจ้างมักกลัวเกินจริง ในทางกลับกัน สิ่งที่นายจ้างพิสูจน์ได้ง่ายกว่าและลูกจ้างพลาดบ่อยกว่าคือการเอาไฟล์ออกไป ลูกจ้างจึงควรกังวลเรื่องการนำข้อมูลออกมากกว่าเรื่องชื่อบริษัทใหม่ และนายจ้างควรลงแรงที่การรักษาความลับและข้อห้ามชักชวนที่แคบ มากกว่าข้อห้ามแข่งขันที่กว้าง

ตัวอย่างสมมติ คุณบัวเป็นหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรแห่งหนึ่งในขอนแก่น ดูแลลูกค้าร้านค้าในภาคอีสานตอนบน สัญญาจ้างมีข้อห้ามทำงานกับ "ธุรกิจที่คล้ายกัน" ทั่วประเทศ 2 ปี และเบี้ยปรับเป็นจำนวนเงินก้อนเดียว คู่แข่งในอุดรธานีเสนองานให้ ระหว่างที่คิดอยู่ คุณบัวส่งใบเสนอราคาและตารางราคาส่งเข้าอีเมลส่วนตัวเก็บไว้ "เผื่อใช้อ้างอิง" เราจะใช้กรณีนี้อธิบายตลอดคู่มือ และเรียกบริษัทเดิมว่า "บริษัทเดิม"

1. ลาออกแล้วไปทำงานกับคู่แข่งได้ไหม

ถ้าไม่มีข้อห้ามในสัญญา ลูกจ้างไปทำงานกับคู่แข่งได้ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ทั่วไปที่ได้จากการทำงานเป็นของลูกจ้างเอง ไม่ใช่ความลับของนายจ้าง

ถ้ามีข้อห้ามแข่งขัน ข้อห้ามนั้นไม่ได้ใช้บังคับโดยอัตโนมัติ และไม่ได้เป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ ศาลพิจารณาตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยดูปัจจัยเหล่านี้

ปัจจัยคำถามที่ศาลมักถาม
ระยะเวลายาวเกินกว่าอายุของข้อมูลหรือความสัมพันธ์กับลูกค้าที่นายจ้างต้องปกป้องหรือไม่
พื้นที่ตรงกับพื้นที่ที่นายจ้างแข่งขันอยู่จริงหรือกว้างกว่านั้น
ขอบเขตธุรกิจห้ามเฉพาะงานที่แข่งกันจริง หรือห้ามทั้งอุตสาหกรรม
ตำแหน่งของลูกจ้างลูกจ้างเข้าถึงข้อมูลสำคัญหรือดูแลลูกค้าหลักจริงหรือไม่ พนักงานทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลสำคัญมักถูกจำกัดได้ยากกว่า
ค่าตอบแทนมีเงินชดเชยช่วงห้ามหรือไม่ และลูกจ้างยังหาเลี้ยงชีพทางอื่นได้หรือไม่
ประโยชน์ที่ปกป้องปกป้องความลับหรือความสัมพันธ์ที่นายจ้างลงทุนไว้ หรือเพียงกันคู่แข่ง

ศาลอาจใช้ข้อสัญญาเพียงบางส่วนหรือเท่าที่เป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องล้มทั้งข้อ แต่เราไม่อาจบอกล่วงหน้าได้ว่าศาลจะลดเหลือเท่าใด มาตรา 14/1 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเพิ่มช่องให้อ้างว่าข้อตกลงในสัญญาจ้างไม่เป็นธรรม โดยผลยังขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละราย

ในตัวอย่าง ข้อห้ามของคุณบัวครอบคลุมทั่วประเทศและ "ธุรกิจที่คล้ายกัน" ขณะที่บริษัทเดิมขายในภาคอีสานตอนบน ข้อนี้น่าจะถูกลดขอบเขตเมื่อไปถึงศาล แต่ถ้างานใหม่คือขายสินค้าชนิดเดียวกันให้ร้านค้ากลุ่มเดียวกันในอุดรธานี ความเสี่ยงก็ยังมี คุณบัวจึงไม่ควรสรุปเองว่าข้อห้ามใช้ไม่ได้

2. สี่เรื่องที่ต้องแยก: ข้อห้ามแข่งขัน ความลับทางการค้า ห้ามชักชวน และข้อมูลส่วนบุคคล

เรื่องปกป้องอะไรที่มาวิธีเยียวยาที่พบบ่อย
ข้อห้ามแข่งขันไม่ให้ลูกจ้างไปทำงานแข่งภายในเวลาและพื้นที่ที่กำหนดสัญญาจ้างหรือข้อตกลงแยก ใช้ได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมตามมาตรา 5 พ.ร.บ. ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมฟ้องบังคับตามสัญญาหรือเรียกค่าเสียหาย เรียกเบี้ยปรับตามที่ตกลง (ศาลลดได้) ขอคำสั่งห้ามเป็นกรณีที่พิสูจน์ยาก
ความลับทางการค้าข้อมูลที่ไม่เป็นที่รู้จักทั่วไป มีมูลค่าเชิงพาณิชย์เพราะเป็นความลับ และเจ้าของมีมาตรการรักษา (มาตรา 3)พ.ร.บ. ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 และข้อตกลงรักษาความลับ ใช้ได้แม้ไม่มีข้อห้ามแข่งขันฟ้องระงับการละเมิดและเรียกค่าเสียหาย (มาตรา 6 และ 8) ศาลสั่งชั่วคราวได้เมื่อมีหลักฐานชัดแจ้ง
ห้ามชักชวนลูกค้าและพนักงานความสัมพันธ์กับลูกค้าและทีมงานที่นายจ้างลงทุนไว้ โดยไม่ห้ามทำงานสัญญา ใช้ได้เพียงเท่าที่เป็นธรรม มักบังคับได้ง่ายกว่าข้อห้ามแข่งขันเพราะกระทบอาชีพน้อยกว่า แต่ไม่มีหลักประกันฟ้องบังคับตามสัญญาและค่าเสียหาย ขอให้เลิกติดต่อ เบี้ยปรับตามที่ตกลง
ข้อมูลส่วนบุคคลและการนำข้อมูลออกข้อมูลของลูกค้าและพนักงานที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ให้ถูกใช้นอกวัตถุประสงค์PDPA พ.ศ. 2562 หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล (มาตรา 37) นโยบายความปลอดภัยของบริษัท และอาจรวมกฎหมายคอมพิวเตอร์ถ้าเข้าถึงระบบโดยไม่มีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรียกค่าเสียหาย มาตรการทางวินัย

อ่านตารางนี้ให้ตรงจุด สองแถวแรกตอบคำถามว่าลูกจ้าง "ไปทำงานที่ไหนได้" ส่วนสองแถวหลังตอบคำถามว่า "เอาอะไรไปได้" ลูกจ้างที่ชนะเรื่องข้อห้ามแข่งขันก็ยังแพ้เรื่องความลับได้ และตรงกันข้าม

3. เอาข้อมูลออก: ส่งเข้าอีเมลส่วนตัว คัดลอกรายชื่อลูกค้า

พฤติกรรมที่นายจ้างพบบ่อยก่อนลูกจ้างลาออกมีสามแบบ คือ ส่งต่อไฟล์เข้าอีเมลหรือแอปส่วนตัว คัดลอกรายชื่อลูกค้าลงแฟลชไดรฟ์ และถ่ายภาพหน้าจอระบบ ทั้งสามแบบทิ้งร่องรอยในบันทึกการใช้งาน และมักเป็นหลักฐานหลักในคดี

  • ความลับทางการค้า ถ้าไฟล์เข้าเกณฑ์มาตรา 3 การนำไปหรือใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเป็นการละเมิดตามมาตรา 6 รายชื่อที่พนักงานทุกคนเปิดดูได้โดยไม่มีข้อตกลงรักษาความลับ ยากที่จะอ้างว่าเป็นความลับ รายละเอียดดูในคู่มืออดีตพนักงานนำรายชื่อลูกค้าไปใช้
  • ข้อมูลส่วนบุคคล รายชื่อ เบอร์โทร และประวัติการซื้อของลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาเป็นข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยตาม PDPA มาตรา 37 ลูกจ้างที่ส่งข้อมูลออกนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตทำให้บริษัทเสี่ยงต่อเหตุละเมิดข้อมูล และตัวลูกจ้างเองอาจต้องรับผิดต่อบริษัทหรือเจ้าของข้อมูล ดูคู่มือ PDPA สำหรับงาน HR
  • กฎหมายคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5 ถึง 7 เกี่ยวกับการเข้าถึงระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ ซึ่งมีมาตรการป้องกันการเข้าถึง การที่ลูกจ้างใช้สิทธิเข้าระบบของตนตามปกติแล้วส่งไฟล์ออก อาจไม่เข้าองค์ประกอบนี้เสมอไป แต่การเข้าระบบด้วยรหัสเดิมหลังพ้นสภาพ หรือเข้าส่วนที่ไม่ได้รับสิทธิ มีความเสี่ยงมากกว่า เราจึงไม่ควรใช้เป็นข้อกล่าวหาหลัก และนายจ้างไม่ควรแจ้งความเพียงเพื่อกดดัน

ลูกจ้างบางคนเก็บไฟล์ไว้เพื่อ "ป้องกันตัว" เช่น เก็บหลักฐานว่าถูกสั่งให้ทำงานเกินเวลา ควรเลือกเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิของตนเอง เช่น สลิปเงินเดือน สัญญา หนังสือเลิกจ้าง และข้อความที่ส่งถึงตัวเอง ไม่ควรนำไฟล์ลูกค้า ราคา หรือรายงานภายในออกไป หากจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานในคดี ให้ปรึกษาทนายความ

ในตัวอย่าง การที่คุณบัวส่งใบเสนอราคาและตารางราคาส่งเข้าอีเมลส่วนตัว อาจกลายเป็นหลักฐานว่าเตรียมนำไปใช้ที่คู่แข่ง แม้ยังไม่เคยใช้ และเป็นประเด็นที่ทำให้เรื่องใหญ่กว่าตัวข้อห้ามแข่งขันเสียอีก

4. เบี้ยปรับในสัญญาห้ามแข่งขัน: ศาลลดได้

ข้อห้ามแข่งขันมักมาพร้อมเบี้ยปรับ คือเงินที่ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายถ้าฝ่าฝืน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ถึง 383 วางหลักไว้ดังนี้

  • มาตรา 379 ถึง 381 ลูกหนี้ตกลงจะจ่ายเบี้ยปรับเมื่อไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้องตามที่ตกลง และผลต่างกันตามว่าเป็นกรณีไม่ชำระหรือชำระไม่ถูกต้อง ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้แล้ว ต้องสงวนสิทธิเรียกเบี้ยปรับไว้ในเวลารับ มิฉะนั้นอาจเสียสิทธิ (มาตรา 381 วรรคสาม)
  • มาตรา 383 ถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยพิจารณาประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายทุกอย่างของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะที่เป็นทรัพย์สิน

ข้อควรรู้ในทางปฏิบัติ

  1. ศาลต้องเห็นก่อนว่าข้อห้ามแข่งขันใช้บังคับได้ เบี้ยปรับเป็นผลของการฝ่าฝืนข้อห้าม ถ้าข้อห้ามกว้างเกินไปจนศาลลดขอบเขตลง เบี้ยปรับก็ผูกกับขอบเขตที่เหลือเท่านั้น
  2. เบี้ยปรับก้อนเดียวที่ไม่สัมพันธ์กับตำแหน่งหรือความเสียหายที่คาดได้ ถูกลดได้ง่ายกว่าจำนวนที่คำนวณอย่างมีเหตุผล
  3. นายจ้างจะหักเบี้ยปรับจากค่าจ้างงวดสุดท้ายเองไม่ได้ง่าย ๆ เพราะมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานจำกัดการหักค่าจ้าง ดูแนวเดียวกันในคู่มือสัญญาผูกพันการฝึกอบรม

5. ก่อนลาออก ลูกจ้างควรทำอะไร

ลูกจ้างควรเริ่มจากอ่านสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทั้งฉบับ ดูทั้งข้อห้ามแข่งขัน ข้อห้ามชักชวน ข้อตกลงรักษาความลับ และเบี้ยปรับ จากนั้นทำตามรายการด้านล่าง ถ้านายจ้างไม่ส่งมอบงานเรียบร้อยก็เป็นประเด็นแยกต่างหาก ดูคู่มือเมื่อพนักงานลาออกไม่ส่งมอบงาน ซึ่งเล่าจากมุมนายจ้างแต่ลูกจ้างอ่านแล้วรู้ว่าบริษัทจะตรวจอะไร

  • คืนของ คืนเครื่อง บัตร กุญแจ เอกสารกระดาษ และลบสิทธิเข้าระบบร่วมกับฝ่ายไอทีหรือ HR ให้มีบันทึกส่งมอบที่ลงนามทั้งสองฝ่าย
  • ไม่ส่งต่อไฟล์ ไม่ส่งเข้าอีเมล ไลน์ หรือคลาวด์ส่วนตัว ไม่ถ่ายภาพหน้าจอระบบ ถ้ามีไฟล์ส่วนตัวปนอยู่ในเครื่อง ให้ขออนุญาตก่อนนำออก
  • ทำบันทึกสิ่งที่ตนเก็บไว้ ถ้าจำเป็นต้องเก็บเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตน เช่น สัญญาจ้างและสลิปเงินเดือน ให้ทำรายการเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ HR รับทราบ
  • ไม่ใช้ข้อมูลที่จำได้อย่างเป็นระบบ การเขียนรายชื่อลูกค้าจากความจำลงตารางเพื่อส่งให้ที่ใหม่ เสี่ยงเท่ากับการคัดลอก
  • แจ้งที่ทำงานใหม่ตรงไปตรงมา ถ้าสัญญามีข้อห้ามแข่งขันหรือห้ามชักชวน ควรให้ทนายความอ่านก่อนตอบรับงาน และอย่าให้ที่ใหม่เข้าใจว่าท่านนำลูกค้าตามมาได้
  • ไม่ติดต่อลูกค้าเดิมเพื่อดึงไปที่ใหม่ ในช่วงที่ข้อห้ามชักชวนยังมีผล แม้ลูกค้าติดต่อมาเองก็ควรตอบอย่างระวัง

6. นายจ้างบังคับได้จริงแค่ไหน และเขียนข้อสัญญาอย่างไร

นายจ้างควรตั้งคำถามว่า "ต้องปกป้องอะไร จากใคร ถึงเมื่อไร" ก่อนเขียน ไม่ใช่ใช้แบบเดียวกับพนักงานทุกคน

  • บังคับได้ยากที่สุด ข้อห้ามทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันทั่วประเทศหลายปีกับพนักงานทุกระดับโดยไม่มีค่าตอบแทน
  • มีโอกาสมากกว่า แต่ไม่รับประกัน ข้อห้ามชักชวนลูกค้าที่ลูกจ้างดูแลจริงในช่วงสั้น ข้อห้ามชักชวนพนักงาน ข้อรักษาความลับที่ระบุประเภทข้อมูลและวิธีคืนข้อมูล และข้อห้ามแข่งขันที่จำกัดตำแหน่งระดับสูง พื้นที่ และระยะเวลา พร้อมค่าตอบแทนช่วงห้าม
  • สิ่งที่ต้องมีหลังเกิดเหตุ บันทึกการเข้าถึงระบบ รายการไฟล์ที่ถูกส่งออก หนังสือส่งมอบ หนังสือทวงถามที่ส่งตรงเวลา และหลักฐานที่แสดงว่าข้อมูลถูกใช้จริง

ตัวอย่างข้อสัญญา (เขียนแคบ ปรับตามตำแหน่งและธุรกิจจริงและให้ทนายความตรวจก่อนใช้)

ข้อ __ การไม่ชักชวนลูกค้าและพนักงานหลังสิ้นสุดการจ้าง
1. ภายใน ___ เดือนนับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง ลูกจ้างจะไม่ติดต่อลูกค้า
   ที่ลูกจ้างได้ดูแลหรือรับทราบข้อมูลสำคัญในช่วง 12 เดือนก่อนสิ้นสุด
   การจ้าง เพื่อเสนอสินค้าหรือบริการที่แข่งกับบริษัท
   (รายชื่อลูกค้าตามเอกสารแนบ ก. ซึ่งบริษัทปรับปรุงเป็นลายลักษณ์อักษร)
2. ภายในกำหนดเดียวกัน ลูกจ้างจะไม่ชักชวนพนักงานของบริษัทให้ลาออก
   ไปทำงานกับตนหรือกับนายจ้างใหม่
3. ข้อนี้ไม่ห้ามลูกจ้างทำงานกับนายจ้างรายอื่น และไม่ห้ามติดต่อลูกค้า
   ที่ติดต่อลูกจ้างเองโดยไม่ได้มีการชักชวน เว้นแต่ใช้ข้อมูลลับของบริษัท
4. ข้อมูลลับ เช่น ตารางราคาส่ง ต้นทุน และรายชื่อลูกค้าตามเอกสารแนบ ก.
   ลูกจ้างจะคืนและลบสำเนาทั้งหมดภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง
   และยืนยันเป็นหนังสือ
5. หากมีการฝ่าฝืน เบี้ยปรับให้เป็น ___ ซึ่งคู่สัญญาตกลงว่าเป็นการประมาณ
   ความเสียหายอย่างสมเหตุสมผล ไม่ตัดสิทธิศาลที่จะพิจารณาลดตาม
   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
6. ข้อนี้ใช้เฉพาะตำแหน่ง ____ ที่เข้าถึงข้อมูลตามข้อ 4

ถ้านายจ้างต้องการข้อห้ามแข่งขันเต็มรูปแบบกับตำแหน่งสูง ควรกำหนดระยะเวลาสั้นพอสมควร ระบุพื้นที่และประเภทงานที่แข่งกันจริง และพิจารณาค่าตอบแทนช่วงห้าม ข้อสัญญาที่เขียนแคบและอธิบายได้ว่าปกป้องอะไร มีโอกาสผ่านมาตรา 5 มากกว่าข้อสัญญาที่ลอกมาจากแบบทั่วไป เมื่อเกิดเหตุแล้ว อย่าฟ้องเป็นอย่างแรก ควรส่งหนังสือแจ้งข้อกังวล ขอให้คืนและลบข้อมูล และเก็บหลักฐานตามหัวข้อ 3 ก่อน

7. เช็กลิสต์

สำหรับลูกจ้างที่กำลังจะลาออก

  • อ่านสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครบทุกข้อ รู้ว่ามีข้อห้ามแข่งขัน ห้ามชักชวน รักษาความลับ และเบี้ยปรับหรือไม่
  • ให้ทนายความตรวจก่อนตอบรับงานที่คู่แข่ง ถ้ามีข้อห้ามที่ชัดเจน
  • คืนเครื่อง บัตร เอกสาร และสิทธิเข้าระบบ พร้อมบันทึกส่งมอบที่ลงนาม
  • ไม่ส่งต่อไฟล์ ไม่คัดลอกรายชื่อลูกค้า ไม่ถ่ายภาพหน้าจอระบบ
  • ทำรายการเป็นลายลักษณ์อักษรของเอกสารที่เก็บไว้ได้ เฉพาะที่เกี่ยวกับสิทธิของตนเอง
  • ไม่ติดต่อลูกค้าเดิมเพื่อดึงไปที่ใหม่ และไม่ชักชวนเพื่อนร่วมงาน

สำหรับนายจ้างที่ร่างข้อห้าม

  • แยกข้อรักษาความลับ ข้อห้ามชักชวน และข้อห้ามแข่งขันเป็นข้อต่างหาก
  • จำกัดข้อห้ามแข่งขันเฉพาะตำแหน่งที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ ระยะเวลาสั้น และพื้นที่ที่แข่งกันจริง
  • พิจารณาค่าตอบแทนช่วงห้าม และกำหนดเบี้ยปรับให้สัมพันธ์กับความเสียหายที่คาดได้
  • มีทะเบียนข้อมูลลับ การจำกัดสิทธิเข้าถึง และบันทึกการใช้งานระบบ
  • มีขั้นตอนออกจากงานที่คืนทรัพย์สิน ปิดสิทธิ และให้ลูกจ้างลงนามยืนยันการลบข้อมูล
  • ตรวจว่าการเก็บและใช้ข้อมูลลูกค้าของบริษัทเองสอดคล้องกับ PDPA

อ่านเพิ่มเติม

ลาออกไปคู่แข่งไม่ใช่ความผิดในตัวเอง แต่การเอาข้อมูลไปด้วยคือจุดที่ลูกจ้างพลาดบ่อยที่สุด และข้อห้ามที่กว้างเกินไปคือจุดที่นายจ้างแพ้บ่อยที่สุด

เราช่วยลูกจ้างตรวจสัญญาและข้อห้ามก่อนตัดสินใจย้ายงาน และช่วยนายจ้างร่างข้อรักษาความลับ ข้อห้ามชักชวน และขั้นตอนออกจากงานให้แคบและบังคับได้จริงเท่าที่กฎหมายเปิด ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ จัดทำเอกสารด้านบุคคล และ กฎหมายแรงงาน


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่มีสัญญาห้ามแข่งขัน ลาออกแล้วไปทำงานกับคู่แข่งได้หรือไม่+

โดยหลักได้ การเปลี่ยนงานไปบริษัทคู่แข่งไม่ผิดในตัวเอง แต่ยังห้ามเอาความลับทางการค้าของนายจ้างเดิมไปใช้หรือเปิดเผย ซึ่ง พ.ร.บ. ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6 ถือเป็นการละเมิดเมื่อทำโดยไม่ได้รับความยินยอมและขัดต่อแนวปฏิบัติทางการค้าที่สุจริต และยังอาจผิดข้อตกลงรักษาความลับ ถ้ามี ดูหัวข้อ 1 และ 2

สัญญาห้ามแข่งขัน 2 ปีทั่วประเทศทุกธุรกิจ ศาลจะบังคับตามนั้นหรือไม่+

ไม่แน่ ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ข้อสัญญาที่จำกัดสิทธิประกอบอาชีพหรือธุรกิจมีผลบังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ศาลดูระยะเวลา พื้นที่ ขอบเขตธุรกิจ ตำแหน่งของลูกจ้าง และค่าตอบแทนช่วงห้าม ข้อสัญญาที่กว้างกว่าที่จำเป็นอาจถูกลดขอบเขต แต่ผลขึ้นกับข้อเท็จจริงและการวินิจฉัยของศาล ดูหัวข้อ 1

ส่งไฟล์งานเข้าอีเมลส่วนตัวก่อนลาออกเพื่อเก็บไว้ดู ผิดหรือไม่+

เสี่ยงมาก ถ้าไฟล์เป็นข้อมูลลับของบริษัทหรือมีข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า การส่งออกนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดข้อตกลงรักษาความลับและนโยบายบริษัท และอาจเป็นการนำข้อมูลลับไปโดยไม่ชอบตามหลักความลับทางการค้า แม้ยังไม่ได้เอาไปใช้ก็ตาม เรื่องที่ควรทำคือขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่เก็บไว้เลย ดูหัวข้อ 3 และ 5

บริษัทเขียนเบี้ยปรับไว้ในสัญญาห้ามแข่งขัน ศาลลดได้หรือไม่+

ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ถึง 383 ว่าด้วยเบี้ยปรับ และมาตรา 383 ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยดูประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายทุกอย่างของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะทางทรัพย์สิน แต่ก่อนถึงขั้นนั้น ศาลต้องเห็นก่อนว่าข้อห้ามแข่งขันเองใช้บังคับได้ ดูหัวข้อ 4

นายจ้างควรเขียนข้อห้ามหลังลาออกอย่างไรจึงมีโอกาสบังคับได้จริง+

เขียนให้แคบและผูกกับประโยชน์ที่ปกป้องจริง คือ จำกัดตำแหน่งที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ จำกัดพื้นที่และประเภทงานที่แข่งกันจริง ใช้ระยะเวลาสั้นและมีเหตุผล พิจารณาค่าตอบแทนช่วงห้าม และแยกข้อห้ามชักชวนลูกค้าและพนักงานออกจากข้อห้ามแข่งขัน ไม่มีข้อใดรับรองผลว่าศาลจะบังคับให้ ดูหัวข้อ 6

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา