ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

พนักงานลาออกไม่ส่งมอบงาน บริษัททำอะไรได้บ้าง: งานค้าง อุปกรณ์ สิทธิเข้าระบบ และค่าจ้างที่ยังต้องจ่าย

พนักงานบอกลาออกแล้วเงียบ ไม่ส่งงาน ไม่คืนเครื่อง ยังถือรหัสผ่านอยู่ นายจ้างทำอะไรได้บ้าง ไล่ตั้งแต่การบอกกล่าวลาออก เช็กลิสต์ส่งมอบงาน การตัดสิทธิ์เข้าระบบ การทวงทรัพย์สิน ไปจนถึงเหตุที่ยังต้องจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายและแยกข้อเรียกร้องอื่นออกต่างหาก

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร28 ตุลาคม 256912 นาที
พนักงานลาออกไม่ส่งมอบงาน บริษัททำอะไรได้บ้าง: งานค้าง อุปกรณ์ สิทธิเข้าระบบ และค่าจ้างที่ยังต้องจ่าย

พนักงานยื่นใบลาออกหรือส่งข้อความในไลน์ แล้วเริ่มเงียบ งานที่ทำค้างอยู่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ตรงไหน โน้ตบุ๊กยังอยู่กับเขา รหัสผ่านของระบบและบัญชีลูกค้ายังเปิดอยู่ และบริษัทอยากหยุดจ่ายเงินเดือนงวดสุดท้ายไว้ก่อนเพื่อกดดันให้ส่งของคืน นี่เป็นสถานการณ์ที่เจ้าของกิจการและฝ่ายบุคคลเจอบ่อย และคำตอบที่ได้ผลจริงมักไม่ใช่การยึดเงินเดือน

คู่มือนี้แยกเรื่องออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกคือสิ่งที่บริษัททำได้ทันทีเพื่อรักษางานและข้อมูล ฝั่งที่สองคือเรื่องค่าจ้างที่ต้องจ่ายตามกฎหมายโดยไม่ผูกกับข้อเรียกร้องอื่น ถ้าเรื่องของท่านเกี่ยวกับเพจหรือโดเมน ดูคู่มือเรื่อง Facebook Page, LINE OA และโดเมน ถ้าพนักงานนำรายชื่อลูกค้าไปใช้ ดูคู่มือเรื่องความลับทางการค้า และถ้าสงสัยว่ามีการทุจริต ดูคู่มือสอบสวนภายใน

คำตอบหลัก

บริษัทเรียกให้ส่งมอบงาน คืนทรัพย์สิน และปิดสิทธิ์เข้าระบบได้ และเรียกค่าเสียหายที่เกิดจริงได้ถ้าพิสูจน์ได้ แต่ต้องไม่ระงับหรือหักค่าจ้างที่พนักงานทำงานไปแล้วเป็นหลักประกัน เพราะเรื่องนั้นมีกฎหมายคุ้มครองแยกต่างหาก และบริษัทที่หักเองมักกลายเป็นฝ่ายที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม

หลักกฎหมาย การบอกเลิกสัญญาจ้างที่ไม่กำหนดระยะเวลาอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 ค่าจ้างต้องจ่ายตามมาตรา 70 การหักค่าจ้างถูกจำกัดโดยมาตรา 76 ดอกเบี้ยและเงินเพิ่มกรณีจ่ายล่าช้าอยู่ในมาตรา 9 ส่วนเงินประกันการทำงานอยู่ในมาตรา 10 ค่าเสียหายทางแพ่งอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 และ 223 ส่วนการไม่คืนทรัพย์สินอาจเป็นความผิดอาญา เช่น ยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เมื่อข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบ

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา แยกให้เป็นสามราง ราง 1 คือจ่ายค่าจ้างที่ถึงกำหนดให้ครบตรงเวลา ราง 2 คือทวงงาน เอกสาร และทรัพย์สินด้วยหนังสือที่ชัดและมีหลักฐาน ราง 3 คือประเมินความเสียหายจริงเพื่อเลือกว่าจะเรียกร้องหรือไม่ การรวมสามรางเข้าด้วยกันเพราะอยากให้พนักงานกลัว ทำให้บริษัทที่ถูกต้องในเรื่องทรัพย์สินกลับผิดในเรื่องค่าจ้าง

ตัวอย่างสมมติ บริษัทรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอุดรธานี มีผู้ประสานงานโครงการคนหนึ่งยื่นลาออกโดยแจ้งล่วงหน้าตามรอบจ่าย แต่ในช่วงบอกกล่าวหยุดตอบข้อความ ไม่ส่งสถานะงานติดตั้ง 4 ไซต์ ยังถือโน้ตบุ๊กราคาประมาณ 32,000 บาท และเป็นผู้ดูแลโฟลเดอร์งานบนไดรฟ์ส่วนตัวของตน เงินเดือนงวดสุดท้ายประมาณ 24,000 บาท เราเรียกบริษัทนี้ว่า "บริษัทโซลาร์"

1. พนักงานต้องบอกลาออกล่วงหน้าเท่าไร

ถ้าสัญญาไม่กำหนดระยะเวลา มาตรา 582 ให้บอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายคราวถัดไป และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือน มาตรา 17 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานก็มีหลักทำนองเดียวกัน ดังนั้นพนักงานรายเดือนที่จ่ายสิ้นเดือนมักต้องบอกก่อนหรือในวันจ่ายเพื่อให้มีผลสิ้นเดือนถัดไป หนังสือสัญญาหรือข้อบังคับการทำงานอาจเขียนระยะบอกกล่าวไว้เพิ่ม เช่น 30 วัน แต่ต้องไม่ขัดกับกฎหมายและไม่เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

  • สัญญามีกำหนดเวลา ปกติสิ้นสุดเมื่อครบกำหนด การลาออกกลางสัญญาอาจเป็นการผิดสัญญา ต้องดูข้อความในสัญญาและเหตุที่ลาออก
  • ไม่บอกล่วงหน้าหรือหยุดมาทำงานเลย นายจ้างเรียกค่าเสียหายที่เกิดจริงได้ตามหัวข้อที่ 7 ส่วนการขาดงานติดต่อกัน 3 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 ให้ตรวจข้อเท็จจริงและหนังสือเตือนก่อนใช้ข้อนี้
  • ใครรับหนังสือลาออก ให้ตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษรและระบุวันสุดท้ายของการจ้างที่ชัดเจน

2. ช่วงบอกกล่าว นายจ้างขออะไรได้อย่างสมเหตุสมผล

ในช่วงที่ยังเป็นลูกจ้าง พนักงานยังต้องทำงานตามหน้าที่และคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย นายจ้างจึงสั่งให้จัดทำเอกสารส่งมอบ สอนงานผู้รับช่วง สรุปสถานะงานค้าง และคืนทรัพย์สินก่อนวันสุดท้ายได้ สิ่งที่ควรทำคือ

  • กำหนดภารกิจส่งมอบที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่สั่งกว้าง ๆ ว่า "ส่งงานให้เรียบร้อย" ระบุรายการ ผู้รับ และวันครบกำหนด
  • ตั้งผู้รับช่วงและวันนัดตรวจ เพื่อให้มีหลักฐานว่าพนักงานได้ส่งหรือไม่ได้ส่งเมื่อใด
  • ถ้าต้องไม่ให้เข้าทำงาน นายจ้างอาจให้หยุดงานระหว่างบอกกล่าวเพื่อลดความเสี่ยง แต่ต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติสำหรับช่วงนั้นถ้าเป็นการสั่งของนายจ้างเอง
  • ไม่ใช้การลาออกเป็นข้ออ้างให้ทำเกินสัญญา งานที่ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหรือต้องทำนอกเวลาโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนอาจเป็นปัญหา

3. เช็กลิสต์ส่งมอบงานและตัวอย่างบันทึกส่งมอบ

หมวดสิ่งที่ควรได้รับ
งานค้างรายการงาน สถานะ กำหนดส่ง ผู้ติดต่อ และขั้นตอนถัดไป
ไฟล์และเอกสารที่เก็บไฟล์งานทั้งหมด ฉบับล่าสุด สัญญาและใบเสนอราคาที่ค้างอยู่
รหัสผ่านและสิทธิ์บัญชีที่ใช้ในงาน และการโอนความเป็นเจ้าของบัญชีให้บริษัท
ผู้ติดต่อลูกค้ารายชื่อ ประวัติการติดต่อ งานที่รับปากไว้
อุปกรณ์โน้ตบุ๊ก มือถือ อุปกรณ์เก็บข้อมูล กุญแจ บัตร อุปกรณ์ภาคสนาม
เอกสารบริษัทตราประทับ เอกสารจริง ใบอนุญาต และแฟ้มลูกค้า
บัญชีของบริษัทอีเมล โดเมน เพจ โซเชียล ระบบบัญชี ที่ลงทะเบียนด้วยตัวบุคคล

ตัวอย่างบันทึกส่งมอบ (ปรับตามงานจริง ให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อหรือยืนยันทางอีเมล)

บันทึกส่งมอบงาน
ผู้ส่งมอบ: ____  ตำแหน่ง: ____  วันสุดท้ายของการจ้าง: ____
ผู้รับมอบ: ____  วันที่ส่งมอบ: ____
1) งานค้าง: ไซต์ ____ สถานะ ____ กำหนด ____ ขั้นตอนถัดไป ____
2) ไฟล์: ที่เก็บ ____ ตรวจครบเมื่อ ____
3) บัญชีและรหัส: โอนความเป็นเจ้าของให้บริษัทแล้ว ____ รายการ
4) อุปกรณ์ที่คืน: เครื่อง ____ เลขเครื่อง ____ สภาพ ____
5) สิ่งที่ยังไม่ได้ส่งมอบ: ____ เหตุผล ____
ผู้ส่งมอบรับรองว่าไม่ได้เก็บสำเนาข้อมูลบริษัทไว้นอกที่ที่ระบุ ____

บันทึกนี้ไม่ใช่การยอมรับว่าไม่มีความเสียหาย ควรเขียนเผื่อว่าการตรวจรับจริงอาจพบสิ่งที่ขาด

4. ตัดสิทธิ์เข้าระบบวันไหน

หลักคือ ให้สิทธิ์เท่าที่งานส่งมอบต้องใช้ แล้วปิดทันทีเมื่อไม่ต้องใช้ ไม่ปล่อยให้ค้างจนพ้นวันสุดท้าย

  • ระบบเสี่ยงสูง เช่น บัญชีธนาคารออนไลน์ ระบบลูกค้า ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลราคา และไดรฟ์หลัก ลดสิทธิ์หรือเปลี่ยนรหัสตั้งแต่วันที่รับหนังสือลาออก ถ้ามีเหตุสงสัยเรื่องการนำข้อมูลออก
  • ระบบปกติ เปิดต่อได้จนวันที่ส่งมอบเสร็จ แต่ให้มีบันทึกการเข้าใช้ และปิดภายในวันสุดท้าย
  • บัญชีที่ใช้ร่วมกัน เปลี่ยนรหัสและยืนยันตัวตนสองชั้นใหม่ในวันที่เปลี่ยนผู้ดูแล
  • เก็บสำเนาก่อนปิด ทั้งกล่องอีเมล ไฟล์งาน และบันทึกระบบ เพื่อใช้เป็นหลักฐานและให้ผู้รับช่วงทำงานต่อได้

บริษัทต้องไม่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของพนักงานในอุปกรณ์เกินความจำเป็น และควรมีนโยบายใช้อุปกรณ์ที่แจ้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การตรวจข้อมูลของบริษัทสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

5. ทรัพย์สินไม่ถูกคืน: ทวงถาม แจ้งความ และคดีแพ่ง

เรียงลำดับจากเบาไปหนัก เพราะบริษัทมักได้ของคืนเร็วที่สุดจากขั้นแรก

  1. ทวงด้วยข้อความและหนังสือ ระบุรายการ เลขเครื่อง วันกำหนดคืน สถานที่ส่งคืน และบอกว่าจะรับคืนที่ใด ส่งทั้งอีเมลและช่องทางที่เคยใช้งานจริง เก็บหลักฐานว่าถึงผู้รับ
  2. แจ้งความ เมื่อข้อเท็จจริงบ่งว่าผู้ครอบครองเอาทรัพย์ไปเป็นของตนหรือไม่ยอมคืนหลังทวงถาม อาจเข้าลักษณะยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เตรียมหลักฐานการมอบเครื่อง ราคา และหนังสือทวงถาม แต่การแจ้งความไม่ควรใช้เป็นเครื่องต่อรองเรื่องค่าจ้าง
  3. ฟ้องแพ่ง เรียกให้คืนทรัพย์หรือใช้ราคา และค่าเสียหายอื่นตามที่พิสูจน์ได้ เหมาะเมื่อมูลค่าสูงหรือพนักงานโต้ว่าเครื่องเป็นของตน
  4. ถ้าเครื่องเก็บข้อมูลสำคัญ ให้เร่งเรื่องข้อมูลก่อนมูลค่าตัวเครื่อง เช่น ขอสำเนาหรือยืนยันว่าไม่มีการลบ และอย่าให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเปิดเครื่องโดยไม่จดบันทึก

ถ้าสงสัยว่ามีการนำเงินหรือสินค้าของบริษัทไปใช้ ให้ไปที่คู่มือสอบสวนภายใน ก่อนตั้งข้อกล่าวหา

6. ค่าจ้างที่ทำงานไปแล้วต้องจ่าย: อย่าหักหรือยึดเป็นเครื่องต่อรอง

ค่าจ้างของวันที่พนักงานทำงานไปแล้วเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นแล้ว มาตรา 70 กำหนดให้จ่ายตามรอบที่กฎหมายกำหนด และมาตรา 76 จำกัดการหักค่าจ้างไว้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาต การหักค่าเสียหายจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต้องได้รับความยินยอมของลูกจ้าง แต่ละรายการหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้างที่ได้รับ ส่วนการไม่ส่งมอบงานไม่ใช่เหตุหักอัตโนมัติ

ถ้าจ่ายล่าช้า มาตรา 9 ให้เสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และถ้านายจ้างไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควรยังมีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจมากกว่าความเสียหายที่บริษัทหวังจะชดเชย พนักงานยังร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ ดูเรื่องกระบวนการทวงที่คู่มือค่าจ้างและค่าล่วงเวลาค้างจ่าย

รายการปฏิบัติอย่างไรข้อควรระวัง
ค่าจ้างที่ทำงานไปแล้วจ่ายครบตามกำหนดอย่าระงับเพื่อกดดัน เสี่ยงดอกเบี้ยและเงินเพิ่มตามมาตรา 9
สิทธิสะสมที่เกิดแล้วตามสัญญาหรือข้อบังคับคำนวณและจ่ายตามสิทธิตรวจสัญญา ข้อบังคับ และสิทธิวันหยุดสะสม
ค่าเสียหายจากงานค้างหรืองานเสียเรียกแยกต่างหากเมื่อพิสูจน์ได้หักเองไม่ได้ถ้าไม่เข้ามาตรา 76 และไม่มีความยินยอม
ทรัพย์สินที่ไม่คืนทวงถาม แจ้งความ หรือฟ้องคืนไม่ใช่เหตุยึดค่าจ้าง
เงินประกันการทำงานคืนตามมาตรา 10ใช้ได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้เก็บและหัก
ค่าอบรมที่ผูกพันตามสัญญาเรียกคืนตามสัญญาที่ชอบดูคู่มือสัญญาผูกพันการฝึกอบรม

ถ้าบริษัทเห็นว่าพนักงานเป็นหนี้ ทางที่ปลอดภัยคือจ่ายค่าจ้างให้ครบก่อน แล้วทำหนังสือเรียกร้องหนี้แยกออกไป หรือทำข้อตกลงหักเงินที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้อยู่ในกรอบมาตรา 76 เท่านั้น

7. ค่าเสียหายจริง และเงินประกัน

ข้อเรียกร้องทางแพ่งต้องมีสามส่วน คือ ลูกจ้างผิดหน้าที่หรือสัญญา มีความเสียหายจริง และความเสียหายเกิดจากการนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 ศาลอาจลดค่าเสียหายหากบริษัทมีส่วนผิดตามมาตรา 223 เช่น ไม่มีกระบวนการสำรองข้อมูล เอกสารที่ควรพิสูจน์ได้แก่ สัญญาลูกค้าที่เสียหรือค่าปรับที่ต้องจ่าย ค่าจ้างผู้อื่นทำงานแทนที่เกินปกติ และข้อความทวงถามที่ไม่ได้รับคำตอบ

ผลสุดท้ายขึ้นอยู่กับหลักฐานและดุลพินิจของศาลแรงงาน ไม่ควรสัญญากับตัวเองว่าจะได้ตามที่คิดไว้

เงินประกันการทำงาน มาตรา 10 ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันจากลูกจ้าง เว้นแต่งานที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้างตามที่กฎหมายกำหนด และต้องคืนเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด ตรวจตัวบทและกรอบเวลาปัจจุบันก่อนตัดสินใจ ถ้ามีความเสียหายที่หักจากเงินประกันได้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายและข้อตกลงรองรับ

หากพนักงานนำรายชื่อลูกค้าหรือข้อมูลธุรกิจไปแข่งขัน ให้ดูคู่มือความลับทางการค้า และคู่มือเรื่องธุรกิจเสริมที่แข่งกับนายจ้าง

8. กันไม่ให้เกิดซ้ำ

  • เขียนหน้าที่ส่งมอบในสัญญาและข้อบังคับการทำงาน ตามมาตรา 108 ให้ชัดว่าต้องส่งอะไร ทำอย่างไร และเมื่อใด
  • ทำเอกสารกระบวนการ ให้งานสำคัญมีคู่มือและผู้สำรอง ไม่ผูกกับคนเดียว
  • ให้บัญชีบริษัทเป็นของบริษัท ใช้อีเมลบริษัท ผู้ดูแลอย่างน้อยสองคน ไม่ใช้บัญชีส่วนตัวสร้างเพจ โดเมน หรือไดรฟ์
  • ทะเบียนทรัพย์สิน จดเลขเครื่อง ผู้ถือ วันมอบ และให้ลงชื่อรับ
  • เช็กลิสต์ออกจากงาน ใช้ทุกครั้ง รวมถึงกรณีผู้บริหาร ดูคู่มือส่งมอบงานกรรมการ
  • จัดการผลงานแต่เนิ่น ๆ ถ้าปัญหามาจากผลงาน ดูคู่มือแผนปรับปรุงผลงาน

9. เช็กลิสต์เมื่อพนักงานลาออก

ช่วงรับหนังสือลาออก

  • ตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวันสุดท้ายของการจ้างตามมาตรา 582 หรือสัญญา
  • ตั้งผู้รับช่วงและกำหนดงานส่งมอบเป็นรายการ
  • ลดสิทธิ์ระบบเสี่ยงสูงถ้ามีเหตุสงสัย

ช่วงบอกกล่าว

  • ให้ส่งบันทึกส่งมอบและตรวจรับตามกำหนด
  • เก็บสำเนาไฟล์ อีเมล และบันทึกระบบ
  • โอนความเป็นเจ้าของบัญชีและเปลี่ยนรหัสร่วม

วันสุดท้ายและหลังจากนั้น

  • รับคืนอุปกรณ์ตามทะเบียนและลงชื่อรับ
  • ปิดสิทธิ์เข้าระบบที่เหลือทั้งหมด
  • จ่ายค่าจ้างและสิทธิที่เกิดแล้วตามกำหนด ไม่ผูกกับเรื่องส่งมอบ
  • คืนเงินประกัน (ถ้ามี) ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • ถ้ายังไม่คืนของ ส่งหนังสือทวงถามแล้วค่อยพิจารณาแจ้งความหรือฟ้อง

อ่านเพิ่มเติม

พนักงานลาออกแล้วไม่ส่งมอบงาน ให้ทวงงานและทรัพย์สินด้วยหนังสือที่มีหลักฐาน ปิดสิทธิ์เข้าระบบตามจังหวะ และจ่ายค่าจ้างให้ครบตรงเวลา โดยแยกข้อเรียกร้องค่าเสียหายออกไปเรียกอย่างถูกขั้นตอน

เราช่วยร่างข้อบังคับการทำงาน สัญญาจ้าง บันทึกส่งมอบ หนังสือทวงถามทรัพย์สิน และประเมินข้อเรียกร้องที่แยกจากค่าจ้าง ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ เอกสารด้านบุคคลและสัญญาจ้าง และ กฎหมายแรงงาน


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานต้องบอกลาออกล่วงหน้านานเท่าไร และถ้าไม่บอกล่วงหน้าบริษัททำอะไรได้+

สำหรับสัญญาจ้างที่ไม่กำหนดระยะเวลา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเมื่อถึงกำหนดจ่ายคราวถัดไป และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 มีหลักทำนองเดียวกัน ถ้าลูกจ้างไม่บอกล่วงหน้าตามที่กฎหมายหรือสัญญากำหนด นายจ้างอาจเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและพิสูจน์ได้ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างให้ยึดค่าจ้างที่ทำงานไปแล้ว ดูหัวข้อที่ 1 และ 6

ถ้าพนักงานไม่ส่งมอบงาน บริษัทหักเงินเดือนงวดสุดท้ายได้หรือไม่+

โดยหลักไม่ควรหัก ค่าจ้างที่ลูกจ้างทำงานไปแล้วต้องจ่ายตามกำหนดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70 และการหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่มาตรา 76 อนุญาต เช่น ค่าเสียหายที่ลูกจ้างจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยลูกจ้างยินยอม ซึ่งแต่ละรายการต้องไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้างที่ได้รับ การไม่ส่งมอบงานเพียงอย่างเดียวไม่ได้เข้าข้อยกเว้นเหล่านี้โดยอัตโนมัติ ดูหัวข้อที่ 6

พนักงานลาออกแล้วไม่คืนโน้ตบุ๊กหรือมือถือบริษัท ต้องทำอย่างไรเป็นลำดับ+

เริ่มจากหนังสือทวงถามที่ระบุรายการ เลขเครื่อง วันกำหนดคืน และสถานที่ส่งคืน พร้อมหลักฐานว่าบริษัทมอบเครื่องให้ใช้งาน หากยังไม่คืน อาจพิจารณาแจ้งความเมื่อข้อเท็จจริงเข้าลักษณะความผิดอาญา เช่น ยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 หรือฟ้องเรียกทรัพย์คืนหรือใช้ราคาเป็นคดีแพ่ง ข้อเท็จจริงเช่นเจตนาและวิธีที่ได้ทรัพย์มาเป็นตัวชี้ว่าควรเลือกทางใด ดูหัวข้อที่ 5

ควรปิดสิทธิ์เข้าระบบของพนักงานที่ลาออกเมื่อใด+

ควรปิดในวันที่งานของพนักงานไม่จำเป็นต้องใช้ระบบนั้นแล้ว โดยเร็วที่สุดเท่าที่ไม่กระทบการส่งมอบงานที่ยังต้องทำ สำหรับระบบที่เสี่ยง เช่น บัญชีธนาคาร ระบบลูกค้า และแหล่งข้อมูลหลัก มักปิดหรือลดสิทธิ์ตั้งแต่วันที่รับหนังสือลาออก ส่วนระบบอื่นปิดในวันสุดท้ายของการจ้าง และบริษัทควรเก็บสำเนาข้อมูลและบันทึกก่อนปิด ดูหัวข้อที่ 4

บริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหายจากพนักงานที่ลาออกไม่ส่งงานได้หรือไม่ และต้องมีอะไรบ้าง+

ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างผิดหน้าที่หรือผิดสัญญา มีความเสียหายจริง และความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 ศาลอาจลดค่าเสียหายหากบริษัทมีส่วนผิดตามมาตรา 223 และเป็นข้อเรียกร้องที่แยกจากค่าจ้าง ต้องยื่นต่อศาลแรงงานตามข้อเท็จจริง ผลขึ้นอยู่กับหลักฐานและดุลพินิจของศาล ดูหัวข้อที่ 7

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา